ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สุงสุมารชาดก
ชาดกที่ ๒๐๘ · ทุกนิบาตชาดก · นตังทัฬหวรรค

สุงสุมารชาดก

ว่าด้วยผู้มีปัญญาไม่สมกับตัว

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๖๕ · บรรทัด ๑๕๕๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสุงสุมารชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระเทวทัตพยายามปลงพระชนม์พระองค์ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อลเมเตหิ อมฺเพหิ ดังนี้

ความย่อมีว่า ในครั้งนั้นพระศาสดาทรงสดับว่า พระเทวทัตพยายามจะฆ่าพระองค์ จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเทวทัตพยายามจะฆ่าเรามิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็พยายามเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถทำแม้เพียงให้หวาดสะดุ้งได้ แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดวานร ในหิมวันตประเทศ มีกำลังดุจช้างสาร สมบูรณ์ด้วยเรี่ยวแรง ร่างกายใหญ่ มีความงามพร้อม อาศัยอยู่ที่ราวป่าตรงคุ้งแม่น้ำ. ในกาลนั้น จระเข้ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำคงคา. ภรรยาของจระเข้เห็นร่างกายพระโพธิสัตว์ แล้วเกิดแพ้ท้องอยากกินเนื้อหัวใจของพระโพธิสัตว์ จึงบอกจระเข้สามีว่า ผัวจ๋า น้องอยากกินเนื้อหัวใจของพญาลิงนั้น. ผัวบอกว่า น้องจ๋า เราเป็นสัตว์เที่ยวไปในน้ำ ลิงเป็นสัตว์เที่ยวไปบนบก เราจะจับลิงนั้นได้อย่างไรเล่า. เมียบอกว่า พี่จระเข้ต้องหาอุบายจับมาให้ได้ หากจับมาไม่ได้น้องขอตาย. ผัวปลอบว่า อย่าคิดมากไปเลยน้อง พี่มีอุบายอย่างหนึ่ง พี่จะให้น้องกินหัวใจพญาวานรนั้นให้จงได้ จึงเข้าไปหาพระโพธิสัตว์ในเวลาที่พระโพธิสัตว์ดื่มน้ำในแม่น้ำคงคา แล้วนั่งพัก ณ ฝั่งคงคา กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านพญาวานร ท่านเดี๋ยวกินผลกล้วยในถิ่นนี้ เที่ยวไปในที่ที่เคยไปอย่างเดียวเท่านั้นหรือที่ฝั่งคงคาฟากโน้นมีผลไม้อร่อย เป็นต้นว่า มะม่วงและชมพู่ ไม่รู้จักวาย ท่านไม่ควรไปเคี้ยวกินผลาผลที่ฝั่งโน้นบ้างหรือ. พญาวานรตอบว่า ท่านพญากุมภีล์ แม่น้ำคงคามีน้ำมาก ทั้งกว้างใหญ่ ข้าพเจ้าจะข้ามไปได้อย่างไรเล่า. จระเข้กล่าวว่าหากท่านจะไป ข้าพเจ้าจะให้ท่านขึ้นหลังเราไป พญาวานรเชื่อจึงย่อมตกลง. เมื่อจระเข้กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจงมาขึ้นหลังเรา พญาวานรจึงขึ้นหลังจระเข้. จระเข้พาไปได้หน่อยหนึ่งก็ดำน้ำจมลง พระโพธิสัตว์กล่าวว่า สหายท่านแกล้งทำให้เราจมน้ำ นี่เรื่องอะไรกัน. จระเข้ตอบว่า เรามิได้พาท่านไปตามธรรมดาดอก แต่เมียของเราเกิดแพ้ท้อง อยากกินหัวใจท่านเราประสงค์จะให้เมียของเรากินหัวใจท่านต่างหาก. พญาวานรกล่าวว่า สหายที่ท่านบอกมาก็ดีแล้ว หากหัวใจอยู่ในท้องของเราเมื่อเรากระโดดไปตามยอดไม้ หัวใจก็จะพึงแหลกลาญหมด. จระเข้ถามว่า ก็ท่านเอาหัวใจไปไว้ที่ไหนเล่า. พระโพธิสัตว์ชี้ให้ดูต้นมะเดื่อต้นหนึ่งไม่ไกลนัก มีผลสุกเป็นพวงแล้วกล่าวว่าท่านจงดูหัวใจของข้าพเจ้าแขวนไว้ที่ต้นมะเดื่อนั่น. จระเข้กล่าวว่า หากท่านให้หัวใจแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่ฆ่าท่าน. พญาวานรกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจงนำเราไปที่นั่นเถิด เราจะให้หัวใจที่แขวนอยู่บนต้นมะเดื่อแก่ท่าน. จระเข้จึงพาพญาวานรไป ณ ที่นั้น. พระโพธิสัตว์จึงกระโดดจากหลังจระเข้ไปนั่งบนต้นมะเดื่อ กล่าวว่า สหายจระเข้หน้าโง่ เจ้าเข้าใจว่า ธรรมดาหัวใจของสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้อยู่บนยอดไม้หรือ เจ้าเป็นสัตว์โง่เราจึงลวงเจ้าได้ ผลาผลของเจ้าก็จงเป็นของเจ้าเถิด เจ้าก็ใหญ่แต่ตัวเท่านั้น แต่หามีปัญญาไม่ เมื่อจะประกาศเนื้อความนี้ได้กล่าวคาถานี้ว่า :-

เราไม่ต้องการด้วยผลมะม่วง ผลชมพู่ และขนุนทั้งหลาย ที่ท่านเห็นฝั่งสมุทร ผล มะเดื่อของเราต้นนี้ดีกว่า. ร่างกายของท่านใหญ่โตก็จริง แต่ปัญญา ไม่สมกับร่างกายเลย ดูก่อนจระเข้เจ้าถูกเราลวง เสียแล้ว บัดนี้เจ้าจงไปตามสบายเถิด.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อลเมเตหิ ความว่า เราไม่ต้องการผลไม้ที่ท่านเห็นบนเกาะ. บทว่า วรํ มยฺหํ อุทุมฺพโร คือ มะเดื่อต้นนี้ของเราดีกว่า. บทว่า ตทูปิกา ความว่า เจ้ามีปัญญานิดเดียวไม่สมกับร่างกายของเจ้าเลย. บทว่า คจฺฉทานิ ยถาสุขํ ความว่าเจ้าจงไปตามสบายเถิด อธิบายว่า อุบายที่เจ้าจะได้เนื้อหัวใจไม่มีแล้ว.

จระเข้เป็นทุกข์เสียใจ ซบเซาดุจเสียพนันแพ้ไปตั้งพันได้กลับไปที่อยู่ของตนตามเดิม.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. จระเข้ในครั้งนั้นได้เป็นเทวทัตในครั้งนี้ นางจระเข้ได้เป็นนางจิญจมาณวิกา ส่วนพญาวานร คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาสุงสุมารชาดกที่ ๘

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๓๑๐–๓๑๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๔ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๔ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

8 Suṃsumārajātakaṃ

alametehi ambehīti idaṃ satthā veḷuvane viharanto devadattassa vadhāya parisakkanaṃ ārabbha kathesi.

Tadā hi satthā devadatto vadhāya parisakkatīti sutvā na bhikkhave idāneva devadatto mayhaṃ vadhāya parisakkati, pubbepi parisakkati yeva, santāsamattaṃ pana kātuṃ nāsakkhīti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto himavantappadese kapiyoniyaṃ nibbattitvā nāgabalo thāmasampanno Mahāsarīro sobhaggappatto hutvā gaṅgānivattane araññāyatane vāsaṃ kappesi. Tadā gaṅgāyaṃ eko suṃsumāro vasi. Athassa bhariyā bodhisattassa sarīraṃ disvā tassa hadayamaṃse dohaḷaṃ uppādetvā suṃsumāraṃ āha ahaṃ sāmi etassa kapirājassa hadayaṃ khāditukāmāti. Bhadde mayaṃ jalagocarā, esa thalagocaro, kinti taṃ gaṇhituṃ sakkhissāmāti. Yena kenaci upāyena gaṇha, sace na labhissā marissāmīti. Tena hi mā cintayi, attheko upāyo, khādāpessāmi tantassa hadayanti suṃsumāriṃ samassāsetvā bodhisattassa gaṅgāya pānīyaṃ pivitvā gaṅgāya tīre nisinnakāle santikaṃ gantvā evamāha vānarinda imasmiṃ padese kaddaliphalāni 1- khādanto kiṃ tvaṃ ciṇṇaṭṭhāne yeva vicarasi, pāragaṅgāya ambajambuādīnaṃ madhuraphalānaṃ anto natthi, kiṃ te tattha gantvā phalāphalaṃ khādituṃ na vaṭṭatīti. Kumbhīlarāja gaṅgā mahodakā vittiṇṇā, kathaṃ tattha gamissāmīti. Sace gacchasi, ahaṃ taṃ mama piṭṭhiṃ āropetvā nessāmīti. So saddahitvā sādhūti sampaṭicchi. Tena hi ehi, piṭṭhiṃ me abhiruhāti ca vutte taṃ abhiruhi. Suṃsumāro thokaṃ netvā udake osīdāpesi . Bodhisatto samma udake maṃ osīdāpesi, kiṃ nu kho etanti āha. Nāhaṃ taṃ sudhammatāya 2- gahetvā gacchāmi, bhariyāya pana me tava hadayamaṃse dohaḷo uppanno, tamahaṃ tava hadayaṃ khādāpetukāmoti. Samma kathentena te sundaraṃ kataṃ, sace amhākaṃ udare hadayaṃ

@Footnote: 1 kasaṭaphalānītipi . 2 dhammesu dhammatāyātipi. Bhaveyya, sākhaggesu carantānaṃ cuṇṇavicuṇṇaṃ bhaveyyāti. Kahaṃ pana tumhe ṭhapethāti. Bodhisatto avidūre ekaṃ udumbaraṃ pakkaphalapiṇḍisampannaṃ dassetvā passetāni amhākaṃ hadayāni etasmiṃ udumbararukkhe olambantīti. Sace me hadayaṃ dassasi, ahantaṃ na māressāmīti. Tena hi maṃ ettha nehi, ahante rukkhe olambantaṃ dassāmīti. So taṃ ādāya tattha agamāsi. Bodhisatto tassa piṭṭhito uppatitvā udumbararukkhe nisīditvā samma bālasuṃsumāra imesaṃ sattānaṃ hadayaṃ nāma rukkhagge hotīti saññī ahosi bālosi, 1- ahantaṃ vañcesiṃ, tava phalāphalaṃ taveva hotu, sarīrameva te mahantaṃ, paññā pana natthīti vatvā imamatthaṃ pakāsento imā gāthā avoca

alametehi ambehi jambūhi panasehi ca

yāni pāraṃ samuddassa, varaṃ mayhaṃ udumbaro.

Mahatī vata te bondi, na ca paññā tadūpikā,

suṃsumāra vañcito mesi, gacchadāni yathāsukhanti.

Tattha alametehīti yāni tayā dīpake diṭṭhāni, etehi mayhaṃ alaṃ. Varaṃ mayhaṃ udumbaroti mayhaṃ ayameva udumbararukkho varaṃ. Bondīti sarīraṃ. Tadūpikāti paññā pana te tadūpikā tassa sarīrassa anucchavikā natthi. Gacchadāni yathāsukhanti idāni yathāsukhaṃ gaccha, natthi te hadayamaṃsalabhanupāyoti attho.

Suṃsumāro sahassaparājito viya dukkhī dummano pajjhāyanto

@Footnote: 1 bālopītipi. Attano nivāsanaṭṭhānameva gato.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi. Tadā suṃsumāro devadatto ahosi, suṃsumārī ciñcamāṇavikā, kapirājā pana ahamevāti.

Suṃsumārajātakaṃ aṭṭhamaṃ.

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๐๗. อัสสกชาดกชาดกถัดไป๒๐๙. กักกรชาดก