ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สาเกตชาดก
ชาดกที่ ๒๓๗ · ทุกนิบาตชาดก · อุปาหนวรรค

สาเกตชาดก

ว่าด้วยเหตุให้เกิดความรัก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๒๓ · บรรทัด ๑๘๓๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสาเกตชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดา เมื่อประทับอาศัยเมืองสาเกตทรงปรารภสาเกตพราหมณ์ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า โก นุ โขภควา เหตุ ดังนี้.

ส่วนเรื่องราวในชาดกนี้ ทั้งที่เป็นอดีตและปัจจุบันกล่าวไว้ในเอกนิบาตในหนหลังแล้ว.

ก็ในเวลาที่พระตถาคตเสด็จไปสู่วิหาร ภิกษุทั้งหลายทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชื่อว่า ความรักนี้ตั้งอยู่ได้อย่างไรกล่าวคาถาแรกว่า :-

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุไรหนอ เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าก็เฉย ๆ หัวใจก็เฉย บางคนพอเห็นกันเข้าก็เลื่อมใส.

เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า อะไรหนอแลเป็นเหตุให้บุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าเท่านั้นหัวใจก็สงบนิ่งสนิท คือเยือกเย็นดังเอาน้ำหอมพันหม้อมารด บางคนไม่สงบ บางคนพอเห็นกันเข้าเท่านั้นก็มีจิตผ่องใสอ่อนลมุนละไม เยื่อใยต่อกันด้วยอำนาจความรัก บางคนก็ไม่เยื่อใยต่อกัน.

ลำดับนั้นพระคาสดาเมื่อจะทรงแสดงเหตุแห่งความรักแก่ภิกษุเหล่านั้น จึงตรัสคาถาที่ ๒ ว่า :-

ความรักนั้นย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุสอง ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑ ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน ๑ เหมือน ดอกอุบลเมื่อเกิดในน้ำย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ สองประการ คือน้ำละเปือกตม ฉะนั้น.

เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาความรักนี้ย่อมเกิดด้วยเหตุสองประการ คือได้เป็นมารดา บิดาธิดา บุตร พี่น้องชาย พี่น้องหญิง สามี ภรรยา หรือ สหายมิตรกันในภพก่อน เคยอยู่ร่วมที่เคียงกันมา ความรักนั้นย่อมไม่ละคงติดตามไปแม้ในภพอื่น เพราะการอยู่ร่วมกันในกาลก่อนอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง ความรักนั้นย่อมเกิดเพราะความเกื้อกูลกันในปัจจุบันอันได้ทำในอัตภาพนี้. ความรักนั้นย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุสองประการฉะนี้ เปรียบเหมือนอุบลในน้ำฉะนั้น คือเหมือนอุบลและบุปผชาติที่เกิดในน้ำต่าง ๆ เกิดในน้ำก็ได้อาศัยเหตุสองอย่าง คือน้ำและเปือกตมฉันใด ความรักก็ย่อมเกิดด้วยเหตุสองประการนี้ฉะนั้น.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. พราหมณ์และพราหมณีในครั้งนั้นได้เป็นชนทั้งสองนี้ในครั้งนี้ ส่วนบุตร คือเราตถาคตแล.

จบ อรรถกถาสาเกตชาดกที่ ๗

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๔๕๗–๔๕๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๗ สาเกตชาตกํ

โก นุ โข ภควา เหตูติ อิทํ สตฺถา สาเกตํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺโต สาเกตพฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ ฯ วตฺถุ ปเนตฺถ อตีตมฺปิ ปจฺจุปฺปนฺนมฺปิ เหฏฺฐา เอกนิปาเต กถิตเมว ฯ

ตถาคตสฺส ปน วิหารํ คตกาเล ภิกฺขู สิเนโห นาเมส ภนฺเต กถํ ปติฏฺฐาตีติ ปุจฺฉนฺตา ปฐมํ คาถมาหํสุ

โก นุ โข ภควา เหตุ เอกจฺเจ อิธ ปุคฺคเล

อตีว หทยํ นิพฺพาติ จิตฺตํ วาปิ ๑- ปสีทตีติ ฯ

ตสฺสตฺโถ โก นุ โข เหตุ เยน อิเธกจฺเจ ปุคฺคเล ทิฏฺฐมตฺเต เยว หทยํ อติวิย นิพฺพาติ ๒- สุวาสิตสฺส อุทกสฺส ฆฏสหสฺเสน ปริสิตฺตํ วิย สีตลํ โหติ, เอกจฺเจ น นิพฺพาติ, เอกจฺเจ ทิฏฺฐมตฺเต เยว จิตฺตํ ปสีทติ มุทุ โหติ เปมวเสน อลลิยติ, เอกจฺเจ น อลฺลิยตีติ ฯ

อถ เนสํ สตฺถา เปมการณํ ทสฺเสนฺโต ทุติยํ คาถมาห

ปุพฺเพ ว สนฺนิวาเสน ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา

เอวนฺตํ ชายเต เปมํ อุปฺปลํว ยโถทเกติ ฯ

ตสฺสตฺโถ ภิกฺขเว เปมํ นาเมตํ ทฺวีหิ การเณหิ ชายติ, ปุพฺเพ ปุริมภเว มาตา วา ปิตา วา ธีตา วา ปุตฺโต วา ภาตา

@เชิงอรรถ: ๑ จิตฺตญฺจาปีติปิ ฯ ๒ นิพฺพายตีติปิ ฯ วา ภคินี วา ปติ วา ภริยา วา สหาโย วา มิตฺโต วา หุตฺวา โย เยน สทฺธึ เอกฏฺฐาเน วุฏฺฐปุพฺโพ ตสฺส อิมินา ปุพฺเพ ว สนฺนิวาเสน ภวนฺตเรปิ อนุพนฺธนฺโต โสปิ สิเนโห น วิชหติ, อิมสฺมึ อตฺตภาเว กเตน ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ ตํ เปมํ ชายติ ฯ ยถา กึ ฯ อุปฺปลํ ว ยโถทเกติ ฯ วการสฺส รสฺสตฺตํ กตํ ฯ สมุจฺจยตฺเถ เจส วุตฺโต ฯ ตสฺมา อุปฺปลญฺจ เสสญฺจ ชลชปุปฺผํ ยถา อุทเก ชายมานํ เทฺว การณานิ นิสฺสาย ชายติ อุทกญฺเจว กลลญฺจ, ตถา เจเตหิ ทฺวีหิ การเณหิ เปมํ ชายตีติ ฯ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา พฺราหฺมโณ จ พฺราหฺมณี จ อิเมว เทฺว ชนา อเหสุํ, ปุตฺโต ปน อหเมวาติ ฯ

สาเกตชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๓๖. พกชาดกชาดกถัดไป๒๓๘. เอกปทชาดก