ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. เอกปทชาดก
ชาดกที่ ๒๓๘ · ทุกนิบาตชาดก · อุปาหนวรรค

เอกปทชาดก

ว่าด้วยความเพียรทำให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๒๕ · บรรทัด ๑๘๔๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากเอกปทชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภกุฎุมพีคนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อิงฺฆ เอกํ ปทํ ตาต ดังนี้.

ได้ยินว่า กุฎุมพีผู้หนึ่งชาวกรุงสาวัตถี. อยู่มาวันหนึ่งบุตรของเขานั่งอยู่บนตัก ได้ถามปัญหาชื่อว่า อัตถทวาร คือปัญหากล่าวถึงประตูไปสู่ประโยชน์. เขาคิดว่าปัญหานี้เป็นพุทธวิสัย คนอื่นจักไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้ จึงพาบุตรไปสู่เชตวันมหาวิหาร ถวายบังคมพระศาสดา กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ. ทารกนี้นั่งอยู่บนตักของข้าพระองค์ ได้ถามปัญหาชื่อ อัตถทวาร ข้าพระองค์ไม่ทราบปัญหานั้นจึงมา ณ ที่นี้ข้าแต่พระองค์ขอพระองค์ตรัสบอกปัญหานี้เถิด. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอุบาสก ทารกนี้เป็นผู้แสวงประโยชน์ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้เมื่อก่อนก็เป็นผู้แสวงหาประโยชน์ ได้ถามปัญหานี้กะบัณฑิต. แม้โบราณกบัณฑิตก็ได้บอกแก่ทารกนั้นแล้ว แต่เขากำหนดไว้ไม่ได้ เพราะไปสู่ภพขีดขั้นไว้ ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลเศรษฐี. ครั้งนั้นกุมารน้อยผู้เป็นบุตรของพระโพธิสัตว์ถามขึ้นว่า ข้าแต่พ่อขอพ่อจงบอกบทบทหนึ่งอันเป็นทางให้ถึงประโยชน์ไม่ใช่น้อยเพียงเหตุเดียวเท่านั้นแก่ลูก ได้กล่าวคาถาแรกว่า :-

คุณพ่อครับ เหตุอย่างเดียวทำให้ได้ ประโยชน์หลายอย่างมีอยู่หรือไม่ ลูกจะพึงทำ ประโยชน์ให้สำเร็จด้วยเหตุใด ขอคุณพ่อจงบอก เหตุนั้น ซึ่งรวมประโยชน์ได้หลายอย่างแก่ผม เถิด.

ลำดับนั้น บิดาเมื่อจะบอกแก่กุมารน้อยนั้นได้กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ลูกเอ๋ย เหตุอย่างหนึ่งคือความขยันหมั่น เพียร ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง เพราะความ ขยันหมั่นเพียรนั้น ประกอบด้วยศีล ประกอบ ด้วยขันติ อาจทำมิตรทั้งหลายให้ถึงความสุข หรืออาจทำศัตรูทั้งหลายให้ถึงความทุกข์ได้.

อธิบายความ บทบทหนึ่ง คือความขยันได้แก่ ความเพียรอันประกอบด้วยญาณบุคคลผู้เฉลียวฉลาด ผู้ยังลาภให้เกิดประกอบด้วยบทมีประโยชน์มิใช่น้อย มีศีลเป็นต้น. ก็ความเพียรนี้นั้นประกอบด้วยอาจาระและศีล พรั่งพร้อมด้วยอธิวาสนขันติ อาจสามารถจะยังมิตรทั้งหลายให้เป็นสุขได้ ให้เกิดความทุกข์แก่อมิตรทั้งหลายได้. ก็ใครเล่าผู้ประกอบด้วยกุศล วิริยะพรั่งพร้อมด้วยญาณอันจะยังลาภให้บังเกิด ถึงพร้อมด้วยอาจารขันติ จะไม่สามารถยังมิตรให้เป็นสุข หรือยังอมิตรให้เป็นทุกข์ได้.

พระโพธิสัตว์กล่าวแก้ปัญหาแก่บุตรฉะนี้. บุตรนั้นได้ยังประโยชน์ของตนให้สำเร็จตามนัยที่บิดาบอก ดำรงชีพไปตามยถากรรมแล้ว.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจธรรม ทรงประชุมชาดก. ครั้นจบสัจจธรรม บิดาและบุตรดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล บุตรในครั้งนั้นได้มาเป็นบุตรคนนี้นี่แหละ ส่วนเศรษฐีกรุงพาราณสี คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาเอกปทชาดกที่ ๘

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๔๖๐–๔๖๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

8 Ekapadajātakaṃ

iṅgha ekapadaṃ tātāti idaṃ satthā jetavane viharanto ekaṃ kuṭumbikaṃ ārabbha kathesi.

Sāvatthivāsiko kireko kuṭumbiko ahosi. Athassa ekadivasaṃ aṅke nisinno putto atthassa dvāraṃ nāma pañhaṃ pucchi. So ca buddhavisayo esa pañho, na taṃ añño kathetuṃ sakkhissatīti Puttaṃ gahetvā jetavanaṃ gantvā satthāraṃ vanditvā bhante ayaṃ me dārako ūrumhi nisinno atthassa dvāraṃ nāma pañhaṃ pucchi, ahaṃ taṃ ajānanto idhāgato, kathetha bhante imaṃ pañhanti. Satthā na kho upāsaka ayaṃ dārako idāneva atthagavesako, pubbepi atthagavesako hutvā imaṃ pañhaṃ paṇḍite pucchi, porāṇakapaṇḍitāpissa kathesuṃ, bhavasaṅkhepagatattā pana na sallakkhesīti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto seṭṭhikule nibbattitvā vayappatto pitu accayena seṭṭhiṭṭhānaṃ labhi. Athassa putto daharakumāro ūrumhi nisīditvāva tāta mayhaṃ ekaṃ padaṃ anekatthapadanissitaṃ 1- ekaṃ kāraṇaṃ kathethāti pucchanto paṭhamaṃ gāthamāha

iṅgha ekaṃ padaṃ tāta anekatthapadanissitaṃ

kiñci saṅgahitaṃ brūhi, yenatthe sādhayemaseti.

Tattha iṅghāti yācanatthe codanatthe vā nipāto. Ekaṃ padanti ekaṃ kāraṇapadaṃ, ekaṃ kāraṇasaṅgahitaṃ vā byañjanapadaṃ. Anekatthapadanissitanti anekāni atthapadāni kāraṇapadāni nissitaṃ. Kiñci saṅgahitaṃ brūhīti kiñci ekaṃ bahunnaṃ padānaṃ saṅgāhikaṃ brūhi. Ayameva vā pāṭho. Yenatthe sādhayemaseti yena kena padena anekatthanissitena mayaṃ attano vuḍḍhiṃ sādheyyāma, taṃ me kathehīti pucchati.

@Footnote: 1 ekapadaṃ anekatthanissitantipi.

Athassa pitā kathento dutiyaṃ gāthamāha

dakkheyyekapadaṃ tāta anekatthapadanissitaṃ

tañca sīlena saṃyuttaṃ khantiyā upapāditaṃ

alaṃ mitte sukhāpetuṃ amittānaṃ dukhāya vāti.

Tattha dakkheyyekapadaṃ tātāti dakkheyyaṃ ekapadaṃ. Dakkheyyaṃ nāma lābhuppādakassa chekassa kusalassa ñāṇasampayuttaṃ viriyaṃ. Anekatthapadanissitanti evaṃ vuttappakāraviriyaṃ anekehi atthapadehi nissitaṃ. Katarehīti sīlādīhi. Teneva tañca sīlena saṃyuttanti ādimāha. Tassattho tañca panetaṃ viriyaṃ ācārasīlasaṃyuttaṃ adhivāsanakhantiyā upetaṃ mitte sukhāpetuṃ amittānaṃ dukkhāya alaṃ samatthaṃ, ko hi nāma lābhuppādakañāṇasampayuttakusalaviriyasamannāgato ācāra- khantisampanno mitte sukhāpetuṃ amitte vā dukkhāpetuṃ na sakkotīti.

Evaṃ bodhisatto puttassa pañhaṃ kathesi. So pitarā kathitanayeneva attano atthaṃ sādhayitvā yathākammaṃ gato.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā saccāni pakāsetvā jātakaṃ samodhānesi. Saccapariyosāne pitāputtā sotāpattiphale patiṭṭhitā. Tadā putto ayameva ahosi, bārāṇasiseṭṭhī pana ahamevāti.

Ekapadajātakaṃ aṭṭhamaṃ.

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๓๗. สาเกตชาดกชาดกถัดไป๒๓๙. หริตมาตชาดก