ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ปาทัญชลิชาดก
ชาดกที่ ๒๔๗ · ทุกนิบาตชาดก · สิคาลวรรค

ปาทัญชลิชาดก

ว่าด้วยปาทัญชลีราชกุมาร

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๔๔ · บรรทัด ๑๙๓๔ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากปาทัญชลิชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระโลฬุทายีเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ ดังนี้.

ในวันหนึ่ง พระมหาสาวกทั้งสองวินิจฉัยปัญหาอยู่. ภิกษุทั้งหลายฟังปัญหาต่างก็สรรเสริญพระเถระทั้งสอง. พระโลฬุทายีเถระนั่งอยู่ในระหว่างบริษัท ขัดคอขึ้นว่า พระมหาสาวกเหล่านี้จะรู้อะไรทัดเทียมเราหรือ. พระเถระทั้งสองเห็นพระโลฬุทายีเถระนั้นแล้ว จึงลุกจากอาสนะหลีกไป. บริษัทเลยแยกย้ายกัน. ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระโลฬุทายีติเตียนพระอัครสาวกทั้งสองแล้วขัดคอขึ้น. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายมิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนโลฬุทายีก็ไม่รู้อะไร ๆ อย่างอื่นยิ่งกว่านั้น นอกจากขัดคอแล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นอำมาตย์ผู้สอนอรรถและธรรมของพระองค์. ก็พระราชานั้นมีโอรสพระนามว่า ปาทัญชลีมีพระทัยโลเล เชื่องช้า. ต่อมาพระราชาสวรรคต. พวกอำมาตย์จัดการถวายพระเพลิง แล้วปรึกษากันว่าจักอภิเษกปาทัญชลีราชบุตรครองราชสมบัติ. แต่พระโพธิสัตว์กล่าวว่า พระกุมารนี้มีพระทัยโลเล เชื่องช้า พวกเราจักควรทูลองดูก่อน แล้วจึงจักอภิเษกพระกุมารนั้น. พวกอำมาตย์จึงเตรียมการตัดสินความให้พระกุมารประทับนั่งในที่ใกล้ ๆ เมื่อจะตัดสินคดี แกล้งตัดสินไม่ถูก. ตัดสินให้ผู้มีใช่เจ้าของเป็นเจ้าของแล้วทูลพระกุมารว่าข้าแต่พระกุมาร พวกข้าพระองค์ตัดสินความชอบธรรมหรือไฉน. พระกุมารเม้มพระโอฐ. พระโพธิสัตว์สำคัญว่า พระกุมารเห็นจะทรงเฉลียวฉลาด คงจักทราบว่าตัดสินไม่ชอบ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

ปาทัญชลีราชกุมารย่อมรุ่งเรืองกว่าเรา ทั้งหมด ด้วยพระปรีชาแน่นอน เมื่อเช่นนั้นทำไม จึงทรงเม้มพระโอฐอยู่เล่า จะทรงเห็นเหตุอื่นยิ่ง กว่านี้เป็นแน่.

ครั้นวันอื่นพวกอำมาตย์เหล่านั้นตระเตรียมการตัดสินความแล้ว ตัดสินความอีกเรื่องหนึ่งโดยชอบธรรม แล้วทูลถามว่าข้าแต่พระกุมาร ข้าพระองค์ตัดสินความถูกต้องแล้วหรือไฉนพระกุมารทรงเม้มพระโอฐอีกเหมือนอย่างเดิม. ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงทราบว่า พระกุมารนี้โง่เขลาจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ จะทรง ทราบสิ่งที่เป็นธรรม หรือไม่เป็นธรรม สิ่งที่เป็น ประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ก็หาไม่ได้ ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ นอกจากจะเม้ม พระโอฐแล้ว ย่อมไม่ทรงทราบเหตุการณ์สักนิด หนึ่งเลย.

พวกอำมาตย์รู้ว่า ปาทัญชลีราชกุมารทรงเหลวไหล จึงอภิเษกพระโพธิสัตว์ขึ้นครองราชสมบัติ.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. ปาทัญชลีราชกุมารในครั้งนั้น ได้เป็นพระโลฬุทายีในครั้งนี้ ส่วนอำมาตย์บัณฑิต คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาปาทัญชลิชาดกที่ ๗

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๕๑๐–๕๑๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๔ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๔ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๗ ปาทญฺชลิชาตกํ

อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โลฬุทายิตฺเถรํ ๑- อารพฺภ กเถสิ ฯ

เอกสฺมึ ทิวเส เทฺว มหาสาวกา ปญฺหํ วินิจฺฉินนฺติ ฯ ภิกฺขู ปญฺหํ สุณนฺตา เถเร ปสํสนฺติ ฯ โลฬุทายิตฺเถโร ปริสนฺตเร นิสินฺโน เอเต อมฺเหหิ สมํ กึ ชานนฺตีติ โอฏฺฐํ ภญฺชิ ฯ ตํ ทิสฺวา เถรา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกมึสุ ฯ ปริสา ภิชฺชิ ฯ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส โลฬุทายี เทฺว อคฺคสาวเก ครหิตฺวา โอฏฺฐํ ภญฺชตีติ ฯ สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ โลฬุทายี ฐเปตฺวา โอฏฺฐภญฺชนํ ตโต อุตฺตรึ อญฺญํ น ชานาตีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อตฺถธมฺมานุสาสโก อมจฺโจ อโหสิ ฯ รญฺโญ ปน ปาทญฺชลี นาม ปุตฺโต โลโล ๒- ทนฺธปริสกฺกโน อโหสิ ฯ อปรภาเค ราชา กาลมกาสิ ฯ อมจฺจา รญฺโญ มตกิจฺจานิ กตฺวา ตํ รชฺเช อภิสิญฺจิสฺสามาติ มนฺตยมานา ราชปุตฺตํ ปาทญฺชลินฺติ ๓- อาหํสุ ฯ โพธิสตฺโต ปน อยํ กุมาโร โลโล ทนฺธปริสกฺกโน, ปริคฺคหิตฺวา นํ อภิสิญฺจิสฺสามาติ อาห ฯ อมจฺจา วินิจฺฉยํ สชฺเชตฺวา กุมารํ สมีเป นิสีทาเปตฺวา อฏฺฏํ วินิจฺฉินนฺตา น สมฺมา วินิจฺฉินึสุ ฯ เต อสฺสามิกํ สามิกํ กตฺวา กุมารํ ปุจฺฉึสุ กีทิสํ กุมาร สุฏฺฐุ

@เชิงอรรถ: ๑ ลาฬุ...อิติปิ ฯ ป ฯ ๒ ลาโลติปิ ฯ ป ฯ ๓ ปาทญฺชลิกนฺติปิ ฯ วินิจฺฉินิมฺหาติ ฯ โส โอฏฺฐํ ภญฺชิ ฯ โพธิสตฺโต ปณฺฑิโต มญฺเญ กุมาโร, อสมฺมาวินิจฺฉิตภาโว เตน ญาโต ภวิสฺสตีติ มญฺญมาโน ปฐมํ คาถมาห

อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ ปญฺญาย อติโรจติ,

ตถา หิ โอฏฺฐํ ภญฺชติ อุตฺตรึ นูน ปสฺสตีติ ฯ

ตสฺสตฺโถ เอกํเสน ปาทญฺชลี กุมาโร สพฺเพ อมฺเห ปญฺญาย อติโรจติ ฯ ตถา หิ โอฏฺฐํ ภญฺชติ นูน อุตฺตรึ อญฺญํ การณํ ปสฺสตีติ ฯ

เต อปรสฺมึ ทิวเส วินิจฺฉยํ สชฺเชตฺวา อญฺญํ อฏฺฏํ สุฏฺฐุ วินิจฺฉินิตฺวา กีทิสํ เต เทว สุฏฺฐุ วินิจฺฉิตนฺติ ปุจฺฉึสุ ฯ โส ปุนปิ โอฏฺฐเมว ภญฺชิ ฯ อถสฺส อนฺธพาลภาวํ ญตฺวา โพธิสตฺโต ทุติยํ คาถมาห

นายํ ธมฺมํ อธมฺมํ วา อตฺถานตฺถญฺจ พุชฺฌติ,

อญฺญตฺร โอฏฺฐนิพฺโภคา นายํ ชานาติ กิญฺจนนฺติ ฯ

อมจฺจา ปาทญฺชลิกุมารสฺส โลลภาวํ ญตฺวา โพธิสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจึสุ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา ปาทญฺชลี โลฬุทายี อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมวาติ ฯ

ปาทญฺชลิชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๔๖. พาโลวาทชาดกชาดกถัดไป๒๔๘. กิงสุโกปมชาดก