ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ขุรัปปชาดก
ชาดกที่ ๒๖๕ · ติกนิบาตชาดก · ปทุมวรรค

ขุรัปปชาดก

ว่าด้วยถึงคราวกล้าควรกล้า

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๙๔ · บรรทัด ๒๑๕๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากขุรัปปชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้และความเพียรรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า ทิสฺวา ขุรปฺเป ดังนี้ความว่า พระศาสดาทรงตรัสกะภิกษุนั้นผู้ถูกนำมาในโรงธรรมสภาว่า ได้ยินว่า เธอสละความเพียรจริงหรือ เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอบวชในศาสนาอันเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์อย่างนี้ เพราะเหตุไรจึงละความเพียรเสีย โบราณกบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่สละความเพียร แม้ในฐานะไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลผู้รักษา แห่งหนึ่ง พอเจริญวัยมีบุรุษ ๕๐๐ เป็นบริวาร เป็นหัวหน้าคนทั้งปวง ในบรรดาคนผู้รักษาดง สำเร็จการอยู่ในบ้านแห่งหนึ่งที่ปากดง. ก็หัวหน้าผู้รักษาดงนั้นรับจ้างพาพวกมนุษย์ให้ข้ามดง. ครั้นวันหนึ่ง บุตรพ่อค้าชาวเมืองพาราณสีกับเกวียน ๕๐๐ เล่ม มาถึงบ้านนั้น เรียกหัวหน้าผู้รักษาดงนั้นมาพูดว่า ดูก่อนสหาย ท่านจงรับทรัพย์ ๑,๐๐๐ แล้วพาเราให้ข้ามพ้นดง. เขารับคำแล้วถือเอาทรัพย์ ๑,๐๐๐ จากมือของบุตรพ่อค้านั้น เมื่อรับค่าจ้างอย่างนี้ จะต้องสละชีวิตเพื่อบุตรพ่อค้านั้น. เขาพาบุตรพ่อค้านั้นเข้าดง. พวกโจร ๕๐๐ ซุ้มอยู่กลางดง. บุรุษที่เหลือพอแลเห็นพวกโจรเท่านั้นพากันนอนราบ. หัวหน้าผู้อารักขาคนเดียวเท่านั้นเปล่งสีหนาทวิ่งเข้าประหัตประหาร ให้พวกโจร๕๐๐ หนีไป. ให้บุตรพ่อค้าข้ามพ้นทางกันดารโดยปลอดภัย. ฝ่ายบุตรพ่อค้าให้หมู่เกวียนพักอยู่ในที่ห่างไกลทางกันดารแล้ว ให้หัวหน้าผู้อารักขาบริโภคโภชนะมีรสเลิศต่างๆ ส่วนตนเองบริโภคอาหารเช้าแล้วนั่งสบาย เจรจาอยู่กับหัวหน้าผู้อารักขานั้น เมื่อจะถามว่า ดูก่อนสหาย ในเวลาที่พวกโจรผู้ร้ายกาจเห็นปานนั้นจับอาวุธกรูเข้ามาเพราะเหตุไรหนอ แม้ความสดุ้งตกใจกลัวก็ไม่เกิดขึ้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า:-

เมื่อท่านเห็นพวภโจรยิ่งลูกธนูอันแหลมคม ถือดาบอันคมกล้าซึ่งขัดด้วยน้ำมันเมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เหตุไฉนหนอ ท่านจึงไม่มีความครั่นคร้าม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธนุเวคนุณฺเณ ได้แก่ ยิงไปด้วยกำลังลูกธนู. บทว่า ขคฺเค คหิเต ได้แก่ ถือดาบด้ามงาอย่างกระชับ. บทว่า มรเณ วิรุฬฺเห ได้แก่ เมื่อความตายปรากฏ. บทว่า กสฺมา น เต นาหุ ความว่า เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงไม่มีความสาดุ้งตกใจ. บทว่า ฉมฺภิตตฺตํ ได้แก่ ตัวสั่น. หัวหน้าผู้ทำหน้าที่อารักขาได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวคาถา ๒คาถานอกนี้ว่า :-

เมื่อเราเห็นพวกโจรยิ่งลูกธนูอันแหลมคม ถือดาบอันคมกล้าซึ่งขัดแล้วด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้วเรากลับได้ความยินดีและความโสมนัสมากยิ่ง. เรานั้นเกิดความยินดีและโสมนัสแล้วก็ครอบงำศัตรูทั้งหลายเสียได้ เพราะว่าชีวิตของเรา เราได้สละมาแต่ก่อนแล้ว ก็บุคคลผู้กล้าหาญ เมื่อทำความอาลัยในชีวิตอยู่ จะพึงกระทำกิจของตนผู้กล้าหาญในกาลบางคราวหาได้ไม่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวทํ อลตฺถํ คือกลับได้ความยินดีและโสมนัส. บทว่า วิปุลํ แปลว่า มาก. บทว่า อุฬารํ แปลว่า ยิ่ง. บทว่า อุชฺฌภวึ ได้แก่ บริจาคชีวิตครอบงำแล้ว. บทว่า ปุพฺเพว เม ชีวิตมาสิ จตฺตํ ความว่า เพราะว่าเราเมื่อรับค่าจ้างจากมือของท่านในตอนก่อนนั่นแล ได้สละชีวิตแล้ว. บทว่าน หิ ชีวิเต อาลยํ กุพฺพมาโน ความว่า บุคคลผู้กล้าหาญ เมื่อยังกระทำเสน่หา ความยินดีในชีวิตอยู่ จะพึงทำกิจของผู้กล้าหาญแม้ในกาลบางคราว หาได้ไม่. หัวหน้าผู้ทำหน้าที่อารักขานั้น ทำบุตรของพ่อค้าให้รู้ว่าตนได้ทำกิจของตนกล้าหาญแล้ว เพราะได้สละความยินดีในชีวิตซึ่งสละให้ไว้ในอำนาจของคนอื่น ได้ส่งบุตรพ่อค้าไปแล้ว กลับมายังบ้านของตนตามเดิม ทำบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น ไปตามยถากรรมแล้ว. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะแล้วทรงประชุมชาดก. ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้สละความเพียรดำรงอยู่ในพระอรหัต. ก็หัวหน้าคนทำการอารักขาในกาลนั้น คือเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาขุรัปปชาดกที่ ๕

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๑๒๓–๑๒๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ติกนิบาตชาดก · ๒๔ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๔ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

khurappajātakaṃ

disvā khurappeti idaṃ satthā jetavane viharanto ekaṃ osaṭṭhaviriyaṃ bhikkhuṃ ārabbha kathesi.

Taṃ hi satthā dhammasabhāyaṃ ānītaṃ saccaṃ kira tvaṃ osaṭṭhaviriyoti vatvā saccaṃ bhanteti vutte bhikkhu kasmā tvaṃ evaṃ niyyānike sāsane pabbajitvā viriyaṃ osajji porāṇakapaṇḍitā aniyyānikaṭṭhānepi viriyaṃ na osajjentīti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto Ekasmiṃ aṭavīārakkhikakule nibbattitvā vayappatto pañcapurisasataparivāro aṭavīārakkhikesu sabbajeṭṭhako hutvā aṭavīmukhe ekasmiṃ gāme vāsaṃ kappesi. So pana bhatiṃ gahetvā manusse aṭaviṃ atikkāmeti. Athekasmiṃ divase bārāṇaseko 1- satthavāhaputto pañcahi sakaṭasatehi taṃ gāmaṃ patvā taṃ pakkosāpetvā samma sahassaṃ gahetvā maṃ aṭaviṃ atikkāmehīti āha. So sādhūti sampaṭicchitvā tassa hatthato sahassaṃ gaṇhi bhatiṃ gaṇhantoyeva tassa jīvitaṃ pariccaji. So taṃ ādāya aṭaviṃ pāvisi. Aṭavīmajjhe pañcasatā corā uṭṭhahiṃsu. Core disvāva sesapurisā urena nipajjiṃsu. Ārakkhikajeṭṭhako ekova nadanto vagganto paharitvā pañcasatacore palāpetvā satthavāhaputtaṃ sotthinā kantāraṃ tāresi. Satthavāhaputto pana parakantāre satthaṃ nivesetvā ārakkhikajeṭṭhakaṃ nānaggarasabhojanaṃ bhojetvā sayampi bhuttapātarāso sukhanisinno tena saddhiṃ sallapanto samma tathādāruṇānaṃ nāma corānaṃ āvudhāni gahetvā avattharaṇakāle kena nukho kāraṇena cittutrāsamattampi na uppannanti pucchanto paṭhamaṃ gāthamāha

disvā khurappe dhanuveganuṇṇe 2-

khagge gahite tikkhiṇe teladhote

tasmiṃ bhayasmiṃ maraṇe viruḷhe

kasmā nu te nāhu chambhitattanti.

@Footnote: 1 bārāṇaseyyako. 2 dhanuveganunne.

Tattha dhanuveganuṇṇeti dhanuvegena visaṭṭhe. Khagge gahiteti tharudante suggahite khagge. Maraṇe viruḷheti maraṇe paccupaṭṭhite. Kasmā nu te nāhati kena nukho kāraṇena te nāhosi. Chambhitattanti sarīracalanaṃ.

Taṃ sutvā ārakkhikajeṭṭhako itarā dve gāthā abhāsi

disvā khurappe dhanuveganuṇṇe

khagge gahite tikkhiṇe teladhote

tasmiṃ bhayasmiṃ maraṇe viruḷhe

vedaṃ alatthaṃ vipulaṃ uḷāraṃ

so vedajāto ajjhabhaviṃ amitte

pubbeva me jīvitamāsi cattaṃ

na hi jīvite ālayaṃ kubbamāno

sūro kayirā sūrakiccaṃ kadācīti.

Tattha vedaṃ alatthanti tuṭṭhiñceva somanassañca paṭilabhiṃ. Vipulanti bahuṃ. Uḷāranti uttamaṃ. Ajjhabhavinti jīvitaṃ pariccajitvā abhibhaviṃ. Pubbeva me jīvitamāsi cattanti mayā hi pubbeva tava hatthato bhatiṃ gaṇhantena jīvitaṃ cattamāsi. Na hi jīvite ālayaṃ kubbamānoti jīvitasmiṃ sinehaṃ nikantiṃ kurumāno sūro sūrakiccaṃ kadācipi na hi karoti.

Evaṃ so paravase visajjante jīvite nikantiyā visaṭṭhattā attano sūrakiccassa katabhāvaṃ ñāpetvā satthavāhaputtaṃ uyyojetvā Sakagāmameva paccāgantvā dānādīni puññāni katvā yathākammaṃ gato.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā saccāni pakāsetvā jātakaṃ samodhānesi. Saccapariyosāne osaṭṭhaviriyo bhikkhu arahatte patiṭṭhahi. Tadā ārakkhikajeṭṭhako pana ahamevāti.

Khurappajātakaṃ pañcamaṃ

-------

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๖๔. มหาปนาทชาดกชาดกถัดไป๒๖๖. วาตัคคสินธวชาดก