ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. อุทปานทูสกชาดก
ชาดกที่ ๒๗๑ · ติกนิบาตชาดก · อุทปานทูสกวรรค

อุทปานทูสกชาดก

ว่าด้วยการขี้เยี่ยวลงบ่อน้ำเป็นธรรมดาของหมาจิ้งจอก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๔๑๒ · บรรทัด ๒๒๓๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากอุทปานทูสกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปนมฤคทายวัน ทรงปรารภสุนัขจิ้งจอกซึ่งทำลายบ่อน้ำตัวหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้มีคำเริ่มต้นว่า อารญฺกสฺส อิสิโน ดังนี้. ได้ยินว่า สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งทำลายบ่อน้ำของภิกษุสงฆ์แล้วหลบหนีไป. ครั้นวันหนึ่ง. สามเณรทั้งหลายเอาก้อนดินปาสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นซึ่งมาใกล้บ่อน้ำให้ได้รับความลำบาก. จำเดิมแต่นั้นสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นแม้จะหวลกลับมายังที่นั้นอีกก็ไม่แลดู. ภิกษุทั้งหลายทราบเหตุดังนั้น จึงนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย ได้ยินว่า สุนัขจิ้งจอกตัวที่ทำลายบ่อน้ำ จำเดิมแต่พวกสามเณรทำให้ลำบากแม้จะกลับมาอีกก็ไม่มองดู. พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนึ่งประชุมกันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่าภิกษุทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกตัวนี้ประทุษร้ายบ่อน้ำ ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็ได้เป็นผู้ประทุษร้ายบ่อน้ำเหมือนกัน แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ในเมืองพาราณสี ป่าอิสิปนะนี้แล ได้มีบ่อน้ำนี้แหละ. ในกาลนั้น พระโพธิสัตว์บังเกิดในเรือนของตระกูลในเมืองพาราณสี พอเจริญวัยก็บวชเป็นฤๅษี แวดล้อมด้วยหมู่ฤๅษีสำเร็จการในป่าอิสิปตนะ. ก็ในกาลนั้น สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งประทุษร้ายบ่อน้ำนี้นั่นแหละแล้วหลบหนีไป. ครั้นวันหนึ่ง ดาบสทั้งหลายล้อมสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นไว้จับมันได้ด้วยอุบายอย่างหนึ่ง จึงนำไปยังสำนักของพระโพธิสัตว์. พระโพธิสัตว์เมื่อจะเจรจาปราศรัยกับสุนัขจิ้งจอกนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :ดูก่อนสหาย ทำไมท่านจึงถ่ายมูตรและคูถรดบ่อน้ำที่ทำโดยยาก ของฤๅษีผู้อยู่ป่า ผู้แสวงที่ตบะอยู่ตลอดกาลนาน. เนื้อความของคาถานั้นว่า ดูก่อนสุนัขจิ้งจอกผู้สหาย ทำไมคือเพื่อประโยชน์อะไร ท่านจึงถ่ายคือถมทับ ประทุษร้ายด้วยมูตรและกรีษ ซึ่งบ่อน้ำที่ทำได้โดยยาก คือที่ให้สำเร็จได้โดยยากลำบากของท่านผู้ชื่อว่าอยู่ป่า เพราะความเป็นผู้อยู่ในป่าซึ่งได้นามว่าฤๅษี เพราะความเป็นผู้แสวงหาคุณ ชื่อว่าผู้มีตบะ เพราะอาศัยตบะอยู่ตลอดกาลนาน อธิบายว่า ทำไม ท่านจึงถ่าย คือทำมูตรและกรีษให้ตกลงไปในบ่อน้ำนี้. สุนัขจิ้งจอกได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :พวกเราดื่มกินน้ำ ณ ที่ใดแล้ว ย่อมถ่ายอุจจาระปัสสาวะลงในที่นั้น นั่นเป็นธรรมดาของสุนัขจิ้งจอกทั้งหลาย ทั้งเป็นธรรมดาของบิดามารดาแต่ปู่ย่าตายาย ท่านไม่ควรจะยกโทษธรรมดาอันนั้นของพวกเราเลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอส ธมฺโม ได้แก่ นั่นเป็นสภาวะ. ด้วย บทว่า ยํ ปิวิตฺวา โอหทามเส นี้ท่านแสดงความว่าดูก่อนสหาย พวกเราดื่มน้ำในที่ใดย่อมถ่ายอุจจาระรดบ้าง ปัสสาวะรดบ้าง เฉพาะที่นั้นเอง นี่เป็นธรรมดาของพวกเราผู้เป็นสุนัขจิ้งจอก. บทว่า ปิตุปิตามหํ ความว่า นี้เป็นธรรมดาของบิดามารดา และของปู่ย่าตายายของเราทั้งหลาย. บทว่า น ตํ อุชฺฌาตุมรหสิ ความว่า ท่านไม่ควรยกโทษธรรมดา คือสภาวะนั้น ซึ่งมีมาโดยประเพณีของพวกเรา คือท่านไม่ควรโกรธในข้อนี้. พระโพธิสัตว์จึงกล่าวคาถาที่ ๓ แก่สุนัขจิ้งจอกนั้นว่า :อาการเช่นนี้เป็นธรรมดาของพวกท่าน อนึ่ง อาการเช่นไรไม่เป็นธรรมดาของพวกท่าน ขอพวกเราอย่าได้เห็นธรรมดาหรือมิใช่ธรรมดาของพวกท่านในกาลไหน ๆ อีกเลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มา โว ความว่า ในกาลไหน ๆขอให้พวกเราอย่าได้เป็นธรรมดาหรือมิใช่ธรรมดาของพวกท่านเลย. พระมหาสัตว์ให้โอวาทแก่สุนัขจิ้งจอกนั้นอย่างนี้แล้วกล่าวว่าเจ้าอย่ามาอีกต่อไป. จำเดิมแต่นั้น สุนัขจิ้งจอกนั้นแม้จะกลับมาอีกก็ไม่มองดู. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะทั้ง ๔ แล้วทรงประชุมชาดกว่า สุนัขจิ้งจอกตัวที่ประทุษร้ายบ่อน้ำในกาลนั้น ได้เป็นสุนัขจิ้งจอกตัวนี้เอง ส่วนพระดาบสผู้เป็นครูของคณะดาบาสในครั้งนั้น คือเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาอุทปานทูสกชาดกที่ ๑

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๑๖๓–๑๖๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ติกนิบาตชาดก · ๑๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Udapānavaggavaṇṇanā

udapānadūsakajātakaṃ

āraññakassa isinoti idaṃ satthā isipatane viharanto ekaṃ udapānadūsakaṃ sigālaṃ ārabbha kathesi.

Eko kira sigālo bhikkhusaṅghassa udapānaṃ uccārapassāvakaraṇena dūsetvā pakkāmi. Atha naṃ ekadivasaṃ udapānasamīpaṃ āgataṃ sāmaṇerā leḍḍūhi paharitvā kilamesuṃ. So tato paṭṭhāya taṃ ṭhānaṃ puna nivattetvāpi na olokesi. Bhikkhū taṃ pavuttiṃ ñatvā dhammasabhāyaṃ kathaṃ samuṭṭhāpesuṃ āvuso udapānadūsakasigālo kira sāmaṇerehi kilamitakālato paṭṭhāya puna nivattetvāpi na olokesīti. Satthā āgantvā kāyanuttha bhikkhave etarahi kathāya sannisinnāti pucchitvā imāya nāmāti vutte na bhikkhave idāneva ayaṃ udapānadūsako pubbepi udapānadūsakoyevāti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ idameva isipatanaṃ ayameva udapāno ahosi. Tadā bodhisatto bārāṇasiyaṃ kulaghare nibbattitvā vayappatto isipabbajjaṃ pabbajitvā isigaṇaparivuto isipatane vāsaṃ kappesi. Tadā eko ca sigālo idameva udapānaṃ dūsetvā pakkamati. Atha naṃ ekadivasaṃ tāpasā parivāretvā ekena upāyena taṃ gahetvā bodhisattassa santikaṃ nayiṃsu. Bodhisatto sigālena saddhiṃ sallapanto Paṭhamaṃ gāthamāha

āraññakassa isino ciraṃ rattaṃ tapassino

kicchākataṃ udapānaṃ kathaṃ samma apāhasīti.

Tassattho araññe vasanatāya āraññakassa esitaguṇattā isino ciraṃ rattaṃ tapaṃ nissāya vuṭṭhattā tapassino kicchākataṃ kicchena dukkhena niṭṭhāpitaṃ udapānaṃ kathaṃ kimatthāya samma sigāla tvaṃ apāhasi muttakarīsena ajjhotthari dūsesi tvaṃ kiṃ muttakarīsaṃ ettha apāhasi pātesīti.

Taṃ sutvā sigālo dutiyaṃ gāthamāha

esa dhammo sigālānaṃ yaṃ pivitvā ohadāmase

pitupitāmahaṃ dhammo na taṃ ujjhātumarahasīti.

Tattha esa dhammoti esa sabhāvo. Yaṃ pivitvā ohadāmaseti samma yaṃ mayaṃ yattha pānīyaṃ pivāma tameva ūhadāmapi omuttemapi esa amhākaṃ sigālānaṃ dhammoti dasseti. Pitupitāmahanti pitūnañca pitāmahānañca no esa dhammo. Na taṃ ujjhātumarahasīti taṃ etaṃ amhākaṃ paveṇiyā āgataṃ dhammaṃ sabhāvaṃ tvaṃ ujjhāyituṃ nārahasi na yuttaṃ vo ettha kujjhitunti.

Athassa bodhisatto tatiyaṃ gāthamāha

yesaṃ vo ediso dhammo adhammo pana kīdiso

mā vo dhammaṃ adhammaṃ vā addasāma kudācananti.

Tattha mā voti tumhākaṃ dhammaṃ vā adhammaṃ vā mayaṃ mā Kadāci addasāmāti.

Evaṃ mahāsatto tassa ovādaṃ datvā mā puna āgaccheyyāsīti āha. So tato paṭṭhāya puna nivattetvāpi na olokesi.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā saccāni pakāsetvā jātakaṃ samodhānesi tadā udapānadūsako ayameva sigālo ahosi gaṇasatthā pana ahamevāti.

Udapānadūsakajātakaṃ paṭhamaṃ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๗๐. อุลูกชาดกชาดกถัดไป๒๗๒. พยัคฆชาดก