ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. อรัญญชาดก
ชาดกที่ ๓๔๘ · จตุกกนิบาตชาดก · จุลลกุณาลวรรค

อรัญญชาดก

ว่าด้วยการเลือกคบคน

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๖๙๐ · บรรทัด ๓๒๘๓ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากอรัญญชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประโยคทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการประเล้าประโยคโลมของกุมาริกาอ้วนคนหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อรญฺา คามมาคมฺม ดังนี้. เรื่องปัจจุบันจักมีแจ้งในจุลลนารทกัสสปชาดก. ส่วนเรื่องในอดีตมีดังต่อไปนี้. ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ เจริญวัยแล้วเรียนศิลปศาสตร์ในเมืองตักกศิลาแล้ว เมื่อภรรยาถึงแก่กรรมแล้วได้พาบุตรไปบวชเป็นฤๅษีอยู่ในหิมวันตประเทศ ให้บุตรอยู่ในอาศรมบท. ส่วนตนไปเพื่อต้องการผลาผล. ครั้งนั้น เมื่อพวกโจรปล้นปัจจันตคามแล้วพาพวกเชลยไป กุมาริกาคนหนึ่งหนีไปถึงอาศรมบทนั้น ประเล้าประโลมดาบสกุมารให้ถึงศีลวินาศแล้วกล่าวว่ามาเถิด พวกเราพากันไป. ดาบสกุมารกล่าวว่า จงรอให้บิดาของเรามาก่อน เราพบบิดาแล้วจักไป. กุมาริกากล่าวว่าถ้าอย่างนั้น ท่านพบบิดาแล้วจงมา แล้วได้ออกไปนั่งอยู่ที่ระหว่างทาง. เมื่อบิดามาแล้วดาบสกุมาร จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :ข้าแต่พ่อ ฉันออกจากป่าไปสู่บ้านแล้วจะพึงคบคนที่มีศีลอย่างไร มีวัตรอย่างไรฉันถามแล้ว ขอท่านจงบอกข้อนั้นแก่ฉันด้วย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อรญฺา คามมาคมฺม ความว่าข้าแต่พ่อ ฉันจากป่านี้ไปยังถิ่นมนุษย์ เพื่อจะอยู่ ถึงบ้านที่อยู่แล้วจะกระทำอะไร. ลำดับนั้น บิดาเมื่อจะให้โอวาทแก่บุตรนั้น จึงกล่าวคาถา๓ คาถาว่า :ลูกเอ๋ย ผู้ใดพึงคุ้นเคยกะเจ้าก็ดี พึงอดทนความคุ้นเคยของเจ้าได้ก็ดี เชื่อถือคำพูดของเจ้าก็ดี งดโทษให้เจ้าก็ดี เจ้าไปจากที่นี้แล้วจึงคบหาผู้นั้นเถิด. ผู้ใดไม่มีกรรมชั่วด้วยกาย วาจาและใจ เจ้าไปจากที่นี้แล้วจงคบหาผู้นั้น ทำตนให้เหมือนบุตรผู้เกิดจากอกของผู้นั้นเถิด. ลูกเอ๋ย คนที่มีจิตเหมือนน้ำย้อมขมิ้นมีจิตกลับกลอก รักง่ายหน่ายเร็ว เจ้าอย่าคบที่คนเช่นนั้นเลย ถึงหากว่าพื้นชมพูทวีปทั้งสิ้นจะไม่มีมนุษย์ก็ตาม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โย ตํ วิสฺสาสเย ความว่าบุรุษใดพึงคุ้นเคย คือ ไม่รังเกียจเจ้า. บทว่า วิสฺสาสญฺจ ขเมยฺย เตความว่า อนึ่ง บุคคลใดพึงคุ้นเคยแก่เจ้าซึ่งเจ้ากระทำตน ไม่รังเกียจ อดทนความคุ้นเคยนั้นได้. บทว่า สุสฺสูสี ความว่า อนึ่งบุคคลใดต้องการฟังคำกล่าวด้วยความคุ้นเคยของเจ้า. บทว่า ติติกฺขี ความว่า อนึ่ง บุคคลใดอดกลั้นความผิดที่เจ้ากระทำได้. บทว่า ตํ ภเชหิ ความว่า เจ้าพึงคบคือพึงเข้าไปนั่งใกล้บุรุษนั้น. บทว่าโอรสีว ปติฏฺาย ความว่า บุตรผู้เกิดแต่อกเจริญเติบโตอยู่ในอ้อมอกของบุคคลนั้น ฉันใดเจ้าพึงเป็นเสมือนบุตรผู้ตั้งอยู่ในอ้อมอกเช่นนั้น พึงคบหาบุรุษเห็นปานนั้น ฉันนั้น. บทว่า หลิทฺทราคํ ได้แก่ ผู้มีจิตไม่มั่นคงดุจย้อมด้วยขมิ้น. บทว่า กปิจิตฺตํ ได้แก่ชื่อว่ามีจิตเหมือนลิง เพราะเปลี่ยนแปลงเร็ว. บทว่า ราควิราคินํ ได้แก่ มีสภาพรักและหน่ายโดยชั่วครู่เท่านั้น. บทว่า นิมฺมนุสฺสมฺปิ เจ สิยา ความว่า พื้นชมพูทวีปทั้งสิ้น ชื่อว่าพึงปราศจากมนุษย์เพราะไม่มีมนุษย์ผู้เว้นจากกายทุจริตเป็นต้น แม้ถึงเช่นนั้น เจ้าอย่าได้ซ่องเสพคนผู้มีจิตใจเบาเช่นนั้นเลย จงค้นหาถิ่นมนุษย์แม้ทั่ว ๆ ไปแล้วซ่องเสพคนผู้สมบูรณ์ด้วยคุณดังกล่าวในหนหลังเถิด. ดาบสกุมารได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า ข้าแต่บิดา ฉันจักได้บุคคลผู้ประกอบด้วยคุณเหล่านี้ ณ ที่ไหน ? ฉันจะไม่ไป จักอยู่ในสำนักของท่านบิดาเท่านั้น ครั้นกล่าวแล้วก็หวนกลับมา. ลำดับนั้นบิดาจึงได้บอกกสิณบริกรรมแก่ดาบสกุมารนั้น. ดาบสทั้งสอง มีฌานไม่เสื่อมได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า. พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า บุตรและกุมาริกาในครั้งนั้นได้เป็นคนเหล่านี้ ส่วนดาบสผู้บิดาในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาอรัญญชาดกที่ ๘

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๖๙๔–๖๙๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

จตุกกนิบาตชาดก · ๑๗ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรญฺญชาตกํ

อรญฺญา คามมาคมฺมาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ถูลกุมาริกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ ฯ วตฺถุ จุลฺลนารทกสฺสปชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป ภริยาย กาลกตาย ปุตฺตํ คเหตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺเต วสนฺโต ปุตฺตํ อสฺสมปเท ฐเปตฺวา ผลาผลตฺถาย คจฺฉติ ฯ ตทา โจเรสุ ปจฺจนฺตคามํ ปหริตฺวา กรมเร คเหตฺวา คจฺฉนฺเตสุ เอกา กุมาริกา ปลายิตฺวา ตํ อสฺสมปทํ ปตฺตา ตาปสกุมารํ ปโลเภตฺวา สีลวินาสํ ปาเปตฺวา เอหิ คจฺฉามาติ อาห ฯ ปิตา ตาว เม อาคจฺฉตุ ตํ ปสฺสิตฺวา คมิสฺสามีติ ฯ เตนหิ ทิสฺวา อาคจฺฉาติ นิกฺขมิตฺวา อนฺตรามคฺเค นิสีทิ ฯ ตาปสกุมาโร ปิตริ อาคเต ปฐมํ คาถมาห

อรญฺญา คามมาคมฺม กึสีลํ กึวตํ อหํ

ปุริสํ ตาต เสเวยฺยํ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโตติ ฯ

ตตฺถ อรญฺญา คามมาคมฺมาติ ตาต อหํ อิโต อรญฺญโต มนุสฺสปถํ วสนตฺถาย คโต วสนคามํ ปตฺวา กึ กโรมีติ ฯ

อถสฺส ปิตา โอวาทํ ททนฺโต ติสฺโส คาถา อาห

โย ตํ วิสฺสาสเย ตาต วิสฺสาสญฺจ ขเมยฺย เต

สุสฺสูสี จ ติติกฺขี จ ตํ ภเชหิ อิโต คโต

ยสฺส กาเยน วาจาย มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ

โอรสีว ปติฏฺฐาย ตํ ภเชหิ อิโต คโต

หลิทฺทราคํ กปิจิตฺตํ ปุริสํ ราควิราคินํ

ตาทิสํ ตาต มา เสวิ นิมฺมนุสมฺปิ เจ สิยาติ ฯ

ตตฺถ โย ตํ วิสฺสาสเยติ โย ปุริโส ตํ วิสฺสาเสยฺย น ปริสงฺเกยฺย ฯ วิสฺสาสญฺจ ขเมยฺย เตติ โย จ อตฺตนิ กยิรมานํ ตว วิสฺสาสมฺปตฺโต นิราสงฺโก ตํ ขเมยฺย ฯ สุสฺสูสีติ โย จ ตว วิสฺสาสวจนํ โสตุํ อิจฺฉติ ฯ ติติกฺขีติ โย จ ตยา กตํ อปราธํ ขมติ ฯ ตํ ภเชหีติ ตํ ปุริสํ ภเชยฺยาสิ ปยิรุปาเสยฺยาสิ ฯ โอรสีว ปติฏฺฐายาติ ยถา ตสฺส อุรสิ ปติฏฺฐาย วฑฺฒิโต โอรสปุตฺโต ตฺวํ ตาทิโส อุรสิ ปติฏฺฐิตปุตฺโต วิย หุตฺวา เอวรูปํ ปุริสํ ภเชยฺยาสีติ อตฺโถ ฯ หลิทฺทราคนฺติ หลิทฺทราคสทิสํ อถิรจิตฺตํ ฯ กปิจิตฺตนฺติ ลหุปริวตฺติตาย มกฺกฏจิตฺตํ ฯ ราควิราคินนฺติ มุหุตฺเตเนว รชฺชนวิรชฺชนสภาวํ ฯ นิมฺมนุสฺสมฺปิ เจ สิยาติ สกลชมฺพูทีปตลํ กายทุจฺจริตาทิรหิตสฺส มนุสฺสสฺส อภาเวน นิมฺมนุสฺสํ สิยา ตถาปิ ตาทิสํ ลหุจิตฺตํ มา เสวิ สพฺพมฺปิ มนุสฺสปถํ วิจินิตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตคุณสมฺปนฺนเมว ปุริสํ เสเวยฺยาสีติ อตฺโถ ฯ

ตํ สุตฺวา ตาปสกุมาโร อหํ ตาต อิเมหิ คุเณหิ สมนฺนาคตํ ปุริสํ กตฺถ ลภิสฺสามิ น คจฺฉามิ ตุมฺหากํเยว สนฺติเก วสิสฺสามีติ วตฺวา นิวตฺติ ฯ อถสฺส ปิตา กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ ฯ อุโภปิ อปริหีนชฺฌานา พฺรหฺมโลกปรายนา อเหสุํ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ปุตฺโต จ กุมาริกา จ เอเตเยว อเหสุํ ปิตา ตาปโส ปน อหเมวาติ ฯ

อรญฺญชาตกํ อฏฺฐมํ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๔๗. อยกูฏชาดกชาดกถัดไป๓๔๙. สันธิเภทชาดก