ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. อัฏฐสัททชาดก
ชาดกที่ ๔๑๘ · อัฏฐกนิบาตชาดก · กัจจานิวรรค

อัฏฐสัททชาดก

ว่าด้วยนิพพาน

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๑๒๙ · บรรทัด ๔๘๒๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากอัฏฐสัททชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

แม้พระโพธิสัตว์แสดงธรรมแก่พระราชาแล้วกล่าวสอนว่า ขอพระราชาจงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิดดังนี้ แล้วเข้าป่าหิมพานต์เจริญพรหมวิหาร ไม่เสื่อมจากฌาน มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

พระบรมศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่า มหาบพิตร อันตรายไร ๆ จะมีแก่พระองค์ เพราะทรงสดับเสียงนั้นหามิได้ พระองค์จงงดการบูชายัญนั้นเสีย จงประทานชีวิตแก่มหาชนดังนี้แล้วให้พระราชาทรงบำเพ็ญชีวิตทาน ให้ตีกลองประกาศให้มาฟังธรรมทั่วพระนคร แล้วทรงแสดงธรรมประชุมชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้นได้เป็นพระอานนท์ มาณพได้เป็นพระสารีบุตร พระดาบสได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาอัฏฐสัททชาดกที่ ๒

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๔๗๑–๔๘๔ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

อัฏฐกนิบาตชาดก · ๘ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[1129]

Idaṃ pure ninnamāhu bahumacchaṃ mahodakaṃ āvāso bakarājassa pettikaṃ bhavanaṃ mama tyajja bhiṅgena 1- yāpema okaṃ na vijjahāmase 2-

[1130]

Ko dutiyaṃ asīlissa bandhurassakkhi bhejjati 3- ko me putte kulāvakaṃ mañca sotthiṃ karissati.

[1131]

Sabbā parikkhatā pheggu yāva tassā gatī ahu khīṇabhakkho mahārāja sāre na ramatī ghuṇo.

[1132]

Sā nūnāhaṃ ito gantvā rañño muttā nivesanā attānaṃ ramayissāmi dumasākhāniketinī 4- .

[1133]

So nūnāhaṃ ito gantvā rañño mutto nivesanā aggodakāni pivissāmi yūthassa purato vajaṃ.

[1134]

Taṃ maṃ kāmehi sammattaṃ rattaṃ kāmesu mucchitaṃ ānayī bharato luddho 5- bāhiko bhaddamatthu te.

[1135]

Andhakāratimisāyaṃ tuṅge upari pabbate @Footnote: 1 Sī. Ma. bhekena . 2 Ma. vajahāmase . 3 Ma. bandharassakkhi bhecchati. @ 4 Ma. dumasākhaniketinī . 5 Ma. sabbatla luddo. Sā maṃ saṇhena mudunā mā pādaṃ khaṇiyasmani 1- .

[1136]

Asaṃsayaṃ jātikhayantadassī na gabbhaseyyaṃ punarāvaṭissaṃ 2- ayamantimā pacchimagabbhaseyyā 3- khīṇo me saṃsāro punabbhavāyāti. Aṭṭhasaddajātakaṃ dutiyaṃ.

ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๑๑๒๙

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๑๗. กัจจานิชาดกชาดกถัดไป๔๑๙. สุลสาชาดก