ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สมุททวาณิชชาดก
ชาดกที่ ๔๖๖ · ทวาทสนิบาตชาดก

สมุททวาณิชชาดก

ว่าด้วยพ่อค้าทางสมุทร

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๖๒๕ · บรรทัด ๖๔๔๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสมุททวาณิชชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

ก็แลครั้นกล่าวเช่นนี้แล้ว กล่าวต่อไปว่า พ่อเอย พวกเราต้องทำตามคำของเทพบุตรทั้งสอง พวกเราพึงเตรียมเรือไว้ แต่นั้นถ้าคำของเทพบุตรองค์ก่อนจักเป็นจริง พวกเราก็พากันขึ้นเรือหนีไป ครั้นคำของเทพบุตรอีกองค์หนึ่งจักเป็นจริง พวกเราก็จอดเรือไว้ข้างหนึ่ง คงอยู่ในเกาะนี้สืบไป ครั้นช่างไม้ผู้บัณฑิตกล่าวอย่างนี้ ช่างไม้ผู้พาลกล่าวว่า พ่อเอย ท่านเห็นจระเข้ในโอ่งน้ำ ช่างหลับตาเสียนานเหลือเกิน เทพบุตรองค์แรกพูดด้วยความเคียดแค้นในพวกเรา องค์หลังพูดด้วยความรัก พวกเราจักพากันทอดทิ้งเกาะอันประเสริฐปานฉะนี้นี่ไปไหนกันเล่า ก็ถ้าท่านอยากจะไป ก็จงควบคุมคนของท่านทำเรือเถิด พวกข้าพเจ้าไม่มีเรื่องที่จะใช้เรือ ช่างไม้บัณฑิตชวนบริษัทของตนเตรียมเรือ บรรทุกเครื่องอุปกรณ์พร้อมสรรพ พร้อมทั้งบริษัทพักอยู่ในเรือ ต่อจากวันนั้นถึงวันเพ็ญ พอเวลาดวงจันทร์ขึ้น คลื่นก็ซัดขึ้นจากท้องทะเล มีประมาณเพียงเข่า ซัดไปล้างเกาะ ผู้บัณฑิตทราบความคะนองแห่งท้องทะเล ก็ปล่อยเรือแต่ครอบครัวทั้ง ๕๐๐ ซึ่งเป็นพวกช่างไม้พาล ต่างนั่งพูดกันเรื่อยไปว่า คลื่นจากท้องทะเลซัดสาดมาเพื่อจะล้างเกาะ เพียงนี้เท่านั้น ต่อจากนั้นคลื่นในท้องทะเลก็ซัดสาดมาสู่เกาะน้อยเพียงเอว เพียงชั่วคน เพียงชั่วลำตาล บัณฑิตผู้ไม่ติดในรสเพราะเป็นผู้ฉลาดในอุบาย ไปได้โดยสวัสดี ช่างไม้ผู้พาลไม่มองดูภัยในภายหน้า เพราะหมกมุ่นในรสถึงความพินาศพร้อมกับครอบครัวทั้ง ๕๐๐ เเล.

อนุสาสนีต่อจากนี้ เป็นพระอภิสัมพุทธคาถา ๓ พระคาถาส่องความนั้นดังต่อไปนี้

กุลบุตรผู้มีปัญญากว้างขวาง แทงตลอดประโยชน์ในอนาคตแล้ว ย่อมไม่ให้ประโยชน์นั้นผ่านพ้น ไปแม้แต่น้อย เหมือนพวกพ่อค้าเหล่านั้น พากันไป ในท่ามกลางทะเลโดยสวัสดี ด้วยกรรมของตน. ส่วนพวกคนพาลมัวหมกมุ่นอยู่ในรสด้วยโมหะ ไม่แทงตลอดประโยชน์อันเป็นอนาคต เมื่อความต้อง การเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ย่อมพากันล่มจม เหมือนมนุษย์ เหล่านั้นพากันล่มจมในท่ามกลางทะเล ฉะนั้น. ชนผู้เป็นบัณฑิตพึงรีบทำกิจที่ควรทำก่อนเสีย ทีเดียว อย่าให้กิจที่ต้องทำเบียดเบียนตัวได้ ในเวลา ที่ต้องการ กิจนั้นไม่เบียดเบียนบุคคลผู้รีบทำกิจที่ควร ทำเช่นนั้น ในเวลาที่ต้องการ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สกมฺเมน ความว่า ด้วยกรรมของตนที่กระทำเสร็จไว้ก่อน เพราะเห็นภัยในอนาคต. บทว่า โสตฺถิ วหึสุ ความว่าพากันไปโดยความเกษม. บทว่า วาณิชา ได้แก่ กล่าวถึงพ่อค้าโดยภาวะที่ท่องเที่ยวไปในท่ามกลางสมุทร. บทว่า ปฏิวิชฺฌิยานํ ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีปัญญากว้างขวางในโลกนี้ ยังทราบปรุโปร่งถึงประโยชน์ภายหน้าอันจะพึงทำไว้ก่อน ย่อมไม่ทำประโยชน์ของตน แม้มีประมาณน้อยให้คลาดไป ผ่านไป คือเสื่อมไป. บทว่า อปฺปฏิวิชฺฌิตฺวา ความว่าคนพาลไม่หยั่งทราบปรุโปร่งถึงประโยชน์ คือไม่กระทำกิจที่ควรทำที่เสร็จก่อนทีเดียว. บทว่า ปจฺจุปฺปนฺนํ ความว่า เมื่อใดกิจอนาคตนั้น บังเกิดเป็นความต้องการขึ้น เมื่อนั้นย่อมพากันล่มจม ในเมื่อเกิดความต้องการขึ้นในปัจจุบัน คือย่อมไม่ได้ที่พึ่งแก่ตน พากันถึงความพินาศ เหมือนพวกคนอันช่างไม้พาลเหล่านั้น ที่พากันล่มจมในสมุทรฉะนั้น. บทว่า อนาคตํ ความว่าภิกษุทั้งหลาย บุรุษบัณฑิต พึงเตรียมกระทำ คือพึงทำก่อนทีเดียว ซึ่งกิจอนาคตที่ต้องทำก่อน จะเป็นกิจอำนวยผลภายหน้า หรือกิจอำนวยผลปัจจุบันก็ตามที เพราะเหตุไรเล่า เพราะอย่าให้กิจเบียดเบียนเราได้ในคราวต้องการด้วยว่ากิจที่ต้องกระทำให้เสร็จก่อน เมื่อไม่ทำไว้ก่อน ตอนที่ถึงความเป็นปัจจุบันในภายหลัง ย่อมเบียดเบียน ด้วยการเบียดเบียนกายจิต ในเวลาที่ตนต้องการได้เหตุนั้น บัณฑิตพึงกระทำกิจนั้นก่อนทีเดียว. บทว่า ตํ ตาทิสํ คือ ที่ทำไว้เสร็จถึงความเป็นปัจจุบันในภายหลัง ย่อมไม่เบียดเบียนบีบคั้นบุรุษผู้ดำรงอยู่อย่างนั้น. บทว่า ปฏิกตกิจฺจการึ คือผู้รีบรัดทำกิจที่ควรทำทันที. บทว่า ตํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล ความว่า กิจอนาคตที่จะต้องทำ ถึงความเป็นปัจจุบันในภายหลัง ในเวลาที่กายและจิตอาพาธ ย่อมไม่เบียดเบียนบุรุษเช่นนั้น. เพราะเหตุไร ? เพราะกระทำกิจเสร็จไว้ก่อนนั่นแล.

พระศาสดา ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน เทวทัตมัวเกี่ยวเกาะสุขปัจจุบันไม่มองดูภัยในอนาคต ถึงความพินาศพร้อมทั้งบริษัท ทรงประชุมชาดกว่าช่างไม้ผู้พาลในครั้งนั้น ได้มาเป็นเทวัตผู้ติดสุขในปัจจุบัน เทพบุตรผู้ไม่ดำรงธรรมที่สถิต ณ ภาคใต้ ได้มาเป็นโกกาลิกะ เทพบุตรผู้ทรงธรรมที่สถิตทางทิศเหนือ ได้มาเป็นพระสารีบุตร ส่วนช่างผู้เป็นบัณฑิตได้มาเป็นเราตถาคตแล.

จบอรรถกถาสมุททวาณิชชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๑๓๓–๑๔๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทวาทสนิบาตชาดก · ๗๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๗๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๓ สมุทฺทวาณิชชาตกํ ฯ

กสนฺติ วปนฺติ เต ชนาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส ปญฺจกุลสตานิ คเหตฺวา นิรเย ปวิฏฺฐภาวํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส หิ อคฺคสาวเกสุ ปริสํ คเหตฺวา ปกฺกนฺเตสุ โสกํ สณฺฐาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อุณฺหโลหิเต มุขโต นิกฺขมนฺเต พลวเวทนาปีฬิโต ตถาคตสฺส คุณํ อนุสฺสริตฺวา อหเมว ตถาคตสฺส อนตฺถํ จินฺเตสึ สตฺถุ ปน มยิ ปาปจิตฺตํนาม นตฺถิ อสีติมหาเถรานํปิ มยิ อาฆาโตนาม นตฺถิ มยากตกมฺเมน อหเมว อิทานิ อนาโถ ชาโต สตฺถาราปิมฺหิ วิสฺสฏฺโฐ มหาเถเรหิปิ ญาติเสฏฺเฐน ราหุลเถเรนปิ สากฺยราชกุเลหิปิ คนฺตฺวา สตฺถารํ ขมาเปสฺสามีติ ปริสาย สญฺญํ ทตฺวา อตฺตานํ มญฺจเกน คาหาเปตฺวา รตฺตึ รตฺตึ คจฺฉนฺโต โกสลรฏฺฐํ สมฺปาปุณิ ฯ อานนฺทตฺเถโร สตฺถุ อาโรเจสิ เทวทตฺโต กิร ภนฺเต ตุมฺเห ขมาเปตุํ อาคจฺฉตีติ ฯ อานนฺท เทวทตฺโต มม ทสฺสนํ น ลภิสฺสตีติ ฯ อถ ตสฺมึ สาวตฺถีนครทฺวารํ สมฺปตฺเต ปุน เถโร อาโรเจสิ ฯ ภควาปิ ตเถว อวจสิ ฯ ตสฺส เชตวนทฺวาเร เชตวนโปกฺขรณีสมีปํ อาคตสฺส ปาปํ มตฺถกํ ปาปุณิ ฯ สรีเร ฑาโห อุปฺปชฺชิ ฯ นฺหาตฺวา ปานียํ ปิวิตุกาโม หุตฺวา มญฺจกา มํ อาวุโส โอตาเรถ ปานียํ ปิวิสฺสามีติ อาห ฯ ตสฺส โอตาเรตฺวา ภูมิยํ ฐปิตมตฺตสฺเสว จิตฺตสฺสาเท อลทฺเธเยว มหาปฐวี วิวรํ อทาสิ ฯ ตาวเทว นํ อวีจิโต อคฺคิชาลา อุฏฺฐาย ปริกฺขิปิตฺวา คณฺหิ ฯ โส ปาปกมฺมํ เม มตฺถกํ ปตฺตนฺติ ตถาคตสฺส คุเณ อนุสฺสริตฺวา

อิเมหิ อฏฺฐีหิ ตํ อคฺคปุคฺคลํ

เทวาติเทวํ นรทมฺมสารถึ

สมนฺตจกฺขุํ สตปุญฺญลกฺขณํ

ปาเณหิ พุทฺธํ สรณํ อุเปมีติ ฯ อิมาย คาถาย สรเณ ปติฏฺฐหนฺโต อวีจิปรายโน อโหสิ ฯ ตสฺส ปน ปญฺจ อุปฏฺฐากกุลสตานิ อเหสุํ ฯ ตานิปิ ตสฺส ปกฺขิกานิ หุตฺวา ทสพลํ อกฺโกสิตฺวา อวีจิมฺหิเยว นิพฺพตฺตึสุ ฯ เอวํ โส ปญฺจ กุลสตานิ คณฺหิตฺวา อวีจิมฺหิ ปติฏฺฐิโต ฯ อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส เทวทตฺโต ปาโป ลาภสกฺการคิทฺธตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธ อฏฺฐานโกปํ พนฺธิตฺวา อนาคตภยํ อโนโลเกตฺวา ปญฺจหิ กุลสเตหิ สทฺธึ อวีจิปรายโน ชาโตติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมายนามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว เทวทตฺโต ลาภสกฺการคิทฺโธ หุตฺวา อนาคตภยํ น โอโลเกสิ ปุพฺเพปิ อนาคตภยํ อโนโลเกตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนสุขคเวสเนน สทฺธึ ปริสาย มหาวินาสํ ปตฺโตติ วตฺวา อตีตํ อาหริ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พาราณสิโต อวิทูเร กุลสหสฺสนิวาโส มหาวฑฺฒกีคาโม อโหสิ ฯ ตตฺถ วฑฺฒกี ตุมฺหากํ มญฺจํ กริสฺสาม ปีฐํ กริสฺสาม เคหํ กริสฺสามาติ วตฺวา มนุสฺสานํ หตฺถโต พหุอิณํ คณฺหิตฺวา กิญฺจิ กาตุํ นาสกฺขึสุ ฯ มนุสฺสา ทิฏฺฐทิฏฺเฐ วฑฺฒกี โจเทนฺติ ปลิพุทฺธนฺติ ฯ เต อิณายเกหิ ชเนหิ อุปทฺทูตา สุขํ วสิตุํ อสกฺโกนฺตา วิเทสํ คนฺตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสิสฺสามาติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา รุกฺเข ฉินฺทิตฺวา มหตึ นาวํ พนฺธิตฺวา นทึ โอตาเรตฺวา อาหริตฺวา คามโต คาวุตอฑฺฒโยชนมตฺเต ฐาเน ฐเปตฺวา อฑฺฒรตฺติสมเย คามํ อาคนฺตฺวา ปุตฺตทารํ อาทาย นาวฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตํ นาวํ อภิรุยฺห อนุกฺกเมน มหาสมุทฺทํ ปวิสิตฺวา วาตวเสน วิจรนฺตา สมุทฺทมชฺเฌ เอกํ ทีปกํ สมฺปาปุณึสุ ฯ ตสฺมึ ปน ทีปเก สยํ ชาตสาลิอุจฺฉุกทฺทลิอมฺพชมฺพูปนสตาล นาฬิเกราทีนิ วิวิธานิ ผลาผลานิ อตฺถิ ฯ อญฺญตโรปิ ภินฺนนาโว ปุริโส ปฐมตรํ ตํ ทีปกํ ปตฺวา สาลิภตฺตํ ภุญฺชมาโน อุจฺฉุอาทีนิ ขาทมาโน ถูลสรีโร นคฺโค ปรุฬฺหเกสมสฺสุ ตสฺมึ ทีปเก ปฏิวสติ ฯ อถ เตปิ วฑฺฒกี จินฺตยึสุ สเจ อยํ ทีปโก รกฺขสปริคฺคหิโต ภวิสฺสติ สพฺเพปิ วินาสํ ปาปุณิสฺสาม ปริคณฺหิสฺสาม ตาว นนฺติ ฯ อถ สตฺตฏฺฐ ปุริสา สุรา พลวนฺโต สนฺนทฺธปญฺจาวุธา หุตฺวา โอตริตฺวา ทีปกํ ปริคณฺหึสุ ฯ ตสฺมึ ขเณ โส ปุริโส ภุตฺตปาตราโส อุจฺฉุรสํ ปิวิตฺวา สุขปฺปตฺโต รมฺมณีเย ปเทเส รชฏปฏฺฏสทิเส วาลุกตเล สีตาย ฉายาย อุตฺตานโก นิปชฺชิตฺวา ชมฺพูทีปวาสิโน กสนฺตา วปนฺตา เอวรูปํ สุขํ น ลภนฺติ ชมฺพูทีปโต มยฺหํ อยเมว ทีปโก วรตโรติ คายมาโน อุทานํ อุทาเนสิ ฯ อถ สตฺถา ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ภิกฺขเว โส ปุริโส อิมํ อุทานํ อุทาเนสีติ ทสฺเสนฺโต ปฐมํ คาถมาห

กสนฺติ วปนฺติ เต ชนา

มนุชา กมฺมผลูปชีวิโน

นยิมสฺส ทีปกสฺส ภาคิโน

ชมฺพูทีปา อิทํ เม วรนฺติ ฯ

ตตฺถ เต ชนาติ ชมฺพูทีปวาสิโน ชนา ฯ กมฺมผลูปชีวิโนติ นานากมฺมานํ ผลูปชีวิโน สตฺตา ฯ

อถ เต ทีปกํ ปริคณฺหมานา ปุริสา ตสฺส คีตสทฺทํ สุตฺวา มนุสฺสสทฺโท วิย สุยฺยติ ชานิสฺสาม นนฺติ สทฺทานุสาเรน คนฺตฺวา ตํ ปุริสํ ทิสฺวา ยกฺโข ภวิสฺสตีติ ภีตา สเร สนฺนหึสุ ฯ โสปิ เต ทิสฺวา อตฺตโน วธภเยน นาหํ สามิ ยกฺโข ปุริโสมฺหิ ชีวิตทานํ เม เทถาติ ยาจนฺโต ปุริสานาม ตุมฺหาทิสา นคฺคา น โหนฺตีติ วุตฺเต ปุนปฺปุนํ ยาจิตฺวา มนุสฺสภาวํ ญาเปสิ ฯ เต ตํ ปุริสํ อุปสงฺกมิตฺวา สมฺโมทนียํ กถํ กตฺวา ตสฺส ตตฺถ อาคตนิยามํ ปุจฺฉึสุ ฯ โสปิ เตสํ สพฺพํ กเถตฺวา ตุมฺเห อตฺตโน ปุญฺญสมฺปตฺติยา อิธาคตา อยํ อุตฺตมทีโป น เหตฺถ สหตฺเถน กมฺมํ กตฺวา ชีวนฺติ สยํ ชาตสาลิโนเจว อุจฺฉุอาทีนญฺเจตฺถ อนฺโต นตฺถีติ อนุกฺกณฺฐา วสถาติ อาห ฯ อิธ ปน วสนฺตานํ อมฺหากํ อญฺโญปิ ปริปนฺโถ นตฺถีติ ฯ อญฺญํ ภยํ เอตฺถ นตฺถิ อยํ ปน อมนุสฺสปริคฺคหิโต อมนุสฺสา ตุมฺหากํ อุจฺจารปสฺสาวํ ทิสฺวา กุชฺเฌยฺยุํ ตสฺมา ตํ กโรนฺตา วาลุกํ วิยูหิตฺวา วาลุกาย ปฏิจฺฉาเทยฺยาถ เอตฺตกํ อิธ ภยํ อญฺญํ นตฺถิ นิจฺจํ อปฺปมตฺตา ภเวยฺยาถาติ ฯ เต ตตฺถ วาสํ อุปกปฺเปสุํ ฯ ตสฺมึ ปน กุลสหสฺเส ปญฺจนฺนํ ปญฺจนฺนํ กุลสตานํ เชฏฺฐกา เทฺว วฑฺฒกี อเหสุํ ฯ เตสุ เอโก พาโล อโหสิ รสคิทฺโธ เอโก ปณฺฑิโต รเสสุ อคิทฺโธ ฯ อปรภาเค สพฺเพปิ เต ตตฺถ สุขํ วสนฺตา ถูลสรีรา หุตฺวา จินฺตยึสุ จิรํ วต โน สูรา อุจฺฉุรเสน เมรยํ กตฺวา ปิวิสฺสามาติ ฯ เต เมรยํ กาเรตฺวา ปิวิตฺวา มตฺตวเสน คายนฺตา นจฺจนฺตา กีฬนฺตา ปมตฺตา ตตฺถ อุจฺจารปสฺสาวํ กตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา ทีปกํ ชิคุจฺฉํ ปฏิกูลํ กรึสุ ฯ เทวตา อิเม อมฺหากํ กีฬามณฺฑลํ ปฏิกูลํ กโรนฺตีติ กุชฺฌิตฺวา สมุทฺทํ อุตฺตราเปตฺวา ทีปกโสธนํ กริสฺสามาติ จินฺเตตฺวา อยํ กาฬปกฺโข อชฺช อมฺหากํ สมาคโม จ ภินฺโน อิโตทานิ ปณฺณรสเม ทิวเส ปุณฺณมุโปสถทิวเส จนฺทสฺส อุคฺคมนเวลาย สมุทฺทํ อุพฺพตฺเตตฺวา สพฺเพปิเม ฆาเตสฺสามาติ ทิวสํ ฐปยึสุ ฯ อถ เนสํ อนฺตเร เอโก ธมฺมิโก เทวปุตฺโต มา อิเม มม ปสฺสนฺตสฺเสว นสฺสนฺตูติ อนุกมฺปาย เตสุ สายมาสํ ภุญฺชิตฺวา ฆรทฺวาเร สุขกถาย นิสินฺเนสุ สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโต สกลทีปกํ เอโกภาสํ กตฺวา อุตฺตราย ทิสาย อากาเส ฐตฺวา อมฺโภ วฑฺฒกี เทวตา ตุมฺหากํ กุทฺธา อิมสฺมึ ฐาเน มา วสิตฺถ อิโต อฑฺฒมาสจฺจเยน หิ เทวตา สมุทฺทํ อุพฺพตฺเตตฺวา สพฺเพว ตุมฺเห ฆาเตสฺสนฺติ อิโต นิกฺขมิตฺวา ปลายถาติ ทุติยํ คาถมาห

ติปญฺจรตฺตูปคตมฺหิ จนฺเท

เวโค มหา เหสฺสติ สาครสฺส

อุปาวสํ ทีปมิมํ อุฬารํ

มา โว วธิ คจฺฉถ เลณมญฺญนฺติ ฯ

ตตฺถ อุปาวสนฺติ อิมํ ทีปํ อุปาวสนฺโต อุลฺโลเลนฺโต ภวิสฺสติ ฯ มา โววธีติ โส สาครเวโค ตุมฺเห มา วธิ ฯ

อิติ โส เตสํ โอวาทํ ทตฺวา อตฺตโน ฐานเมว คโต ฯ ตสฺมึ คเต อปโร สาหสิโก กกฺขโล เทวปุตฺโต อิเม อิมสฺส วจนํ คเหตฺวา ปลาเปยฺยุํ อหํ เนสํ คมนํ นิวาเรตฺวา สพฺเพปิ มหาวินาสํ ปาเปสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ทิพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต สกลคามํ เอโกภาสํ กโรนฺโต อาคนฺตฺวา ทกฺขิณทิสาย อากาเส ฐตฺวา เอโก เทวปุตฺโต อิธาคโตติ ปุจฺฉิตฺวา อาคโตติ วุตฺเต โส โว กึ กเถสีติ วตฺวา อิทํนาม สามีติ วุตฺเต โส ตุมฺหากํ อิธ นิวาสํ น อิจฺฉติ โรเสน กเถติ ตุมฺเห อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา อิเธว วสถาติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ

น ชาตยํ สาครวาริเวโค

อุปาวสํ ทีปมิมํ อุฬารํ

ตํ เม นิมิตฺเตหิ พหูหิ ทิฏฺฐํ

มา เภถ กึ โสจถ ปโมทถ โว

ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ

ปตตฺถ อาวาสมิมํ อุฬารํ

น โว ภยํ ปฏิปสฺสามิ กิญฺจิ

อาปุตฺตปุตฺเตหิ ปโมทถวฺโหติ ฯ

ตตฺถ น ชาตยนฺติ น ชาตุ อยํ ฯ มาเภถาติ มา ภายิตฺถ ฯ ปโมทถวฺโหติ ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา โหถ ฯ อาปุตฺตปุตฺเตหีติ ยาว ปุตฺตานํปิ ปุตฺเตหิ ปโมทถ นตฺถิ โว อิมสฺมึ ฐาเน ภยนฺติ ฯ

เอวํ โส อิมาหิ ทฺวีหิ คาถาหิ เต อสฺสาเสตฺวา ปกฺกามิ ฯ ตสฺส ปกฺกนฺตกาเล ธมฺมิกเทวปุตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา อนาทิยนฺโต พาลวฑฺฒกี สุณนฺตุ เม โภนฺโต วจนนฺติ เสสวฑฺฒกี อามนฺเตตฺวา ปญฺจมํ คาถมาห

โย เต อยํ ทกฺขิณสฺสํ ทิสายํ

เขมํ ปฏิกฺโกสติ ตสฺส สจฺจํ

น อุตฺตโร เวทิ ภยาภยสฺส

มา เภถ กึ โสจถ โมทถวฺโหติ ฯ

ตตฺถ ทกฺขิณสฺสนฺติ ทกฺขิณายํ อยเมว วา ปาโฐ ฯ

ตํ สุตฺวา รสคิทฺธา ปญฺจสตวฑฺฒกี ตสฺส พาลสฺส วจนํ อาทยึสุ ฯ อิตโร ปน ปณฺฑิตวฑฺฒกี ตํ วจนํ อนาทิยนฺโต เต วฑฺฒกี อามนฺเตตฺวา จตสฺโส คาถา อภาสิ

ยถา อิเม วิปฺปวทนฺติ ยกฺขา

เอโก ภยํ สํสติ เขมเมโก

ตทิงฺฆ มยฺหํ วจนํ สุณาถ

ขิปฺปํ ลหุํ มา วินสฺสิมฺห สพฺเพ ฯ

สพฺเพ สมาคมฺม กโรม นาวํ

โทณึ ทฬฺหํ สพฺพยนฺตูปปนฺนํ

สเจ อยํ ทกฺขิโณ สจฺจมาห

โมฆํ ปฏิกฺโกสติ อุตฺตโรยํ ฯ

สาเจว โน โหหีติ อาปทตฺถา

อิมญฺจ ทีปํ น ปริจฺจเชม

สเจ จ โข อุตฺตโร สจฺจมาห

โมฆํ ปฏิกฺโกสติ ทกฺขิณายํ ฯ

ตเมว นาวํ อภิรุยฺห สพฺเพ

เอวํ มยํ โสตฺถิตเรมุปารํ

น เว สุคณฺหํ ปฐเมน เสฏฺฐํ

กนิฏฺฐมาปาถคตํ คเหตฺวา ฯ

โย จีธ มชฺฌํ ปวิเจยฺย คณฺหํ

สเว นโร เสฏฺฐมุเปติ ฐานนฺติ ฯ

ตตฺถ วิปฺปวทนฺตีติ อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธํ วทนฺติ ฯ ลหุนฺติ ปุริมสฺส อตฺถทีปนํ ฯ โทณินฺติ คมฺภีรํ มหานาวํ ฯ สพฺพยนฺตูปปนฺนนฺติ สพฺเพหิ ถิยาริตฺตาทีหิ ยนฺเตหิ อุปปนฺนํ ฯ สา เจว โน โหหีติ อาปทตฺถาติ สา จ โน นาวา ปจฺฉาปิ อุปฺปนฺนาย อาปทาย อนตฺถา ภวิสฺสติ อิมญฺจ ทีปํ น ปริจฺจชิสฺสาม ฯ ตเรมูติ ตเรยฺยาม ฯ น เว สุคณฺหนฺติ น เว เอกนฺเตน สุเขน คณฺหิตพฺพํ ฯ เสฏฺฐนฺติ อุตฺตมํ ตถํ สจฺจํ ฯ กนิฏฺฐนฺติ ปฐมวจนํ อุปาทาย ปจฺฉิมวจนํ กนิฏฺฐํนาม ฯ อิธาปิ น เว สุคณฺหนฺติ อนุวตฺตเนว ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ อมฺโภ วฑฺฒกี เยน เกนจิ ปฐเมน วุตฺตํ วจนํ อิทเมว เสฏฺฐํ ตถํ สจฺจนฺติ น สุเขน คณฺหิตพฺพเมว ฯ ยถา จ ตํ เอวํ กนิฏฺฐํ ปจฺฉา วุตฺตวจนํปิ หิ อิทเมว เสฏฺฐํ ตถํ สจฺจนฺติ น คณฺหิตพฺพํ ฯ ยํ ปน โสตวิสยอาปาถคตํ โหติ ตํ อาปาถคตํ คเหตฺวา อิธ ปณฺฑิตปุริโส ปุริมญฺจ ปจฺฉิมญฺจ วจนํ ปวิเจยฺยํ วิจินิตฺวา ตีเรตฺวา อุปปริกฺขิตฺวา มชฺฌํ คณฺหติ ฯ ยํ ตถํ สจฺจํ สภาวภูตํ ตเมว ปจฺจกฺขํ กตฺวา คณฺหติ ฯ สเว นโร เสฏฺฐมุเปติ ฐานนฺติ โส อุตฺตมํ ฐานํ อุเปติ อธิคจฺฉติ วินฺทติ ปฏิลภตีติ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา อาห อมฺโภ มยํ ทฺวินฺนํ เทวปุตฺตานํ วจนํ กริสฺสาม นาวํ ตาว สชฺเชยฺยาม ตโต สเจ ปฐมสฺส วจนํ สจฺจํ ภวิสฺสติ ตํ อภิรูหิตฺวา ปลายิสฺสาม อถ อิตรสฺส วจนํ สจฺจํ ภวิสฺสติ นาวํ เอกมนฺตํ ฐเปตฺวา อิเธว วสิสฺสามาติ ฯ เอวํ วุตฺเต พาลวฑฺฒกี อมฺโภ ตฺวํ อุทกปาติยํ สุํสุมารํ ปสฺสสิ อติวิย ทีฆสุตฺโตสิ ปฐโม เทวปุตฺโต อมฺเหสุ โรเสน กเถสิ ปจฺฉิโม สิเนเหน อิมํ เอวรูปํ วรทีปํ ปหาย กุหึ คจฺฉิสฺสาม สเจ ปน ตฺวํ คนฺตุกาโม ตว ปริสํ คณฺหิตฺวา นาวํ กโรหิ อมฺหากํ นาวาย กิจฺจํ นตฺถีติ อาห ฯ ปณฺฑิโต อตฺตโน ปริสํ คเหตฺวา นาวํ สชฺเชตฺวา สพฺพูปกรณานิ อาโรเปตฺวา สปริโส นาวาย อฏฺฐาสิ ฯ ตโต ปุณฺณมีทิวเส จนฺทุคฺคมนเวลาย สมุทฺทโต อุมฺมิ อุตฺตริตฺวา ชาณุปฺปมาณา หุตฺวา ทีปกํ โธวนตฺถา คตา ฯ ปณฺฑิโต สมุทฺทสฺส อุตฺตรณภาวํ ญตฺวา นาวํ วิสชฺเชสิ ฯ พาลวฑฺฒกีปกฺขิกานิ ปญฺจกุลสตานิ สมุทฺทโต อุมฺมิ ทีปโธวนตฺถาย อาคตา เอตฺตกเมว เอตฺตกเมวาติ กเถนฺตาว นิสีทึสุ ฯ ตโต กฏิปฺปมาณา ปุริสปฺปมาณา ตาลปฺปมาณาติ สาครอุมฺมิ ทีปกมฺปิ วหมานา อาคจฺฉติ ฯ ปณฺฑิโต อุปายกุสลตาย รเส อลคฺโค โสตฺถินา คโต ฯ พาลวฑฺฒกี รสคิทฺเธน อนาคตภยํ อโนโลเกตฺวา ปญฺจหิ กุลสเตหิ สทฺธึ วินาสํ ปตฺโต ฯ

อิโต ปรานุสาสนี ตมตฺถํ ทีปยมานา ติสฺโส อภิสมฺพุทฺธคาถาโย โหนฺติ ฯ

ยถาปิ เต สาครวาริมชฺเฌ

สกมฺมุนา โสตฺถิ วหึสุ วาณิชา

อนาคตตฺถํ ปฏิวิชฺฌิยานํ

อปฺปํปิ นาจฺเจติ จ ภูริปญฺโญ ฯ

พาลา จ โมเหน รสานุคิทฺธา

อนาคตํ อปฺปฏิวิชฺฌิยตฺถํ

ปจฺจุปฺปนฺเน สีทนฺติ อตฺถชาเต

สมุทฺทมชฺเฌ ยถา เต มนุสฺสา ฯ

อนาคตํ ปฏิกยิราถ กิจฺจํ

มา มํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสิ

ตํ ตาทิสํ ปฏิกตกิจฺจการึ

น ตํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสีติ ฯ

ตตฺถ สกมฺมุนาติ อนาคตภยํ ทิสฺวา ปุเรตรํ กเตน อตฺตโน กมฺเมน ฯ โสตฺถิ วหึสูติ เขเมน คมึสุ ฯ วาณิชาติ สมุทฺเท วิจรณภาเวน วฑฺฒกี วุตฺตา ฯ ปฏิวิชฺฌิยานนฺติ เอวํ ภิกฺขเว ปฐมตรํ กตฺตพฺพํ อนาคตํ อตฺถํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา อิธ โลเก ภูริปญฺโญ กุลปุตฺโต อปฺปมตฺตกํปิ อตฺตโน อตฺถํ นาจฺเจติ นาติวตฺตติ น หาเปตีติ อตฺโถ ฯ อปฺปฏิวิชฺฌิยตฺถนฺติ อปฺปฏิวิชฺฌิตฺวา อตฺถํ ปฐมเมว กตฺตพฺพํ อกตฺวาติ อตฺโถ ฯ ปจฺจุปฺปนฺเนติ ยทา ตํ อนาคตํ อตฺถชาตํ อุปฺปชฺชติ ตทา ตสฺมึ ปจฺจุปฺปนฺเน สีทนฺติ อตฺถชาเต อตฺตโน ปติฏฺฐํ น ลภนฺติ สมุทฺเท เต พาลวฑฺฒกี มนุสฺสา วิย วินาสํ ปาปุณนฺติ ฯ อนาคตนฺติ ภิกฺขเว ปณฺฑิตปุริโส อนาคตํ ปฐมตรํ กตฺตพฺพํ กิจฺจํ สมฺปรายิกํ วา ทิฏฺฐธมฺมิกํ วา ปฏิกยิราถ ปุเรตรเมว กเรยฺย ฯ กึการณา ฯ มา มํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยาเธสีติ ปุเร กตฺตพฺพํ หิ ปุเร อกยิรมานํ ปจฺฉา ปจฺจุปฺปนฺนภาวปฺปตฺตํ อตฺตโน กิจฺจกาเล กายจิตฺตาพาเธน พฺยาเธสีติ ปฐมเมว นํ ปณฺฑิโต กเรยฺย ฯ ตํ ตาทิสนฺติ ตถา สณฺฐิตํ ปุริสํ ฯ ปฏิกตกิจฺจการินฺติ ปฏิกิจฺเจว กตฺตพฺพกิจฺจการินํ ฯ ตํ กิจฺจํ กิจฺจกาเลติ อนาคตํ กิจฺจํ กยิรมานํ ปจฺฉา ปจฺจุปฺปนฺนภาวปฺปตฺตํ อตฺตโน กิจฺจกาเล กายจิตฺตาพาธกาเล ตาทิสํ ปุริสํ น พฺยาเธติ น พาธตีติ ฯ กสฺมา ฯ ปุเรเยว กตตฺตาติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต ปจฺจุปฺปนฺนสุเข ลคฺโค อนาคตํ ภยํ อโนโลเกตฺวา สปริโส วินาสํ ปตฺโตติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา พาลวฑฺฒกี เทวทตฺโต ปจฺจุปฺปนฺนสุเข ลคฺโค อโหสิ ทกฺขิณทิสาย ฐิโต อธมฺมิกเทวปุตฺโต โกกาลิโก อุตฺตรทิสาย ฐิโต ธมฺมิกเทวปุตฺโต สารีปุตฺโต ปณฺฑิตวฑฺฒกี ปน อหเมวาติ ฯ

สมุทฺทวาณิชชาตกํ ตติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๐

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๖๕. ภัททสาลชาดกชาดกถัดไป๔๖๗. กามชาดก