ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. หังสชาดก
ชาดกที่ ๕๐๒ · วิสตินิบาตชาดก

หังสชาดก

ว่าด้วยหงส์สุมุขะผู้ภักดี

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๒๔ · บรรทัด ๘๔๐๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากหังสชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วินเยน วา ได้แก่อาจาระ. มรรยาท. บทว่า ปจฺฉา กุรุเต โยคํ ความว่า หากว่ากุลบุตรใดไม่ทำการประกอบคือความเพียรในการศึกษาศิลปวิทยาที่ควรศึกษา ในเวลาที่ยังเป็นเด็ก ทำการศึกษาต่อภายหลังคือเมื่อเวลาแก่ กุลบุตรเห็นปานนี้นั้น ย่อมจมลงในทุกข์หรืออันตรายเห็นปานนั้นในภายหลัง คือไม่สามารถเพื่อจะช่วยเหลือตนเองได้. บทว่า ตสฺส สํหีรปญฺสฺส ความว่า เพราะกุลบุตรนั้นไม่ได้รับการศึกษาแต่นั้น (ความเสื่อมโภคสมบัติจึงเกิด) แก่เขาผู้มีปัญญาไม่แน่นอน มีความรู้ไม่มั่นคง. บทว่า วิวโร ได้แก่ ช่องคือความเสื่อมแห่งโภคสมบัติเป็นต้น. บทว่า รตฺติมนฺโธ ได้แก่ ความมืดบอดในราตรี. ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้ความมืดในราตรี คือความมืดบอดในราตรี ย่อมเห็นได้แต่รูปหยาบ ๆ อย่างเดียว โดยแสงพระจันทร์เป็นต้นในราตรี ไม่สามารถจะเห็นรูปละเอียด ๆ ได้ฉันใด กุลบุตรผู้ไม่ได้รับการศึกษา มีปัญญาง่อนแง่นฉันนั้น เมื่อภัยอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่สามารถจะเห็นกิจการอันละเอียดสุขุมได้ เห็นได้เฉพาะกิจการที่หยาบๆ ฉะนั้น เพราะฉะนั้นควรที่จะโปรดให้พระโอรสทั้งหลายของพระองค์ เล่าเรียนศึกษา ในเวลาที่พระโอรสยังทรงพระเยาว์ทีเดียว.

บทว่า อสาเร ได้แก่ ในเวทสมัยอันติดต่อในโลก อันไร้สาระ. บทว่า สารโยคฺญู ความว่า สำคัญว่า ลัทธิสมัยนี้ประกอบด้วยสาระ. บทว่า มตึ นเตฺวว วินฺทติ ความว่า แม้จะศึกษามากมาย ย่อมไม่ได้ปัญญาความรอบรู้เลย. บทว่า คิริทุคฺคสฺมึ ความว่า เปรียบเหมือนกวางเดินทางมาสู่สถานที่อยู่ของตน สำคัญที่อันไม่ราบเรียบว่าราบเรียบ วิ่งโลดโผนไปในซอกผาโดยกำลังเร็ว ย่อมตกห้วงเหวจมลงไปในระหว่าง หาถึงที่อยู่ไม่ ฉันใดกุลบุตรผู้เห็นปานนี้นั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน เล่าเรียนลัทธิพระเวทย์อันเนื่องในโลกอันไร้สาระด้วยความสำคัญว่าเป็นสาระ ย่อมจะถึงความพินาศใหญ่ เพราะฉะนั้น พระองค์โปรดให้พระโอรสทั้งหลายของพระองค์ศึกษาประกอบในกิจทั้งหลายอันเนื่องด้วยประโยชน์ นำความเจริญมาให้.

บทว่า นิเส อคฺคีว ความว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า คนเราแม้จะเกิดในกำเนิดต่ำทราม แต่เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ มีความขยันหมั่นเพียรเป็นต้นย่อมสว่างไสวได้เหมือนกองไฟ ในราตรีฉะนั้น. บทว่า เอตํ เว ความว่าพระองค์โปรดทำการเปรียบเทียบความมืดในราตรี กับกองไฟที่ข้าพเจ้ากราบทูลมา แล้วให้โอรสทั้งหลายของพระองค์ดำรงอยู่ในวิชาความรู้ คือ โปรดให้ประกอบในสิกขาทั้งหลาย อันควรแก่การศึกษาเถิด เพราะกุลบุตรผู้ประกอบด้วยวิชาอย่างนี้แล้ว เป็นผู้มีปัญญาเครื่องทรงจำ ย่อมงอกงาม คือเจริญด้วยเกียรติยศและโภคสมบัติ เหมือนพืชย่อมงอกงามขึ้นในนาอันดีทั้งหลาย เพราะน้ำฝนฉะนั้น.

พระมหาสัตว์แสดงธรรมถวายพระราชาอยู่อย่างนี้จนตลอดคืนยังรุ่งความแพ้พระครรภ์ของพระเทวีก็สงบระงับ. ในเวลารุ่งอรุณนั้นเอง พระมหาสัตว์ ให้พระราชาดำรงอยู่ในศีล ถวายโอวาทด้วยอัปปมาทกถา แล้วทูลลาออกไปสู่จิตตกูฏบรรพตนั่นแหละ โดยสีหบัญชรด้านทิศอุดร พร้อมกับหงส์สุมุขเสนาบดี.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลายแม้ในกาลก่อน อานนท์นี้ ก็ได้สละชีวิตเพื่อประโยชน์แก่เราอย่างนี้เหมือนกันแล้วทรงประชุมชาดกว่า นายพรานในครั้งนั้นได้มาเป็นพระฉันนะ พระราชาได้มาเป็นพระสารีบุตร พระเทวี ได้มาเป็นนางเขมาภิกษุณี หมู่หงส์ได้มาเป็นหมู่ศากยราช หงส์สุมุขเสนาบดี ได้มาเป็นพระอานนท์ส่วนพญาหงส์ ได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาหังสชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๑๑๔–๑๒๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

วิสตินิบาตชาดก · ๘๐ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๘๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

หํสชาตกํ

เอเต หํสา ปกฺกมนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรสฺส ชีวิตปริจฺจาคเมว อารพฺภ กเถสิ ฯ

ตทาปิ หิ ธมฺมสภายํ เถรสฺส คุณกถํ กเถนฺเตสุ ภิกฺขูสุ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ อานนฺเทน มมตฺถาย ชีวิตํ ปริจฺจตฺตเมวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พหุปุตฺตโก นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ เขมา นาม เทวี ตสฺส อคฺคมเหสี อโหสิ ฯ ตทา มหาสตฺโต สุวณฺณหํสโยนิยํ นิพฺพตฺเตตฺวา นวุติหํสสหสฺสปริวุโต จิตฺตกูเฏ วสติ ฯ ตทาปิ เทวี วุตฺตนเยเนว สุปินํ ทิสฺวา รญฺโญ สุวณฺณวณฺณสฺส หํสสฺส ธมฺมเทสนาสวนญฺจ โทหลญฺจ อาโรเจสิ ฯ ราชาปิ ปุจฺฉิตฺวา สุวณฺณหํสา นาม อตฺถีติ จิตฺตกูเฏ ปพฺพเต วสนฺตีติ จ สุตฺวา เขมํ นาม สรํ กาเรตฺวา นานปฺปการานิ นิวาปธญฺญานิ โรเปตฺวา จตูสุ กณฺเณสุ เทวสิกํ อภยโฆสนํ โฆสาเปสิ เอกญฺจ ลุทฺทปุตฺตํ หํสานํ คหณตฺถาย ปโยเชสิ ฯ ตสฺส ปโยชิตากาโร จ เตน ตตฺถ สกุณานํ อุปปริกฺขิตภาโว จ สุวณฺณหํสานํ อาคตกาเล รญฺโญ อาโรเจตฺวา ปาสานํ โอฑฺฑิตนิยาโม จ มหาสตฺตสฺส ปาเส พนฺธนิยาโม จ สุมุขสฺส หํสเสนาปติโน ตีสุ หํสฆฏาสุ อาหิณฺฑิตฺวา ตํ อทิสฺวา นิวตฺตนญฺจ สพฺพํ มหาหํสชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ อิธาปิ มหาสตฺโต ยฏฺฐิปาเส พชฺฌิตฺวา ปาสยฏฺฐิยํ โอลมฺพนฺโตเยว คีวํ ปสาเรตฺวา หํสานํ คตมคฺคํ โอโลเกนฺโต สุมุขํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อาคตกาเล นํ วีมํสิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ตสฺมึ อาคเต ติสฺโส คาถา อภาสิ

เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา

หริตจา เหมวณฺณา กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ

โอหาย มํ ญาติคณา เอกํ ปาสวสํ คตํ

อนเปกฺขมานา คจฺฉนฺติ กึ เอโก อวหียสิ ฯ

ปเตว ปตตํ เสฏฺฐ นตฺถิ พนฺเธ สหายตา

มา อนีฆาย หาเปสิ กามํ สุมุข ปกฺกมาติ ฯ

ตตฺถ ภยเมริตาติ ภเยน อิริตา ภยตชฺชิตา ภยจลิตา จ ฯ หริตจา เหมวณฺณาติ ทฺวีหิปิ วจเนหิ ตเมวาลปติ ฯ กามนฺติ สุวณฺณวณณ สุนฺทรมุข เอกํเสน ปกฺกมาหิเยว กินฺเต อิธาคมเนนาติ วทติ ฯ โอหายาติ มํ ชหิตฺวา อุปฺปติตฺวา ฯ อนเปกฺขมานาติ เตปิ มม ญาติกา มยิ อนเปกฺขมานาว คจฺฉนฺติ ฯ ปเตวาติ อุปฺปเตว ฯ มา อนีฆายาติ อิโต คนฺตฺวา ปตฺตพฺพาย นิทฺทุกฺขภาวาย วิริยํ มา หาเปสิ ฯ

ตโต สุมุโข ปงฺกปิฏฺเฐ นิสีทิตฺวา คาถมาห

นาหํ ทุกฺขปเรโตปิ ธตรฏฺฐ ตุวํ ชเห

ชีวิตํ มรณํ วา เม ตยา สทฺธึ ภวิสฺสตีติ ฯ

ตตฺถ ทุกฺขปเรโตติ มหาราช ตฺวํ มรณทุกฺขปเรโตปิ เอตฺตเกเนว นาหนฺตํ ชหามิ ฯ เอวํ สุมุเขน สีหนาเท กเต ธตรฏฺโฐ คาถมาห

เอตทริยสฺส กลฺยาณํ ยํ ตฺวํ สุมุข ภาสสิ

ตญฺจ วีมํสมานาหํ ปตเต ๑- ตํ อวสฺสชินฺติ ฯ

ตตฺถ เอตทริยสฺสาติ ยํ ตฺวํ นาหํ ตุวํ ชเหติ ภาสสิ เอตํ อาจารสมฺปนฺนสฺส อริยสฺส กลฺยาณํ อุตฺตมวจนํ ฯ ปตเต ตนฺติ อหญฺจ น ตํ วิสชฺชิตุกาโมว เอวํ อวจํ อถโข ตํ วีมํสมาโน ปเตวาติ เอตํ วจนํ อวสชฺชึ คจฺฉาติ ตํ อโวจนฺติ อตฺโถ ฯ

เอวํ เตสํ กเถนฺตานญฺเญว ลุทฺทปุตฺโต ทณฺฑมาทาย เวเคนาคโต ฯ สุมุโข ธตรฏฺฐํ อสฺสาเสนฺโต ตสฺสาภิมุโข คนฺตฺวา อปจิตึ กตฺวา หํสรญฺโญ คุเณ กเถสิ ฯ ตาวเทว ลุทฺทปุตฺโต มุทุจิตฺโต อโหสิ ฯ โส ตสฺส มุทุจิตฺตตํ ญตฺวา ปุน คนฺตฺวา หํสราชเมว

@เชิงอรรถ: ๑ ปตาติ? อสฺสาเสนฺโต อฏฺฐาสิ ฯ ลุทฺทปุตฺโตปิ หํสราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ฉฏฺฐํ คาถมาห

อปเทน ปทํ ยาติ อนฺตลิกฺเข จโร ทิโช

ทูรา ปาสํ น พุชฺฌิ ตฺวํ หํสานํ ปวรุตฺตมาติ ฯ

ตตฺถ อปเทน ปทนฺติ มหาราช ตุมฺหาทิโส อนฺตลิกฺขจโร ทิโช อปเถ อากาเส ปถํ กตฺวา ยาติ ฯ น พุชฺฌีติ โส ตฺวํ เอวรูโป ทูรโตว อิมํ ปาสํ น พุชฺฌิ น ชานาสีติ ปุจฺฉิ ฯ

มหาสตฺโต อาห

ยทา ปราภโว โหติ โปโส ชีวิตสงฺขเย

อถ ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌตีติ ฯ

ตตฺถ ยทา ปราภโวติ สมฺม ลุทฺทก ยทา ปราภโว อวุฑฺฒิ วินาโส สมฺปตฺโต โหติ อถ โปโส ชีวิตสงฺขเย สมฺปตฺเต ชาลญฺจ ปาสญฺจ ปตฺวาปิ น ชานาตีติ อตฺโถ ฯ

ลุทฺโท หํสรญฺโญ กถํ อภินนฺทิตฺวา สุมุเขน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ

เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา

หริตจา เหมวณฺณา ตฺวญฺเจนํ อวหียสิ ฯ

เอเต ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา

อนเปกฺขมานา ปกฺกมนฺติ ตฺวญฺเจเวโก อุปาสสิ ฯ

กึ นุ ตายํ ทิโช โหติ มุตฺโต พนฺธํ อุปาสสิ

โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ เอโก อวหียสีติ ฯ

ตตฺถ ตฺวญฺเจนนฺติ ตฺวเมว โอหิยสีติ ปุจฺฉิ ฯ อุปาสสีติ ปยิรุปาสสิ ฯ

สุมุโข อาห

ราชา เม โส ทิโช มิตฺโต สขา ปาณสโม จ เม

เนว ตํ วิชหิสฺสามิ ยาว กาลสฺส ปริยายนฺติ ฯ

ตตฺถ ยาว กาลสฺส ปริยายนฺติ ลุทฺทปุตฺต ยาว ชีวิตกาลสฺส ปริยายํ ปริโยสานํ อหํ เอตํ น วิชเหสฺสามิเยว ฯ

ตํ สุตฺวา ลุทฺโท ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา สจาหํ เอวํ สีล- สมฺปนฺเนสุ อิเมสุ อปรชฺฌิสฺสามิ ปฐวีปิ เม วิวรํ ทเทยฺย กึ เม รญฺโญ สนฺติกา ลทฺเธน ยเสน ธเนน วิสชฺเชสฺสามิ นนฺติ จินฺเตตฺวา คาถมาห

โย จ ตฺวํ สขิโน เหตุ ปาณํ จชิตุมิจฺฉสิ

โส เต สหายํ มุญฺจามิ โหตุ ราชา ตวานุโคติ ฯ

ตตฺถ โย จ ตฺวนฺติ โย นาม ตฺวํ ฯ โสติ โส อหํ ฯ ตวานุ- โคติ เอส หํสราชา ตว วสํ อนุคโต โหติ ตยา สทฺธึ เอกฏฺ- ฐาเน วสตูติ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา ธตรฏฺฐํ ยฏฺฐิปาสโต โอตาเรตฺวา สรตีรํ เนตฺวา ปาสํ มุญฺจิตฺวา มุทุจิตฺเตน โลหิตํ โธวิตฺวา นหารุอาทีนิ ปฏิปาเทสิ ฯ ตสฺส มุทุจิตฺตตาย มหาสตฺตสฺส ปารมิตานํ อานุภา- เวน จ ตาวเทว ปาโท สจฺฉวิโลโม อโหสิ ฯ พนฺธนฏฺฐานํปิ น ปญฺญายติ ฯ สุมุโข โพธิสตฺตํ โอโลเกตฺวา ตุฏฺฐจิตฺโต อนุโมทนํ กโรนฺโต คาถมาห

เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ

ยถาหมชฺช นนฺทามิ มุตฺตํ ทิสฺวา ทิชาทิปนฺติ ฯ

ตํ สุตฺวา ลุทฺโท คจฺฉถ สามีติ อาห ฯ อถ นํ มหาสตฺโต กึ ปน ตฺวํ สมฺม มํ อตฺตโน อตฺถาย พนฺธิ อุทาหุ อญฺญสฺส อาณตฺติยาติ ปุจฺฉิตฺวา เตน ตสฺมึ การเณ อาโรจิเต กึ นุโข เม อิโตว จิตฺตกูฏํ คนฺตุํ เสยฺโย อุทาหุ นครนฺติ วีมํสนฺโต มยิ นครํ คเต ลุทฺทปุตฺโตปิ ธนํ ลภิสฺสติ เทวิยาปิ โทหโล ปฏิปสฺสมฺภิสฺสติ สุมุขสฺส มิตฺตธมฺโม ปากโฏ ภวิสฺสติ ตถา มม ญาณพลํ เขมญฺจ สรํ อภยํ ปกฺขีนํ กตฺวา ลภิสฺสามิ ตสฺส นครเมว คนฺตุํ เสยฺโยติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ลุทฺทก ตฺวํ อมฺเห กาเชนาทาย รญฺโญ สนฺติกํ เนหิ สเจ โน ราชา วิสชฺเชตุกาโม ภวิสฺสติ วิสชฺเชสฺสตีติ อาห ฯ ราชาโน นาม สามิ กกฺขลา คจฺฉถ ตุมฺเหติ ฯ มยํ ตาทิสํ ลุทฺทํปิ มุทุํ กริมฺหา รญฺโญ อาราธเนน อมฺหากํ ภาโร เนหิเยว โน สมฺมาติ ฯ โส ตถา อกาสิ ฯ ราชา หํเส ทิสฺวาว โสมนสฺสชาโต หุตฺวา เทฺวปิ หํเส กญฺจนปีเฐ นิสีทาเปตฺวา มธุลาเช ขาทาเปตฺวา มธูทกํ ปาเยตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ธมฺมกถํ อายาจิ ฯ หํสราชา ตสฺส โสตุกามตํ วิทิตฺวา ปฐมํ รตาว ปฏิสนฺถามกาสิ ฯ ตตฺรีมา หํสสฺส จ รญฺโญ จ วจน- ปฏิวจนคาถา โหนฺติ

กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ

กจฺจิ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสสีติ ฯ

กุสลญฺเจว เม หํส อโถ หํส อนามยํ

อโถ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสตีติ ฯ

กจฺจิ โภโต อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ

กจฺจิ อารา อมิตฺตา เต ฉายา ทกฺขิณโตริวาติ ฯ

อโถปิ เม อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ

อโถ อารา อมิตฺตา เม ฉายา ทกฺขิณโตริวาติ ฯ

กจฺจิ เต สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี

ปุตฺตรูปยสูเปตา ตว ฉนฺทวสานุคาติ ฯ

อโถ เม สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี

ปุตฺตรูปยสูเปตา มม ฉนฺทวสานุคาติ ฯ

กจฺจิ เต พหโว ปุตฺตา สุชาตา รฏฺฐวฑฺฒเน

ปญฺญาชเวน สมฺปนฺนา สมฺโมทนฺติ ตโต ตโตติ ฯ

สตํ เอโก จ เม ปุตฺตา ธตรฏฺฐ มยา สุตา

เตสํ ตฺวํ กิจฺจมกฺขาหิ นาวรุชฺฌนฺติ เต วโจติ ฯ

ตตฺถ กุสลนฺติ อาโรคฺยํ ฯ อนามยนฺติ อิทํ ตสฺเสว เววจนํ ฯ ผีตนฺติ กจฺจิ เต อิทํ รฏฺฐํ ผีตํ สุภิกฺขํ ธมฺเมน จ นํ อนุสาสสีติ ปุจฺฉิ ฯ โทโสติ อปราโธ ฯ ฉายา ทกฺขิณโตริวาติ ยถา นาม ทกฺขิณทิสาภิมุขี ฉายา น วฑฺฒติ เอวํ เต กจฺจิ อมิตฺตา น วฑฺฒนฺตีติ วทติ ฯ สาทิสีติ ชาติโภคอติโคตฺตกุลปเทเสหิ สมานา เอวรูปา หิ อติจารินี น โหติ ฯ อสฺสวาติ วจนปฏิคฺคาหกา ฯ ปุตฺตรูปยสูเปตาติ ปุตฺเตหิ จ รูเปน จ ยเสน จ อุเปตา ฯ ปญฺญาชเวนาติ ปญฺญาเวเคน ปญฺญํ ชวาเปตฺวา ตานิ ตานิ กิจฺจานิ ปริจฺฉินฺทิตุํ สมตฺถาติ ปุจฺฉติ ฯ สมฺโมทนฺติ ตโต ตโตติ ยตฺถ ยตฺถ นิยุตฺตา โหนฺติ ตโต ตโต สมฺโมทนฺเตว ฯ มยา สุตาติ มยา วิสฺสุตา มํ หิ โลโก พหุปุตฺตราชาติ วทติ อิติ เต มํ นิสฺสาย วิสฺสุตา ปากฏา ชาตาติ มยา สุตา นาม โหนฺตีติ วทติ ฯ เตสํ ตฺวํ กิจฺจมกฺขาหีติ เตสํ มม ปุตฺตานํ อิทํ นาม กโรนฺตูติ ตฺวํ กิจฺจมกฺขาหิ ฯ นาวรุชฺฌนฺตีติ น เต วจนํ อวรุชฺฌนฺติ โอวาทํ เนสํ เทหีติ อธิปฺปาเยเนวมาห ฯ

ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต เตสํ โอวาทํ ททนฺโต ปญฺจ คาถา อภาสิ

อุปปนฺโนปิ เจ โหติ ชาติยา วินเยน วา

อถ ปจฺฉา กุรุเต โยคํ กิจฺเจ อาวาสุ สีทติ ฯ

ตสฺส สํหีรปญฺญสฺส วิวโร ชายเต มหา

รตฺติมนฺโธว รูปานิ ถูลานิ มนุปสฺสติ ฯ

อสาเร สารโยคญฺญู มตึ นเตฺวว วินฺทติ

สรโภว คิริทุคฺคสฺมึ อนฺตราเยว สีทติ ฯ

หีนชจฺโจปิ เจ โหติ อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร

อาจารสีลสมฺปนฺโน นิเส อคฺคีว ภาสติ ฯ

เอตํ เว อุปมํ กตฺวา ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย

สํวิรุฬฺเหถ เมธาวี เขตฺเต พีชํว วุฏฺฐิยาติ ฯ

ตตฺถ วินเยน วาติ อาจาเรน ฯ ปจฺฉา กุรุเต โยคนฺติ โย เจ สิกฺขิตพฺพสิกฺขาสุ ทหรกาเล โยคํ วิริยํ อกตฺวา ปจฺฉา มหลฺลก- กาเล กโรติ เอวรูโป ปจฺฉา ตถารูเป ทุกฺเข วา อาปทาสุ วา อุปฺปนฺนาสุ สีทติ อตฺตานํ อุทฺธริตุํ น สกฺโกติ ฯ ตสฺส สํหีร- ปญฺญสฺสาติ ตสฺส อสิกฺขิตตฺตา ตโต สํหริตพฺพปญฺญสฺส อนิจฺจล- พุทฺธิโน ฯ วิวโรติ โภคาทีนํ ฉิทฺทํ ปริหานีติ อตฺโถ ฯ รตฺติมนฺโธติ รตฺติอนฺโธ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ยถา รตฺตนฺโธ รตฺตนฺธกาโณ รตฺตึ จนฺโทภาสาทีหิ ถูลรูปาเนว ปสฺสติ สุขุมานิ ปสฺสิตุํ น สกฺโกติ เอวํ อสิกฺขิโต สํหีรปญฺโญ กิสฺมิญฺจิเทว ภเย อุปฺปนฺเน สุขุมานิ กิจฺจานิ ปสฺสิตุํ น สกฺโกติ โอฬาริกาเนว ปสฺสติ ตสฺมา ตว ปุตฺเต ทหรกาเลเยว สิกฺขาเปตุํ วฏฺฏตีติ ฯ อสาเรติ นิสฺสาเร โลกายตเวทสมเย ฯ สารโยคญฺญูติ สารยุตฺโต เอส สมโยติ มญฺญมาโน ฯ มตึ นเตฺวว วินฺทตีติ พหุํปิ สิกฺขิตฺวา ปญฺญํ น ลภติเยว ฯ คิริทุคฺคสฺมินฺติ โส เอวรูโป ยถา นาม สรโภ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค วิสมํ สมนฺติ มญฺญมาโน คิริทุคฺเค เวเคนาคจฺฉนฺโต นรกํ ปปาตํ ปติตฺวา อนฺตราว สีทติ อาวาสํ น ปาปุณาติ เอวเมว อสารโลกายต- เวทสมยํ สารสญฺญาย อุคฺคเหตฺวา มหาวินาสํ ปาปุณาติ ตสฺมา ตว ปุตฺเต อตฺถนิสฺสิเตสุ วุฑฺฒิอาวเหสุ กิจฺเจสุ โยเชตฺวา สิกฺขาเปหิ ฯ นิเส อคฺคีวาติ มหาราช หีนชาติโกปิ อุฏฺฐาตาทิคุณสมฺปนฺโน รตฺตึ อคฺคิกฺขนฺโธ วิย โอภาสติ ฯ เอตํ เวติ มยา วุตฺตํ รตฺตนฺธญฺจ อคฺคิกฺขนฺธญฺจ อุปมํ กตฺวา ตว ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย สิกฺขิ- ตพฺพยุตฺตาสุ สิกฺขาสุ โยเชหิ เอวํ ยุตฺโต หิ ยถา สุเขตฺเตสุ วุฏฺฐิยา พีชํ สํวิรุหติ ตเถว เมธาวี สํวิรุหติ ยเสน จ โภเคหิ จ วฑฺฒตีติ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต รญฺโญ สพฺพรตฺตึ ธมฺมํ เทเสติ ฯ เทวิยา โทหโล ปฏิปสฺสมฺภิ ฯ มหาสตฺโต อรุณุคฺคมนเวลายเมว ราชานํ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา อปฺปมาเทน โอวทิตฺวา สทฺธึ สุมุเขน อุตฺตร- สีหปญฺชเรน นิกฺขมิตฺวา จิตฺตกูฏเมว คโต ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา เอวํ ภิกฺขเว ปุพฺเพปิ อิมินา มมตฺถาย ชีวิตํ ปริจฺจตฺตเมวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ลุทฺทโก ฉนฺโน อโหสิ ราชา สารีปุตฺโต เทวี เขมา ภิกฺขุนี หํสคณา สากิยคณา อเหสุํ สุมุโข อานนฺโท อโหสิ หํสราชา ปน อหเมวาติ ฯ

หํสชาตกํ นิฏฺฐิตํ

ฉฏฺฐํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๐๑. โรหนมิคชาดกชาดกถัดไป๕๐๓. สัตติคุมพชาดก