ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. หังสชาดก
ชาดกที่ ๕๐๒ · วิสตินิบาตชาดก

หังสชาดก

ว่าด้วยหงส์สุมุขะผู้ภักดี

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๒๔ · บรรทัด ๘๔๐๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากหังสชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วินเยน วา ได้แก่อาจาระ. มรรยาท. บทว่า ปจฺฉา กุรุเต โยคํ ความว่า หากว่ากุลบุตรใดไม่ทำการประกอบคือความเพียรในการศึกษาศิลปวิทยาที่ควรศึกษา ในเวลาที่ยังเป็นเด็ก ทำการศึกษาต่อภายหลังคือเมื่อเวลาแก่ กุลบุตรเห็นปานนี้นั้น ย่อมจมลงในทุกข์หรืออันตรายเห็นปานนั้นในภายหลัง คือไม่สามารถเพื่อจะช่วยเหลือตนเองได้. บทว่า ตสฺส สํหีรปญฺสฺส ความว่า เพราะกุลบุตรนั้นไม่ได้รับการศึกษาแต่นั้น (ความเสื่อมโภคสมบัติจึงเกิด) แก่เขาผู้มีปัญญาไม่แน่นอน มีความรู้ไม่มั่นคง. บทว่า วิวโร ได้แก่ ช่องคือความเสื่อมแห่งโภคสมบัติเป็นต้น. บทว่า รตฺติมนฺโธ ได้แก่ ความมืดบอดในราตรี. ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้ความมืดในราตรี คือความมืดบอดในราตรี ย่อมเห็นได้แต่รูปหยาบ ๆ อย่างเดียว โดยแสงพระจันทร์เป็นต้นในราตรี ไม่สามารถจะเห็นรูปละเอียด ๆ ได้ฉันใด กุลบุตรผู้ไม่ได้รับการศึกษา มีปัญญาง่อนแง่นฉันนั้น เมื่อภัยอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่สามารถจะเห็นกิจการอันละเอียดสุขุมได้ เห็นได้เฉพาะกิจการที่หยาบๆ ฉะนั้น เพราะฉะนั้นควรที่จะโปรดให้พระโอรสทั้งหลายของพระองค์ เล่าเรียนศึกษา ในเวลาที่พระโอรสยังทรงพระเยาว์ทีเดียว.

บทว่า อสาเร ได้แก่ ในเวทสมัยอันติดต่อในโลก อันไร้สาระ. บทว่า สารโยคฺญู ความว่า สำคัญว่า ลัทธิสมัยนี้ประกอบด้วยสาระ. บทว่า มตึ นเตฺวว วินฺทติ ความว่า แม้จะศึกษามากมาย ย่อมไม่ได้ปัญญาความรอบรู้เลย. บทว่า คิริทุคฺคสฺมึ ความว่า เปรียบเหมือนกวางเดินทางมาสู่สถานที่อยู่ของตน สำคัญที่อันไม่ราบเรียบว่าราบเรียบ วิ่งโลดโผนไปในซอกผาโดยกำลังเร็ว ย่อมตกห้วงเหวจมลงไปในระหว่าง หาถึงที่อยู่ไม่ ฉันใดกุลบุตรผู้เห็นปานนี้นั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน เล่าเรียนลัทธิพระเวทย์อันเนื่องในโลกอันไร้สาระด้วยความสำคัญว่าเป็นสาระ ย่อมจะถึงความพินาศใหญ่ เพราะฉะนั้น พระองค์โปรดให้พระโอรสทั้งหลายของพระองค์ศึกษาประกอบในกิจทั้งหลายอันเนื่องด้วยประโยชน์ นำความเจริญมาให้.

บทว่า นิเส อคฺคีว ความว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า คนเราแม้จะเกิดในกำเนิดต่ำทราม แต่เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ มีความขยันหมั่นเพียรเป็นต้นย่อมสว่างไสวได้เหมือนกองไฟ ในราตรีฉะนั้น. บทว่า เอตํ เว ความว่าพระองค์โปรดทำการเปรียบเทียบความมืดในราตรี กับกองไฟที่ข้าพเจ้ากราบทูลมา แล้วให้โอรสทั้งหลายของพระองค์ดำรงอยู่ในวิชาความรู้ คือ โปรดให้ประกอบในสิกขาทั้งหลาย อันควรแก่การศึกษาเถิด เพราะกุลบุตรผู้ประกอบด้วยวิชาอย่างนี้แล้ว เป็นผู้มีปัญญาเครื่องทรงจำ ย่อมงอกงาม คือเจริญด้วยเกียรติยศและโภคสมบัติ เหมือนพืชย่อมงอกงามขึ้นในนาอันดีทั้งหลาย เพราะน้ำฝนฉะนั้น.

พระมหาสัตว์แสดงธรรมถวายพระราชาอยู่อย่างนี้จนตลอดคืนยังรุ่งความแพ้พระครรภ์ของพระเทวีก็สงบระงับ. ในเวลารุ่งอรุณนั้นเอง พระมหาสัตว์ ให้พระราชาดำรงอยู่ในศีล ถวายโอวาทด้วยอัปปมาทกถา แล้วทูลลาออกไปสู่จิตตกูฏบรรพตนั่นแหละ โดยสีหบัญชรด้านทิศอุดร พร้อมกับหงส์สุมุขเสนาบดี.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลายแม้ในกาลก่อน อานนท์นี้ ก็ได้สละชีวิตเพื่อประโยชน์แก่เราอย่างนี้เหมือนกันแล้วทรงประชุมชาดกว่า นายพรานในครั้งนั้นได้มาเป็นพระฉันนะ พระราชาได้มาเป็นพระสารีบุตร พระเทวี ได้มาเป็นนางเขมาภิกษุณี หมู่หงส์ได้มาเป็นหมู่ศากยราช หงส์สุมุขเสนาบดี ได้มาเป็นพระอานนท์ส่วนพญาหงส์ ได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาหังสชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๑๑๔–๑๒๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

วิสตินิบาตชาดก · ๑๐๑ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. จูฬหังสชาดก (๕๐๒)

ว่าด้วยหงส์สุมุขะผู้ภักดีต่อพญาหงส์จูฬหังสะ

(พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาหงส์ทองเมื่อจะทดลองใจหงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

[๑๓๓]

ฝูงหงส์เหล่านั้นถูกภัยคุกคาม

มีความกลัวจนต้องบินหนีไป

ท่านสุมุขะผู้มีผิวพรรณเหลืองอร่ามดังทองคำ

ท่านจงบินหนีไปตามความประสงค์เถิด

[๑๓๔]

เราผู้เดียวติดบ่วงอยู่ หมู่ญาติทั้งหลายไม่เหลียวแล

พากันละทิ้งบินหนีไป ไยเล่ายังเหลือเจ้าอยู่แต่ตัวเดียว

[๑๓๕]

ท่านสุมุขะผู้ประเสริฐโผบินไปเถอะ

เพราะความเป็นสหายไม่มีในผู้ติดบ่วงหรอก

ท่านอย่าทำความเพียรเพื่อความไม่มีทุกข์ให้เสื่อมเสียไปเลย

จงบินหนีไปตามความประสงค์เถิด

(หงส์สุมุขะเสนาบดีจับที่หลังเปือกตมกล่าวว่า)

[๑๓๖]

ท้าวธตรัฏฐะ ข้าพระองค์จะไม่ละทิ้งพระองค์ไป

เพราะเหตุเพียงเท่านี้ว่า พระองค์ต้องประสบทุกข์

ข้าพระองค์จะอยู่จะตายกับพระองค์

(พญาหงส์ธตรัฏฐะกล่าวว่า)

[๑๓๗]

ท่านสุมุขะ คำใดที่ท่านกล่าวออกมา

คำนั้นเป็นคำอันดีงามของอริยชน

แต่เราเมื่อจะทดลองท่าน จึงได้กล่าวคำนั้นออกไปว่า

จงบินหนีไปเสียเถิด

(ฝ่ายบุตรนายพรานเข้าไปหาพญาหงส์แล้วกล่าวว่า)

[๑๓๘]

ท่านผู้ประเสริฐอุดมกว่าหงส์ทั้งหลาย

วิสัยปักษาทิชาชาติตัวผงาดสัญจรไปในอากาศ

ย่อมทำอากาศที่ไม่ใช่ทางให้เป็นทางบินไปได้

ท่านไม่ทราบว่ามีบ่วงแต่ที่ไกลหรือ

(พญาหงส์โพธิสัตว์กล่าวว่า)

[๑๓๙]

เมื่อใดสัตว์มีความเสื่อมในขณะจะสิ้นชีวิต

เมื่อนั้นถึงจะมาใกล้ข่ายและบ่วงก็ไม่รู้

(นายพรานชื่นชมถ้อยคำของพญาหงส์ จึงสนทนากับพญาหงส์สุมุขะว่า)

[๑๔๐]

ฝูงหงส์เหล่านั้นถูกภัยคุกคาม มีความกลัวจนต้องบินหนีไป

ท่านผู้มีผิวพรรณเหลืองอร่ามดังทองคำ ท่านเท่านั้นยังเหลืออยู่

[๑๔๑]

นกทั้งหลายเหล่านั้นกินดื่มแล้วก็บินไป

ไม่เหลียวแล ท่านผู้เดียวเท่านั้นยังอยู่ใกล้

[๑๔๒]

นกตัวนี้เป็นอะไรกับเจ้าหนอ

พ้นไปแล้วยังเข้าไปใกล้นกตัวติดบ่วง

นกทั้งหลายพากันทอดทิ้งบินหนีไป

ไยเล่ายังเหลือเจ้าอยู่แต่ตัวเดียว

(หงส์สุมุขะเสนาบดีกล่าวว่า)

[๑๔๓]

นกตัวนั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า

เป็นทั้งมิตรเป็นทั้งเพื่อนเสมอด้วยชีวิตของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจักไม่ละทิ้งท่านไปตราบจนวันตาย

(นายพรานฟังดังนั้นแล้วมีจิตเลื่อมใส คิดจะปล่อยพญาหงส์ที่ติดบ่วง จึงกล่าวว่า)

[๑๔๔]

ก็เจ้าประสงค์จะสละชีวิตเพราะเหตุแห่งเพื่อน

เรายอมปล่อยสหายของเจ้า ขอพญาหงส์จงตามเจ้าไปเถิด

(หงส์สุมุขะเสนาบดีมองดูพระโพธิสัตว์มีจิตยินดี จึงอนุโมทนาแก่นายพรานว่า)

[๑๔๕]

นายพราน วันนี้ข้าพเจ้าเห็นพญาหงส์ผู้เป็นใหญ่กว่านก

พ้นจากอันตรายแล้วย่อมร่าเริงฉันใด

ขอท่านพร้อมกับญาติทั้งหมดจงร่าเริงฉันนั้นเถิด

(พญาหงส์ทูลถามพระราชาว่า)

[๑๔๖]

พระองค์ทรงพระเกษมสำราญแลหรือ

มีพระอนามัยสมบูรณ์แลหรือ รัฐสีมารุ่งเรืองแลหรือ

พระองค์ทรงอนุศาสน์พร่ำสอนพสกนิกรโดยธรรมแลหรือ

(พระราชาตรัสว่า)

[๑๔๗]

พญาหงส์ เราสุขเกษมสำราญดี

อนามัยก็สมบูรณ์ดี อนึ่ง รัฐสีมาก็รุ่งเรือง

และเราก็อนุศาสน์พร่ำสอนพสกนิกรโดยธรรม

(พญาหงส์ทูลถามว่า)

[๑๔๘]

โทษบางประการในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีแลหรือ

อนึ่ง พระองค์มีศัตรูหมู่อมิตรอยู่ห่างไกล

ดุจพระฉายาด้านทิศทักษิณแลหรือ

(พระราชาตอบว่า)

[๑๔๙]

แม้โทษบางประการในหมู่อำมาตย์ของเราก็ไม่มี

อนึ่ง เรามีศัตรูหมู่อมิตรอยู่ห่างไกลดุจเงาด้านทิศทักษิณ

(พญาหงส์ทูลถามว่า)

[๑๕๐]

พระองค์ทรงมีพระมเหสีที่เหมาะสมอยู่ในพระโอวาท

มีพระเสาวนีย์ที่น่ารัก ถึงพร้อมด้วยพระโอรส

พระรูป และพระยศ อยู่ในพระอำนาจตามความพอพระทัย

ของพระองค์แลหรือ

(พระราชาตอบว่า)

[๑๕๑]

ถูกแล้ว เรามีมเหสีที่เหมาะสมอยู่ในโอวาท มีดำรัสที่น่ารัก

ถึงพร้อมด้วยปุตตสมบัติ รูปสมบัติ และยศสมบัติ

อยู่ในอำนาจตามความพอใจของเรา

(พญาหงส์ทูลถามว่า)

[๑๕๒]

ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญ

พระราชบุตรจำนวนมากของพระองค์ ทรงสมภพมาดีแล้ว

ถึงพร้อมด้วยพระปรีชาเฉลียวฉลาด

ยังทรงพากันรื่นเริงบันเทิงพระทัยอยู่ ณ สถานที่นั้นๆ แลหรือ

(พระราชาตอบว่า)

[๑๕๓]

ท้าวธตรัฏฐะ บุตรของเรา ๑๐๑ พระองค์ปรากฏแล้วเพราะเรา

ขอท่านโปรดชี้แจงกิจที่พึงกระทำแก่พวกเขาด้วยเถิด

พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนคำของท่าน

(พญาหงส์พระโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสแล้วได้ถวายโอวาทแก่พระราชบุตร เหล่านั้นว่า)

[๑๕๔]

แม้ถ้าว่ากุลบุตรผู้เข้าถึงโดยชาติกำเนิดหรือโดยวินัย

แต่ประกอบความเพียรในภายหลัง

เขาย่อมตกอยู่ในห้วงแห่งอันตรายที่แก้ไขได้ยาก

[๑๕๕]

ช่องโหว่อันใหญ่หลวงย่อมเกิดแก่เขาผู้มีปัญญาง่อนแง่น

เหมือนคนผู้ตกอยู่ในความมืดแห่งราตรี

ย่อมเห็นได้แต่รูปหยาบๆ เท่านั้น

[๑๕๖]

ส่วนกุลบุตรผู้รู้แต่การประกอบความเพียร

ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ เขาจะไม่ประสบความรู้เลย

ย่อมตกอยู่ในห้วงอันตรายอย่างเดียวเหมือนกวางที่ตกอยู่ที่ซอกเขา

[๑๕๗]

แม้หากว่าคนผู้มีชาติสกุลต่ำ

แต่เป็นคนมีความขยันหมั่นเพียร

มีปัญญา สมบูรณ์ด้วยอาจาระและศีล

ก็ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟในราตรี

[๑๕๘]

ขอพระองค์ทรงทำข้อที่ข้าพระองค์กล่าวแล้วนั้น

ให้เป็นข้อเปรียบเทียบ แล้วทรงให้พระราชบุตรดำรงอยู่ในวิชา

กุลบุตรผู้มีปัญญาย่อมงอกงามเหมือนพืชในนางอกงามเพราะน้ำฝน

จูฬหังสชาดกที่ ๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๐๑. โรหนมิคชาดกชาดกถัดไป๕๐๓. สัตติคุมพชาดก