จัมเปยยชาดก
ว่าด้วยบำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๘๐ · บรรทัด ๘๗๐๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๓ จาก ๓
เรื่องเล่า
พระเจ้ากาสิกราชนั้น ครั้นเสวยสมบัติ และ ทรงรื่นรมย์ประทับอยู่ ในนาคพิภพนั้นแล้ว ได้ตรัส ถามจัมเปยยนาคราชว่า วิมานอันประเสริฐของท่าน เหล่านี้ มีรัศมีดังพระอาทิตย์ งามผุดผาด วิมานเช่นนี้ ไม่มีในมนุษยโลก ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญ ตบธรรมเพื่อประโยชน์อะไร. นางนาคกัญญาเหล่านั้น สวมใส่กำไลทองนุ่งห่ม เรียบร้อย มีนิ้วมือกลมกลึง ฝ่ามือฝ่าเท้าแดงงามยิ่งนัก ผิวพรรณงดงามไม่ทรามเลย พากันยกทิพยปานะถวาย ให้พระองค์ทรงเสวย สนมนารีเช่นนี้จะมีอยู่ในมนุษยโลกก็หามิได้ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบธรรมเพื่อประโยชน์อะไร. อนึ่ง มหานทีอันชุ่มชื่น ดาษดื่นไปด้วยปลามี เกล็ดหนานานาชนิด มีอาทาสสกุณปักษีร่ำร้องไพเราะ จับใจ ทั้งท่าขึ้นลงนทีธารก็ราบรื่นเป็นอันดี แม่น้ำ เช่นนั้นจะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบธรรมเพื่อประโยชน์อะไร. ฝูงนกกระเรียน ฝูงนกยูง ฝูงหงส์ และฝูงนก ดุเหว่าทิพย์ ร่ำร้องเสียงไพเราะจับใจ ต่างก็โผผินบิน จับอยู่บนต้นไม้ ทิพยสกุณาเช่นนี้ จะได้มีในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบธรรม เพื่อประโยชน์อะไร. ต้นมะม่วง ต้นสาละ ทั้งช้างน้าว อ้อยช้างและ ต้นชมพู่ ต้นคูนและแคฝอย ผลิตดอกออกผลเป็น พวง ๆ ทิพยรุกขชาติเช่นนี้ จะได้มีอยู่ ในมนุษยโลก ก็หาไม่ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะเพื่อ ประโยชน์อะไร. อนึ่ง ทิพยสุคนธ์รอบ ๆ สระโบกขรณีเหล่านี้ หอมฟุ้งอยู่เป็นนิตย์ ทิพยสุคนธ์เช่นนี้ จะมีอยู่ใน มนุษยโลกก็หามิได้ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญ ตบธรรมเพื่อประโยชน์อะไร. (จัมเปยยนาคราช ทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอม ประชาชน ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบธรรมเพราะ เหตุแห่งบุตร ทรัพย์ หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่ แต่เพราะข้าพระพุทธเจ้า ปรารถนากำเนิดมนุษย์ ฉะนั้น จึงได้บากบั่นมุ่งมั่นบำเพ็ญสมณธรรม.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตา พระราชาตรัสหมายถึงนางนาคกัญญาหมื่นหกพันนางเหล่านั้น. บทว่า กมฺพุกายูรธรา แปลว่า สวมใส่อาภรณ์อันล้วนด้วยทอง. บทว่า วฏฺฏงฺคุลี แปลว่า มีองคุลีกลมเช่นกันหน่อแก้วประพาฬ. บทว่า ตมฺพตลูปปนฺนา ความว่า ประกอบไปด้วยฝ่ามือและฝ่าเท้า แดงงดงามยิ่งนัก. บทว่า ปาเยนฺติ ความว่า พากันยกทิพยปานะประคองเข้าถวาย ให้พระองค์ทรงเสวย. บทว่า ปุถุโลมมจฺฉา ความว่าประกอบไปด้วยปลานานาชนิด ที่มีเกล็ดหนา. บทว่า อาทาสสกุนฺตาภิสุทา ความว่า มีนกเงือกร่ำร้องอยู่อึงมี่. บทว่า สุติตฺถา ความว่า มีท่าขึ้นลงราบรื่นเรียบร้อย. บทว่า ทิวิยา จ หํสา ได้แก่ ฝูงหงส์ทิพย์. บทว่า สมฺปตนฺติ ความว่า ร่ำร้องเสียงไพเราะจับใจ ต่างโผผินบินจากต้นโน้นมาต้นนี้.
บทว่า ทิพฺยา คนฺธา ความว่า อนึ่ง ทิพยสุคนธ์ทั้งหลาย ย่อมฟุ้งตลบไปไม่ขาดสาย ในสระโบกขรณีทั้งหลายเหล่านั้น. บทว่า อภิปตฺถยาโน ความว่า ปรารถนาซึ่งกำเนิดมนุษย์เที่ยวไป. บทว่า ตสฺมา ความว่า ด้วยเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้า จึงบากบั่น คือประคองความเพียร กระทำตบะคือบำเพ็ญอุโบสถศีล ได้แก่ เข้าอยู่รักษาอุโบสถ.
เมื่อพระมหาสัตว์กราบทูลอย่างนี้แล้ว พระราชาเมื่อจะทรงทำการชมเชย จึงตรัสพระคาถาความว่า
ท่านมีดวงเนตรแดง มีรัศมีส่องแสงสว่าง ประดับตกแต่งแล้ว ปลงเกศาและมัสสุแล้ว ประพรม ด้วยจุรณจันทน์แดง ฉายแสงไปทั่วทิศ ดังคนธรรพราชฉะนั้น ท่านเป็นผู้ประกอบด้วยเทวฤทธิ์ มีอานุภาพ มาก เพรียบพร้อมไปด้วยสรรพกามารมณ์ ดูก่อนท่าน นาคราช เราขอถามเนื้อความนี้กะท่าน มนุษยโลก ประเสริฐกว่านาคพิภพด้วยเหตุไร.
ลำดับนั้น พระยานาคราช เมื่อจะกราบทูลให้พระราชาทรงทราบ จึงกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน เว้นมนุษยโลกเสียแล้ว ความบริสุทธิ์ หรือความสำรวมย่อมไม่มี เลย ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบธรรม ด้วยตั้งใจว่า เราได้กำเนิดมนุษย์แล้ว จักทำที่สุดแห่งชาติและ มรณะได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุทฺธิ วา ความว่า ขอเดชะพระมหาราชเจ้าเว้นจากมนุษยโลกแล้ว ความบริสุทธิ์กล่าวคืออมตนฤพานก็ดี ความสำรวมระวังในศีลก็ดี ไม่มีเลย. บทว่า อนฺตํ ความว่า ข้าพระพุทธเจ้ากระทำตบะด้วยคิดว่า เราได้กำเนิดมนุษย์แล้ว จักกระทำที่สุดแห่งชาติและมรณะได้. พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว ตรัสพระคาถาความว่า
ชนเหล่าใด มีปัญญาเป็นพหูสูต ตรึกตรอง เหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชนเหล่านั้นควรคบหาแท้ทีเดียว ดูก่อนพระยานาคราช เราได้เห็นนางนาคกัญญา ทั้งหลายของท่านและตัวท่านแล้ว จักทำบุญให้มาก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาริโย จ ความว่า พระราชาตรัสว่าเราเห็นนางนาคกัญญาทั้งหลายเหล่านั้น ของท่านและตัวท่านแล้ว จักกระทำบุญเป็นอันมาก.
ลำดับนั้น พระยานาคราชกราบทูลพระราชาว่า
ชนเหล่าใด มีปัญญาเป็นพหูสูต ตรึกตรอง เหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชนเหล่านั้นควรคบหาแท้ทีเดียว ข้าแต่พระมหาราชา พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น นางนาคกัญญา และตัวข้าพระพุทธเจ้าแล้ว ขอจง บำเพ็ญบุญให้มากเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กโรหิ ความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้าพระองค์พึงกระทำ (บุญกุศลให้มาก ๆ เถิด).
ครั้นพระมหาสัตว์กราบทูลอย่างนี้แล้ว พระเจ้าอุคคเสนะ ทรงมีพระประสงค์จะเสด็จกลับไปยังมนุษยโลก จึงตรัสอำลาว่า ดูก่อนท่านนาคราชเรามาอยู่ก็เป็นเวลานาน จำจักต้องลากลับไปยังมนุษยโลก.
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์เจ้าจึงทูลท้าวเธอว่า ขอเดชะ พระมหาราชเจ้าถ้าเช่นนั้นพระองค์โปรดเลือกถือเอาทรัพย์สมบัติไปตามพระประสงค์เถิด เมื่อจะทรงแสดงทรัพย์สมบัติ จึงกราบทูลว่า
กองเงินและกองทอง ของข้าพระพุทธเจ้านี้มาก มาย สูงประมาณเท่าต้นตาล พระองค์จงตรัสสั่งให้ พวกราชบุรุษนี้ไปจากนาคพิภพนี้ แล้วจงตรัสสั่งให้ สร้างพระราชวังด้วยทองคำ ให้สร้างกำแพงด้วยเงิน เถิด. นี้กองแก้วมุกดา อันเจือปนด้วยแก้วไพฑูรย์ ห้าพันเล่มเกวียน พระองค์จงตรัสสั่งให้ราชบุรุษขนไป จากนาคพิภพนี้ แล้วให้ลาดลง ณ ภูมิภาคภายใน พระราชฐาน ภูมิภาคภายในพระราชฐานก็จักสะอาด ปราศจากเปลือกตมและละอองธุลี ขอเดชะพระองค์ ผู้เป็นราชาอันประเสริฐ ผู้ทรงพระปรีชาอันล้ำเลิศ ขอพระองค์โปรดเสวยราชสมบัติ ครอบครองพระนครพาราณสี อันมั่งคั่งสมบูรณ์ สง่างามล้ำเลิศ ดุจ ทิพยวิมานเห็นปานฉะนี้เถิด พระเจ้าข้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ราสิ ความว่า กองเงินกองทองประมาณชั่วลำตาล มีอยู่ในที่นั้น ๆ. บทว่า โสวณฺณฆรานิ ได้แก่ พระราชวังทอง. บทว่า นิกฺกทฺทมา ความว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ภูมิภาคภายในพระราชฐานก็จักสะอาดปราศจากเปลือกตมและละอองธุลี. บทว่า เอตาทิสํ ความว่า (ครอบครองพระนครพาราณสี) อันมีกำแพงล้อมไปด้วยทองและเงิน มีภูมิภาคลาดแล้วด้วยแก้วมุกดา และแก้วไพฑูรย์ เห็นปานฉะนี้. บทว่า ผีตํ ความว่าขอพระองค์จงทรงอยู่ครอบครองพระนครพาราณสี อันมั่งคั่งแพร่หลายฉะนี้. บทว่า อโนมปญฺา ความว่า มีพระปัญญาอันไม่ทราม
พระราชาทรงสดับถ้อยคำของพระมหาสัตว์แล้วก็ทรงรับไว้. พระมหาสัตว์จึงให้พนักงานเภรี เที่ยวตีกลองประกาศว่า ราชบุรุษทั้งปวงจงพากันขนเอาทรัพย์สมบัติ มีเงินทองเป็นต้นไปตามปรารถนาเถิด แล้วเอาเกวียนหลายร้อยเล่มบรรทุกทรัพย์สมบัติ ส่งถวายพระราชา. พระราชาเสด็จออกจากนาคพิภพ กลับไปสู่พระนครพาราณสี ด้วยยศบริวารเป็นอันมาก. เล่ากันว่านับแต่นั้นมา พื้นชมพูทวีปจึงเกิดมีเงินมีทองขึ้น.
พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงตรัสว่าโปราณกบัณฑิททั้งหลาย ละนาคสมบัติแล้ว อยู่รักษาอุโบสถศีล ด้วยอาการอย่างนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า หมองูในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระเทวทัตในบัดนี้ นางนาคกัญญาสุมนาเทวี ได้มาเป็นราหุลมารดา พระเจ้าอุคคเสนราชได้มาเป็นพระสารีบุตร ส่วนจัมเปยยนาคราช ได้มาเป็นเราผู้ตถาคตฉะนี้แล.
จบอรรถกถาจัมเปยยชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๑๙๕–๒๑๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
วิสตินิบาตชาดก ๒๑๗ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๑๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
จมฺเปยฺยชาตกํ
กา นุ วิชฺชุริวาภาสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุโปสถกมฺมํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
ตทา หิ สตฺถา สาธุ โว กตํ อุปาสกา อุโปสถวาสํ อุปวสนฺเตหิ โปราณกปณฺฑิตา นาคสมฺปตฺตึ ปหาย อุโปสถวาสํ วสึสุเยวาติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต องฺครฏฺเฐ องฺคติ นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ องฺคมคธรฏฺฐานํ อนฺตเร จมฺปา นาม นที ตตฺถ นาคภวนํ อโหสิ ฯ จมฺเปยฺโย นาม นาคราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ กทาจิ มคธราชา องฺครฏฺฐํ คณฺหิ กทาจิ องฺคราชา มคธรฏฺฐํ ฯ อเถกทิวสํ มคธราชา องฺเคน สทฺธึ ยุชฺฌิตฺวา ยุทฺธปราชิโต อสฺสํ อารุยฺห ปลายนฺโต องฺครญฺโญ โยเธหิ อนุพนฺธนฺโต ปุน จมฺปานทึ ปตฺวา ปรหตฺเถ มรณโต นทึ ปวิสิตฺวา มตํ เสยฺโยติ อสฺเสเนว สทฺธึ นทึ โอตริ ฯ ตทา จมฺเปยฺโย นาม นาคราชา อนฺโตอุทเก รตนมณฺฑปํ นิมฺมิเนตฺวา มหาปริวาโร มหาปานํ ปิวติ ฯ อสฺโส รญฺญา สทฺธึ อุทเก นิมุชฺชิตฺวา นาครญฺโญ ปุรโต โอตรติ ฯ นาคราชา อลงฺกตปฏิยตฺตํ ราชานํ ทิสฺวา สิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา อาสนา วุฏฺฐาย มา ภายิ มหาราชาติ ราชานํ อตฺตโน ปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา อุทเก นิมุชฺชการณํ ปุจฺฉิ ฯ ราชา ยถาภูตํ กเถสิ ฯ อถ นํ มหาราช มา ภายิ อหนฺตํ ทฺวินฺนํ รฏฺฐานํ สามิกํ กริสฺสามีติ อสฺสาเสตฺวา สตฺตาหํ มหนฺตํ ยสํ อนุภวิตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส มคธราเชน สทฺธึ นาคภวนา นิกฺขมิ ฯ มคธราชา นาคราชสฺสานุภาเวน องฺคราชานํ คเหตฺวา ชีวิตา โวโรเปตฺวา ทฺวีสุ รฏฺเฐสุ รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย รญฺโญ จ นาคราชสฺส จ วิสฺสาโส ถิโร อโหสิ ฯ ราชา อนุสํวจฺฉรํ จมฺปานทีตีเร รตนมณฺฑปํ กาเรตฺวา มหนฺเตน ปริจฺจาเคน นาครญฺโญ พลิกมฺมํ กาเรสิ ฯ โสปิ มหนฺเตน ปริวาเรน นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา พลิกมฺมํ สมฺปฏิจฺฉติ ฯ มหาชโน นาครญฺโญ สมฺปตฺตึ โอโลเกติ ฯ
ตทา โพธิสตฺโต ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺเตตฺวา ราชปริสาย สทฺธึ นทีตีเร คนฺตฺวา ตํ นาคราชสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวา โลภํ อุปฺปาเทตฺวา ตํ ปตฺถยมาโน ทานํ ทตฺวา สีลํ รกฺขิตฺวา จมฺเปยฺยนาคราชสฺส กาลกิริยโต สตฺตเม ทิวเส จวิตฺวา ตสฺส วสนปาสาเท สิริคพฺเภ สิริสยนปิฏฺเฐ นิพฺพตฺติ ฯ สรีรํ สุมนทามวณฺณํ มหนฺตํ อโหสิ ฯ โส ตํ ทิสฺวา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา มยา กตกุสลนิสฺสนฺเทน ฉสุ กามสคฺเคสุ อิสฺสริยํ โกฏฺเฐ ปฏิสามิตธญฺญํ วิย อโหสิ สฺวาหํ อิมิสฺสา ติรจฺฉานโยนิยา ปฏิสนฺธึ คณฺหึ กึ เม ชีวิเตนาติ มรณาย จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ ฯ อถ นํ สุมนา นาม นาคมาณวิกา ทิสฺวา มหานุภาโว สตฺโต นิพฺพตฺโต ภวิสฺสตีติ เสสนาคมาณวิกานํ สญฺญํ อกาสิ ฯ สพฺพา นานาตุริยหตฺถา อาคนฺตฺวา ตสฺส อุปหารํ กรึสุ ฯ ตสฺส ตํ นาคภวนํ สกฺกภวนํ วิย อโหสิ ฯ มรณจิตฺตํ ปฏิปสฺสมฺภิ ฯ สปฺปสรีรํ วิชหิตฺวา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต สยนปิฏฺเฐ นิสีทิ ฯ อถสฺส ตโต ปฏฺฐาย ยโส มหา อโหสิ ฯ โส ตตฺถ นาครชฺชํ กาเรนฺโต อปรภาเค วิปฺปฏิสารี หุตฺวา กึ เม อิมาย ติรจฺฉานโยนิยา อุโปสถวาสํ วสิตฺวา อิโต มุจฺจิตฺวา มนุสฺสปถํ คนฺตฺวา สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ตสฺมึเยว ปาสาเท อุโปสถกมฺมํ กโรติ ฯ อลงฺกตนาคมาณวิกา ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺติ ฯ เยภุยฺเยนสฺส สีลํ ภิชฺชติ ฯ โส ตโต ปฏฺฐาย ปาสาทา นิกฺขมิตฺวา อุยฺยานํ คจฺฉติ ฯ ตา ตตฺรปิ คจฺฉนฺติ ฯ อุโปสโถ ภิชฺชเตว ฯ ตโต จินฺเตสิ มยา อโต นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา อุโปสถวาสํ วสิตุํ วฏฺฏตีติ ฯ โส ตโต ปฏฺฐาย อุโปสถทิวเสสุ นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา เอกสฺส ปจฺจนฺตคามสฺส อวิทูเร มคฺคสมีเป วมฺมิกมตฺถเก มม จมฺมาทีหิ อตฺถิกา คณฺหนฺตุ มํ กีฬาสปฺปํ กาตุกามา กโรนฺตูติ สรีรํ ทานมุเข วิสชฺเชตฺวา โภเค อาภุชิตฺวา นิปนฺโน อุโปสถวาสํ วสติ ฯ มหามคฺเค คจฺฉนฺตา จ อาคจฺฉนฺตา จ ตํ ทิสฺวา คนฺธาทีหิ ปูชิตฺวา ปกฺกมนฺติ ฯ ปจฺจนฺตคามวาสิโน คนฺตฺวา มหานุภาโว นาคราชาติ อุปริ มณฺฑปํ กตฺวา สมนฺตา พาลุกํ โอกิริตฺวา คนฺธาทีหิ ปูชยึสุ ฯ ตโต ปฏฺฐาย มนุสฺสา มหาสตฺเต ปสีทิตฺวา ปูชํ กตฺวา ปุตฺตํ ปตฺเถนฺติ ธีตรํ ปตฺเถนฺติ ฯ
มหาสตฺโตปิ อุโปสถกมฺมํ กโรนฺโต จาตุทฺทสีปณฺณรเสสุ วมฺมิกมตฺถเก นิปชฺชิตฺวา ปาฏิปเท นาคภวนํ คจฺฉติ ฯ ตสฺเสวํ อุโปสถํ กโรนฺตสฺส อทฺธา วีติวตฺโต ฯ อถ นํ เอกทิวสํ สุมนา นาม อคฺคมเหสี อาห เทว ตฺวํ มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา อุโปสถวาสํ อุปวสิ มนุสฺสโลโก จ สาสงฺโก สปฺปฏิภโย สเจ เต ภยํ อุปฺปชฺเชยฺย อถ มยํ เยน นิมิตฺเตน ชาเนยฺยาม ตํ โน อาจิกฺขาหีติ ฯ อถ นํ มหาสตฺโต มงฺคลโปกฺขรณิยา ตีรํ เนตฺวา สเจ มํ ภทฺเท โกจิ ปหริตฺวา กิลเมสฺสติ อิมิสฺสา โปกฺขรณิยา อุทกํ อาวิลํ ภวิสฺสติ สเจ สุปณฺโณ คณฺหิสฺสติ อุทกํ ปกฺกุฏฺฐิสฺสติ สเจ อหิตุณฺฑิโก คณฺหิสฺสติ อุทกํ โลหิตวณฺณํ ภวิสฺสตีติ ฯ เอวํ ตสฺสา ตีณิ นิมิตฺตานิ อาจิกฺขิตฺวา จาตุทฺทสีอุโปสถํ อธิฏฺฐาย นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วมฺมิกมตฺถเก นิปชฺชิ สรีรโสภาย วมฺมิกํ โสภยมาโน ฯ สรีรํปิสฺส รชฏทามํ วิย เสตํ อโหสิ ฯ มตฺถโก รตฺตกมฺพลเคณฺฑุโก วิย ฯ อิมสฺมึ ปน ชาตเก โพธิสตฺตสฺส สรีรํ นงฺคลสีสปฺปมาณํ อโหสิ ฯ ภูริทตฺตชาตเก อูรุปฺปมาณํ ฯ สงฺขปาลชาตเก เอกโทณิกนาวปฺปมาณํ ฯ
ตทา เอโก พาราณสิวาสี มาณโว ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา ทิสาปาโมกฺขาจริยสฺส สนฺติเก อาลมฺภายนมนฺตํ อุคฺคณฺหิตฺวา เตน มคฺเคน อตฺตโน เคหํ คจฺฉนฺโต มหาสตฺตํ ทิสฺวา อหํ อิมํ สปฺปํ คเหตฺวา คามนิคมราชธานีสุ กีฬาเปนฺโต ธนํ อุปฺปาเทสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ทิพฺโพสธานิ คเหตฺวา ทิพฺพมนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา มหาสตฺตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ ฯ ทิพฺพมนฺตสุตกาลโต ปฏฺฐาย มหาสตฺตสฺส กณฺเณสุ ตตฺตสลากปฺปเวสนกาโล วิย ชาโต มตฺถโก สิขเรน อภิมตฺถิยมาโน วิย ชาโต ฯ โส โก นุโข เอโสติ โภคนฺตรโต สีสํ อุกฺขิปิตฺวา โอโลเกนฺโต อหิตุณฺฑิกํ ทิสฺวา จินฺเตสิ มม วิสํ มหนฺตํ สจาหํ กุชฺฌิตฺวา นาสวาตํ วิสชฺเชสฺสามิ เอตสฺส สรีรํ ภสฺมมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิริสฺสติ อถ เม สีลํ ขณฺฑํ ภวิสฺสติ น ตํ โอโลเกสฺสามีติ ฯ โส อกฺขีนิ นิมฺมิลิตฺวา สีสํ โภคนฺตเร ฐเปสิ ฯ อหิตุณฺฑิกพฺราหฺมโณ โอสธํ ขาทิตฺวา มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา เขฬํ มหาสตฺตสฺส สรีเร โอกฺขิปิ ฯ โอสธานญฺจ มนฺตสฺส จานุภาเวน เขเฬน ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเน โผฏานํ อุฏฺฐานกาโล วิย ชาโต ฯ อถ นํ โส นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา อากฑฺฒิตฺวา ทีฆโต นิปชฺชาเปตฺวา อชปททณฺเฑน อุปฺปีเฬนฺโต ทุพฺพลํ กตฺวา สีสํ ทฬฺหํ คเหตฺวา นิปฺปีฬิ ฯ มหาสตฺโต มุขํ วิวริ ฯ อถสฺส มุเข เขฬํ โอกฺขิปิตฺวา โอสธมนฺตํ กตฺวา ทนฺเต ภินฺทิ ฯ มุขํ โลหิตสฺส ปูริ ฯ มหาสตฺโต อตฺตโน สีลเภทภเยน เอวรูปํ ทุกฺขํ อธิวาเสนฺโต อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา โอโลกนมตฺตํปิ น กริ ฯ โสปิ นาคราชานํ ทุพฺพลํ กริสฺสามีติ นงฺคุฏฺฐโต ปฏฺฐายสฺส อฏฺฐีนิ จุณฺณิยมาโน วิย สกลสรีรํ มทฺทิตฺวา ปฏฺฏกเวฐิมํ นาม เวเฐสิ ตนฺตกมชฺชนํ นาม มชฺชิ นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา ทุสฺสโปถิมํ นาม โปเถสิ ฯ มหาสตฺตสฺส สกลสรีรํ โลหิตมกฺขิตํ อโหสิ ฯ โส มหาเวทนํ อธิวาเสสิ ฯ อถสฺส ทุพฺพลภาวํ ญตฺวา วลฺลีหิ เปฬํ กริตฺวา ตตฺถ นํ ปกฺขิปิตฺวา ปจฺจนฺตคามํ เนตฺวา มหาชนสฺส มชฺเฌ กีฬาเปสิ ฯ นีลาทีสุ วณฺเณสุ วฏฺฏจตุรสฺสาทีสุ สณฺฐาเนสุ อณุํถูลาทีสุ ปมาเณสุ ยํ ยํ พฺราหฺมโณ อิจฺฉติ มหาสตฺโต ตํ ตเทว กตฺวา นจฺจติ ผณสตํปิ ผณสหสฺสํปิ กโรติเยว ฯ มหาชโน ปสีทิตฺวา พหุํ ธนํ อทาสิ ฯ เอกทิวสเมว กหาปณสหสฺสํ สหสฺสคฺฆนเก จ ปริกฺขาเร ลภิ ฯ พฺราหฺมโณ อาทิโตว สหสฺสํ ลภิตฺวา วิสชฺเชสฺสามีติ จินฺเตสิ ฯ ตํ ปน ธนํ ลภิตฺวา ปจฺจนฺตคาเมเยว ตาว เม เอตฺตกํ ธนํ ลทฺธํ ราชราชมหามตฺตานํ สนฺติเก พหุธนํ ลภิสฺสามีติ สกฏญฺจ สุขยานกญฺจ คเหตฺวา สกเฏ ปริกฺขาเร จ ฐเปตฺวา สุขยานเก นิสินฺโน มหนฺเตน ปริวาเรน มหาสตฺตํ คามนิคมาทีสุ กีฬาเปนฺโต พาราณสิยํ อุคฺคเสนสฺส รญฺโญ สนฺติเก กีฬาเปตฺวา วิสชฺเชสฺสามีติ อคมาสิ ฯ โส มณฺฑุเก มาเรตฺวา นาครญฺโญ เทติ ฯ นาคราชา ปุนปฺปุนํ เอส มํ นิสฺสาย มาเรสฺสติ ตํ น ขาทิสฺสามีติ ตํ น ขาทติ ฯ อถสฺส มธุลาเช อทาสิ ฯ มหาสตฺโต สจาหํ โคจรํ คณฺหิสฺสามิ อนฺโตเปฬาย เอว มรณํ ภวิสฺสตีติ เตปิ น ขาทติ ฯ พฺราหฺมโณ มหาสตฺเตน พาราณสึ ปตฺวา ทฺวารคาเมสุ กีฬาเปนฺโต พหุธนํ ลภิ ฯ ราชาปิ นํ ปกฺโกสาเปตฺวา อมฺหากํ กีฬาเปหีติ อาห ฯ สาธุ เทว เสฺว ปณฺณรเส ตุมฺหากํ กีฬาเปสฺสามีติ ฯ ราชา เสฺว นาคราชา ราชงฺคเณ นจฺจิสฺสติ มหาชโน สนฺนิปติตฺวา ปสฺสตูติ เภริญฺจาราเปตฺวา ปุนทิวเส ราชงฺคณํ อลงฺการาเปตฺวา พฺราหฺมณํ ปกฺโกสาเปสิ ฯ โส รตนเปฬาย มหาสตฺตํ เนตฺวา จิตฺตตฺถเร เปฬํ ฐเปตฺวา นิสีทิ ฯ ราชาปิ ปาสาทา โอรุยฺห มหาชนปริวุโต ราชาสเน นิสีทิ ฯ พฺราหฺมโณ มหาสตฺตํ นีหริตฺวา นจฺจาเปสิ ฯ มหาชนา สกภาเวน สณฺฐาเรตุํ อสกฺโกนฺตา เจลุกฺเขปสตสหสฺสานิ ปวตฺเตนฺติ ฯ โพธิสตฺตสฺส อุปริ สตฺตรตนวสฺสํ วสฺสิ ฯ ตสฺส คหิตสฺส มาโส สมฺปูริ ฯ เอตฺตกํ กาลํ นิราหาโรว อโหสิ ฯ
สุมนา อติจิรายติ เม ปิยสามิโก อิทานิสฺส อิธ อนาคจฺฉนฺตสฺส มาโส สมฺปุณฺโณ กินฺนุ โข การณนฺติ คนฺตฺวา โปกฺขรณึ โอโลเกนฺตี โลหิตวณฺณํ อุทกํ ทิสฺวา อหิตุณฺฑิเกน คหิโต ภวิสฺสตีติ ญตฺวา นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา วมฺมิกสนฺติกํ คนฺตฺวา มหาสตฺตสฺส คหิตฏฺฐานญฺจ กิลมิตฏฺฐานญฺจ ทิสฺวา โรทิตฺวา กนฺทิตฺวา ปจฺจนฺตคามํ คนฺตฺวา ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ราชทฺวาเร ปริสมชฺเฌ อากาเส โรทมานา อฏฺฐาสิ ฯ มหาสตฺโต นจฺจนฺโตว อากาสํ โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ลชฺชิโต เปฬํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ ฯ ราชา ตสฺส เปฬํ ปวิฏฺฐกาเล กินฺนุ โข การณนฺติ อิโตจีโตจ โอโลเกนฺโต ตํ อากาเส ฐิตํ ทิสฺวา ปฐมํ คาถมาห
กา นุ วิชฺชุริวาภาสิ โอสธี วิย ตารกา
เทวตา นุสิ คนฺธพฺพี น ตํ มญฺญามิ มานุสีติ ฯ
ตตฺถ น ตํ มญฺญามิ มานุสีติ อหนฺตํ มานุสีติ น มญฺญามิ ตยา เทวตาย คนฺธพฺพิยา วา ภวิตุํ วฏฺฏตีติ ฯ
อิทานิ เตสํ วจนปฏิวจนคาถา โหนฺติ
นมฺหิ เทวี น คนฺธพฺพี น มหาราช มานุสี
นาคกญฺญาสฺมิ ภทฺทนฺเต อตฺเถนมฺหิ อิธาคตา ฯ
วิพฺภนฺตจิตฺตา กุปิตินฺทฺริยาสิ
เนตฺเตหิ เต วาริคณา สวนฺติ
กินฺเต นฏฺฐํ กึ ปน ปตฺถยานา
อิธาคตา นาริ ตทึฆ พฺรูหิ ฯ
ยมุคฺคเตโช อุรโคติ จาหุ
นาโคติ นํ อาหุ มนุสฺสโลเก
ตมคฺคหี ปุริโส ชีวิกตฺโถ
ตํ พนฺธนา มุญฺจ ปตี มเมโส ฯ
กถนฺวยํ พลวิริยูปปนฺโน
หตฺถตฺถมาคจฺฉิ วนิพฺพกสฺส
อกฺขาหิ เม นาคกญฺเญ ตมตฺถํ
กตํ วิชาเนมุ คหีตนาคํ ฯ
นครํปิ นาโค ภสฺมํ กเรยฺย
ตถาหิ โส พลวิริยูปปนฺโน
ธมฺมญฺจ นาโค อปจายมาโน
ตสฺมา ปรกฺกมฺม ตโป กโรตีติ ฯ
ตตฺถ อตฺเถนมฺหีติ อหํ เอกการณํ ปฏิจฺจ อิธาคตา ฯ กุปิตินฺทฺริยาติ กิลิฏฺฐอินฺทฺริยา ฯ วาริคณาติ อสฺสุพินฺทุฆฏา ฯ อุรโคติ จาหูติ อุรโคติ จายํ มหาชโน กเถสิ ฯ ตมคฺคหี ปุริโสติ อยํ ปุริโส ตํ นาคราชานํ ชีวิกตฺถาย อคฺคเหสิ ฯ วนิพฺพกสฺสาติ อิมสฺส วนิพฺพกสฺส ปุริสสฺส กถํ นุ เอส มหานุภาโว สมาโน หตฺถตฺถํ อาคโตติ ปุจฺฉิ ฯ ธมฺมญฺจาติ ปญฺจสีลธมฺมํ อุโปสถวาสธมฺมญฺจ ครุํ กโรนฺโต วิหรติ ตสฺมา อิมินา ปุริเสน คหิโตปิ สจาหํ อิมสฺส อุปริ นาสวาตํ วิสชฺเชสฺสามิ ภสฺมมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิริสฺสติ เอวํ เม สีลํ ภิชฺชิสฺสตีติ สีลเภทภเยน ปรกฺกมฺม ตํ ทุกฺขํ อธิวาเสตฺวา ตโป กโรติ วิริยเมว กโรตีติ อาห ฯ
ราชา ปน กถํ ปเนโส อิมินา คหิโตติ ปุจฺฉิ ฯ อถสฺสา อาจิกฺขนฺตี คาถมาห
จาตุทฺทสี ปณฺณรสี จ ราชา
จตุปฺปเถ สมฺมติ นาคราชา
ตมคฺคหี ปุริโส ชีวิกตฺโถ
ตํ พนฺธนา มุญฺจ ปตี มเมโสติ ฯ
ตตฺถ จตุปฺปเถติ จตุกฺกมคฺคสฺส อาสนฺนฏฺฐาเน เอกสฺมึ วมฺมิเก จตุรงฺคสมนฺนาคตํ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐหิตฺวา อุโปสถวาสํ วสนฺโต นิปชฺชีติ อตฺโถ ฯ ตํ พนฺธนาติ ตํ เอวํ ธมฺมิกํ คุณวนฺตํ นาคราชานํ เอตสฺส ธนํ ทตฺวา เปฬพนฺธนา ปมุญฺจาติ ฯ
เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุนปิ ตํ ยาจนฺตี เทฺว คาถา อภาสิ
โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ อามุตฺตมณิกุณฺฑลา
วาริเคเห สยา นารี ตาปิ ตํ สรณํ คตา ฯ
ธมฺเมน โมเจหิ อสาหเสน
คาเมน นิกฺเขน ควํ สเตน
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมาติ ฯ
ตตฺถ โสฬสิตฺถีสหสฺสานีติ มา ตฺวํ เอส โย วา โส วา ทลิทฺทนาโคติ มญฺญิตฺถ เอตสฺส หิ เอตฺตกา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา อิตฺถิโยว เสสา สมฺปตฺตี อปฺปริมาณาติ ทสฺเสติ ฯ วาริเคเห สยาติ อุทกจฺฉทนํ อุทกคพฺภํ กตฺวา ตตฺถ สยนสีลา ฯ โอสฺสฏฺฐกาโยติ นิสฺสฏฺฐกาโย หุตฺวา ฯ จราตูติ จรตุ ฯ
อถ นํ ราชา ติสฺโส คาถา อภาสิ
ธมฺเมน โมเจมิ อสาหเสน
คาเมน นิกฺเขน ควํ สเตน
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
ทมฺมิ นิกฺขสตํ ลุทฺท ถูลญฺจ มณิกุณฺฑลํ
จตุรสฺสญฺจ ปลฺลงฺกํ อุมฺมารปุปฺผสนฺนิภํ ฯ
เทฺว จ สาทิสิโย ภริยา อุสภญฺจ ควํ สตํ
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมาติ ฯ
ตตฺถ ลุทฺทาติ ราชา อุรคํ โมเจตุํ อหิตุณฺฑิกํ อามนฺเตตฺวา ตสฺส ทาตพฺพํ เทยฺยธมฺมํ เทเสนฺโต เอวมาห ฯ คาถา ปน เหฏฺฐา วุตฺตตฺถาเยว ฯ
อถ นํ ลุทฺทโก อาห
วินาปิ ทานา ตว วจนํ ชนินฺท
มุญฺเจมิ นํ อุรคํ พนฺธนสฺมา
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมาติ ฯ
ตตฺถ ตว วจนนฺติ มหาราช วินาปิ ทาเนน ตว วจนเมว อมฺหากํ ครุ ฯ มุญฺเจมิ นนฺติ มุญฺจิสฺสามิ เอตนฺติ วทติ ฯ
เอวญฺจ ปน วตฺวา มหาสตฺตํ เปฬโต นีหริ ฯ นาคราชา นิกฺขมิตฺวา ปุปฺผนฺตรํ ปวิสิตฺวา ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา มาณวกวณฺเณน อลงฺกตสรีโร หุตฺวา ปฐวึ ภินฺทิตฺวา วิย นิกฺขนฺโต อฏฺฐาสิ ฯ สุมนา อากาสา โอตริตฺวา ตสฺส สนฺติเก ฐิตา ฯ นาคราชา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ราชานํ นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา เทฺว คาถา อภาสิ
มุตฺโต จมฺเปยฺยโก นาโค ราชานํ เอตทพฺรวิ
นโม เต กาสิราชตฺถุ นโม เต กาสิวฑฺฒน
อญฺชลึ เต ปคฺคณฺหามิ ปสฺเสยฺยํ เม นิเวสนํ ฯ
อทฺธา หิ ทุพฺพิสฺสาสเมตมาหุ
ยํ มานุโส วิสฺสเส อมานุสมฺหิ
สเจ จ มํ ยาจสิ เอตมตฺถํ
ทกฺเขมุ เต นาค นิเวสนานีติ ฯ
ตตฺถ ปสฺเสยฺยํ เม นิเวสนนฺติ มม นิเวสนํ จมฺเปยฺยนาคภวนํ รมณียํ ปสฺสิตพฺพยุตฺตกํ ตํ เต อหํ ทสฺเสตุกาโม ตํ สพลวาหโน คนฺตฺวา ปสฺส นรินฺทาติ วทติ ฯ ทุพฺพิสฺสาสนฺติ ทุพฺพิสฺสาสนียํ ฯ สเจ จาติ สเจ มํ ยาจสิ ปสฺเสยฺยาม เต นิเวสนานิ อปิจ โข น ตํ สทฺทหามีติ วทติ ฯ
อถ นํ สทฺทหาเปตุํ สปถํ กโรนฺโต มหาสตฺโต เทฺว คาถา อภาสิ
สเจปิ วาโต คิริมาวเหยฺย
จนฺโท จ สุริโย จ ฉมา ตเปยฺยุํ
สพฺพา จ นชฺโช ปฏิโสตํ วเหยฺยุํ
น เตฺววาหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ ฯ
นภํ ผเลยฺย อุทธิ วิสุสฺเส
สํวตฺเตยฺย ภูตธรา พสุนฺธรา
สิลุจฺจโย เมรุ สมูลมุพฺพเห
น เตฺววาหํ ราช มุสา ภเณยฺยนฺติ ฯ
ตตฺถ สํวตฺเตยฺย ภูตธรา พสุนฺธราติ อยํ ภูตธราติ จ วสุนฺธราติ จ สํขฺยํ คตา มหาปฐวี กิลญฺชํ วิย สํวตฺเตยฺย ฯ สมูลมุพฺพเหติ เอวํ มหาสิเนรุปพฺพโต สมูโล อุฏฺฐาย ปุราณปุณฺณํ วิย อากาเส อุพฺพเห ปกฺขนฺเทยฺย ฯ
โส มหาสตฺเตน เอวํ วุตฺเต อสทฺทหนฺโต ปุนปิ ตเมว คาถํ วตฺวา
อทฺธา หิ ทุพฺพิสฺสาสเมตมาหุ
ยํ มานุโส วิสฺสเส อมานุสมฺหิ
สเจ จ มํ ยาจสิ เอตมตฺถํ
ทกฺเขมุ เต นาค นิเวสนานีติ ตฺวํ มยา กตคุณํ ชานิตุํ อรหสิ สทฺทหิตุํ ปน ยุตฺตภาวํ วา อยุตฺตภาวํ วา อหํ ชานิสฺสามีติ ปกาเสนฺโต อิตรํ คาถมาห
ตุมฺเห โขตฺถ โฆรวิสา อุฬารา
มหาเตชา ขิปฺปโกปาว โหถ
มม การณา พนฺธนสฺมา ปมุตฺโต
อโหสิ โน ชานิตเว กตานีติ ฯ
ตตฺถ อุฬาราติ อุฬารวิสา ฯ ชานิตเวติ ชานิตุํ ฯ
อถ นํ สทฺทหาเปตุํ ปุน สปถํ กโรนฺโต มหาสตฺโต คาถมาห
โส ปจฺจตํ นิรเย โฆรรูเป
มา กายิกํ สาตมลตฺถ กิญฺจิ
เปฬาย พนฺโธ มรณํ อุเปตุ
โย ตาทิสํ กมฺมกตํ น ชาเนติ ฯ
ตตฺถ ปจฺจตนฺติ ปจฺจตุ ฯ กมฺมกตนฺติ กตกมฺมํ เอวํ คุณการกํ ตุมฺหาทิสํ โย น ชานาติ โส เอวรูโป โหตูติ วทติ ฯ
อถสฺส ราชา สทฺทหิตฺวา ถุตึ กโรนฺโต คาถมาห
สจฺจปฺปฏิญฺญา ตวเมส โหตุ
อกฺโกธโน โหหิ อนูปนาหี
สพฺพญฺจ เต นาคกุลํ สุปณฺณา
อคฺคีว คิมฺหาสุ วิวชฺชยนฺตูติ
ตตฺถ ตวเมส โหตูติ ตว เอสา ปฏิญฺญา สจฺจา โหตุ ฯ อคฺคีว คิมฺหาสุ วิวชฺชยนฺตูติ ยถา มนุสฺสา คิมฺหกาเล สนฺตาปํ อนิจฺฉนฺตา ชลมานํ อคฺคึ วิวชฺชยนฺติ เอวํ วิวชฺชยนฺตุ ทูรโตว ปริหรนฺตุ ฯ
มหาสตฺโตปิ รญฺโญ ถุตึ กโรนฺโต อิตรํ คาถมาห
อนุกมฺปสี นาคกุลํ ชนินฺท
มาตา ยถา สุปฺปิย เอกปุตฺตํ
อหญฺจ เต นาคกุเลน สทฺธึ
กาหามิ เวยฺยาวฏิกํ อุฬารนฺติ ฯ
ตํ สุตฺวา ราชา นาคภวนํ คนฺตุกาโม เสนาคมนสชฺชํ กาตุํ อาณาเปนฺโต คาถา อภาสิ
โยเชนฺตุ เว ราชรเถ สุจิตฺเต
กมฺโพชเก อสฺสตเร สุทนฺเต
นาเค จ โยเชนฺตุ สุวณฺณกปฺปเน
ทกฺเขมุ นาคสฺส นิเวสนานีติ ฯ
ตตฺถ กมฺโพชเก อสฺสตเร สุทนฺเตติ สุสิกฺขิเต กมฺโพชรฏฺฐสมฺภเว อสฺสตเร โยเชนฺตุ ฯ
อิตรา อภิสมฺพุทฺธคาถา
เภรีมุทิงฺคา ปณวา จ สงฺขา
อาวชฺชยึสุ อุคฺคเสนรญฺโญ
ปายาสิ ราชา พหุ โสภมาโน
ปุรกฺขโต นาริคณสฺส มชฺเฌติ ฯ
ตตฺถ พหุ โสภมาโนติ ภิกฺขเว โส พาราณสิราชา โสฬสหิ นารีสหสฺเสหิ ปุรกฺขโต ปริวาริโต ตสฺส นารีคณสฺส มชฺเฌ พาราณสิโต นาคภวนํ คจฺฉนฺโต อติวิย โสภมาโน ปายาสิ ฯ
ตสฺส นครา นิกฺขมนกาเลเยว มหาสตฺโต อตฺตโน อานุภาเวน นาคภวนํ สพฺพรตนมยปาการญฺจ ทฺวารฏฺฏาลเก จ ทิสฺสมานรูเป กตฺวา นาคภวนคามิมคฺคํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ มาเปสิ ฯ ราชา สปริวาโร เตน มคฺเคน นาคภวนํ ปวิสิตฺวา รมณียํ ภูมิภาคญฺจ ปาสาเท จ อทฺทส ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห
สุวณฺณจิตฺตกํ ภูมึ อทฺทกฺขิ กาสิวฑฺฒโน
สุวณฺณมเย จ ปาสาเท เวฬุริยผลกตฺถเต ฯ
ส ราชา ปาวิสิ พฺยมฺหํ จมฺเปยฺยสฺส นิเวสนํ
อาทิจฺจวณฺณูปนิภํ กํสวิชฺชูปภสฺสรํ ฯ
นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺนํ นานาคนฺธสมีริตํ
โส ปาเวกฺขิ กาสิราชา จมฺเปยฺยสฺส นิเวสนํ ฯ
ปวิฏฺฐสฺมึ กาสิรญฺเญ จมฺเปยฺยสฺส นิเวสเน
ทิพฺพา ตุริยา ปวชฺชึสุ นาคกญฺญา จ นจฺจยุํ ฯ
ตํ นาคกญฺญา จริตํ คเณน
อนฺวารุหี กาสิราชา ปสนฺโน
นิสีทิ โสวณฺณมยมฺหิ ปีเฐ
สาปสฺสเย จนฺทนสารลิตฺเตติ ฯ
ตตฺถ สุวณฺณจิตฺตกนฺติ สุวณฺณวาลุกาย สนฺถตํ ฯ พฺยมฺหนฺติ อลงฺกตนาคภวนํ ฯ จมฺเปยฺยสฺสาติ นาคภวนํ ปวิสิตฺวา จมฺเปยฺยนาคราชสฺส นิเวสนํ ปาวิสิ ฯ กํสวิชฺชูปภสฺสรนฺติ เมฆมุเข สุวณฺณสตรํสิวิชฺชุ วิย โอภาสมานํ ฯ นานาคนฺธสมีริตนฺติ นานาวิเธหิ ทิพฺพคนฺเธหิ อนุสญฺจริตํ ฯ จริตํ คเณนาติ ตํ นิเวสนํ นาคกญฺญานํ คเณน จริตํ อนุจริตํ ฯ จนฺทนสารลิตฺเตติ ทิพฺพสารจนฺทเนน อนุลิตฺเต ฯ
ตตฺถ นิสินฺนมตฺตสฺเสวสฺส นานคฺครสสมฺปนฺนทิพฺพโภชนํ อุปนาเมสุํ ฯ ตถา โสฬสนฺนํ อิตฺถีสหสฺสานํ เสสราชปริสาย จ ฯ โส จ สตฺตาหมตฺตํ สปริโส ทิพฺพนฺนปานาทีนิ ปริภุญฺชิตฺวา ทิพฺเพหิ กามคุเณหิ อภิรมิตฺวา สุขสยเน นิสินฺโน มหาสตฺตสฺส ยสํ วณฺเณตฺวา นาคราช กสฺมา ปน ตฺวํ เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ปหาย มนุสฺสโลเก วมฺมิกมตฺถเก นิปชฺชิตฺวา อุโปสถวาสํ วสีติ ปุจฺฉิ ฯ โสปิสฺส กเถสิ ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห
โส ตตฺถ ภุตฺวา จ อโถ รมิตฺวา
จมฺเปยฺยกํ กาสิราชา อโวจ
วิมานเสฏฺฐานิ อิมานิ ตุยฺหํ
อาทิจฺจวณฺณานิ ปภสฺสรานิ
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
ตา กมฺพุกายูรธรา สุวตฺถา
วฏฺฏงฺคุลี ตมฺพตลูปปนฺนา
ปคฺคยฺห ปาเยนฺติ อโนมวณฺณา
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
นชฺโชว เตมา ปุถุโลมมจฺฉา
อาทาสสกุนฺตาภิรุทา สุติตฺถา
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
โกญฺจา มยูรา ทิวิยา จ หํสา
วคฺคุสฺสรา โกกิลา สมฺปตนฺติ
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย
อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
อิมา จ เต โปกฺขรญฺญา สมนฺตโต
ทิพฺยา จ คนฺธา สตตํ สมฺปวายนฺติ
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
น ปุตฺตเหตุ น ธนสฺส เหตุ
อายุโน วาปิ ชนินฺท เหตุ
มนุสฺสโยนึ อภิปตฺถยาโน
ตสฺมา ปรกฺกมฺม ตโป กโรมีติ ฯ
ตตฺถ ตาติ โสฬสสหสฺสนาคกญฺญา สนฺธายาห ฯ กมฺพุกายูรธราติ สุวณฺณาภรณธรา ฯ วฏฺฏงฺคุลีติ ปวาลงฺกุรสทิสวฏฺฏงฺคุลี ฯ ตมฺพตลูปปนฺนาติ อภิรตฺเตหิ หตฺถปาทตเลหิ สมนฺนาคตา ฯ ปาเยนฺตีติ ทิพฺพปานํ อุกฺขิปิตฺวา ตํ ปาเยนฺติ ฯ ปุถุโลมมจฺฉาติ ปุถุลปตฺเตหิ นานามจฺเฉหิ สมนฺนาคตา ฯ อาทาสสกุนฺตาภิรุทาติ อาทาสสงฺขาเตหิ สกุเณหิ อภิรุทา ฯ สุติตฺถาติ สุนฺทรติตฺถา ฯ ทิวิยา จ หํสาติ ทิพฺพหํสา จ ฯ สมฺปตนฺตีติ มนุญฺญรวํ รวนฺตา รุกฺขโต รุกฺขํ สมฺปตนฺติ ฯ ทิพฺยา คนฺธาติ ตาสุ ปน โปกฺขรณีสุ สตตํ ทิพฺยา คนฺธา ปวายนฺติ ฯ อภิปตฺถยาโนติ ปตฺถยนฺโต วิจรามิ ฯ ตสฺมาติ เตน การเณน ปรกฺกมฺม วิริยํ ปคฺคเหตฺวา ตโป กโรมิ อุโปสถํ กโรมิ อุโปสถํ อุปวสามีติ ฯ
เอวํ วุตฺเต ราชา มหาสตฺตสฺส ถุตึ กโรนฺโต คาถมาห
ตฺวํ โลหิตกฺโข วิหตนฺตรํโส
อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ
สุโรสิโต โลหิตจนฺทเนน
คนฺธพฺพราชาว ทิสา ปภาสสิ ฯ
เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว
สพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูโต
ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเช ตมตฺถํ
เสยฺโย อิโต เกน มนุสฺสโลโกติ ฯ
ตตฺถ สุโรสิโตติ สุวิลิตฺโต ฯ
อถสฺส อาจิกฺขนฺโต นาคราชา อาห
ชนินฺท นาญฺญตฺร มนุสฺสโลกา
สุทฺธิ วา สํวิชฺชติ สํยโม วา
อหญฺจ ลทฺธาน มนุสฺสโยนึ
กาหามิ ชาติมรณสฺส อนฺตนฺติ ฯ
ตตฺถ สุทฺธิ วาติ มหาราช อญฺญตฺร มนุสฺสโลกา อมตนิพฺพานสงฺขาตา สุทฺธิ วา สีลสํยโม วา นตฺถิ ฯ อนฺตนฺติ มนุสฺสโยนึ ลทฺธา ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กริสฺสามีติ ตโป กโรมีติ ฯ
ตํ สุตฺวา ราชา คาถมาห
อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา
พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน
นาริโย จ ทิสฺวาน ตฺวญฺจ นาค
กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานีติ ฯ
ตตฺถ นาริโย จาติ อิมา ตว นาคกญฺญาโย จ ตฺวญฺจ ทิสฺวา พหุปุญฺญานิ กริสฺสามีติ วทติ ฯ
อถ นํ นาคราชา อาห
อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา
พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน
นาริโย จ ทิสฺวาน มมญฺจ ราช
กโรหิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานีติ ฯ
ตตฺถ กโรหีติ กเรยฺยาสิ มหาราชาติ ฯ
เอวํ วุตฺเต อุคฺคเสโน คนฺตุกาโม หุตฺวา นาคราช จิรํ วสิมฺหา คมิสฺสามาติ อาปุจฺฉิ ฯ
อถ นํ มหาสตฺโต เตนหิ มหาราช ยาวทิจฺฉกํ ธนํ คณฺหาหีติ ธนํ ทสฺเสนฺโต อาห
อิทญฺจ เม ชาตรูปํ ปหูตํ
ราสี สุวณฺณสฺส จ ตาลมตฺตา
อิโต หริตฺวา โสวณฺณฆรานิ การย
รูปิยสฺส จ ปาการํ กโรนฺตุ ฯ
มุตฺตานญฺจ วาหสหสฺสานิ ปญฺจ
เวฬุริยมิสฺสานํ อิโต หริตฺวา
อนฺเตปุเร ภูมิยํ สนฺถรนฺตุ
นิกฺกทฺทมา เหหิติ นีรชา จ ฯ
เอตาทิสํ อาวส ราชเสฏฺฐ
วิมานเสฏฺฐํ พหุ โสภมานํ
พาราณสึ นครํ อิทฺธ ผีตํ
รชฺชญฺจ กาเรสิ อโนมปญฺญาติ ฯ
ตตฺถ ราสีติ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ ตาลปฺปมาณา ราสิโย ฯ โสวณฺณฆรานีติ สุวณฺณเคหานิ ฯ นิกฺกทฺทมาติ เอวํ สนฺเต อนฺเตปุเร ภูมิ นิกฺกทฺทมา จ นีรชา จ ภวิสฺสติ ฯ เอตาทิสนฺติ เอวรูปํ สุวณฺณมยํ รชฏมยํ ปาการํ มุตฺตาเวฬุริยสนฺถตํ ภูมิภาคํ ฯ ผีตนฺติ ผีตํ เอว พาราณสินครํ อาวส ฯ อโนมปญฺญาติ อลามกปญฺญ ฯ
ราชา ตสฺส กถํ สุตฺวา อธิวาเสสิ ฯ มหาสตฺโต นาคภวเน เภริญฺจาราเปตฺวา สพฺเพ ราชปุริสา ยาวทิจฺฉกํ หิรญฺญสุวณฺณาทิกํ ธนํ คณฺหนฺตูติ รญฺโญ จ อเนเกหิ สกฏสเตหิ ธนํ เปเสสิ ฯ ราชา มหนฺเตน ยเสน นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา พาราณสิเมว คโต ฯ ตโต ปฏฺฐาย กิร ชมฺพูทีปตลํ สหิรญฺญํ ชาตํ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา เอวํ โปราณกปณฺฑิตา นาคสมฺปตฺตึ ปหาย อุโปสถวาสํ วสึสูติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา อหิตุณฺฑิโก เทวทตฺโต อโหสิ สุมนา ราหุลมาตา อโหสิ อุคฺคเสโน สารีปุตฺโต อโหสิ จมฺเปยฺยนาคราชา ปน อหเมวาติ ฯ
จมฺเปยฺยชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ทสมํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗