หัตถิปาลชาดก
ว่าด้วยกาลเวลาไม่คอยใคร
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๒๔๕ · บรรทัด ๘๙๘๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๓ จาก ๔
เรื่องเล่า
นกกระเรียนทั้งหลาย บินไปในอากาศได้คล่อง แคล่ว ฉันใด เมื่อสิ้นฤดูฝนแล้วหงส์ทั้งหลาย พึง ทำลายใยที่แมลงมุมทำไว้ไปได้ ฉันนั้น บุตรและสามี ของเราพากันไปหมด ไฉนเราจะไม่ปฏิบัติตามบุตร และสามีของเราเล่า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อฆสฺมึ โกญฺจาว ยถา ความว่านกกระเรียนทั้งหลาย บินไปได้ไม่ติดอยู่ในอากาศฉันใด. บทว่า หิมจฺจเย ความว่า เมื่อฤดูฝนล่วงไปแล้ว. บทว่า กตานิ ชาลานิ ปทาเลยฺยุ หํสา ความว่า ได้ยินว่า ในอดีตกาล หงส์ทองเก้าหมื่นหกพัน พากันเก็บข้าวสาลีไว้ในกาญจนคูหา ให้พอกินจนสิ้นฤดูฝน ไม่ออกไปภายนอก เพราะกลัวฝนอยู่ในถ้ำทองนั้นตลอด ๔ เดือนฤดูฝน ครั้งนั้น แมลงมุมจึงขึงข่าย ดักไว้ที่ประตูถ้ำ ของหงส์เหล่านั้น. ในหงส์เหล่านั้น ดรุณหงส์สองตัว ตัดใยให้ขาดเป็นสองตอน. ดรุณหงส์เหล่านั้น ตัดใยได้ขาดเพราะเป็นสัตว์สมบูรณ์ด้วยกำลังแล้ว บินไปข้างหน้าก่อนทีเดียว หงส์ที่เหลือก็บินไปตามที่ดรุณหงส์ไปแล้ว. นางพราหมณี เมื่อจะประกาศความนั้น จึงกล่าวคาถาอย่างนี้. ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้ นกกระเรียนบินไปในอากาศได้ไม่ขัดข้องฉันใด หงส์ทั้งหลายก็ฉันนั้นเมื่อล่วงเลยฤดูฝนแล้ว ดรุณหงส์สองตัว ทำลายข่ายที่แมลงมุมทำไว้ แล้วบินไปทีนั้นหงส์อื่น ๆ ก็บินไปตามทางที่ดรุณหงส์นั้นไป ก็บัดนี้บุตรของเราตัดข่ายคือกามไปแล้ว เหมือนดรุณหงส์ตัดข่ายแมลงมุมไปฉะนั้น แม้เราก็ควรจะไปตามทางที่บุตรเหล่านั้นของเราไปแล้ว เพราะฉะนั้น นางพราหมณีเมื่อจะไปตามความตั้งใจนี้ จึงกล่าวว่า ลูกและผัวของเราพากันไปหมด ไฉนเราจะไม่พึงคล้อยตามเล่า ดังนี้.
นางพราหมณีตกลงใจว่า เมื่อเรารู้ชัดอย่างนี้ ไฉนจักไม่ออกบวชเราจักบวชแน่นอน ดังนี้แล้ว จึงเรียกนางพราหมณีทั้งหลายมาชี้แจง แล้วกล่าวว่า ท่านทั้งหลายจักทำอย่างไร ? นางพราหมณีเหล่านั้น ถามว่า ข้าแต่แม่เจ้า ท่านเล่าจักทำอย่างไร ? นางพราหมณีตอบว่า เราจักบวช. นางพราหมณีพากันพูดว่า ถึงพวกข้าพเจ้าก็จักบวช นางพราหมณีจึงสละละโภคสมบัตินั้น พาบริษัทมีโยชน์หนึ่งเป็นกำหนดไปสู่สำนักบุตรของตนทันที หัตถิปาลกุมาร นั่งบนอากาศแสดงธรรมแก่บริษัทแม้นั้น. วันรุ่งขึ้น พระราชาตรัสถามราชบุรุษว่า ปุโรหิตไปไหน ? ราชบุรุษกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ท่านปุโรหิตและนางพราหมณี ละทิ้งสมบัติทั้งหมด พาบริวารของตนมีสองโยชน์เป็นกำหนด ไปสู่สำนักแห่งบุตรชายทั้ง ๔ แล้ว พระเจ้าข้า. พระราชาทรงพระดำริว่า ทรัพย์สมบัติที่ไม่มีเจ้าของปกครองย่อมตกเป็นของเราแล้วตรัสสั่งให้ราชบุรุษ ไปขนเอาทรัพย์สมบัติมาจากเรือนของปุโรหิตทั้งหมด. ต่อมาพระอัครมเหสีของท้าวเธอตรัสถามราชบุรุษว่า พระราชาทรงทำอะไรอยู่เมื่อราชบุรุษกราบทูลว่า พระราชาตรัสสั่งให้ขนทรัพย์มาจากเรือนของปุโรหิตจึงตรัสถามว่า ปุโรหิตไปไหน ? ทรงสดับข่าวว่า ปุโรหิตพร้อมด้วยภรรยาออกบวชเสียแล้ว จึงทรงดำริว่า พระราชสวามีของเรานี้ช่างหลงใหลด้วยโมหจริต ให้ไปขนเอาทรัพย์สมบัติที่เป็นเหมือนคบเพลิง อันพราหมณ์ปุโรหิตนางพราหมณีและบุตร ๔ คน ของเขาละทิ้ง และเป็นเหมือนก้อนเขฬะที่เขาบ้วนทิ้งแล้ว เอามาบรรจุไว้ในพระคลังหลวง เราจักให้ท้าวเธอทิ้งสมบัตินั้นเสีย ด้วยอุปมาข้อเปรียบเทียบ ดังนี้แล้ว รับสั่งให้คนไปขนเอาเนื้อสุนัขและโค มากองไว้ที่หน้าพระลานหลวง จัดแจงทางให้ตรงแล้วรับสั่งให้ขึงตาข่ายล้อมไว้โดยรอบ แร้งทั้งหลายเห็นเนื้อแต่ไกล จึงโผลงมาเพื่อจะกินเนื้อนั้นแร้งในจำนวนนั้น พวกที่มีปัญญารู้ว่าเขาขึงตาข่ายดักไว้ คิดว่า เรากินเนื้ออิ่มหนักกาย ไม่อาจบินไปตรง ๆ ได้ จึงคายสำรอกเนื้อที่ตนกินแล้วออกเสียโผบินขึ้นไปตรงได้ หาติดข่ายไม่ ส่วนพวกที่โง่เขลาเบาปัญญา พากันกินเนื้อที่แร้งเหล่านั้น คายสำรอกทิ้งไว้ จนกายหนักไม่อาจบินเหินไปตรง ๆ ได้ก็พากันติดอยู่ในข่าย ราชบุรุษทั้งหลายจับแร้งได้ตัวหนึ่ง แล้วนำมาถวายพระเทวี พระนางจึงนำแร้งตัวนั้น ไปสู่สำนักพระราชาทูลว่า ขอเดชะพระมหาราชเจ้า ขอเชิญเสด็จไปทอดพระเนตรกิริยาของแร้งตัวหนึ่ง ที่หน้าพระลานหลวงเถิด แล้วทรงเปิดพระแกลทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอเชิญทอดพระเนตรแร้งฝูงนี้เถิด พะย่ะค่ะ แล้วตรัสคาถา ๒ คาถา ความว่า
ฝูงแร้งเหล่านี้ ครั้นกินเนื้อแล้วก็สำรอกออกเสีย จึงบินไปได้ ฝ่ายแร้งเหล่าใด กินเนื้อแล้วไม่สำรอก เนื้อออก แร้งเหล่านั้นก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของหม่อมฉัน ข้าแต่พระราชา พราหมณ์ได้คลายกามทั้งหลายออก ทิ้งแล้ว ส่วนพระองค์นั้น กลับรับเอากามนั้นไว้บริโภค อีก บุรุษผู้บริโภคสิ่งที่ผู้อื่นคายออกแล้ว ไม่พึงได้รับ ความสรรเสริญเลย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภุตฺวา วมิตฺวา จ ความว่า กินเนื้อแล้วก็สำรอกออกเสีย. บทว่า ปจฺจาวมิสฺสสิ ความว่า กลับรับเอามาบริโภค. บทว่า วนฺตาโท ความว่า ผู้ใดเคี้ยวกินสิ่งที่ผู้อื่นคายทิ้งแล้ว. บทว่า น ปสํสิโย ความว่า ผู้นั้นเป็นคนโง่ ตกอยู่ในอำนาจแห่งตัณหา เป็นผู้อันบัณฑิตทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ไม่พึงสรรเสริญ.
พระราชาทรงสดับคำของพระเทวีแล้ว ได้เป็นผู้มีวิปฏิสาร ภพทั้งสามปรากฏประหนึ่งไฟลุกโพลงแล้ว ท้าวเธอเกิดความสลดพระทัย รำพึงว่าควรที่เราจะสละราชสมบัติบวชเสียวันนี้ทีเดียว เมื่อจะทรงชมเชยพระเทวี จึงตรัสพระคาถา ความว่า
ดูก่อนพระนางปัญจาลีผู้เจริญ บุรุษผู้มีกำลัง ช่วยฉุดบุรุษทุพพลภาพ ผู้จมอยู่ในเปลือกตมขึ้นได้ ฉันใด เธอก็ช่วยพยุงฉันให้ขึ้นจากกามได้ด้วยคาถา อันเป็นสุภาษิต ฉันนั้นแล.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พฺยสนฺนํ แปลว่า จมลงแล้ว. ปาฐะว่า วิสนฺนํ ดังนี้ก็มี. บทว่า อุทฺธเรยฺย ความว่า บุรุษผู้มีกำลังยึดบุรุษทุพพลภาพที่ผมหรือที่มือแล้ว พยุงยกขึ้นบก. บทว่า อุทตารี ความว่า เธอก็ได้พยุงเราให้พ้นจากเปลือกตมคือกาม. ปาฐะว่า อุทตาสิ ดังนี้ก็มี. ความก็อย่างเดียวกันนี้. ปาฐะว่า อุทฺธตาสิ บ้าง ความก็ว่ายกขึ้นแล้ว. บทว่า ปญฺจาลี ได้แก่ พระเทวีผู้เป็นพระราชธิดา ของพระเจ้าปัญจาละ.
ครั้นพระเจ้าเอสุการีราชตรัสอย่างนี้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์จะบรรพชาทันที ในขณะนั้น จึงตรัสสั่งให้เรียกอำมาตย์ทั้งหลายมาเฝ้า ตรัสเล่าให้ฟังแล้วตรัสถามว่า ท่านทั้งหลายจักทำอย่างไร ? อำมาตย์ทั้งหลายก็กราบทูลว่า ขอเดชะ พระองค์เล่า พระเจ้าข้า ? พระองค์ตรัสตอบว่า เราจักบวชในสำนักของหัตถิปาลกุมาร อำมาตย์เหล่านั้นจึงกราบทูลว่า ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายก็จักบวช พระเจ้าข้า. พระเจ้าเอสุการีราช ทรงละทิ้งราชสมบัติในพระนครพาราณสี อันมีอาณาเขตถึง ๑๒ โยชน์ ทรงประกาศว่าผู้ใดมีความต้องการราชสมบัติ จงให้ยกเศวตฉัตรขึ้นครองราชย์เถิด แล้วทรงแวดล้อมด้วยหมู่อำมาตย์ราชบริพาร พาบริษัทมีประมาณ ๓ โยชน์เป็นกำหนดเสด็จไปยังสำนักของหัตถิปาลกุมารเหมือนกัน หัตถิปาลกุมารนั่งอยู่บนอากาศแสดงธรรมแก่บริษัทแม้นั้น พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความเป็นบรรพชิตของพระราชา จึงตรัสพระคาถา ความว่า
พระเจ้าเอสุการีมหาราช ผู้เป็นอธิบดีในทิศ ทรง ภาษิตคาถานี้แล้ว ทรงสละราชสมบัติออกบรรพชา อุปมาดังนาคหัตถีปตัวประเสริฐ สลัดตัดเครื่องผูกไปได้ ฉะนั้น.
ในวันรุ่งขึ้น ประชาชนที่เหลืออยู่ในพระนคร ประชุมกันแล้วพากันไปยังประตูพระราชวัง ให้กราบทูลพระราชเทวีแล้ว พากันเข้าไปในพระราชนิเวศน์ ถวายบังคมพระราชเทวีแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง กล่าวคาถา ความว่า
ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐที่สุดกว่านรชน ทรงพอพระทัยในบรรพชาเพศ ละรัฐสีมาไปแล้ว ขอพระนางจงโปรดเป็นพระราชา แห่งข้าพระพุทธเจ้า ทั้งหลายเถิด พระนางเจ้าอันข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย คุ้มครองแล้ว โปรดทรงอนุศาสน์ เสวยราชสมบัติ เหมือนเช่นพระราชาเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุสาส ความว่า พระนางเจ้าเป็นผู้ที่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายถวายอารักขาแล้ว โปรดเสวยราชสมบัติโดยทศพิธราชธรรม.
พระราชเทวีทรงสดับถ้อยคำของมหาชนแล้ว ได้ตรัสพระคาถาที่เหลือทั้งหลาย ความว่า
ก็พระราชาผู้กล้าหาญประเสริฐที่สุดกว่านรชน ทรงพอพระทัยในบรรพชาเพศ ละรัฐสีมาไปแล้ว แม้ เราก็จักละกามทั้งหลายอันน่ารื่นรมย์ใจ เที่ยวไปใน โลกแต่ผู้เดียว. ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐสุดกว่านรชน ทรงพอพระทัยในบรรพชาเพศ ละรัฐสีมาไปแล้ว แม้เราก็จักละกามทั้งหลาย อันตั้งอยู่เป็นถ่องแถวแล้ว เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว. กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัย ย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักละกามทั้งหลายอันน่า รื่นรมย์ใจ เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว. กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัย ย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักละกามทั้งหลายอันตั้งอยู่ เป็นถ่องแถว เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว. กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัย ย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักเป็นผู้เยือกเย็น ก้าวล่วง ความข้องทั้งปวง เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอกา ความว่า เราจักหลีกออกจากกิเลสสัมภาระ คือ บุตรธิดา เป็นผู้ ๆ เดียวเที่ยวไปในโลก. บทว่า กามานิได้แก่ กามคุณทั้งหลาย มีรูปเป็นต้น. บทว่า ยโถธิกานิ ความว่า กามคุณทั้งหลายตั้งอยู่โดยถ่องแถวใด ๆ เราจักละเสียซึ่งกามคุณทั้งหลายอันตั้งอยู่โดยถ่องแถวนั้น ๆ อย่างนั้น คือเราจักไม่แตะต้องอะไรอีก. บทว่า อจฺเจนฺติ กาลา ความว่า กาลทั้งหลายมีเวลาเช้าเป็นต้น ย่อมล่วงไป ๆ. บทว่า ตรยนฺติ ความว่า ราตรีย่อมผ่านไป คือมิได้ผ่านไปเปล่า ย่อมยังอายุสังขารให้สิ้นเปลืองไป เคี้ยวกินอายุสังขารไป. บทว่า วโยคุณา ความว่าวัยทั้งสามมีปฐมวัยเป็นต้นก็ดี ส่วนแห่งหมวดสิบ มีมันททสกะเป็นต้นก็ดี (ย่อมละลำดับไป). บทว่า อนุปุพฺพํ ชหนฺติ ความว่า หาถึงโกฏฐาสคือส่วนที่สูง ๆ ขึ้นไปไม่ ย่อมดับไปเสียในระหว่างนั้น ๆ นั่นเอง.
บทว่า สีติภูตา ความว่า แม้เราก็จักละกิเลสทั้งหลาย อันกระทำความร้อน คือมีความร้อนเป็นสภาพ เป็นผู้เยือกเย็น. บทว่า สพฺพมติจฺจ สงฺคํ ความว่า เราจักก้าวล่วงกิเลสเป็นเครื่องข้องทุกอย่าง มีกิเลสเป็นเครื่องข้องคือราคะเป็นต้น แล้วเป็นผู้เดียวเที่ยวไป ได้แก่จักไปสู่สำนักแห่งหัตถิปาลกุมารแล้วบวช.
พระนางเทวี ทรงแสดงธรรมแก่มหาชน ด้วยคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล้ว มีรับสั่งให้เรียกภรรยาของอำมาตย์ทั้งหลายมาเฝ้า แล้วตรัสว่า พวกเธอจักทำอย่างไร ? เหล่าภรรยาของอำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลถามว่าข้าแต่พระแม่เจ้า พระองค์เล่าจักทรงทำอย่างไร ? พระนางตรัสตอบว่า เราจักบวช. ภรรยาของหมู่อำมาตย์ก็กราบทูลว่า แม้พวกกระหม่อมฉันก็จักบวช. พระนางเทวีมีพระเสาวนีย์ ว่าดีแล้วละ แม่คุณทั้งหลาย ดังนี้แล้ว มีรับสั่งให้เจ้าพนักงานเปิดประตูพระคลังทองเป็นต้นในพระราชนิเวศน์ รับสั่งให้จารึกพระสุพรรณบัฏว่า ขุมทรัพย์ใหญ่ ฝังไว้แล้วในที่โน้นบ้าง ในที่นี้บ้าง แล้วดำรัสว่า ใครมีความต้องการ ก็จงขนเอาทรัพย์ที่เราพระราชทานแล้วนี้ไปเถิดแล้วให้ผูกสุพรรณบัฏ แขวนไว้ที่เสาต้นใหญ่ ให้พนักงานเภรีตีกลองป่าวประกาศไปทั่วพระนคร แล้วทรงสละมหาสมบัติ เสด็จออกจากพระนคร.
ขณะนั้น ทวยนาครก็เดือนร้อนโกลาหลว่า พระราชาและนางเทวีทรงสละราชสมบัติออกทรงผนวชแล้ว พวกเราจักทำอะไรในพระนครนี้. แต่นั้น ประชาชนทั้งหลายต่างก็ละทิ้งเคหสถาน ทั้งที่ยังมีสมบัติเต็มบริบูรณ์จูงลูกหลานออกไป (โดยเสด็จพระราชเทวี). เรือนโรง ร้านตลาดก็มีสิ่งของวางอยู่เกลื่อนกลาด โดยนิยามที่วางแบแผ่ไว้ จะมีผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งจะเหลียวกลับมาแลดูก็มิได้มี. พระนครทั้งสิ้นว่างเปล่าปราศจากผู้คน. ฝ่ายพระนางเทวีทรงพาบริวารมีประมาณ ๓ โยชน์เป็นกำหนด เสด็จไปในสำนักของหัตถิปาลกุมารนั่นแหละ. หัตถิปาลกุนารนั่งบนอากาศแสดงธรรม แม้แก่บริษัทนั้นแล้วพาบริษัทมีประมาณ ๑๒ โยชน์นั้น บ่ายหน้าไปสู่หิมวันตประเทศทวยนาครชาวกาสิกรัฐ ก็ระบือกันกระฉ่อนไปว่า ได้ยินว่า หัตถิปาลกุมารรวบรวมบริษัทได้ถึง ๑๒ โยชน์ กระทำพระนครพาราณสีให้ว่างเปล่า พามหาชนไปสู่หิมวันตประเทศ ด้วยคิดว่าจักบวช พวกเราจะอยู่ไปไยในเมืองนี้. ในเวลาต่อมาบริษัทก็ได้เพิ่มประมาณถึง ๓๐ โยชน์. หัตถิปาลกุมารก็ไปยังป่าหิมพานต์ พร้อมด้วยบริษัทนั้น. ท้าวสักกเทวราชทรงรำพึงดู รู้พฤติเหตุนั้นแล้วทรงดำริว่า หัตถิปาลกุมารออกสู่มหาภิเนษกรมณ์แล้ว จักเป็นสมาคมใหญ่ยิ่ง ควรที่บริษัททั้งหลายจักได้ที่อยู่ จึงทรงบังคับวิสสุกรรมเทพบุตรว่าไปเถิดวิสสุกรรมเทพบุตร เธอจงเนรมิตอาศรม ยาว ๓๖ โยชน์ กว้าง ๑๕โยชน์ แล้วจัดแจงบริขารของบรรพชิตไว้ให้เสร็จบริบูรณ์. วิสสุกรรมเทพบุตรรับเทวบัญชาแล้ว ไปเนรมิตอาศรมบทขนาดยาวกว้าง ตามเทวบัญชา ไว้ในภูมิภาคอันรื่นรมย์ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา แต่งตั้งอาสนะ มีอาสนะที่ลาดด้วยท่อนไม้และใบไม้เป็นต้นไว้ แล้วเนรมิตบรรพชิตบริขาร ทั้งหมดไว้ในบรรณศาลาและที่ประตูบรรณศาลาแต่ละแห่ง ก็เนรมิตที่จงกรมไว้ แห่งละหนึ่งที่ มีที่พักกลางคืนและที่พักกลางวันคั่นเป็นระยะ และมีกระดานที่พิงพัก ฉาบด้วยปูนขาวสะอาด ในสถานที่ทุกแห่ง มีพุ่มดอกไม้ ดาดาษไปด้วยสุรภี และโกสุมในแนวสวนหย่อมนานาพรรณ ในที่สุดแห่งที่จงกรมแต่ละแห่ง เนรมิตบ่อน้ำไว้บ่อหนึ่ง ๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำ ในที่ใกล้บ่อน้ำนั้น เนรมิตต้นไม้มีผลไว้ต้นหนึ่ง ๆ ต้นไม้แต่ละต้นก็เผล็ดผลตกทั่วถึงกัน. ทั้งหมดนี้ ได้สำเร็จขึ้นด้วยเทวานุภาพ. วิสสุกรรมเทพบุตร ครั้นเนรมิตอาศรมสถาน จัดตั้งบรรพชิตบริขารไว้ในบรรณศาลาเสร็จแล้ว จึงเอาชาดแลหรดาลจารึกอักษรไว้ที่ฝาว่าใคร ๆ มีความประสงค์จะบวช จงถือเอาบริขารเหล่านี้เถิด แล้วขับไล่หมู่มฤคและปักษีที่มีเสียงน่าหวาดกลัว ทั้งหมู่อมนุษย์ที่มีรูปชั่วร้ายให้หลีกไปห่างไกล ด้วยอานุภาพของตน แล้วกลับไปยังทิพยวิมานสถานที่อยู่ของตนทันที.
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๒๔๕–๒๗๒ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
วิสตินิบาตชาดก ๑๓๖ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๓๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
หตฺถิปาลชาตกํ
จิรสฺสํ วต ปสฺสามาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มหาภิเนกฺขมฺมํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
ตทา หิ สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตถาคโต เนกฺขมฺมํ นิกฺขนฺโตเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ เอสุการี นาม ราชา อโหสิ ฯ ตสฺส ปุโรหิโต ทหรกาลโต ปฏฺฐาย ปิยสหาโย เต อุโภปิ อปุตฺตกา อเหสุํ ฯ เต เอกทิวสํ สุขสมเย นิสินฺนา มนฺตยึสุ อมฺหากํ อิสฺสริยํ มหนฺตํ ปุตฺโต วา ธีตา วา นตฺถิ กินฺนุ โข กตฺตพฺพนฺติ ฯ ตโต ราชา ปุโรหิตํ อาห สมฺม สเจ ตว เคเห ปุตฺโต ชายิสฺสติ มม รชฺชสฺส สามิโก ภวิสฺสติ สเจ มม ปุตฺโต ชายิสฺสติ ตว เคเห โภคานํ สามิโก ภวิสฺสตีติ ฯ เอวํ อุโภปิ อญฺญมญฺญํ สงฺกรมกํสุ ฯ อเถกทิวสํ ปุโรหิโต โภคคามํ คนฺตฺวา อาคมนกาเล ทกฺขิณทฺวาเรน นครํ ปวิสนฺโต พหินคเร เอกํ พหุปุตฺติกํ นาม ทุคฺคติตฺถึ ปสฺสิ ฯ ตสฺสา สตฺต ปุตฺตา สพฺเพว อโรคา เอโก ปจนภาชนํ กปลฺลํ คณฺหิ เอโก สยนกฏสารกํ เอโก ปุรโต คจฺฉติ เอโก ปจฺฉโต คจฺฉติ เอโก องฺคุลึ คณฺหิ เอโก องฺเก นิสินฺโน เอโก ขนฺเธ ฯ อถ นํ ปุโรหิโต ปุจฺฉิ ภทฺเท อิเมสํ ทารกานํ ปิตา กุหินฺติ ฯ สาปิ อิเมสํ ปิตา นาม นิพทฺโธ นตฺถีติ ฯ เอวรูเป สตฺต ปุตฺเต กินฺติ กตฺวา อลตฺถาติ ฯ สา อญฺญํ คหณํ อปสฺสนฺตี นครทฺวาเร ฐิตํ นิโคฺรธรุกฺขํ ทสฺเสตฺวา สามิ เอกสฺมึ นิโคฺรเธ อธิวตฺถาย เทวตาย สนฺติเก ปตฺเถตฺวา ลภึ เอตาย เม ปุตฺตา ทินฺนาติ อาห ฯ ปุโรหิโต เตนหิ คจฺฉ ตฺวนฺติ รถา โอรุยฺห นิโคฺรธมูลํ คนฺตฺวา สาขายํ คเหตฺวา จาเลตฺวา อมฺโภ เทวเต ตฺวํ รญฺโญ ปุตฺตํ น เทสิ รญฺโญ สนฺติกา กึ นาม อลภสิ ราชา เต อนุสํวจฺฉรํ สหสฺสํ วิสชฺเชตฺวา พลิกมฺมํ กาเรติ ตสฺส ปุตฺเต น เทสิ เอตาย ทุคฺคติตฺถิยา ตว โก อุปกาโร กโต เยนสฺสา สตฺต ปุตฺเต อทาสิ สเจ อมฺหากํ รญฺโญ ปุตฺตํ น เทสิ อิโต ตํ สตฺตเม ทิวเส สมูลกํ ฉินฺทิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ กาเรสฺสามีติ รุกฺขเทวตํ ตชฺเชตฺวา ปกฺกามิ ฯ โส เอเตน นิยาเมเนว ปุนทิวเสปิ ปุนทิวเสปีติ ปฏิปาฏิยา ฉ ทิวเส กเถสิ ฯ ฉฏฺเฐ ปน ทิวเส สาขายํ คเหตฺวา รุกฺขเทวเต อชฺเฌกรตฺติมตฺตกเมว เสสํ สเจ เม รญฺโญ ปุตฺตวรํ น เทสิ เสฺว ตํ นิฏฺฐาเปสฺสามีติ อาห ฯ รุกฺขเทวตา อาวชฺชิตฺวา ตํ การณํ ตตฺตโต ญตฺวา อยํ พฺราหฺมโณ ปุตฺตํ อลภนฺโต มม วิมานํ นาเสสฺสติ เกน นุโข อุปาเยน ตสฺส ปุตฺตํ ทาตุํ วฏฺฏตีติ จตุนฺนํ มหาราชานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ เต มยํ ตสฺส ปุตฺตํ ทาตุํ น สกฺขิสสามาติ วทึสุ ฯ อฏฺฐวีสติยกฺขเสนาปตีนํ สนฺติกํ อคมาสิ ฯ เตปิ ตเถวาหํสุ ฯ สกฺกสฺส เทวรญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา กเถสิ ฯ โสปิ ลภิสฺสติ นุโข ราชา อนุจฺฉวิเก ปุตฺเต อุทาหุ โนติ อุปธาเรนฺโต ปุญฺญวนฺเต จตฺตาโร เทวปุตฺเต ปสฺสิ ฯ เต กิร ปุริมภเว พาราณสิยํ เปสการา หุตฺวา เตน กมฺเมน ลทฺธกํ ปญฺจโกฏฺฐาสํ กตฺวา จตฺตาโร โกฏฺฐาเส ปริภุญฺชึสุ ปญฺจมํ คเหตฺวา เอกโตว ทานํ ททํสุ เต ตโต จุตา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตึสุ ตโต ยามภวเน นิพฺพตฺตึสูติ เอวํ อนุโลมปฏิโลมํ ฉสุ เทวโลเกสุ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺตา วิจรนฺติ ฯ ตทา ปน เนสํ ตาวตึสภวนโต จวิตฺวา ยามภวนํ คมนวาเร สกฺโก เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปกฺโกสิตฺวา มาริสา ตุมฺเหหิ มนุสฺสโลกํ คนฺตุํ วฏฺฏติ เอสุการิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นพฺพตฺตถาติ อาห ฯ
เต ตสฺส วจนํ สุตฺวา สาธุ เทว คมิสฺสาม น ปนมฺหากํ ราชกุเลนตฺโถ อตฺถิ ปุโรหิตสฺส เคเห นิพฺพตฺเตตฺวา ทหรกาเลเยว กาเม ปหาย ปพฺพชิสฺสามาติ วทึสุ ฯ สกฺโก สาธูติ เตสํ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อาคนฺตฺวา รุกฺขเทวตาย ตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ สา ตุฏฺฐมานสา สกฺกํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน วิมานเมว คตา ฯ ปุโรหิโตปิ ปุนทิวเส พลวปุริเส สนฺนิปาตาเปตฺวา วาสิผรสุอาทีนิ คาหาเปตฺวา รุกฺขมูลํ คนฺตฺวา รุกฺขสาขาย คเหตฺวา อมฺโภ เทวเต อชฺช มยฺหํ ปุตฺตํ ยาจนฺตสฺส สตฺตโม ทิวโส อิทานิ เต นิฏฺฐานกาโลติ อาห ฯ ตโต รุกฺขเทวตา มหนฺเตนานุภาเวน ขนฺธวิวรโต นิกฺขมิตฺวา มธุเรน สเรน ตํ อามนฺเตตฺวา พฺราหฺมณ ติฏฺฐตุ เอโก ปุตฺโต จตฺตาโร เต ปุตฺเต ทสฺสามีติ อาห ฯ มม ปุตฺเตนตฺโถ นตฺถิ อมฺหากํ รญฺโญ ปุตฺตํ เทหีติ ฯ ตุยฺเหว ทมฺมีติ ฯ เตนหิ มม เทฺว เทหิ รญฺโญ เทฺว เทหีติ ฯ รญฺโญ น เทมิ จตฺตาโรปิ ตุยฺเหว เทมิ ตยา จ ลทฺธมตฺตาว ภวิสฺสนฺติ อคาเร อฐตฺวา ทหรกาเลเยว ปพฺพชิสฺสนฺตีติ ฯ ตฺวํ รญฺโญ เกวลํ ปุตฺเต เทหิ อปพฺพชฺชนการณํ ปน อมฺหากํ ภาโรติ ฯ สา ตสฺส ปุตฺตวรํ ทตฺวา อตฺตโน ภวนํ ปาวิสิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย เทวตาย สกฺกาโร มหา ปวตฺตติ ฯ เชฏฺฐกเทวปุตฺโต จวิตฺวา ปุโรหิตสฺส พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ ฯ ตสฺส นามคหณทิวเส หตฺถิปาโลติ นามํ กตฺวา อปพฺพชฺชนตฺถาย หตฺถิโคปเก ปฏิจฺฉาเปสุํ ฯ โส เตสํ สนฺติเก วฑฺฒติ ฯ ตสฺส ปทสา คมนกาเล ทุติโย จวิตฺวา ตสฺสา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ ฯ ตสฺสาปิ ชาตกาเล อสฺสปาโลติ นามํ กรึสุ ฯ โส อสฺสโคปกานํ สนฺติเก วฑฺฒติ ฯ ตติยสฺส ชาตกาเล โคปาโลติ นามํ กรึสุ ฯ โส โคปาลเกหิ สทฺธึ วฑฺฒติ ฯ จตุตฺถสฺส ชาตกาเล อชปาโลติ นามํ กรึสุ ฯ โส อชปาเลหิ สทฺธึ วฑฺฒติ ฯ เต วุฑฺฒิมนฺวาย โสภคฺคปฺปตฺตา อเหสุํ ฯ
อถ เนสํ ปพฺพชิตภเยน รญฺโญ วิชิตา ปพฺพชิเต นีหรึสุ ฯ สกลกาสิกรฏฺเฐ เอกปพฺพชิโตปิ นาโหสิ ฯ เต กุมารา อติผรุสา อเหสุํ ฯ ยาย ทิสาย คจฺฉนฺติ ตาย ทิสาย อาหริยมานํ ปณฺณาการํ วิลุมฺปนฺติ ฯ หตฺถิปาลสฺส โสฬสวสฺสกาเล สรีรสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ราชา จ ปุโรหิโต จ กุมารา มหลฺลกา ชาตา ฉตฺตุสฺสาปนสมโย เตสํ กินฺนุ โข กาตพฺพนฺติ มนฺเตตฺวา เอเต อภิสิตฺตกาลโต ปฏฺฐาย อติสูรา ภวิสฺสนฺติ ตโต ตโต ปพฺพชิตา อาคมิสฺสนฺติ เต ทิสฺวา ปพฺพชิสฺสนฺติ เอเตสํ ปพฺพชิตกาเล ชนปทา อุลฺโลลา ภวิสฺสนฺติ วีมํสิสฺสาม ตาว เน ปจฺฉา อภิสิญฺจิสฺสามาติ จินฺเตตฺวา อุโภปิ อิสิเวสํ คเหตฺวา ภิกฺขาย จรนฺตา หตฺถิปาลกุมารสฺส นิเวสนทฺวารํ อคมํสุ ฯ กุมาโร เต ทิสฺวา ตุฏฺโฐ ปสนฺโน อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ติสฺโส คาถา อภาสิ
จิรสฺสํ วต ปสฺสาม พฺราหฺมณํ เทววณฺณินํ
มหาชฏํ ขาริธรํ ปงฺกทนฺตํ รชสฺสิรํ ฯ
จิรสฺสํ วต ปสฺสาม อิสึ ธมฺมคุเณ รตํ
กาสายวตฺถวสนํ วากจีรํ ปริจฺฉทํ ฯ
อาสนํ อุทกํ ปชํ ปตฺติ คณฺหาตุ โน ภวํ
อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฉาม อคฺฆํ กุรุตุ โน ภวนฺติ ฯ
ตตฺถ พฺราหฺมณนฺติ พาหิตปาปํ พฺราหฺมณํ ฯ เทววณฺณินนฺติ เสฏฺฐวณฺณินํ โฆรตปํ ปริมานิตินฺทฺริยํ ปพฺพชิตตฺตภาวํ อุคฺคตปนฺติ อตฺโถ ฯ ขาริธรนฺติ ขาริภารธรํ ฯ อิสินฺติ สีลกฺขนฺธาทโย ปริเยสิตฺวา ฐิตํ ฯ ธมฺมคุเณ รตนฺติ สุจริตโกฏฺฐาเส อภิรตํ ฯ อาสนนฺติ อิทํ เตสํ นิสีทนตฺถาย อาสนํ ปญฺญเปตฺวา คนฺโธทกญฺจ ปาทปุญฺฉนญฺจ อพฺภญฺชเตลญฺจ อุปเนตฺวา อาห ฯ อคฺเฆติ อิเม สพฺเพปิ อาสนาทโย อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม ฯ กุรุตุ โนติ อิเม โน อคฺเฆ ภวํ ปฏิคฺคณฺหาตูติ ฯ
เอวํ โส เตสุ เอเกกํ วาเรน วาเรน อาห ฯ อถ นํ ปุโรหิโต อาห ตาต หตฺถิปาล ตฺวํ อมฺเห เก อิเมติ มญฺญมาโน เอวํ กเถสีติ ฯ หิมวนฺตกา อิสโยติ ฯ น มยํ ตาต อิสโย เอส ราชา เอสุการี อหํ เต ปิตา ปุโรหิโตติ ฯ อถ กสฺมา อิสิเวสํ คณฺหถาติ ฯ ตว วีมํสนตฺถายาติ ฯ มม กึ วีมํสถาติ ฯ สเจ อมฺเห ทิสฺวา น ปพฺพชิสฺสสิ อถ ตํ รชฺเช อภิสิญฺจิตุํ อาคตมฺหาติ ฯ ตาต น เม รชฺเชนตฺโถ ปพฺพชิสฺสามหนฺติ ฯ อถ นํ ปิตา ตาต หตฺถิปาล นายํ กาโล ปพฺพชฺชายาติ วตฺวา ยถาอชฺฌาสยํ อนุสาเสนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห
อธิจฺจ เวเท ปริเยส วิตฺตํ
ปุตฺเต เคเห ตาต ปติฏฺฐเปตฺวา
คนฺเธ รเส ปจฺจนุโภตุ สพฺพํ
อรญฺญํ สาธุ มุนิ โส ปสตฺโถติ ฯ
ตตฺถ อธิจฺจาติ อชฺฌายิตฺวา ฯ ปุตฺเตติ ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา นาฏเก วาเรน อุปฏฺฐาเปตฺวา ปุตฺตธีตาหิ วฑฺฒิตฺวา เต ปุตฺเต เคเห ปติฏฺฐาเปตฺวาติ อตฺโถ ฯ สพฺพนฺติ เอเต จ คนฺธรเส เสสญฺจ สพฺพํ วตฺถุกามํ อนุภวิตฺวา ฯ อรญฺญํ สาธุ มุนิ โส ปสตฺโถติ ปจฺฉา มหลฺลกกาเล ปพฺพชิตสฺส อรญฺญํ สาธุ ลทฺธกํ โหติ โย เอวรูเป กาเล ปพฺพชติ โส มุนิ พุทฺธาทีหิ อริเยหิ ปสตฺโถติ วทติ ฯ
ตโต หตฺถิปาโล คาถมาห
เวทา น สจฺจา น จ วิตฺตลาโภ
น ปุตฺตลาเภน ชรํ วิหนฺติ
คนฺเธ รเส มุจฺจนมาหุ สนฺโต
สกมฺมุนา โหติ ผลูปปตฺตีติ ฯ
ตตฺถ น สจฺจาติ ยํ สคฺคญฺจ มคฺคญฺจ วทนฺติ น ตํ สาเธนฺติ ตุจฺฉา นิสฺสารา นิปฺผลา ฯ วิตฺตลาโภติ ธนลาโภปิ ปญฺจสาธารณตฺตา สพฺโพ เอกสภาโว น ภวิสฺสติ ฯ น ชรนฺติ ตาต ชรํ วา พฺยาธิมรณํ วา น โกจิ ปุตฺตลาเภน ปฏิพาหิตุํ สมตฺโถ นาม อตฺถิ ทุกฺขมูลา เหเต อุปธโย ฯ คนฺเธ รเสติ คนฺเธ จ รเส จ เสสอารมฺมเณสุ จ มุจฺจนมุตฺติเมว พุทฺธาทโย ปณฺฑิตา กเถนฺติ ฯ สกมฺมุนาติ อตฺตนา กตกมฺเมเนว สตฺตานํ ผลูปปตฺติ ผลนิปฺผตฺติ โหติ กมฺมสฺสกา หิ ตาต สตฺตาติ ฯ
กุมารสฺส วจนํ สุตฺวา ราชา คาถมาห
อทฺธา หิ สจฺจํ วจนํ ตเวตํ
สกมฺมุนา โหติ ผลูปปตฺติ
ชิณฺณา จ มาตาปิตโร ตวยิเม
ปสฺเสยฺยุ ตํ วสฺสสตํ อโรคฺยนฺติ ฯ
ตตฺถ วสฺสสตํ อโรคฺยนฺติ เอเต วสฺสสตํ อาโรคฺยํ ตํ ปสฺเสยฺยุํ ตฺวํปิ วสฺสสตํ ชีวนฺโต มาตาปิตโร โปสสฺสูติ วทติ ฯ
ตํ สุตฺวา กุมาโร เทว ตฺวํ กินฺนาเมตํ วเทสีติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ
ยสฺสสฺสุ สกฺขี มรเณน ราช
ชราย มิตฺตี นรวีร เสฏฺฐ
โย วาปิ ชญฺญา น มริสฺสํ กทาจิ
ปสฺเสยฺยุ ตํ วสฺสสตํ อโรคฺยํ ฯ
ยถาปิ นาวํ ปุริโสทกมฺหิ
เอเรติ เจนํ อุปเนติ ตีรํ
เอวํปิ พฺยาธิ สสตํ ชรา จ
อุปเนติ มจฺจุวสมนฺตกสฺสาติ ฯ
ตตฺถ สกฺขีติ มิตฺตธมฺโม ฯ มรเณนาติ ทตฺโต มิตฺโต มโตติ สมฺมติมรเณน ฯ ชรายาติ ปากฏชราย หิ สทฺธึ ยสฺส เมตฺตี ภเวยฺย ยสฺเสตํ มรณญฺจ ชรา จ มิตฺตภาเวน นาธิคจฺเฉยฺยาติ อตฺโถ ฯ เอเรติ เจนนฺติ มหาราช ยถา นาม ปุริโส นทีติตฺเถ อุทกมฺหิ นาวํ ฐเปตฺวา ปรตีรคามิชนํ อาโรเปตฺวา สเจ อริตฺเตน อุปฺปีเฬนฺโต ปิเยน วา กฑฺฒนฺโต จาเลติ ฆเฏติ อถ นํ ปรตีรํ อุปเนติ เอวํ พฺยาธิ จ ชรา จ นิจฺจํ อนฺตกสฺส มจฺจุโน วสํ อุปเนนฺติเยวาติ ฯ
เอวํ อิเมสํ สตฺตานํ ชีวิตสงฺขารสฺส ปริตฺตภาวํ ทสฺเสตฺวา มหาราช ตุมฺเห ติฏฺฐถ ตุมฺเหหิ สทฺธึ กเถนฺตเมว มํ พฺยาธิ จ ชรา จ มรณํ จ อุปคจฺฉนฺติ อปฺปมตฺตา โหถาติ โอวาทํ ทตฺวา ราชานญฺจ ปิตรญฺจ วนฺทิตฺวา อตฺตโน ปริจาริเก คเหตฺวา พาราณสิรชฺชํ ปหาย ปพฺพชิสฺสามีติ นิกฺขมิ ฯ ปพฺพชฺชา นาม เอสา โสภนา ภวิสฺสตีติ หตฺถิปาลกุมาเรน สทฺธึ มหาชโน นิกฺขมิ ฯ โยชนิกา ปริสา อโหสิ ฯ โส ตาย ปริสาย สทฺธึ คงฺคาตีรํ ปตฺวา คงฺคาย อุทกํ โอโลเกตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา จินฺเตสิ อยํ สมาคโม มหา ภวิสฺสติ มม ตโย กนิฏฺฐภาตโร มาตาปิตโร ราชา เทวีติ สพฺเพ สปริสา ปพฺพชิสฺสนฺติ พาราณสี สุญฺญา ภวิสฺสติ ยาว เอเตสํ อาคมนา อิเธว วสิสฺสามีติ ฯ โส ตตฺเถว มหาชนสฺส โอวาทํ ททนฺโต นิสีทิ ฯ ปุนทิวเส ราชา จ ปุโรหิโต จ จินฺตยึสุ หตฺถิปาลกุมาโร ตาว รชฺชํ ปหาย มหาชนํ อาทาย ปพฺพชิสฺสามีติ คนฺตฺวา คงฺคาตีเร นิสีทิ อสฺสปาลํ วีมํสิตฺวา อภิสิญฺจิสฺสามาติ ฯ เต อิสิเวเสเนว ตสฺสาปิ เคหทฺวารํ อคมํสุ ฯ โสปิ เต ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อุปสงฺกมิตฺวา จิรสฺสํ วต ปสฺสามีติ อาทีนิ วตฺวา ตเถว ปฏิปชฺชิ ฯ เตปิ ตํ ตเถว วตฺวา อตฺตโน อาคตการณํ กถยึสุ ฯ โส มม ภาติเก หตฺถิปาลกุมาเร สนฺเต ปฐมตรํ มยฺหเมว เสตจฺฉตฺตํ ปาปุณาตีติ ปุจฺฉิตฺวา ตาต ภาตา เตน มยฺหํ รชฺเชนตฺโถ ปพฺพชิสฺสามีติ วตฺวา นิกฺขนฺโตติ วุตฺเต กหํ ปน โส อิทานีติ คงฺคาตีเร นิสินฺโนติ วุตฺเต ตาต มม ภาตรา ฉฑฺฑิตเขเฬน มม กมฺมํ นตฺถิ พาลา หิ ปริตฺตปญฺญา สตฺตา เอตํ กิเลสํ ปชหิตุํ น สกฺโกนฺติ อหํ ปน ชหิสฺสามีติ ฯ รญฺโญ จ ปิตุ จ ธมฺมํ เทเสนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ
ปงฺโก จ กามา ปลิโป จ กามา
มโนหรา ทุตฺตรา มจฺจุเธยฺยา
เอตสฺมึ ปงฺเก ปลิเป วิสนฺนา
หีนตฺตรูปา น ตรนฺติ ปารํ ฯ
อยํ ปุเร ลุทฺทมกาสิ กมฺมํ
สฺวายํ คหีโต น หิ โมกฺขิโต เม
โอรุนฺธิยา นํ ปริรกฺขิสฺสามิ
มายํ ปุน ลุทฺทมกาสิ กมฺมนฺติ ฯ
ตตฺถ ปงฺโกติ โย โกจิ กทฺทโม ฯ ปลิโปติ สุขุมวาลิกมิสฺโส สณฺหกทฺทโม ฯ ตตฺถ กาโม ลคฺคาปนวเสน ปงฺโก นาม โอสีทาปนวเสน ปลิโป นามาติ วุตฺโต ฯ ทุตฺตราติ ทูรติกฺกมา ฯ มจฺจุเธยฺยาติ มจฺจุโน อธิฏฺฐานํ ฯ เอเตสุ หิ ลคฺคา เจว อนุปวิฏฺฐา จ สตฺตา อุตฺตริตุํ อสกฺโกนฺตา ทุกฺขกฺขนฺธปริยาเย วุตฺตปฺปการํ ทุกฺขญฺเจว มรณญฺจ ปาปุณนฺติ ฯ เตนาห เอตสฺมึ ปงฺเก ปลิเป วิสนฺนา หีนตฺตรูปา น ตรนฺติ ปารนฺติ ฯ ตตฺถ วิสนฺนาติ พฺยสนฺนา ฯ พฺยสนฺนาติปิ ปาโฐ อยเมว อตฺโถ ฯ หีนตฺตรูปาติ หีนจิตฺตสภาวา ฯ ปารนฺติ นิพฺพานปารํ คนฺตุํ น สกฺโกนฺติ ฯ อยนฺติ มหาราช อยํ มมตฺตภาโว ปุพฺเพ อสฺสโคปเกหิ สทฺธึ วฑฺฒนฺโต มหาชนสฺส วิลุมฺปนเหฐนาทิวเสน พหุํ ลุทฺทํ สาหสิกกมฺมํ อกาสิ ฯ สฺวายํ คหีโตติ โส อยํ ตสฺส กมฺมสฺส วิปาโก มยา คหิโต ฯ น หิ โมกฺขิโต เมติ สํสารปฺปวตฺเต สติ นหิ โมกฺโข อิโต อกุสลผลโต มมตฺถิ ฯ โอรุนฺธิยา นํ ปริรกฺขิสฺสามีติ อิทานิ นํ กายวจีมโนทฺวารานิ ปิทหนฺโต โอรุนฺธิตฺวา ปริรกฺขิสฺสามิ ฯ กึการณา ฯ มายํ ปุน ลุทฺทมกาสิ กมฺมนฺติ อหํ หิ อิโต ปฏฺฐาย ปาปํ อกตฺวา กลฺยาณเมว กริสฺสามิ ฯ
ติฏฺฐถ ตุมฺเห ตุมฺเหหิ สทฺธึ กเถนฺตเมว มํ พฺยาธิชรามรณานิ อุปคจฺฉนฺตีติ โอวาทํ ททนฺโต โยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา นิกฺขมิตฺวา หตฺถิปาลกุมารสฺเสว สนฺติกํ คโต ฯ โส ตสฺส อากาเส นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต ภาติก อยํ สมาคโม มหา ภวิสฺสติ อิเธว ตาว โหมาติ อาห ฯ อิตโรปิ สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ ฯ ปุนทิวเส ราชา จ ปุโรหิโต จ เตเนวูปาเยน โคปาลกุมารสฺส นิเวสนํ คนฺตฺวา เตนาปิ ตเถว ปฏินนฺทิตา อตฺตโน อาคมนการณํ อาจิกฺขึสุ ฯ โสปิ อสฺสปาลกุมาโร วิย ปฏิกฺขิปิตฺวา อหํ จิรโต ปฏฺฐาย ปพฺพชิตุกาโม วเน นฏฺฐโคณํ วิย ปพฺพชฺชํ อุปธาเรนฺโต วิจรามิ เตน เม นฏฺฐโคณสฺส ปทํ วิย ภาติกานํ คตมคฺโค ทิฏฺโฐ สฺวาหํ เตเนว มคฺเคน คมิสฺสามีติ วตฺวา คาถมาห
ควํว นฏฺฐํ ปุริโส ยถา วเน
อนฺเธ สติ ราช อปสฺสมาโน
เอวํ นฏฺโฐ เอสุการิ มมตฺโถ
โสหํ กถํ น คเวเสยฺย ราชาติ ฯ
ตตฺถ เอสุการีติ ราชานํ อาลปติ ฯ มมตฺโถติ วเน โคโณ วิย มม ปพฺพชฺชาสงฺขาโต อตฺโถ นฏฺโฐ ฯ โสหนฺติ โส อหํ อชฺช ปพฺพชิตานํ มคฺคํ ทิสฺวา กถํ ปพฺพชฺชํ น คเวเสยฺยํ มม ภาติกานํ คตมคฺคเมว คมิสฺสามิ นรินฺทาติ ฯ
อถ นํ ตาต โคปาลก เอกาหํ ทฺวีหํ อาคเมหิ อมฺเห สมสฺสาเสตฺวา ปจฺฉา ปพฺพชิสฺสสีติ วทึสุ ฯ โส มหาราช อชฺช กตฺตพฺพํ กมฺมํ เสฺว กริสฺสามีติ น วตฺตพฺพํ กลฺยาณกมฺมํ นาม อชฺช อชฺเชว กตฺตพฺพนฺติ วตฺวา อิตรํ คาถมาห
หิยฺโยติ หียติ โปโส ปเรติ ปริหายติ
อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา
อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโรติ ฯ
ตตฺถ หิยฺโยติ เสฺวติ อตฺโถ ฯ ปเรติ ปุนทิวเส ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ โย มหาราช อชฺช กตฺตพฺพํ กมฺมํ เสฺวติ กตฺตพฺพํ กมฺมํ ปเร ปเรติ วตฺวา น กโรติ โส ตโต ปริหายติ น ตํ กมฺมํ กาตุํ สกฺโกตีติ ฯ เอวํ โคปาลโก ภทฺเทกรตฺตํ นาม กเถสิ ฯ สฺวายมตฺโถ ภทฺเทกรตฺตสุตฺเต กเถตพฺโพ ฯ อนาคตํ เนตมตฺถีติ ยํ อนาคตํ เนตํ อตฺถีติ ญตฺวา อุปฺปนฺนกุสลจฺฉนฺทํ โก ปณฺฑิโต ปนุเทยฺย หาเรยฺย ฯ
เอวํ โคปาลกุมาโร ทฺวีหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสตฺวา ติฏฺฐถ ตุมฺเห ตุมฺเหหิ สทฺธึ กเถนฺตเมว มํ พฺยาธิชรามรณาทีนิ อุปคจฺฉนฺตีติ โยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา นิกฺขมิตฺวา ทฺวินฺนํ ภาติกานํ สนฺติกํ คโต ฯ หตฺถิปาโล ตสฺสาปิ ธมฺมํ เทเสสิ ฯ ปุนทิวเส ราชา จ ปุโรหิโต จ เตเนวูปาเยน อชปาลกุมารสฺส นิเวสนํ คนฺตฺวา เตนาปิ ตเถว ปฏินนฺทิตา อตฺตโน อาคมนการณํ อาจิกฺขิตฺวา ฉตฺตํ เต อุสฺสาเปสฺสามาติ วทึสุ ฯ กุมาโร อาห มยฺหํ ภาติกา กุหินฺติ ฯ เต อมฺหากํ รชฺเชน อตฺโถ นตฺถีติ เสตจฺฉตฺตํ ปหาย ติโยชนิกปริสํ คเหตฺวา นิกฺขมิตฺวา คงฺคาตีเร นิสินฺนาติ ฯ นาหํ มม ภาติเกหิ ฉฑฺฑิตเขฬํ สีเสนาทาย วิจริสฺสามิ อหํปิ ปพฺพชิสฺสามีติ ฯ ตาต ตฺวํ ตาว ทหโร อมฺหากํ หตฺถภาโร วยปฺปตฺตกาเล ปพฺพชิสฺสสีติ ฯ อถ นํ กุมาโร กึ ตุมฺเห กเถถ นนุ อิเม สตฺตา ทหรกาเลปิ มหลฺลกกาเลปิ มรนฺติเยว อยํ ทหรกาเล มริสฺสติ อยํ มหลฺลกกาเลติ กสฺสจิ หตฺเถ วา ปาเท วา นิมิตฺตํ นตฺถิ อหํ มม มรณกาลํ น ชานามิ ตสฺมา อิทาเนว ปพฺพชิสฺสามีติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ
ปสฺสามิ โวหํ ทหรึ กุมารึ
มตฺตูปมํ เกตกปุปฺผเนตฺตํ
อภุตฺวา โภเค ปฐเม วยสฺมึ
อาทาย มจฺจุ วชเต กุมารึ ฯ
ยุวา สุชาโต สุมุโข สุทสฺสโน
สาโม กุสุมฺภปริกิณฺณมสฺสุ
หิตฺวาน กาเม ปฏิคจฺฉ เคหํ
อนุชานาถ มํ ปพฺพชิสฺสามิ เทวาติ ฯ
ตตฺถ โวติ นิปาตมตฺตํ ฯ ปสฺสามิจฺเจว อตฺโถ ฯ มตฺตูปมนฺติ หาสภาสวิลาเสหิ มตฺตํ วิย วิจรนฺตึ ฯ เกตกปุปฺผเนตฺตนฺติ เกตกปุปฺผปตฺตํ วิย ปุถุลายตเนตฺตํ ฯ อภุตฺวา โภเคติ อภุตฺวาว โภเค ฯ วชเตติ เอวํ อุตฺตมรูปธรํ กุมารึ ปฐมวเย วตฺตมานํ อภุตฺวา โภคเมว มาตาปิตูนํ อุปริ มหนฺตํ โสกํ ปาเตตฺวา มจฺจุ คเหตฺวาว คจฺฉติ ฯ สุชาโตติ สุสณฺฐิโต ฯ สุมุโขติ กาญฺจนาทาสปุณฺณจนฺทสทิสมุโข ฯ สุทสฺสโนติ อุตฺตมรูปธาริตาย สมฺปนฺนทสฺสโน ฯ สาโมติ สุวณฺณสาโม ฯ กุสุมฺภปริกิณฺณมสฺสูติ สนฺนิสินฺนตฺเถน สุขุมตฺเถน จ ตรุณกุสุมฺภเกสรสทิสปริกิณฺณมสฺสุ ฯ อิมินา เอวรูโปปิ กุมาโร มจฺจุวสํ คจฺฉติ ตถาวิธํปิ หิ สิเนรุํ อุปฺปาเฏนฺโต วิย นิกฺกรุโณ มจฺจุ อาทาย คจฺฉตีติ ทสฺเสติ ฯ หิตฺวาน กาเม ปฏิคจฺฉ เคหํ อนุชานาถ มํ ปพฺพชิสฺสามิ เทวาติ เทว ปุตฺตทารพนฺธนสฺมึ หิ อุปฺปนฺเน ตํ พนฺธนํ ทุจฺเฉทนียํ โหติ เตนาหํ ปุเรตรญฺเญว กาเม จ เคหญฺจ หิตฺวา อิทาเนว ปพฺพชิสฺสามิ อนุชานาถ มนฺติ ฯ
เอวญฺจ ปน วตฺวา ติฏฺฐถ ตุมฺเห มํ ตุมฺเหหิ สทฺธึ กเถนฺตญฺเญว พฺยาธิชรามรณานิ อุปคจฺฉนฺตีติ เต อุโภ วนฺทิตฺวา โยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา นิกฺขมิตฺวา คงฺคาตีรเมว อคมาสิ ฯ หตฺถิปาโล ตสฺสาปิ อากาเส นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา สมาคโม มหา ภวิสฺสตีติ ตตฺเถว นิสีทิ ฯ ปุนทิวเส ปุโรหิโต ปลฺลงฺกมชฺฌคโต นิสีทิตฺวา จินฺเตสิ มม ปุตฺตา ปพฺพชิตา อิทานิ อหํ เอกโกว มนุสฺสขาณุโก ชาโตมฺหิ อหํปิ ปพฺพชิสฺสามีติ ฯ โส พฺราหฺมณิยา สทฺธึ มนฺเตนฺโต คาถมาห
สาขาหิ รุกฺโข ลภเต สมญฺญํ
ปหีนสาขํ ปน ขาณุมาหุ
ปหีนปุตฺตสฺส มมชฺช โหติ
วาเสฏฺฐิ ภิกฺขาจริยาย กาโลติ ฯ
ตตฺถ ลภเต สมญฺญนฺติ รุกฺโขติ โวหารํ ลภติ ฯ วาเสฏฺฐีติ พฺราหฺมณึ อาลปติ ฯ ภิกฺขาจริยายาติ มยฺหํปิ ปพฺพชฺชาย กาโล ปุตฺตานํ สนฺติกเมว คมิสฺสามีติ ฯ
โส เอวํ วตฺวา พฺราหฺมเณ ปกฺโกสาเปสิ ฯ สฏฺฐี พฺราหฺมณสหสฺสานิ สนฺนิปตึสุ ฯ อถ เน อาห ตุมฺเห กึ กริสฺสถาติ ฯ ตุมฺเห ปน อาจริยาติ ฯ อหํ มม ปุตฺตสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามีติ ฯ น ตุมฺหากเมว นิรโย อุณฺโห มยํปิ ปพฺพชิสฺสามาติ ฯ โส อสีติโกฏิธนํ พฺราหฺมณิยา นิยฺยาเทตฺวา โยชนิกํ พฺราหฺมณปริสํ อาทาย นิกฺขมิตฺวา ปุตฺตานํ สนฺติกญฺเญว คโต ฯ หตฺถิปาโล ตายปิ ปริสาย อากาเส ฐตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ ฯ ปุนทิวเส พฺราหฺมณี จินฺเตสิ มม จตฺตาโร ปุตฺตา เสตจฺฉตฺตํ ปหาย ปพฺพชิสฺสามาติ คตา พฺราหฺมโณปิ ปุโรหิตฏฺฐาเนน สทฺธึ อสีติโกฏิธนํ ฉฑฺเฑตฺวา ปุตฺตานญฺเญว สนฺติกํ คโต อหเมเวกา กึ กริสฺสามิ ปุตฺตสฺส คตมคฺเคเนว คมิสฺสามีติ ฯ สา อตีตํ อุทาหรณํ อาหรนฺตี อุทานคาถมาห
อฆสฺมึ โกญฺจาว ยถา หิมจฺจเย
กตานิ ชาลานิ ปทาเลยฺยุ หํสา
คจฺฉนฺติ ปุตฺตา จ ปตี จ มยฺหํ
สาหํ กถํ นานุวเช ปชานนฺติ ฯ
ตตฺถ อฆสฺมึ โกญฺจาว ยถาติ ยเถว อากาเส โกญฺจาว สกุณา อสชฺชมานา คจฺฉนฺติ ฯ หิมจฺจเยติ วสฺสาจฺจเย ฯ กตานิ ชาลานิ ปทาเลยฺยุ หํสาติ อตีเต กิร ฉนฺนวุติสหสฺสา สุวณฺณหํสา วสฺสารตฺตปโหนกสาลึ กาญฺจนคุหายํ นิกฺขมิตฺวา วสฺสภเยน พหิ อนิกฺขมิตฺวา จาตุมาสํ ตตฺถ วสนฺติ ฯ อถ เนสํ อุณฺณานาภิ นาม มกฺกฏโก คุหาทฺวาเร ชาลํ พนฺธติ ฯ เตสุ ทฺวินฺนํ ตรุณหํสานํ ทฺวิคุณํ วฏฺฏํ เทนฺติ ฯ เต ถามสมฺปนฺนตาย ชาลํ ฉินฺทิตฺวา ปุรโตว คจฺฉนฺติ เสสา เตสํ คตมคฺเคน คจฺฉนฺติ ฯ สา ตมตฺถํ ปกาเสนฺตี เอวมาห ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ยเถว อากาเส โกญฺจสกุณา อสชฺชมานา คจฺฉนฺติ ตถา หิมจฺจเย วสฺสานาติกฺกเม เทฺว ตุรณหํสา กตานิ ชาลานิ ปทาเลตฺวา คจฺฉนฺติ อถ เนสํ คตมคฺเคน อิตเร หํสา อิทานิ ปน มม ปุตฺตา ตรุณหํสา ชาลํ วิย กามชาลํ ฉินฺทิตฺวา คตา มยาปิ เตสํ คตมคฺเคน คนฺตพฺพนฺติ อิมินา อธิปฺปาเยน คจฺฉนฺตี ปุตฺตา จ ปตี จ มยฺหํ สาหํ กถํ นานุวเช ปชานนฺติ อาห ฯ
อิติ สา กถํ อหํ เอวํ ปชานนฺตี น ปพฺพชิสฺสามิ ปพฺพชิสฺสามิเยวาติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา พฺราหฺมณิโย ปกฺโกสาเปตฺวา อาห ตุมฺเห กึ กริสฺสถาติ ฯ ตุมฺเห ปน อยฺเยติ ฯ อหํ ปพฺพชิสฺสามีติ ฯ มยํปิ ปพฺพชิสฺสามาติ อาหํสุ ฯ สา ตํ วิภวํ ฉฑฺเฑตฺวา โยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา ปุตฺตานํ สนฺติกเมว คตา ฯ หตฺถิปาโล ตายปิ ปริสาย อากาเส นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ ฯ ปุนทิวเส ราชา กุหึ ปุโรหิโตติ ปุจฺฉิ ฯ เทว ปุโรหิโต พฺราหฺมณี จสฺส สพฺพํ ธนํ ฉฑฺเฑตฺวา ทฺวิโยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา ปุตฺตานํ สนฺติกํ คตาติ ฯ ราชา อสฺสามิกํ ธนํ อมฺหากํ ปาปุณาตีติ ตสฺส เคหโต ธนํ อาหราเปสิ ฯ อถสฺส อคฺคมเหสี ราชา กึ กโรตีติ ปุจฺฉิตฺวา ปุโรหิตสฺส เคหโต ธนํ อาหราเปตีติ วุตฺเต ปุโรหิโต กุหินฺติ ปุจฺฉิตฺวา สปชาปติโก ปพฺพชฺชาย นิกฺขนฺโตติ สุตฺวา อยํ ราชา พฺราหฺมเณน จ พฺราหฺมณิยา จ จตูหิ ปุตฺเตหิ จ ชหิตอุกฺการํ ฉฑฺฑิตเขฬํ วิย โมเหน มุฬฺโห อตฺตโน ฆรํ อาหราเปสิ อุปมาย นํ ฉฑฺฑาเปสฺสามีติ สูนโต มํสํ อาหราเปตฺวา ราชงฺคเณ ราสึ กาเรตฺวา อุชุมคฺคํ วิสชฺเชตฺวา ชาลํ ปริกฺขิปาเปสิ ฯ คิชฺฌา ทูรโตว ทิสฺวา ตสฺสตฺถาย โอตรึสุ ฯ ตตฺถ สปญฺญา ชาลํ ปสาริตํ ญตฺวา อติภาริกา หุตฺวา อุชุกํ อุปฺปติตุํ น สกฺขิสฺสามาติ อตฺตนา ขาทิตมํสํ ฉฑฺเฑตฺวา วมิตฺวา ชาลํ อนลฺลิยิตฺวา อุชุกเมว อุปฺปติตฺวา คมึสุ ฯ อนฺธพาลา ปน เตหิ ฉฑฺฑิตํ วมิตํ ขาทิตฺวา ภาริยา หุตฺวา อุชุกํ อุปฺปติตุํ อสกฺโกนฺตา คนฺตฺวา ชาเล พชฺฌึสุ ฯ อเถกํ คิชฺฌํ อาเนตฺวา เทวิยา ทสฺสยึสุ ฯ สา ตํ อาทาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา เอหิ ตาว มหาราชา ราชงฺคเณ เอกํ กิริยํ ปสฺสามาติ สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา อิเม คิชฺเฌ โอโลเกหิ มหาราชาติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ
เอเต ภุตฺวา วมิตฺวา จ ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา
เย จ ภุตฺวา น วมึสุ เต เม หตฺถตฺถมาคตา ฯ
อวมี พฺราหฺมโณ กาเม โส ตฺวํ ปจฺจาวมิสฺสสิ
วนฺตาโท ปุริโส ราช น โส โหติ ปสํสิโยติ ฯ
ตตฺถ ภุตฺวา วมิตฺวา จาติ มํสํ ขาทิตฺวา วมิตฺวา จ ฯ ปจฺจาวมิสฺสสีติ ปฏิปริภุญฺชิสฺสสิ ฯ วนฺตาโทติ ปรสฺส วมิตขาทโก ฯ น ปสํสิโยติ โส ตณฺหาย วสิโก พาโล พุทฺธาทีหิ ปณฺฑิเตหิ ปสํสิตพฺโพ น โหตีติ ฯ
ตํ สุตฺวา ราชา วิปฺปฏิสารี อโหสิ ฯ ตโย ภวา อาทิตฺตา วิย อุปฏฺฐหึสุ ฯ โส อชฺเชว รชฺชํ ปหาย มม ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตีติ อุปฺปนฺนสํเวโค เทวิยา ถุตึ กโรนฺโต คาถมาห
ปงฺเก จ โปสํ ปลิเป พฺยสนฺนํ
พลี ยถา ทุพฺพลํ อุทฺธเรยฺย
เอวํปิ มํ อุทตาริ โภตี
ปญฺจาลิ คาถาหิ สุภาสิตาหีติ ฯ
ตตฺถ พฺยสนฺนนฺติ นิมุคฺคํ ฯ วิสนฺนนฺติปิ ปาโฐ ฯ อุทฺธเรยฺยาติ เกเสสุ วา หตฺเถสุ วา คเหตฺวา อุกฺขิปิตฺวา ถเล ฐเปยฺย ฯ อุทตารีติ กามปงฺกโต อุตฺตารยิ ฯ อุทตาสีติปิ ปาโฐ ฯ อยเมวตฺโถ ฯ อุทฺธตาสีติปิ ปาโฐ ฯ อุทฺธรีติ อตฺโถ ฯ ปญฺจาลีติ ปญฺจาลราชธีเต ฯ
เอวญฺจ ปน วตฺวา ตํ ขณญฺเญว ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห ตุมฺเห กึ กริสฺสถาติ ฯ ตุมฺเห ปน เทวาติ อาหํสุ ฯ อหํ หตฺถิปาลสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามีติ ฯ มยํ ปพฺพชิสฺสาม เทวาติ ฯ ราชา ทฺวาทสโยชนิเก พาราณสินคเร รชฺชํ ฉฑฺเฑตฺวา อตฺถิกา เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาเปนฺตูติ อมจฺจคณปริวุโต ติโยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา กุมารสฺเสว สนฺติกํ คโต ฯ หตฺถิปาโล ตสฺสาปิ ปริสาย อากาเส นิสินฺโน ธมฺมํ เทเสสิ ฯ สตฺถา รญฺโญ ปพฺพชิตภาวํ ปกาเสนฺโต คาถมาห
อิทํ วตฺวา มหาราชา เอสุการี ทิสมฺปติ
รชฺชํ หิตฺวาน ปพฺพชิ นาโค เฉตฺวาว พนฺธนนฺติ ฯ
ปุนทิวเส นคเร โอหีนชโน สนฺนิปติตฺวา ราชทฺวารํ คนฺตฺวา เทวิยา อาโรเจตฺวา นิเวสเน ปวิสิตฺวา เทวึ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต คาถมาห
ราชา จ ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ
รชฺชํ ปหาย นรวีรเสฏฺโฐ
ตุวํปิ โน โหหิ ยเถว ราชา
อมฺเหหิ คุตฺตา อนุสาส รชฺชนฺติ ฯ
ตตฺถ อนุสาสาติ อมฺเหหิ คุตฺตา หุตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรหิ ฯ
สา มหาชนสฺส กถํ สุตฺวา เสสคาถา อภาสิ
ราชา จ ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ
รชฺชํ ปหาย นรวีรเสฏฺโฐ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ มโนรมานิ ฯ
ราชา จ ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ
รชฺชํ ปหาย นรวีรเสฏฺโฐ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ ฯ
อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย
วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ มโนรมานิ ฯ
อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย
วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ ฯ
อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย
วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
สีติภูตา สพฺพมติจฺจ สงฺคนฺติ ฯ
ตตฺถ เอกาติ ปุตฺตธีตุกิเลสสมฺพาเธหิ มุจฺจตฺวา อิมสฺมึ โลเก เอกิกาว วิจริสฺสามิ ฯ กามานีติ รูปาทโย กามคุเณ ฯ ยโถธิกานีติ เยน เยน โอธินา ฐิตานิ เตน เตน ตถา ฐิตาเนว ชหิสฺสามิ น กิญฺจิ อามสิสฺสามีติ อตฺโถ ฯ อจฺเจนฺติ กาลาติ ปุพฺพณฺหาทโย กาลา อติกฺกมนฺติ ฯ ตรยนฺตีติ อตุจฺฉา หุตฺวา อายุสงฺขารํ เขปยมานา ขาทยมานา คจฺฉนฺติ ฯ วโยคุณาติ ปฐมวยาทโย ตโย มนฺททสกาทโย วา ทสโกฏฺฐาสา ฯ อนุปุพฺพํ ชหนฺตีติ อุปรูปริโกฏฺฐาสํ อปตฺวา ตตฺถ ตตฺเถว นิรุชฺฌนฺติ ฯ สีติภูตาติ อุณฺหการเก อุณฺหสภาเว กิเลเส ปหาย สีตลา หุตฺวา ฯ สพฺพมติจฺจ สงฺคนฺติ ราคสงฺคาทิกํ สพฺพสงฺคํ อติกฺกมิตฺวา เอกิกา จริสฺสามิ หตฺถิปาลสฺส กุมารสนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิสฺสามิ ฯ
อิติ สา อิมาหิ คาถาหิ มหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา อมจฺจภริยาโย ปกฺโกสาเปตฺวา อาห ตุมฺเห กึ กริสฺสถาติ ฯ ตุมฺเห ปน อยฺเยติ ฯ อหํ ปพฺพชิสฺสามีติ ฯ มยํปิ ปพฺพชิสฺสามาติ ฯ สา สาธุ อยฺยาโยติ ฯ ราชนิเวสเน สุวณฺณโกฏฺฐาคารทฺวาราทีนิ วิวราเปตฺวา อสุกฏฺฐาเน จ อสุกฏฺฐาเน จ มหานิธานํ นิหิตนฺติ สุวณฺณปฏฺเฏ ลิขาเปตฺวา ทินฺนญฺเญว อตฺถิกา หรนฺตูติ วตฺวา สุวณฺณปฏฺฏํ มหาตลถมฺเภ พนฺธาเปตฺวา นคเร เภริญฺจาราเปตฺวา มหาสมฺปตฺตึ ฉฑฺเฑตฺวา นครา นิกฺขมิ ฯ ตสฺมึ ขเณ สกลนครํ สงฺขุพฺภิ ราชา จ กิร เทวี จ รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิสฺสามาติ นิกฺขนฺตา มยํ อิธ กึ กริสฺสามาติ ฯ ตโต มนุสฺสา ยถาปูริตาเนว เคหานิ ฉฑฺเฑตฺวา ปุตฺเต หตฺเถ คเหตฺวา นิกฺขมึสุ ฯ สพฺพาปณา ปสาริตนิยาเมเนว ฐิตา นิวตฺเตตฺวา โอโลเกนฺโต นาม นาโหสิ ฯ สกลนครํ ตุจฺฉํ อโหสิ ฯ เทวีปิ ติโยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา ตตฺเถว คตา ฯ หตฺถิปาโล ตสฺสาปิ ปริสาย อากาเส นิสินฺโน ธมฺมํ เทเสตฺวา ตํ ทฺวาทสโยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา หิมวนฺตาภิมุโข ปายาสิ ฯ หตฺถิปาลกุมาโร กิร ทฺวาทสโยชนิกํ ปริสํ คเหตฺวา พาราณสึ ตุจฺฉํ กตฺวา ปพฺพชิสฺสามีติ มหาชนํ อาทาย หิมวนฺตํ คจฺฉติ กิมงฺคํ ปน มยนฺติ สกลกาสิกรฏฺฐํ สงฺขุพฺภิ ฯ อปรภาเค ปริสา ตึสโยชนิกา อโหสิ ฯ โส ตาย ปริสาย สทฺธึ หิมวนฺตํ คนฺตฺวา ปาวิสิ ฯ สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตํ ปวุตฺตึ ญตฺวา หตฺถิปาลกุมาโร มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต สมาคโม มหา ภวิสฺสติ วสนฏฺฐานํ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ วิสฺสกมฺมํ อาณาเปสิ คจฺฉ วิสฺสกมฺม อายามโต ฉตฺตึสโยชนิกํ วิตฺถารโต ปณฺณรสโยชนํ อสฺสมํ มาเปตฺวา ปพฺพชิตปริกฺขาเร สมฺปาเทหีติ ฯ โส สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา คงฺคาตีเร รมณีเย ภูมิภาเค วุตฺตปฺปมาณํ อสฺสมปทํ มาเปตฺวา ปณฺณสาลาสุ กฏฺฐตฺถรปณฺณตฺถรอาสนาทีนิ ปญฺญเปตฺวา สพฺเพ ปพฺพชิตปริกฺขาเร มาเปสิ ฯ เอเกกิสฺสา จ ปณฺณสาลาย ทฺวาเร เอเกโก จงฺกโม รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานปริจฺฉินฺโน กตสุธาปริกมฺโม อาลมฺพณผลโก เตสุ ฐาเนสุ นานาตรุณวนสุรภิ- กุสุมสญฺฉนฺนา ปุปฺผคจฺฉา เอเกกสฺส จงฺกมสฺส โกฏิยํ เอเกโก อุทกภริโต กูโป ตสฺส สนฺติเก เอเกโก ผลรุกฺโข โส เอโกว สพฺพผลานิ ผลติ ฯ อิทํ สพฺพํ เทวตานุภาเวน อโหสิ ฯ วิสฺสกมฺโม อสฺสมํ มาเปตฺวา ปณฺณสาลาย ปพฺพชิตปริกฺขาเร ฐเปตฺวา เยเกจิ ปพฺพชิตุกามา อิเม ปริกฺขาเร คณฺหนฺตูติ ชาติหิงฺคุลเกน ภิตฺติยา อกฺขรานิ ลิขิตฺวา อตฺตโน อานุภาเวน เภรวสทฺเท มิคปกฺขิโน ทุทฺทสิเก อมนุสฺเส จ ปฏิกฺกมาเปตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต ฯ
หตฺถิปาลกุมาโร เอกปทิกมคฺเคน สกฺกทตฺติยอสฺสมํ ปวิสิตฺวา อกฺขรานิ ทิสฺวา สกฺเกน มม มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺตภาโว ญาโต ภวิสฺสตีติ ทฺวารํ วิวริตฺวา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา นิกฺขมิตฺวา จงฺกมํ โอตริตฺวา กติปเย วาเร อปราปรํ จงฺกมิตฺวา เสสชนกายํ ปพฺพาเชตฺวา อสฺสมปทํ วิจาเรนฺโต ตรุณปุตฺตานํ อิตฺถีนํ มชฺฌฏฺฐาเน ปณฺณสาลํ อทาสิ ฯ ตโต อนนฺตรํ มหลฺลิกิตฺถีนํ ตโต อนนฺตรํ มชฺฌิมิตฺถีนํ สมนฺตา ปริกฺขิปิตฺวา ปน ปุริสานํ อทาสิ ฯ อถ เอโก ราชา พาราณสิยํ กิร ราชา นตฺถีติ อาคนฺตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺตํ นครํ โอโลเกตฺวา ราชนิเวสนํ อารุยฺห ตตฺถ ตตฺถ รตนราสึ ทิสฺวา เอวรูปํ นครํ ปหาย ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย ปพฺพชฺชา นาเมสา อุฬารา ภวิสฺสตีติ สุราโสณฺเฑ มคฺคํ ปุจฺฉิตฺวา หตฺถิปาลสฺส สนฺติกํ ปายาสิ ฯ หตฺถิปาโล ตสฺส วนนฺตรํ อาคตภาวํ ญตฺวา ปฏิมคฺคํ คนฺตฺวา อากาเส นิสินฺโน ปริสาย ธมฺมํ เทเสตฺวา อสฺสมปทํ เนตฺวา สพฺพปริสํ ปพฺพาเชสิ ฯ เอเตนูปาเยน อญฺเญปิ ฉ ราชาโน ปพฺพชึสุ ฯ สตฺต ราชาโน โภเค ฉฑฺฑยึสุ ฯ ฉตฺตึสโยชนิโก อสฺสโม นิรนฺตโร ปริปูริ ฯ โย กามวิตกฺกาทีสุ อญฺญตรํ วิตกฺเกสิ ฯ มหาปุริโส ตสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา พฺรหฺมวิหารภาวนญฺเจว กสิณภาวนญฺจ อาจิกฺขิ ฯ เต เยภุยฺเยน ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา ตีสุ โกฏฺฐาเสสุ เทฺว โกฏฺฐาสา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตึสุ ฯ ตติยโกฏฺฐาสํ ติธา กตฺวา เอโก โกฏฺฐาโส พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ เอโก ฉกามสคฺเคสุ ฯ เอโก อิสีนํ ปาริจริยํ กตฺวา มนุสฺสโลเก ตีสุ กุลสมฺปตฺตีสุ นิพฺพตฺติ ฯ เอวํ หตฺถิปาลสฺส สาสนํ อปคตนิรยติรจฺฉานโยนิปิตฺติวิสยาสุรกายํ อโหสิ ฯ
อิมสฺมึ ตมฺพปณฺณิทีเป ปฐวีจาลกธมฺมคุตฺตตฺเถโร กตกณฺฑการวาสี ผุสฺสเทวตฺเถโร อุปริกณฺฑกมาลกวาสี มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถโร มาลยมหาเทวตฺเถโร ภคฺคิริวาสี มหาเทวตฺเถโร คามนฺตปพฺภารวาสี มหาสิวตฺเถโร กาฬวลฺลิมหามณฺฑปวาสี มหานาคตฺเถโร กุทฺทาลสมาคโม มุคฺคผกฺกสมาคโม จุลฺลสุตฺตโสมสมาคโม อโยฆรปณฺฑิตสมาคโม หตฺถิปาลสมาคโม จ สพฺพปจฺฉา นิกฺขนฺตสทิสา อเหสุํ ฯ เตนาห ภควา
อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ ปาปา จิตฺตํ นิวารเย
ทนฺธญฺหิ กโรโต ปุญฺญํ ปาปสฺมึ รมตี มโนติ ฯ
กลฺยาณํ ตุริเตเนว กาตพฺพํ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา เอวํ ภิกฺขเว ปุพฺเพปิ ตถาคโต มหาภิเนกฺขมฺมํ นิกฺขนฺโตเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา เอสุการี ราชา สุทฺโธทนมหาราชา อโหสิ เทวี มหามายา ปุโรหิโต กสฺสโป พฺราหฺมณี ภทฺทกาปิลานี อชปาโล อนุรุทฺโธ โคปาโล โมคฺคลฺลาโน อสฺสปาโล สารีปุตฺโต เสสปริสา พุทฺธปริสา หตฺถิปาโล ปน อหเมวาติ ฯ
หตฺถิปาลชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
เตรสมํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗