ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. หัตถิปาลชาดก
ชาดกที่ ๕๐๙ · วิสตินิบาตชาดก

หัตถิปาลชาดก

ว่าด้วยกาลเวลาไม่คอยใคร

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๒๔๕ · บรรทัด ๘๙๘๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากหัตถิปาลชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๔ จาก ๔

เรื่องเล่า

หัตถิปาลกุมาร เข้าไปสู่อาศรมที่ท้าวสักกะประทาน โดยทางจรไปเฉพาะตนผู้เดียวก่อน เห็นอักษรที่จารึกไว้แล้วดำริว่า ท้าวสักกเทวราชคงจักทรงทราบความที่เราออกสู่มหาภิเนษกรมณ์ ดังนี้แล้ว จึงเปิดประตูเข้าไปยังบรรณศาลา บรรพชาเป็นฤาษีแล้วออกสู่ที่จงกรม เดินจงกรมไปมาอยู่สองสามวาระแล้ว ยังหมู่ชนที่เหลือให้บรรพชา ตรวจตราดูอาศรมทั่วไป ให้บรรณศาลาแก่สตรีแม่ลูกอ่อนอยู่ในท่ามกลาง. ถัดจากนั้นมาให้แก่สตรีชราถัดออกมาให้แก่สตรีที่มีวัยปานกลาง ส่วนชั้นนอกสุด ให้บุรุษทั้งหลายอยู่รายรอบ. ครั้งนั้นมีพระราชาองค์หนึ่งทรงทราบว่า ในพระนครพาราณสีไม่มีพระราชาประทับอยู่ จึงเสด็จมาตรวจดูพระนคร อันประดับประดาตกแต่งไว้ดีแล้ว เสด็จขึ้นสู่พระราชนิเวศน์ ทอดพระเนตรเห็นกองรัตนะในที่นั้น ๆทรงดำริว่า จำเดิมแต่เวลาที่พระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงสละพระนครเห็นปานนี้ออกทรงผนวช ชะรอยบรรพชาเพศนี้ จักเป็นของมีคุณค่าโอฬารยิ่ง แล้วตรัสถามหนทางกะพวกนักเลงสุรา เสด็จไปยังสำนักของหัตถิปาลดาบส. หัตถิปาลดาบสทราบว่า พระราชาพระองค์นั้นเสด็จมาถึงแนวป่า จึงเดินสวนทางไปรับเสด็จ นั่งในอากาศแสดงธรรมแก่บริษัท แล้วนำไปสู่อาศรมบท ให้บริษัททั้งหมดบรรพชา. พระราชาแม้เหล่าอื่นทรงออกบรรพชา โดยอุบายนี้ถึง ๖พระองค์. รวมพระราชาสละโภคัยมไหศวริยสมบัติ ออกบรรพชาเป็น ๗พระองค์. อาศรมมีปริมณฑล ๓๖ โยชน์ เต็มบริบูรณ์หาที่ว่างมิได้. ดาบสองค์ใดตรึกวิตกอย่างใดอย่างหนึ่งมีกามวิตกเป็นต้น หัตถิปาลดาบสผู้มหาบุรุษก็แสดงธรรมแก่ดาบสนั้น บอกให้เจริญพรหมวิหารภาวนาบ้าง กสิณภาวนาบ้าง. ดาบสเหล่านั้นยังฌานและอภิญญาให้เกิดแล้วโดยมาก ในสามส่วนไปบังเกิดในพรหมโลกสองส่วน. แบ่งส่วนที่ ๓ ออกเป็น ๓ ประเภท ส่วนหนึ่งบังเกิดในพรหมโลก ส่วนหนึ่ง บังเกิดในฉกามาพจรสวรรค์ ส่วนหนึ่งทำการบำรุงบำเรอแก่ฤาษีทั้งหลาย แล้วบังเกิดในกุลสมบัติ ๓ (คือ กษัตริย์ พราหมณ์และคฤหบดี) ในมนุษยโลก. คำสั่งสอนของหัตถิปาลดาบส ทำให้มหาชนปราศจากทุคติคือนรก กำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน ปิตติวิสัย และอสุรกายด้วยประการฉะนี้.

สมาคมของกุททาลบัณฑิต สมาคมของมุคคผักกมหาบุรุษ สมาคมของจุลลสุตตโสมมหาบุรุษ สมาคมของอโยฆรบัณฑิต และสมาคมของหัตถิปาลดาบส ได้เป็นเช่นเดียวกับท่านที่ออกบรรพชาในภายหลังเขาทั้งหมดในลังกาทวีปนี้ คือ พระปฐวีจาลกธัมมคุตตเถระ พระผุสสเทวเถระผู้อยู่ในกตกัณฑการวิหาร พระมหาสังฆรักขิตเถระผู้อยู่ในภัคคิรีวิหาร พระมหาสิวเถระผู้อยู่ในคามันตปัพภารวิหาร พระมหานาคเถระผู้อยู่ในกาฬวัลลิมหามณฑปวิหาร. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

บุคคลพึงขวนขวายในกรรมที่ดี พึงห้ามจิตเสีย จากความชั่ว เพราะเมื่อทำความดีช้า ใจย่อมยินดีใน ความชั่ว คนเราจึงควรกระทำความดี โดยเร็วพลัน ทีเดียว.

พระบรมศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในปางก่อน ตถาคตก็ออกสู่มหาภิเนษกรมณ์อย่างนี้เหมือนกัน แล้วทรงประชุมชาดกว่า พระเจ้าเอสุการีในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระเจ้าสุทโธทนมหาราชในบัดนี้ พระเทวีได้มาเป็นพระนางมหามายา ปุโรหิตได้มาเป็นพระกัสสป นางพราหมณีได้มาเป็นนางภัททกาปิลานี อชปาลกุมารได้มาเป็นพระอนุรุทธะ โคปาลกุมารได้มาเป็นพระโมคคัลลานะ อัสสปาลกุมารได้มาเป็นพระสารีบุตร บริษัทที่เหลือได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนหัตถิปาลกุมาร ได้แก่เราผู้ตถาคตนั่นเอง ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาหัตถิปาลชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๔ / ๔

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๒๔๕–๒๗๒ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

วิสตินิบาตชาดก · ๑๒๗ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๒๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๓. หัตถิปาลชาดก (๕๐๙)

ว่าด้วยหัตถิปาลกุมาร

(หัตถิปาลกุมารเห็นฤๅษีเหล่านั้นแล้วดีใจเลื่อมใส ได้กล่าว ๓ คาถาว่า)

[๓๓๗]

นานแล้วหนอ ข้าพเจ้าเพิ่งจะได้พบเห็นพราหมณ์

ผู้มีเพศดังเทพ มีชฎาใหญ่ ทรงไว้ซึ่งหาบคอน

มีขี้ฟันเขรอะ มีศีรษะหมักหมมด้วยธุลี

[๓๓๘]

นานแล้วหนอ ข้าพเจ้าเพิ่งจะได้พบเห็น

ฤๅษีผู้ยินดีในธรรมคุณ

นุ่งผ้าย้อมด้วยน้ำฝาด มีผ้าคากรองปิดร่างกาย

[๓๓๙]

ขอพระคุณเจ้าผู้เจริญจงรับอาสนะ น้ำ

และผ้าเช็ดเท้าของข้าพเจ้าเถิด

ข้าพเจ้าขอถวายของมีค่าต้อนรับพระคุณเจ้าผู้เจริญ

ขอพระคุณเจ้าผู้เจริญจงใช้สอยของมีค่าของข้าพเจ้าด้วยเถิด

(ต่อมาพระราชบิดาเมื่อทรงพร่ำสอนพระกุมารตามอัธยาศัย จึงตรัสคาถาว่า)

[๓๔๐]

หัตถิบาลลูกรัก เจ้าจงเล่าเรียนวิทยาแสวงหาทรัพย์

ปลูกฝังบุตรธิดาให้ดำรงอยู่ในเหย้าเรือน

แล้วจงเสวยคันธารมณ์ รสารมณ์ และวัตถุกาม ๑- ทั้งปวงเถิด

เป็นนักบวชได้ในเวลาแก่ เป็นการดี

พระอริยะสรรเสริญผู้บวชนั้นว่าเป็นมุนี

(หัตถิปาลกุมารได้กล่าวคาถาว่า)

[๓๔๑]

เวทวิทยาเป็นของไม่จริง

ลาภคือทรัพย์มีสภาพเป็นอันเดียวก็หาไม่

ชนทั้งหลายห้ามความชราได้เพราะลาภคือบุตรก็หาไม่

สัตบุรุษกล่าวยกย่องการปล่อยวางคันธารมณ์และรสารมณ์

ผลสำเร็จย่อมมีได้ เพราะการกระทำของตน

(พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้วจึงตรัสคาถาว่า)

[๓๔๒]

คำของเจ้านั้นเป็นคำสัตย์อย่างแท้จริง

ผลสำเร็จย่อมมีได้เพราะการกระทำของตน

แต่มารดาบิดาของเจ้าเหล่านี้แก่เฒ่าแล้ว

พึงเห็นเจ้ามีอายุ ๑๐๐ ปี ไม่มีโรค

(หัตถิปาลกุมารสดับดังนั้นแล้วจึงได้กล่าว ๒ คาถาว่า)

[๓๔๓]

ขอเดชะพระมหาราช ผู้แกล้วกล้าประเสริฐกว่านรชน

ความเป็นเพื่อนกับความตาย

ความเป็นมิตรไมตรีกับความแก่ พึงมีแก่ผู้ใด

และแม้ผู้ใดพึงรู้ในกาลบางคราวว่า เราจักไม่ตาย

มารดาบิดาพึงเห็นผู้นั้นมีอายุ ๑๐๐ ปี ไม่มีโรค

@เชิงอรรถ :

@๑ คันธารมณ์ อารมณ์ที่เกิดแต่กลิ่น รสารมณ์ อารมณ์ที่เกิดแต่รส วัตถุกาม วัตถุที่น่าใคร่ น่าปรารถนา

@น่าอยากได้ โดยความได้แก่กามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ

[๓๔๔]

ถ้าคนยกเรือลงน้ำพายไป นำคนข้ามฟากไปยังฝั่งได้แม้ฉันใด

พยาธิและชราก็ฉันนั้น ย่อมนำสัตว์ไปสู่อำนาจ

ของมัจจุราชผู้ทำที่สุดแน่นอน

(อัสสปาลกุมารเมื่อจะแสดงธรรมแก่พระราชบิดา จึงตรัส ๒ คาถาว่า)

[๓๔๕]

กามทั้งหลายเสมือนเปือกตม เสมือนหล่ม

เป็นเครื่องนำใจเหล่าสัตว์ไปได้ ข้ามได้ยาก

เป็นที่ตั้งแห่งพญามัจจุราช

สัตว์ทั้งหลายผู้จมอยู่ในเปือกตมและหล่มคือกามนั้น

เป็นผู้มีอัตภาพเลวทรามย่อมข้ามถึงฝั่งคือพระนิพพานหาได้ไม่

[๓๔๖]

เมื่อก่อน อัตภาพนี้ได้กระทำกรรมอันหยาบช้าไว้

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับวิบากกรรมนั้นแล้ว

ความพ้นจากวิบากกรรมนี้ไม่มีแก่ข้าพระพุทธเจ้าเลย

ข้าพระพุทธเจ้าจะปิดกั้นปกปักรักษาอัตภาพนั้นไว้

ขออัตภาพนี้อย่าได้กระทำกรรมหยาบช้าอีกเลย

(โคปาลกุมารทรงปฏิเสธพระราชบิดาแล้ว จึงตรัสคาถาว่า)

[๓๔๗]

ขอเดชะพระมหาราช นายโคบาลเมื่อไม่เห็นโคที่หายไปในป่า

ย่อมตามหาฉันใด ขอเดชะพระเจ้าเอสุการีมหาราช

ประโยชน์ของข้าพระพุทธเจ้าก็หายไปแล้วฉันนั้น

ไฉนเล่า ข้าพระพุทธเจ้านั้นจะไม่พึงแสวงหา

(และท่านได้ฟังพระดำรัสขอร้องของพระราชบิดาแล้ว จึงตรัสคาถาอีกว่า)

[๓๔๘]

คนกล่าวผัดเพี้ยนว่า พรุ่งนี้ก็เสื่อม ว่า มะรืนนี้ก็ยิ่งเสื่อม

ธีรชนคนใดเล่าจะพึงรู้ว่า อนาคตนั้นไม่มี

แล้วบรรเทาความพอใจที่เกิดขึ้นได้

(อชปาลกุมารกราบทูลปฏิเสธพระราชบิดาแล้ว จึงตรัส ๒ คาถาว่า)

[๓๔๙]

ข้าพระพุทธเจ้าเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง

ท่องเที่ยวไปเหมือนคนเมา มีดวงตาเหมือนดอกการะเกด

พญามัจจุราชได้คร่าชีวิตนางในปฐมวัยซึ่งยังมิได้บริโภคโภคะไป

[๓๕๐]

สามชายหนุ่มมีชาติกำเนิดที่ดี

มีใบหน้างดงาม ทรวดทรงน่าทัศนา

มีหนวดประปรายเหมือนเกษรดอกโกสุม

ยังตกอยู่ในอำนาจของพญามัจจุราช

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ

ข้าพระพุทธเจ้าจักรีบละกามคุณและเคหสถานบวช

ขอทรงพระกรุณาโปรดอนุญาต

ให้ข้าพระพุทธเจ้าบวชเถิด พระเจ้าข้า

(ปุโรหิตเมื่อจะปรึกษากับนางพราหมณี จึงกล่าวคาถาว่า)

[๓๕๑]

ต้นไม้ได้โวหารว่าต้นไม้ เพราะมีกิ่งทั้งหลาย

แต่ต้นไม้ที่ขาดกิ่ง ชาวโลกเรียกว่าตอไม้

แม่วาเสฏฐีผู้เจริญ บัดนี้เราขาดบุตร

ถึงเวลาที่จะเที่ยวภิกขาจาร

(นางพราหมณีเมื่อจะนำตัวอย่างที่เป็นอดีตมา กล่าวอุทานคาถาว่า)

[๓๕๒]

นกกระเรียนทั้งหลายบินไปในอากาศได้ฉันใด

หงส์ทั้งหลายทำลายข่ายคือใยที่แมงมุมชักขึงไว้

ในปลายฤดูฝนบินไปได้ฉันนั้น

ลูกและผัวของเราก็พากันไปหมด ไฉนเรารู้อยู่จะไม่พึงไปตาม

(พระอัครมเหสีเมื่อจะให้พระราชาทรงทราบเรื่องกามด้วยอุปมา จึงตรัส ๒ คาถาว่า)

[๓๕๓]

นกเหล่านี้กินเนื้อแล้วสำรอกแล้วด้วย ย่อมบินหลีกไปได้

ส่วนนกเหล่าใดกินเนื้อแล้วไม่สำรอก

นกเหล่านั้นก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของหม่อมฉัน

[๓๕๔]

ขอเดชะพระมหาราช พราหมณ์ได้สำรอกกามทั้งหลายทิ้งแล้ว

พระองค์นั้นกลับจะบริโภคกามนั้นอีก

คนบริโภคสิ่งที่เขาคายทิ้งแล้วเป็นคนที่บัณฑิตไม่สรรเสริญเลย

(พระราชาเกิดความสลดพระทัยเมื่อจะทรงชมเชยพระเทวี จึงตรัสคาถาว่า)

[๓๕๕]

บุรุษผู้มีกำลังฉุดบุรุษผู้มีกำลังทราม

ที่จมอยู่ในเปือกตมและหล่มเลนขึ้นได้ฉันใด

แม่ธิดาแห่งปัญจาลนครผู้เจริญ แม้พระนางก็ฉันนั้น

พยุงพี่ให้ข้ามขึ้นจากเปือกตมคือกามได้ด้วยคาถาสุภาษิต

(พระศาสดาเมื่อจะประกาศว่าพระราชาทรงผนวชแล้ว จึงตรัสพระคาถาว่า)

[๓๕๖]

พระเจ้าเอสุการีมหาราช ผู้เป็นใหญ่ทั่วทิศ

ครั้นตรัสพระดำรัสนี้แล้วละแคว้นทรงผนวชแล้ว

เหมือนพญาช้างตัดเครื่องผูกได้ขาด

(ชาวเมืองประชุมกันไปกราบทูลพระราชเทวี จึงกล่าวคาถาว่า)

[๓๕๗]

ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐกว่านรชน

ทรงพอพระทัยการบรรพชา ละแคว้นไปแล้ว

แม้พระนางก็จงทรงเป็นพระราชาของพวกข้าพระพุทธเจ้าเถิด

พวกข้าพระพุทธเจ้าถวายความคุ้มครองแล้ว

ขอพระนางทรงครอบครองราชสมบัติโดยธรรมเหมือนพระราชาเถิด

(พระราชเทวีทรงสดับคำกราบทูลของมหาชนแล้ว จึงตรัสคาถาที่เหลือว่า)

[๓๕๘]

ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐกว่านรชน

ทรงพอพระทัยการบรรพชา ละแคว้นไปแล้ว

ถึงเราก็จักละกามทั้งหลาย ซึ่งเป็นที่น่ารื่นรมย์ยินดี

ท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก

[๓๕๙]

ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐกว่านรชน

ทรงพอพระทัยการบรรพชา ละแคว้นไปแล้ว

ถึงเราก็จักละกามทั้งหลายที่มีอยู่โดยทั่วไป

ท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก

[๓๖๐]

กาลเวลาย่อมล่วงเลยไป ราตรีย่อมผ่านพ้นไป

ชั้นแห่งวัยก็ละลำดับไป ถึงเราก็จักละกามทั้งหลาย

ซึ่งเป็นที่น่ารื่นรมย์ยินดีท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก

[๓๖๑]

กาลเวลาย่อมล่วงเลยไป ราตรีย่อมผ่านพ้นไป

ชั้นแห่งวัยก็ละลำดับไป

ถึงเราก็จักละกามทั้งหลายที่มีอยู่โดยทั่วไป

ท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก

[๓๖๒]

กาลเวลาย่อมล่วงเลยไป ราตรีย่อมผ่านพ้นไป

ชั้นแห่งวัยก็ละลำดับไป

ถึงเราก็จักเป็นผู้เยือกเย็น ล่วงเครื่องข้องทั้งปวง

ท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก

หัตถิปาลชาดกที่ ๑๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๐๘. ปัญจปัณฑิตชาดกชาดกถัดไป๕๑๐. อโยฆรชาดก