ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. อุมมาทันตีชาดก
ชาดกที่ ๕๒๗ · ปัญญาสนิบาตชาดก

อุมมาทันตีชาดก

ว่าด้วยเสนาบดีถวายนางอุมมาทันตีแด่พระราชา

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๒๐ · บรรทัด ๑๔๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ภาพวาดฉากหนึ่งจากอุมมาทันตีชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๑ จาก ๕

เรื่องเล่า

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหารทรงพระปรารภอุกกัณฐิตภิกษุ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า นิเวสนํ กสฺส นุทํ สุนนฺท ดังนี้เป็นต้น.

ได้ยินว่า วันหนึ่ง ภิกษุรูปนั้นเที่ยวไปบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ได้มองเห็นหญิงคนหนึ่ง ซึ่งประดับตกแต่งร่างกาย มีรูปร่างงดงามอย่างยิ่ง เกิดมีจิตปฏิพัทธ์ ไม่อาจจะกลับใจหักห้ามได้ มายังวิหาร จำเดิมแต่นั้น ก็เป็นผู้อ่อนแอเพราะโรค ดุจถูกลูกศรทิ่มแทงแล้ว มีส่วนเปรียบด้วยเนื้อที่วิ่งพล่านไป ฝ่ายผอม ร่างกายมีเส้นเอ็นขึ้นสะพรั่ง กลายเป็นคนผอมเหลือง ไม่ยินดี (ในพระศาสนา) เมื่อไม่ได้ความสบายใจ แม้ในอิริยาบถหนึ่ง จึงละเว้นวัตรมีอาจริยวัตรและอุปัชฌายวัตรเป็นต้น อยู่ชนิดที่เว้นว่างจากการประกอบความเพียรในอุทเทส ปริปุจฉา และกัมมัฏฐาน. เธอถูกพวกเพื่อนภิกษุถามว่าอาวุโส เมื่อก่อนท่านมีอินทรีย์เปล่งปลั่ง มีสีหน้าผ่องใส แต่เดี๋ยวนี้ หาได้เป็นอย่างนั้นไม่ เพราะเหตุอะไรกันหนอ ? จึงตอบว่า อาวุโส ผมไม่ยินดียิ่ง (ในพระศาสนา) เลย. ลำดับนั้น พวกเพื่อนภิกษุเหล่านั้น จึงกล่าวสอนเธอว่า อาวุโสเอย ! ท่านจงยินดียิ่ง (ในพระศาสนา) เถิด ธรรมดาว่า การอุบัติเกิดแห่งพระพุทธเจ้า เป็นสภาวะที่ได้โดยยาก การได้ฟังพระสัทธรรมและการได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ก็เป็นสิ่งที่ได้โดยยากเหมือนกัน ท่านนั้นได้อัตภาพเป็นมนุษย์แล้ว เมื่อปรารถนาจะทำที่สุดแห่งทุกข์ให้ได้ จึงละคนผู้เป็นญาติมีน้ำตานองใบหน้าแล้ว บวชด้วยศรัทธา เพราะเหตุไร ท่านจึงตกไปสู่อำนาจแห่งกิเลสเล่า ขึ้นชื่อว่า กิเลสเหล่านั้น มีทั่วไปแก่คนพาลทุกจำพวก ตั้งแต่สัตว์มีชีวิตไส้เดือนขึ้นไป มีอุปมาเหมือนผลไม้ กิเลสเหล่านั้นเป็นที่ตั้งแห่งวัตถุกาม กามแม้เหล่านั้น มีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามเหล่านั้น มีประมาณยิ่ง กามทั้งหลาย เปรียบเหมือนร่างกระดูก กามทั้งหลายเปรียบเหมือนชิ้นเนื้อ กามทั้งหลายเปรียบเหมือนคบเพลิงหญ้า กามทั้งหลายเปรียบเหมือนหลุมถ่านเพลิง กามทั้งหลายเปรียบเหมือนความฝัน กามทั้งหลายเปรียบเหมือนของที่ยืมเขามา กามทั้งหลายเปรียบเหมือนผลของต้นไม้ที่มีพิษ กามทั้งหลาย เปรียบเหมือนหอกและหลาวกามทั้งหลาย เปรียบเหมือนหัวงู ธรรมดาว่าท่านบวชแล้ว ในพระศาสนาเห็นปานนี้ ยังตกไปสู่อำนาจของเหล่ากิเลส ซึ่งเป็นเหตุกระทำความพินาศถึงอย่างนั้นได้ดังนี้ เมื่อไม่สามารถจะให้ภิกษุนั้นรับเอาถ้อยคำของตนได้ จึงพากันนำไปเข้าเฝ้าพระศาสดายังธรรมสภา เมื่อพระองค์ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายพวกเธอพาภิกษุผู้ไม่มีความปรารถนาจะมา ทำไม ? จึงพากันกราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทราบว่าภิกษุรูปนี้ เป็นผู้มีความเบื่อหน่าย เจ้าข้า. พระศาสดาตรัสถามว่า ที่เล่ามาเป็นความจริงหรือ เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า เป็นความจริง พระเจ้าข้า ดังนี้ จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ โปราณกบัณฑิตทั้งหลายแม้ตามพร่ำสอน ซึ่งพระราชาผู้ครอบครองราชสมบัติอยู่ จนไม่ตกไปสู่อำนาจกิเลสที่เกิดขึ้น ห้ามจิตเสียได้ ไม่ยอมทำสิ่งที่ไม่สมควร ดังนี้แล้ว ทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า

ในอดีตกาล ในแคว้นสีวี พระราชาทรงพระนามว่า สีวี ทรงครอบครองราชสมบัติ ในอริฏฐบุรีนคร. พระโพธิสัตว์ บังเกิดในพระครรภ์พระอัครมเหสีของพระราชาพระองค์นั้นแล้ว. พระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหลาย พากันขนานพระนามพระราชโอรสนั้นว่า สีวิกุมาร. แม้บุตรของท่านเสนาบดี ก็คลอดแล้ว. พวกหมู่ญาติ พากันค้างชื่อเด็กนั้นว่า อภิปารกะ. เด็กทั้งสองคนนั้น เป็นสหายกัน พอเจริญวัยที่อายุได้ ๑๖ ปี ไปยังกรุงตักกศิลา พอเล่าเรียนศิลปะจบแล้ว ก็พากันกลับมา. พระราชาได้ทรงพระราชทานพระราชสมบัติให้พระราชโอรสครอบครอง. แม้พระราชโอรสนั้น ก็ทรงแต่งตั้งอภิปารกะไว้ในตำแหน่งเสนาบดีแล้ว ทรงครอบครองราชสมบัติโดยธรรม. ในพระนครนั้นนั่นเอง มีบุตรสาวของท่านติริฏิวัจฉเศรษฐี ผู้มีทรัพย์สมบัติประมาณ ๘๐ โกฏิ เธอมีรูปร่างสวยยิ่งนัก เลอเลิศด้วยความงาม ประกอบด้วยลักษณะอันงดงาม. ในวันตั้งชื่อ หมู่ญาติได้ตั้งชื่อเธอว่า อุมมาทันตี. ในเวลาเธอมีอายุได้ ๑๖ ปี เธอมีผิวพรรณเกินล้ำหมู่มนุษย์ งดงาม น่าดูน่าชมปานเทพยดาชั้นฟ้า. พวกปุถุชนที่พบเห็นเธอเข้าทุกคน ๆ คน ไม่สามารถจะดำรงอยู่ได้โดยภาวะของตน เป็นผู้เมาแล้ว ด้วยความเมาคือกิเลส เหมือนเมาแล้วด้วยน้ำเมา ฉะนั้น ชื่อว่า สามารถจะตั้งสติได้ ไม้ได้มีแล้ว. ครั้งนั้นท่านติริฏิวัจฉะผู้เป็นบิดาของนาง เข้าไปเฝ้าพระราชาแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ อิตถีรัตนะอันสมควรแด่พระเจ้าแผ่นดิน ได้บังเกิดขึ้นแล้วในเรือนของข้าพระองค์ ขอพระองค์ได้โปรดส่งพราหมณ์ผู้ท่านายลักษณะทั้งหลายไป ให้พิจารณาอิตถีรัตนะนั้นแล้ว โปรดจงทำคามความพอพระทัยเถิด. พระราชา ทรงรับคำแล้วทรงสั่งพราหมณ์ทั้งหลายไปแล้ว. พราหมณ์เหล่านั้นไปยังเรือนของท่านเศรษฐีแล้ว ได้รับการต้อนรับด้วยสักการะและสัมมานะ พากันบริโภคข้าวปายาสแล้ว.

ในขณะนั้น นางอุมมาทันตี ผู้ประดับประดาด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ ได้ไปสู่สำนักของพราหมณ์เหล่านั้นแล้ว. พราหมณ์เหล่านั้น พอพบเห็นนางเข้าก็ไม่สามารถจะดำรงสติไว้ได้ เป็นผู้เมาด้วยความเมาคือกิเลส ไม่ได้รู้เลยว่าตนกำลังบริโภคค้างอยู่. บางพวก ก็จับคำข้าวเอาวางไว้บนศีรษะด้วยสำคัญว่าเราจะบริโภค. บางพวก ก็ยัดใส่ในระหว่างชอกรักแร้. บางพวกก็ทุบตีฝาเรือน. พวกพราหมณ์ได้กลายเป็นคนบ้าไปแม้ทั้งหมด. นางเห็นพราหมณ์เหล่านั้นเข้า จึงกล่าวว่า ทราบว่าพราหมณ์เหล่านี้ จักตรวจดูลักษณะของเรา ท่านทั้งหลาย จงลากคอพราหมณ์เหล่านั้นออกไปให้หมด ดังนี้แล้วให้คนรับใช้นำพราหมณ์เหล่านั้นออกไป. พราหมณ์เหล่านั้น เป็นผู้ขวยเขินไปยังพระราชนิเวศน์แล้ว โกรธต่อนางอุมมาทันตีจึงกราบทูลความเท็จว่า ขอเดชะ ผุ้หญิงคนนั้น เป็นหญิงกาลกรรณี มิได้สมควรแก่พระองค์เลยพระเจ้าข้า. พระราชา ทรงทราบว่า หญิงคนนั้น เป็นกาลกรรณี จึงมิได้ทรงรับสั่งให้นำหญิงนั้นมา. นางอุมมาทันตีได้ทราบเรื่องนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า พระราชาไม่ทรงรับเราด้วยทรงสำคัญว่า ทราบว่าเราเป็นคนกาลกรรณี ขึ้นชื่อว่า หญิงกาลกรรณี ย่อมไม่มีรูปร่างอย่างนี้เป็นแน่ ดังนี้ จึงผูกอาฆาตในพระราชาพระองค์นั้นว่า ช่างเถอะ ก็ถ้าว่าเราจักได้เข้าเฝ้าพระราชา ก็จักรู้กัน. ครั้นต่อมา ท่านบิดา ได้มอบเธอให้แก่ท่านอภิปารกะ. นางได้เป็นที่รัก ที่ชอบใจของท่านอภิปารกะเสนาบดี. ถามว่า ก็นางได้มีรูปร่างงดงามอย่างนี้ เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร ? ตอบว่า ด้วยวิบากแห่งการถวายผ้าแดง.

ได้ยินว่า ในอดีตกาล ในกรุงพาราณสี นางได้บังเกิดในตระกูลที่ขัดสนในวันมหรสพ เธอมองเห็นผู้หญิงทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยบุญ นุ่งผ้าที่ย้อมแล้วด้วยดอกดำ ประดับประดาตกแต่งกำลังเล่นกันอยู่ เป็นเหตุให้เธอต้องการจะนุ่งผ้าเช่นนั้นเล่นกับเขาบ้าง จึงบอกให้มารดาบิดาได้ทราบ เมื่อท่านทั้ง ๒นั้นกล่าวว่า ลูกเอ๋ย ! พวกเราเป็นคนจนขัดสน พวกเราจะได้ผ้าอย่างนั้นแต่ที่ไหนเล่า ดังนี้ จึงกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นท่านจงอนุญาตให้เรา ทำการรับจ้างในตระกูลมั่งคั่งแห่งหนึ่งเถิด พวกนายจ้างเหล่านั้น รู้คุณของเราแล้วก็คงจักให้เอง ดังนี้ พอได้รับอนุญาตจากมารดาบิดาแล้ว จึงเข้าไปยิ่งตระกูลหนึ่งกล่าวว่า ดิฉันมาสมัครทำงานรับจ้าง เพื่อต้องการผ้าที่ย้อมด้วยดอกคำ. ลำดับนั้น พวกนายจ้างกล่าวกะเธอว่า เมื่อเจ้าทำงานครบ ๓ ปีแล้ว พวกเรารู้คุณความดีของเจ้าแล้วจักให้แน่. นางรับคำแล้วเริ่มทำงาน พวกนายจ้าง. เหล่านั้น รู้คุณความดีของนางแล้ว ในเมื่อยังไม่ครบ ๓ ปีบริบูรณ์ดีนั่นเองจึงได้มอบผ้าชนิดอื่นพร้อมกับผ้าที่ย้อมแล้วด้วยดอกดำชนิดเนื้อแน่น ให้แก่นางแล้วสั่งนางว่า เธอจงไปอาบน้ำพร้อมกับพวกสหายของเธอเสร็จแล้ว จงลองนุ่งผ้า (นี้ดู). นางไปกับพวกหญิงสหายแล้ว วางผ้าที่ย้อมแล้วไว้บนฝั่งอาบน้ำแล้ว. ในขณะนั้น พระสาวกของพระทศพลทรงพระนามว่ากัสสปะรูปหนึ่ง มีจีวรถูกโจรชิงเอาไป นุ่งและห่มกิ่งไม้ที่หักได้ มาถึงยังที่นั้นแล้ว. นางเห็นท่านแล้วคิดว่า ท่านผู้เจริญรูปนี้ เห็นที่จักถูกโจรชิงจีวรไปแล้ว ผ้านุ่งของเราเป็นของหาได้ยาก เพราะไม่ได้ให้ทานไว้แม้ในกาลก่อน จึงฉีกผ้านั้นออกเป็น ๒ ส่วน คิดว่า จักถวายส่วนหนึ่งแด่พระผู้เป็นเจ้า ดังนี้ ขึ้นจากน้ำแล้ว นุ่งผ้านุ่งสำหรับส่วนตัวแล้วกล่าวว่า ท่านเจ้าขา นิมนต์หยุดก่อนเจ้าข้า จึงไปไหว้พระเถระแล้ว ฉีกผ้านั้นในท่ามกลาง ได้ถวายส่วนหนึ่งแก่พระเถระนั้น. พระเถระนั้น ยืนอยู่ในที่กำบังส่วนหนึ่ง ทิ้งกิ่งไม้ที่หักได้เสียนุ่งผ้าผืนนั้นชายหนึ่ง ห่มชายหนึ่ง แล้วจึงออกไป. ลำดับนั้น เพราะรัศมีแห่งผ้าอาบทั่วร่างพระเถระ ได้มีแสงรัศมีเป็นอันเดียวกัน ดุจดังพระอาทิตย์ทอแสงอ่อน ๆ ฉะนั้น. นางมองดูพระเถรนั้นแล้ว คิดว่า ทีแรกพระผู้เป็นเจ้าของเราไม่งามเลย บัดนี้งามรุ่งโรจน์ดุจพระอาทิตย์ทอแสงอ่อน ๆ ฉะนั้นเราจักถวายแม้ผ้าท่อนนี้แก่พระผู้เป็นเจ้านี้แหละ. แล้วถวายผ้าส่วนที่สอง ได้ตั้งความปรารถนาว่า ท่านผู้เจริญ ดิฉันเที่ยวไปในภพ พึงเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งรูปอันงดงาม คนใดคนหนึ่ง พบเห็นดิฉันแล้ว อย่าได้อาจดำรงอยู่โดยภาวะของตนเลย ผู้หญิงอื่น ที่ชื่อว่ามีรูปสวยงานเกินกว่าดิฉัน อย่าได้มีเลย แม้พระเถระ กระทำอนุโมทนาแล้ว ก็หลีกไป. นางท่องเที่ยวไปในเทวโลกบังเกิดในอริฏฐบุรีในกาลนั้นแล้ว ได้มีรูปร่างงดงาม เหมือนอย่างที่ได้ปรารถนาไว้แล้วนั้น.

ลำดับนั้น ในพระนครนั้น ประชาชนทั้งหลายได้โฆษณางานมหรสพประจำเดือนกัตติกมาส (เดือน) ประชาชนทั้งหลายได้ตระเตรียมพระนครไว้ในวันมหรสพ เพ็ญเดือนกัตติกมาสแล้ว. ท่านอภิปารกเสนาบดีเมื่อจะไปยังที่รักษา (ที่ทำงาน) ของตน จึงเรียกภริยาสุดที่รักนั้นมาแล้วพูดว่า อุมมาทันตี น้องรัก ! วันนี้ เวลาค่ำคืนแห่งกัตติกมาส จะมีมหรสพ พระราชาจักทรงทำประทักษิณพระนคร เสด็จผ่านประตูเรือนของเรานี้เป็นเรือนแรก น้องอย่าปรากฏตัวให้พระราชาทรงเห็นนะ เพราะถ้าพระองค์เห็นน้องแล้ว จักไม่อาจดำรงสติไว้ได้. นางอุมมาทันตีนั้นรับคำสามีว่า ไปเถอะ คุณพี่ (ถึงเวลานั้นแล้ว) ดิฉันจักรู้ ดังนี้ เมื่อสามีไปแล้ว จึงสั่งบังคับนางทาสีว่า ในเวลาที่พระราชาเสด็จมายังประตูเรือนของเรานี้ เจ้าจงบอกแก่เราให้ทราบด้วยนะ. ลำดับนั้น เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว พระจันทร์เพ็ญลอยเด่นขึ้นแทนที่พระนครที่ประดับประดาตกแต่งแล้ว ดูงดงามปานเทวนคร ประทีปลุกโพลงสว่างไสวทั่วทุกทิศ พระราชาทรงประดับตกแต่งด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพทรงประทับบนรถม้าคันประเสริฐ แวดล้อมด้วยหมู่อำมาตย์ ทรงกระทำประทักษิณพระนครด้วยยศใหญ่ เสด็จถึงประตูเรือนของท่านอภิปารกเสนาบดีเป็นเรือนแรกทีเดียว. ก็เรือนหลังนั้น แวดล้อมด้วยกำแพงสีดังมโนศิลา มีหอคอยอยู่ที่ซุ้มประตูอันประดับตกแต่งจนงามเลิศ น่าดูชม. ขณะนั้น นางทาสีได้เรียนแจ้งให้นางอุมมาทันตีทราบแล้ว. นางอุมมาทันนี้ให้นางทาสีถือพานดอกไม้แล้ว ยืนพิงบานหน้าต่างด้วยลีลาอันงดงามดุจนางกินรี โปรยดอกไม้ใส่พระราชา. พระราชาเหลือบแลดูนาง ทันทีก็เกิดความเมาด้วยความเมาคือกิเลส ไม่อาจจะดำรงสติไว้ได้ จนไม่สามารถจะจำได้ว่า เรือนหลังนี้ เป็นของท่านอภิปารกเสนาบดี.

ลำดับนั้น พระราชาตรัสเรียกนายสารถีมาแล้ว เมื่อจะตรัสถาม จึงได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถาว่า

ดูก่อนนายสุนันทสารถี นี่เรือนของใครหนอล้อม ด้วยกำแพงสีเหลือง ใครหนอปรากฏอยู่ในที่ไกล เหมือนเปลวไฟอันลุกโพลงอยู่บนเวหาส และเหมือน เปลวไฟบนยอดภูเขา ฉะนั้น ดูก่อนนายสุนันทสารถี หญิงคนนี้เป็นธิดาของใครหนอ เป็นลูกสะใภ้หรือเป็น ภรรยาของใคร ไม่มีผู้หวงแหนหรือ สามีของนาง หรือไม่ เราถามแล้วขอท่านจงบอกแก่เราโดยเร็ว.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กสฺส นุทํ ตัดบทเป็น กสฺส นุ อิทํ แปลว่า นี้ (เรือน) ของใครหนอ. บทว่า ปณฺฑุมเยน ได้แก่ อันสำเร็จด้วยกำแพงอิฐสีแดง. บทว่า ทิสฺสติ ความว่า ปรากฏยืนอยู่ที่บานหน้าต่าง. บทว่า อจฺจิ ได้แก่ กองไฟที่มีลมโหมลุกโพลง. บทว่า ธีตา นายํ ตัดบทเป็น ธีตา นุ อยํ เป็นธิดา (ของใคร) หนอ. บทว่า อวาวตา ได้แก่ไม่มีผู้กีดกั้น คือ ไม่มีผู้หวงแหนหรือ. บทว่า ภตฺตา ความว่า สามีของนางมีหรือไม่ เจ้าจงบอกความนี้แก่เรา.

ลำดับนั้น นายสารถี เมื่อจะกราบทูลแจ้งเนื้อความแด่พระราชา จึงได้กราบทูลคาถา ๒ คาถาว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชานิกร ก็ข้าพระองค์ย่อมรู้จักหญิงนั้นพร้อมทั้งมารดา บิดา และสามี ของนาง ข้าแต่พระจอมภูมิบาล บุรุษนั้นเป็นผู้ไม่ ประมาทในประโยชน์ของพระองค์ทั้งกลางคืนกลางวัน สามีของนางเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวางและมั่งคั่ง ทั้ง เป็นอำมาตย์คนหนึ่งของพระองค์ ข้าแต่พระราชา หญิงนั้น คือ ภรรยาของอภิปารกเสนาบดี เธอมีชื่อ ว่า อุมมาทันตี พระเจ้าข้า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มตฺยา จ ความว่า ข้าพระองค์ย่อมรู้จักหญิงคนนั้นพร้อมทั้งมารดาและบิดา. ศัพท์ว่า อโถปิ นายสารถีกราบทูลว่า แม้สามีของนางข้าพระองค์ก็รู้จัก. บทว่า อิทฺโธ แปลว่า เป็นผู้ได้รับความสำเร็จแล้ว. บทว่า ผีโต ได้แก่ พรั่งพร้อมด้วยผ้าและเครื่องอลังการทั้งหลาย. บทว่า สุวฑฺฒิโต ได้แก่ เป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ดี. บทว่า นามเธยฺเยน แปลว่า มีชื่อ. จริงอยู่ หญิงคนนี้ ย่อมทำบุรุษผู้ที่มองดูนางให้หลงใหลคล้ายคนบ้า คือ ไม่ให้บุรุษนั้นดำรงสติอยู่ได้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่าอุมมาทันตี ดังนี้.

พระราชาได้ทรงสดับคำทูลนั้นแล้ว เมื่อจะทรงชมเชยชื่อของนางนั้นจึงตรัสคาถาติดต่อกันว่า

ดูก่อนท่านผู้เจริญ ๆ ชื่อที่มารดาและบิดาตั้งให้ หญิงคนนี้ เป็นชื่อเหมาะสมดีจริงอย่างนั้น เมื่อนาง มองดูเรา ย่อมทำให้เราหลงใหลคล้ายคนบ้า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มตฺยา จ เปตฺยา จ แปลว่า ที่มารดาและบิดา. บทว่า มยฺหํ เป็นสัมปทานะใช้ในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ. บทว่า อวโลกยนฺตี ความว่า เธอถูกเรามองดูแล้ว หันกลับมามองดูเราบ้าง ได้ทำเราให้หลงใหลคล้ายคนบ้า.

แม้นางอุมมาทันตีนั้น ทราบว่า พระราชาพระองค์นั้นทรงหวั่นไหวพระหทัยแล้ว จึงปิดหน้าต่างแล้ว ได้เข้าสู่ห้องอันประกอบด้วยสิริตามเดิม. จำเดิมแต่กาลที่พระราชาทรงทอดพระเนตรเห็นนางแล้ว พระองค์ไม่ได้มีพระหทัยที่จะทรงการทำประทักษิณพระนครเลย. พระราชาตรัสเรียกนายสารถีมาแล้ว ตรัสว่า สุนันทะสหายเอ๋ย ! เจ้าจงกลับรถเถิด งานมหรสพนี้ไม่สมควรแก่พวกเรา แต่สมควรแก่อภิปารกเสนาบดี ถึงพระราชสมบัติ ก็สมควรแก่อภิปารกเสนาบดีนั้นเหมือนกัน ดังนี้ จึงให้นายสารถีกลับรถแล่นถึงสถานที่ เสด็จขึ้นพระปราสาทแล้ว ทรงบรรทมบ่นเพ้อบนที่บรรทมอันประกอบด้วยสิริ ตรัสว่า

ตอนที่ ๑ / ๕ตอนถัดไป

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๔๖–๗๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปัญญาสนิบาตชาดก · ๒๔๗ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๔๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อุมฺมาทนฺตีชาตกํ

นิเวสนํ กสฺส นุทํ สุนนฺทาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส กิร เอกทิวสํ สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จรนฺโต เอกํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ อุตฺตมรูปธรํ อิตฺถึ โอโลเกตฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา จิตฺตํ นิวตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต วิหารเมว อาคนฺตฺวา ตโต ปฏฺฐาย สลฺลวิทฺโธ วิย โรคาตุโร ภนฺตมิคปฏิภาโค กีโส ธมนิสณฺฐตคตฺโต อุปณฺฑูปณฺฑุกชาโต อนภิรโต เอกิริยาปเถปิ จิตฺตสฺสาทํ อลภนฺโต อาจริยูปชฺฌายวตฺตาทีนิ ปหาย อุทฺเทสปริปุจฺฉากมฺมฏฺฐานานุโยครหิโต วิหาสิ ฯ โส สหายกภิกฺขูหิ ปุพฺเพ ตฺวํ อาวุโส ปสนฺนินฺทฺริโย วิปฺปสนฺนมุขวณฺโณ อิทานิ โน ตถา กินฺนุ โข การณนฺติ ปุฏฺโฐ อาวุโส อนภิรโตสฺมีติ อาห ฯ อถ นํ เต อภิรมาวุโส พุทฺธุปฺปาโท นาม ทุลฺลโภ ตถา สทฺธมฺมสฺสวนํ มนุสฺสปฏิลาโภ จ โส ตฺวํ มนุสฺสปฏิลาภํ ลภิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ ปตฺถยมาโน อสฺสุมุขํ ญาติชนํ ปหาย สทฺธาย ปพฺพชิตฺวา กึการณา กิเลสวสํ ยาสิ กิเลสา นาเมเต คณฺฑุปฺปาทกปาณกํ อุปาทาย สพฺพพาลชนสาธารณา รุกฺขผลูปมา เย เตสํ วตฺถุภูตา เตปิ อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหูปายาสา อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย อฏฺฐิกงฺขลูปมา กามา มํสเปสูปมา กามา ติณุกฺกูปมา กามา องฺคารกาสูปมา กามา สุปินกูปมา กามา ยาจิตกูปมา กามา วิสรุกฺขผลูปมา กามา สตฺติสูลูปมา กามา สปฺปสิรูปมา กามา ตฺวํ นาม เอวรูเป สาสเน ปพฺพชิตฺวา เอวํ อนตฺถการกานํ กิเลสานํ วสํ คโตสีติ โอวทิตฺวา อตฺตโน กถํ คาหาเปตุํ อสกฺโกนฺโต สตฺถุ สนฺติกํ ธมฺมสภํ เนตฺวา กึ ภิกฺขเว อนิจฺฉมานกํ ภิกฺขุํ อานยิตฺถาติ วุตฺเต ภนฺเต อยํ กิร อุกฺกณฺฐิโตติ อาหํสุ ฯ สตฺถา สจฺจํ กิราติ ปุจฺฉิตฺวา สจฺจํ ภนฺเตติ วุตฺเต ภิกฺขุ โปราณกปณฺฑิตา รชฺชํ อนุสาสนฺตาปิ กิเลเส อุปฺปนฺเน ตสฺส วสํ อคนฺตฺวา จิตฺตํ นิวาเรตฺวา น อยุตฺตกํ กรึสูติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต สีวิรฏฺเฐ อริฏฺฐปุรนคเร สีวี นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ ฯ สีวิกุมาโรเตฺววสฺส นามํ กรึสุ ฯ เสนาปติสฺสาปิ ปุตฺโต วิชายิ ฯ อภิปารโกติสฺส นามํ กรึสุ ฯ เต อุโภปิ สหายา หุตฺวา อภิวฑฺฒนฺตา โสฬสวสฺสิกา หุตฺวา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา อาคมึสุ ฯ ราชปุตฺตสฺส รชฺชํ อทาสิ ฯ โสปิ อภิปารกํ เสนาปติฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตสฺมึเยว นคเร ติริฏิวจฺฉสฺส นาม อสีติโกฏิวิภวสฺส เสฏฺฐิโน ธีตา นิพฺพตฺติ อุตฺตมรูปธรา โสภคฺคปฺปตฺตา สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตา ฯ ตสฺสา นามคหณทิวเส อุมฺมาทนฺตีติ นามํ กรึสุ ฯ สา โสฬสวสฺสิกกาเล อติกฺกนฺตมานุสวณฺณา เทวจฺฉรา วิย อภิรูปา ทสฺสนียา อโหสิ ฯ เย เย ปุถุชฺชนา ตํ ปสฺสนฺติ เต เต สกภาเวน สณฺฐาเรตุํ อสกฺโกนฺตา ปานมเทน วิย กิเลสมเทน มตฺตา หุตฺวา สตึ ปจฺจุปฏฺฐเปตุํ สมตฺถา นาม นาเหสุํ ฯ อถสฺสา ปิตา ติริฏิวจฺโฉ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา เทว มม เคเห อิตฺถีรตนํ อุปฺปนฺนํ รญฺโญ อนุจฺฉวิกํ ลกฺขณปาฐเก พฺราหฺมเณ เปเสตฺวา ตํ วีมํสาเปตฺวา ยถารุจึ กโรหีติ อาห ฯ ราชา สาธูติ วตฺวา พฺราหฺมเณ เปเสสิ ฯ เต เสฏฐิเคหํ คนฺตฺวา กตสกฺการสมฺมานา ปายาสํ ปริภุญฺชึสุ ฯ

ตสฺมึ ขเณ อุมฺมาทนฺตี สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา เตสํ สนฺติกํ อคมาสิ ฯ เต ตํ ทิสฺวา สตึ ปจฺจุปฏฺฐเปตุํ อสกฺโกนฺตา กิเลสมทมตฺตา หุตฺวา อตฺตโน วิปฺปกตโภชนภาวํ น ชานึสุ ฯ เอกจฺเจ อาโลปํ คเหตฺวา ภุญฺชามาติ สญฺญาย สีเส ฐเปสุํ ฯ เอกจฺเจ อุปกจฺฉนฺตเร ขิปึสุ เอกจฺเจ ภิตฺตึ ปหรึสุ ฯ สพฺเพปิ อุมฺมตฺตกา อเหสุํ ฯ สา เต ทิสฺวา อิเม กิร มม ลกฺขณํ วีมํสิสฺสนฺติ คีวายํ เน คเหตฺวา นีหราถาติ เต นีหราเปสิ ฯ เต มงฺกุภูตา ราชนิเวสนํ คนฺตฺวา อุมฺมาทนฺติยา กุทฺธา เทว สา อิตฺถี กาฬกณฺณี น ตุมฺหากํ อนุจฺฉวิกาติ วทึสุ ฯ ราชา กาฬกณฺณี กิราติ น ตํ อานาเปสิ ฯ สา ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา อหํ กิร กาฬกณฺณีติ รญฺญา น คหิตา กาฬกณฺณิโย นาม เอวรูปา น โหนฺตีติ วตฺวา โหตุ สเจ ปน ตํ ราชานํ ปสฺสิสฺสามิ ชานิสฺสามีติ ตสฺมึ อาฆาฏํ พนฺธิ ฯ อถ นํ ปิตา อภิปารกสฺส อทาสิ ฯ สา ตสฺส ปิยา อโหสิ มนาปา ฯ กสฺส ปน กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน สา เอวรูปา อโหสึติ ฯ รตฺตวตฺถทานสฺส นิสฺสนฺเทน ฯ

สา กิร อตีเต พาราณสิยํ ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุสฺสวทิวเส ปุญฺญสมฺปนฺนา อิตฺถิโย กุสุมฺภรตฺตวตฺถํ นิวาเสตฺวา อลงฺกตา กีฬนฺติโย ทิสฺวา ตาทิสํ วตฺถํ นิวาเสตฺวา กีฬิตุกามา หุตฺวา มาตาปิตูนํ อาโรเจตฺวา เตหิ อมฺม มยํ ทลิทฺทา กุโต โน เอวรูปํ วตฺถนฺติ วุตฺเต เตนหิ มํ เอกสฺมึ อฑฺฒกุเล ภตึ กาตุํ อนุชานาถ เต มม คุณํ ญตฺวา ทสฺสนฺตีติ วตฺวา เตหิ อนุญฺญาตา เอกํ กุลํ อุปสงฺกมิตฺวา กุสุมฺภรตฺตวตฺเถน ภตึ กโรมีติ อาห ฯ อถ นํ เต ตีณิ สํวจฺฉรานิ กมฺเม กเต ตว คุณํ ญตฺวา ทสฺสามาติ วทึสุ ฯ สา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา กมฺมํ ปฏิปชฺชิ ฯ เต ตสฺสา คุณํ ญตฺวา อปริปุณฺเณสุเยว ตีสุ สํวจฺฉเรสุ ตสฺสา ฆนกุสุมฺภรตฺตวตฺเถน สทฺธึ อญฺญํปิ วตฺถํ ทตฺวา ตว สหายิกาหิ สทฺธึ คนฺตฺวา นหาตฺวา นิวาเสหีติ ตํ เปสยึสุ ฯ สา สหายิกาหิ อาทาย คนฺตฺวา รตฺตวตฺถํ ตีเร ฐเปตฺวา นหายิ ฯ ตสฺมึ ขเณ เอโก กสฺสปทสพลสฺส สาวโก อจฺฉินฺนจีวโร สาขาภงฺคํ นิวาเสตฺวา จ ปารุปิตฺวา จ ตํ ปเทสํ ปาปุณิ ฯ สา ตํ ทิสฺวา อยํ ภทฺทนฺโต อจฺฉินฺนจีวโร ภวิสฺสติ ปุพฺเพปิ อทินฺนภาเวน มม นิวาสนํ ทุลฺลภํ ชาตนฺติ ตํ วตฺถํ ทฺวิธา ผาเลตฺวา เอกํ โกฏฺฐาสํ อยฺยสฺส ทสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อุตฺตริตฺวา อตฺตโน นิวาสนํ นิวาเสตฺวา ติฏฺฐถ ภนฺเตติ วตฺวา คนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา วตฺถํ มชฺเฌ ผาเลตฺวา ตสฺเสเวกํ โกฏฺฐาสํ อทาสิ ฯ โส เอกมนฺเต ปฏิจฺฉนฺเน ฐตฺวา สาขาภงฺคํ ฉฑฺเฑตฺวา ตสฺเสเวกํ กณฺณํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา นิกฺขมิ ฯ อถสฺส วตฺโถภาเสน สกลสรีรํ ตรุณสุริโย วิย เอโกภาสํ อโหสิ ฯ สา ตํ ทิสฺวา มยฺหํ อยฺโย ปฐมํ น โสภติ อิทานิ ตรุณสุริโย วิย วิโรจติ อิทมฺปิ เอตสฺเสว ทสฺสามีติ ทุติยมฺปิ โกฏฺฐาสํ ทตฺวา ภนฺเต อหํ ภเว วิจรนฺตี อุตฺตมรูปธรา ภเวยฺยํ มํ ทิสฺวา โกจิ ปุริโส สกภาเวน สณฺฐาเรตุํ นาสกฺขิ มยา อภิรูปตรา นาม อญฺญา มา โหตูติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ ฯ เถโรปิ อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ สา เทวโลเก สํสรนฺตี ตสฺมึ กาเล อริฏฺฐปุเร นิพฺพตฺเตตฺวา ตถา อภิรูปา อโหสิ ฯ

อถ ตสฺมึ นคเร กตฺติกฉณํ โฆสยึสุ ฯ กตฺติกปุณฺณมายํ นครํ สชฺชยึสุ ฯ อภิปารโก อตฺตโน รกฺขณฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต ตํ อามนฺเตตฺวา ภทฺเท อุมฺมาทนฺตี อชฺช กตฺติกรตฺติวาเร ฉโณ ราชา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต ปฐมํ อิมํ เคหทฺวารํ อาคมิสฺสติ มา โข ตสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสิ โสปิ ตํ ทิสฺวา สตึ อุปฏฺฐเปตุํ น สกฺขิสฺสตีติ อาห ฯ สา คจฺฉ ตฺวํ สามิ อหํ ชานิสฺสามีติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺมึ คเต ทาสึ อาณาเปสิ รญฺโญ อิมํ เคหทฺวารํ อาคตกาเล มยฺหํ อาโรเจยฺยาสีติ ฯ อถสฺส สุริเย อตฺถงฺคเต อุคฺคเต ปุณฺณจนฺเท เทวนคเร วิย นคเร อลงฺกเต สพฺพทิสาสุ ทีเปสุ ชลิเตสุ ราชา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต อาชญฺญรถวรคโต อมจฺจคณปริวุโต มหนฺเตน ยเสน นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปฐมเมว อภิปารกสฺส เคหทฺวารํ อคมาสิ ฯ ตํ ปน เคหํ มโนสิลาวณฺณปาการปริกฺขิตฺตํ อลงฺกตทฺวารฏฺฏาลกโสภคฺคปฺปตฺตํ ปาสาทิกํ ฯ ตสฺมึ ขเณ ทาสี อุมฺมาทนฺติยา อาโรเจสิ ฯ สา ปุปฺผสมุคฺคํ คาหาเปตฺวา กินฺนรีลีลาย วาตปานํ นิสฺสาย ฐิตา รญฺโญ ปุปฺผานิ ขิปิ ฯ โส ตํ โอโลเกนฺโต กิเลสมทมตฺโต สตึ อุปฏฺฐเปตุํ อสกฺโกนฺโต อภิปารกสฺเสตํ เคหนฺติ สญฺชานิตุํ นาสกฺขิ ฯ

อถ สารถึ อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ

นิเวสนํ กสฺส นุทํ สุนนฺท

ปากาเรน ปณฺฑุมเยน คุตฺตํ

กา ทิสฺสติ อคฺคิสิขาว ทูเร

เวหาสยํ ปพฺพตคฺเคว อจฺจิ ฯ

ธีตา นายํ กสฺส สุนนฺท โหติ

สุณิสา นายํ กสฺส อโถปิ ภริยา

อกฺขาหิ เม ขิปฺปมิเธว ปุฏฺโฐ

อวาวตา ยทิ วา อตฺถิ ภตฺตาติ ฯ

ตตฺถ กสฺส นุทนฺติ กสฺส นุ อิทํ ฯ ปณฺฑุมเยนาติ รตฺติฏฺฐก- ปาการมเยน ฯ ทิสฺสตีติ วาตปาเน ฐิตา ปญฺญายติ ฯ อจฺจีติ อนีลชาลกฺขนฺโธ ฯ ธีตา นายนฺติ ธีตา นุ อยํ ฯ อวาวตาติ อเปตาวรณา อปริคฺคหา ฯ ภตฺตาติ ยทิ วา อสฺสา สามิโก อตฺถิ เอตํ เม อกฺขาหีติ ฯ

อถสฺส โส อาจิกฺขนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ

อหํ หิ ชานามิ ชนินฺท เอตํ

มตฺยา จ เปตฺยา จ อโถปิ อสฺสา

ตเวว โส ปุริโส ภูมิปาล

รตฺตินฺทิวํ อปฺปมตฺโต ตวตฺเถ ฯ

อิทฺโธ จ ผีโต จ สุวฑฺฒิโต จ

อมจฺโจ จ เต อญฺญตโร ชนินฺท

ตสฺเสว สา ภริยา อภิปารกสฺส

อุมฺมาทนฺตีติ นามธยฺเยน ราชาติ ฯ

ตตฺถ มตฺยา จาติ มาติโต จ ปิติโต เจตํ ชานามิ ฯ อโถปิติ อถ สามิกํปิสฺสา ชานามีติ วทติ ฯ อิทฺโธติ สมิทฺโธ ฯ ผีโตติ วตฺถาลงฺกาเรหิ ปุปฺผิโต ฯ สุวฑฺฒิโตติ สุฏฺฐุ อฑฺโฒ ฯ นามเธยฺเยนาติ นาเมน ฯ อยํ หิ โย นํ ปสฺสติ ตํ อุมฺมาเทติ สติมสฺส ปจฺจุปฏฺฐเปตุํ น เทติ ตสฺมา อุมฺมาทนฺตีติ วุจฺจติ ฯ

ตํ สุตฺวา ราชา นามมสฺสา โถเมนฺโต อนนฺตรํ คาถมาห

อมฺโภ อมฺโภ นามมิทํ อิมิสฺสา

มตฺยา จ เปตฺยา จ กตํ สุสาธุ

ตถาหิ มยฺหํ อวโลกยนฺตี

อุมฺมตฺตกํ อุมฺมาทนฺตี อกาสีติ ฯ

ตตฺถ มตฺยา จ เปตฺยา จาติ มาตรา จ ปิตรา จ ฯ มยฺหนฺติ อุปโยคตฺเถ สมฺปทานํ ฯ อวโลกยนฺตีติ มยา อวโลกิตา สยํปิ มํ อวโลเกนฺตี มํ อุมฺมตฺตกํ อกาสีติ อตฺโถ ฯ

สาปิสฺส กมฺปิตภาวํ ญตฺวา วาตปานํ ถเกตฺวา สิริคพฺภเมว อคมาสิ ฯ รญฺโญปิ ตสฺสา ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย นครปทกฺขิณกรเณ จิตฺตเมว นาโหสิ ฯ โส สารถึ อามนฺเตตฺวา สมฺม สุนนฺท รถํ นิวตฺเตหิ อยํ ฉโณ อมฺหากํ นานุจฺฉวิโก อภิปารกเสนาปติสฺสานุจฺฉวิโก รชฺชํปิ ตสฺเสวานุจฺฉวิกนฺติ รถํ นิวตฺตาเปตฺวา ปาสาทํ อภิรุยฺห สิริสยเน นิปชฺชิตฺวา วิปฺปลปนฺโต อาห

ยา ปุณฺณมาเส มิคมนฺทโลจนา

อุปาวิสี ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคี

เทฺว ปุณฺณมาโย ตทหู อมญฺญึ

ทิสฺวาน ปาราวตรตฺตวาสินึ ฯ

อฬารปมฺเหหิ สุเภหิ วคฺคุภิ

ปโลภยนฺตี มํ ยทา อุทิกฺขติ

วิชมฺหมานา หรเตว เม มโน

ชาตา วเน กึปุริสีว ปพฺพเต ฯ

ตทา หิ พฺรหตี สามา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา

เอกจฺจวสนา นารี มิคี ภนฺตาวุทิกฺขติ ฯ

กทาสฺสุ มํ ตมฺพนขา สุโลมา

พาหามุทู จนฺทนสารลิตฺตา

วฏฺฏงฺคุลี สนฺนตธีรกุตฺติยา

นารี อุปญฺญิสฺสติ สีสโต สุภา ฯ

กทาสฺสุ มํ กาญฺจนชาลุรจฺฉทา

ธีตา ติริฏิสฺส วิลากมชฺฌา

มุทูหิ พาหาหิ ปลิสฺสชิสฺสติ

พฺรหาวเน ชาตทุมํว มาลุวา ฯ

กทาสฺสุ ลาขารสรตฺตสุจฺฉวี

พินฺทุตฺถนี ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคี

มุขํ มุเขน อุปนามยิสฺสติ

โสณฺโฑว โสณฺฑสฺส สุราย ถาลํ ฯ

ยทาทฺทสํ ตํ ติฏฺฐนฺตึ สพฺพคตฺตํ มโนรมํ

ตโต สกสฺส จิตฺตสฺส นาวโพธามิ กญฺจิ นํ ฯ

อุมฺมาทนฺตี มยา ทิฏฺฐา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา

น สุปฺปามิ ทิวารตฺตึ สหสฺสํว ปราชิโต ฯ

สกฺโก จ เม วรํ ทชฺชา โส จ ลเภถ เม วโร

เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ภเวยฺย อภิปารโก

อุมฺมาทนฺตฺยา รมิตฺวา สีวิราชา ตโต สิยาติ ฯ

ตตฺถ ปุณฺณมาเสติ ปุณฺณจนฺทาย รตฺติยา ฯ มิคมนฺทโลจนาติ กณฺฑกสนฺตาเสน ปลายิตฺวา วนนฺตเร ฐตฺวา ลุทฺทํ โอโลเกนฺติยา มิคิยา วิย มนฺทานิ โลจนานิ อสฺสาติ มิคมนฺทโลจนา ฯ อุปาวิสีติ ปทุมวณฺเณน กรตเลน ปุปฺผานิ ขิปิตฺวา มํ โอโลเกนฺตี วาตปาเน นิสีทิ ฯ ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคีติ รตฺตปทุมวณฺณสรีรา ฯ เทฺว ปุณฺณมาโยติ อหํ ตทหุ ตสฺมึ ฉณทิวเส ตํ ปาราวตปาทสมานวณฺณรตฺต- วตฺถนิวตฺถํ ทิสฺวา ตสฺสา มุขโสภํ โอโลเกนฺโต เอกสฺส ปาจีนโลก- ธาตุโก เอกสฺส อภิปารกสฺส เสนาปติโน นิเวสเน ทฺวินฺนํ ปุณฺณจนฺทานํ อุคฺคตตฺตา เทฺว ปุณฺณมาโย อมญฺญึ ฯ อฬารปมฺเหหีติ วิสาลปมุเขหิ ฯ สุเภหีติ ปริสุทฺเธหิ ฯ วคฺคูภีติ มธุรากาเรหิ ฯ อุทิกฺขตีติ เอวรูเปหิ เนตฺเตหิ ยสฺมึ ขเณ โอโลเกนฺตี ฯ ปพฺพเตติ ยถา หิมวนฺตปพฺพเต สุผุลฺลิตวเน วีณํ อาทาย ตนฺติสฺสเรน อตฺตโน สรํ สํสนฺเทนฺตี กึปุริสี กึปุริสสฺส มนํ อาหรติ เอวํ หรเตว มม มโนติ วิปฺปลปติ ฯ พฺรหตีติ อุฬารา ฯ สามาติ สุวณฺณวณฺณสามา ฯ เอกจฺจวสนาติ เอกจฺจิกวสนา เอกวตฺถนิวตฺถาติ อตฺโถ ฯ ภนฺตาวุทิกฺขตีติ สณฺหเกสา ปุถุนลาฏา อายตภมู วิสาลกฺขี ตุงฺคนาสา รตฺโตฏฺฐี เสตทนฺตา ติขิณทาฐา สุวฏฺฏิตคีวา ตนุพาหุ สุสณฺฐิตปโยธรา มิคมชฺฌา วิสาลโสณี สุวณฺณกทลิสมานรูปา สา อุตฺตมิตฺถี ตสฺมึ ขเณ มํ โอโลเกนฺตี ภเยน วนํ ปวิสิตฺวา ปุน นิวตฺติตฺวา ลุทฺทํ อุทิกฺขนฺตี ภนฺตา มิคีว มํ อุทิกฺขตีติ วทติ ฯ พาหามุทูติ มุทุพาหา ฯ สนฺนตธีรกุตฺติยาติ สุผุสิตเฉกกรณา ฯ อุปญฺญิสฺสติ มนฺติ สา สุภา นารี กทา นุ มํ เตหิ ตมฺพนเขหิ สีสโต ปฏฺฐาย สนฺนเตน ธีเรน กรเณน ปริโตเสสฺสตีติ ปตฺเถนฺโต วิลปติ ฯ กาญฺจนชาลุรจฺฉทาติ กาญฺจนมยอุรจฺฉทาลงฺกตา ฯ วิลากมชฺฌาติ วิลคฺคสรีรา ฯ พฺรหาวเนติ มหาวเน ฯ รตฺตสุจฺฉวีติ หตฺถปาทตลอคฺคนขโอฏฺฐมํเสสุ ลาขารสรตฺตมณิปวาฬวณฺณา ฯ พินฺทุตฺถนีติ อุทกพุพฺพุลปริมณฺฑลตฺถนี ฯ ตโตติ ยทา ตํ ติฏฺฐนฺตึ อทฺทสํ ตโต ปฏฺฐาย ฯ สกสฺส จิตฺตสฺสาติ อตฺตโน จิตฺตสฺส อนิสฺสโร ชาโตมฺหีติ อธิปฺปาโย ฯ กญฺจิ นนฺติ กญฺจิ อยํ อสุกา นามาติ น ชานามิ อุมฺมตฺตโก ชาโตมฺหีติ วทติ ฯ ทิฏฺฐาติ ทิสฺวา ฯ น สุปฺปามีติ เนว รตฺตึ น ทิวา นิทฺทํ ลภามิ ฯ โส จ ลเภถาติ ยํ เม สกฺโก วรํ ทเทยฺย โส จ เม วโร ลเภยฺยามหํ ตํ วรนฺติ อตฺโถ ฯ

อภิปารกสฺสปิ อาโรจยึสุ สามิ ราชา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต ตุมฺหากํ ฆรทฺวารํ ปตฺวา นิวตฺติตฺวา ปาสาทํ อภิรุหตีติ ฯ โส อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา อุมฺมาทนฺตึ อมนฺเตตฺวา ภทฺเท กจฺจิ รญฺโญ อตฺตานํ ทสฺเสสีติ ปุจฺฉติ ฯ สามิ เอโก มโหทโร มหาทาฐิโก รเถ ฐตฺวา อาคโต ปุริโส อตฺถิ อหํ ตํ ราชา วา อราชา วาติ น ชานามิ เอโก อิสฺสโรติ ปน วุตฺเต วาตปาเน ฐตฺวา ปุปฺผานิ ขิปึ โส ตาวเทว ฐตฺวา นิวตฺเตตฺวา คโตติ ฯ โส ตํ สุตฺวา นาสิโตมฺหิ ตยาติ ปุนทิวเส ปาโตว ราชนิเวสนํ อารุยฺห สิริคพฺภทฺวาเร ฐตฺวา รญฺโญ อุมฺมาทนฺตึ นิสฺสาย วิลาปํ สุตฺวา อยํ อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺโต ชาโต ตํ อลภนฺโต มริสฺสติ รญฺโญ จ มมญฺจ อคุณํ โมเจตฺวา อิมสฺส มยา ชีวิตํ ทาตุํ วฏฺฏตีติ อตฺตโน นิเวสนํ คนฺตฺวา เอกํ ทฬฺหมิตฺตํ อุปฏฺฐากํ ปกฺโกสาเปตฺวา ตาต อสุกฏฺฐาเน สุสิรเจติยรุกฺโข อตฺถิ ตฺวํ กญฺจิ อชานาเปตฺวา อตฺถงฺคเต สุริเย ตตฺถ คนฺตฺวา อนฺโตรุกฺเข นิสีท อหํ ตตฺถ พลิกมฺมํ กโรนฺโต ตํ ฐานํ ปตฺวา เทวตา นมสฺสนฺโต สามิ เทวราช อมฺหากํ ราชา นครมฺหิ ฉเณ วตฺตมาเน อกีฬิตฺวาว สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา วิปฺปลปนฺโต นิปนฺโน มยํ ตตฺถ การณํ น ชานาม ราชา เทวตานํ พหูปกาโร อนุสํวจฺฉรํ สหสฺสํ วิสชฺเชตฺวา พลิกมฺมํ กาเรติ อิมํ นาม นิสฺสาย ราชา วิปฺปลปตีติ อาจิกฺขถ รญฺโญ โน ชีวิตทานํ เทถาติ ยาจิสฺสามิ ตฺวํ ตสฺมึ ขเณ สรํ ปริวตฺเตตฺวา เสนาปติ ตุมฺหากํ รญฺโญ พฺยาธิ นาม นตฺถิ โส ปน ตว ภริยาย อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺโต สเจ ตํ ลภิสฺสติ ชีวิสฺสติ โน เจ มริสฺสติ สเจ ตสฺส ชีวิตํ อิจฺฉสิ อุมฺมาทนฺติมสฺส เทหีติ วเทยฺยาสีติ เอวํ ตํ อุคฺคณฺหาเปตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ โส คนฺตฺวา ตสฺมึ รุกฺเข นิสีทิ ฯ ปุนทิวเส เสนาปติ ตํ ฐานํ คนฺตฺวา อายาจิ ฯ โส ตถา อกาสิ ฯ เสนาปติ สาธูติ วตฺวา เทวตํ วนฺทิตฺวา อมจฺเจ ชานาเปตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา ราชนิเวสนํ อารุยฺห สิริคพฺภทฺวารํ อาโกฏฺเฏสิ ฯ ราชาปิ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา โก เอโสติ ปุจฺฉิ ฯ อหํ เทว อภิปารโกติ ฯ อถสฺส ราชา ทฺวารํ วิวริ ฯ โส ปวิสิตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา คาถมาห

ภูตานิ เม ภูตปตี นมสฺสโต

อาคมฺม ยกฺโข อิทเมตทพฺรวิ

รญฺโญ มโน อุมฺมาทนฺตฺยา นิวิฏฺโฐ

ททามิ เต ตํ ปริจารยสฺสูติ ฯ

ตตฺถ นมสฺสโตติ ตุมฺหากํ วิปฺปลาปการณชานนตฺถํ พลิกมฺมํ กตฺวา นมสฺสนฺตสฺส ฯ ตนฺติ อหํ ตํ อุมฺมาทนฺตึ ตุมฺหากํ ปริจาริกํ กตฺวา ททามีติ ฯ

อถ นํ ราชา สมฺม อภิปารก มม อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺตตาย วิปฺปลปิตภาวํ ยกฺขาปิ ชานนฺตีติ ปุจฺฉิ ฯ อาม เทวาติ ฯ โส สพฺพโลเกน กิร เม ลามกภาโว ญาโตติ ลชฺชิธมฺเม ปติฏฺฐาย อนนฺตรํ คาถมาห

ปุญฺญา วิธํเส อมโร น จมฺหิ

ชโน จ เม ปาปมิทญฺจ ชญฺญา

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐาติ ฯ

ตตฺถ วิธํเสติ สมฺม อภิปารก อหํ ตาย สทฺธึ กิเลสวเสน ปริจาเรนฺโต ปุญฺญโต ธํเสยฺยํ ตาย สทฺธึ ปริจาริตมตฺเตน อมโร จ น โหมิ มหาชโน จ อิมํ ลามกภาวํ ชาเนยฺย ตโต อยุตฺตํ รญฺญา กตนฺติ ครเหยฺย ตวญฺจ มม ทตฺวา ปจฺฉา ปิยภริยํ อทิฏฺฐา ตว มนโส วิฆาโฏ จสฺสาติ อตฺโถ ฯ

เสสา อุภินฺนํปิ วจนปฏิวจนคาถา โหนฺติ

ชนินฺท นาญฺญตฺร ตยา มยา วา

สพฺพาปิ กมฺมสฺส กตสฺส ชญฺญา

ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา

ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ

โย ปาปกํ กมฺม กรํ มนุสฺโส

โส มญฺญติ มายิทํ มญฺญึสุ อญฺเญ

ปสฺสนฺติ ภูตานิ กโรนฺตเมตํ

ยุตฺตา จ เย โหนฺติ นรา ปฐพฺยา ฯ

อญฺโญ นุ เต โกจิ นโร ปฐพฺยา

สทฺทเหยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ

อทฺธา ปิยา มยฺห ชนินฺท เอสา

น สา มม อปฺปิยา ภูมิปาล

คจฺเฉว ตฺวํ อุมฺมาทนฺตึ ภทฺทนฺเต

สีโหว เสลสฺส คุหํ อุเปติ ฯ

น ปีฬิตา อตฺตทุกฺเขน ธีรา

สุขปฺผลํ กมฺม ปริจฺจชนฺติ

สโมหิตา วาปิ สุเขน มตฺตา

น ปาปกมฺมญฺจ สมาจรนฺติ ฯ

ตุวญฺหิ มาตา จ ปิตา จ มยฺหํ

ภตฺตา ปตี โปสโก เทวตา จ

ทาโส อหํ ตุยฺห สปุตฺตทาโร

ยถาสุขํ สีวิ กโรหิ กามํ ฯ

โย อิสฺสโรมฺหีติ กโรติ ปาปํ

กตฺวา จ โส นุตฺตปเต ปเรสํ

น เตน โส ชีวติ ทีฆมายุํ

เทวาปิ ปาเปน สเมกฺขเร นํ ฯ

อญฺญาตกํ สามิเกหิ ปทินฺนํ

ธมฺเม ฐิตา เย จ ปฏิจฺฉนฺติ ทานํ

ปฏิจฺฉกา ทายกา จาปิ ตตฺถ

สุขปฺผลญฺเญว กโรนฺติ กมฺมํ ฯ

อญฺโญ นุ เต โกจิ นโร ปฐพฺยา

สทฺทเหยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ

อทฺธา ปิยา มยฺห ชนินฺท เอสา

น สา มม อปฺปิยา ภูมิปาล

ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา

ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ

โย อตฺตทุกฺเขน ปรสฺส ทุกฺขํ

สุเขน วา อตฺตทุกฺขํ ทหติ

ยเถวิทํ มยฺห ตถา ปเรสํ

โย เอวํ ชานาติ ส เวทิ ธมฺมํ ฯ

อญฺโญ นุ เต โกจิ ปโร ปฐพฺยา

สทฺทเหยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ

ชนินฺท ชานาสิ ปิยา มเมสา

น สา มม อปฺปิยา ภูมิปาล

ปิเยน เต ทมฺมิ ปิยํ ชนินฺท

ปิยทายิโน เทว ปิยํ ลภนฺติ ฯ

โส นูนาหํ วธิสฺสามิ อตฺตานํ กามเหตุกํ

นหิ ธมฺมํ อธมฺเมน อหํ วธิตุมุสฺสเห ฯ

สเจ ตุวํ มยฺห สตึ ชนินฺท

น กามยาสิ นรวีร เสฏฺฐ

จชามิ นํ สพฺพชนสฺส มชฺเฌ

มยา ปมุตฺตํ ตโต อวฺหเยสิ นํ ฯ

อทูสิยญฺเจ อภิปารก ตุวํ

จชาสิ กตฺเต อหิตาย ตฺยสฺส

มหา จ เต อุปวาโทปิ อสฺส

นจาปิ ตฺยสฺส นครมฺหิ ปกฺโข ฯ

อหํ สหิสฺสํ อุปวาทเมตํ

นินฺทํ ปสํสํ ครหญฺจ สพฺพํ

มเมตํ อาคจฺฉตุ ภูมิปาล

ยถาสุขํ สีวิ กโรหิ กามํ ฯ

โย เนว นินฺทํ น ปุนปฺปสํสํ

อาทิยติ ครหํ โนปิ ปูชํ

สิรี จ ลกฺขี จ อเปติ ตมฺหา

อาโป สุวุฏฺฐีว ยถา ถลมฺหา ฯ

ยํกิญฺจิ ทุกฺขญฺจ สุขญฺจ เอโต

ธมฺมาติสารญฺจ มโนวิฆาฏํ

อุรสา อหํ ปฏิจฺฉิสฺสามิ สพฺพํ

ปฐวี ยถา ถาวรานํ ตสานํ ฯ

ธมฺมาติสารญฺจ มโนวิฆาฏํ

ทุกฺขญฺจ นิจฺฉามิ อหํ ปเรสํ

เอโกปิมํ ตารยิสฺสามิ ภารํ

ธมฺเม ฐิโต กิญฺจิ อหาปยนฺโต ฯ

สคฺคูปคํ ปุญฺญกมฺมํ ชนินฺท

มา เม ตุวํ อนฺตรายํ อกาสิ

ททามิ เต อุมฺมาทนฺตึ ปสนฺโน

ราชาว ยญฺญํ ธนํ พฺราหฺมณานํ ฯ

อทฺธา ตุวํ กตฺเต หิโตสิ มยฺหํ

สขา มม อุมฺมาทนฺตี ตุวญฺจ

นินฺเทยฺยุ เทวา ปิตโร จ สพฺเพ

ปาปญฺจ ปสฺสํ อภิสมฺปรายํ ฯ

นเหตํ ธมฺมํ สีวิราช วชฺชุํ

สเนคมา ชานปทา จ สพฺเพ

ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา

ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ

อทฺธา ตุวํ กตฺเต หิโตสิ มยฺหํ

สขา มม อุมฺมาทนฺตี ตุวญฺจ

สตญฺจ ธมฺมานิ สุกิตฺติตานิ

สมุทฺทเวลาว ทุรจฺจยานิ ฯ

อาหุเนยฺโย เมสิ หิตานุกมฺปี

ธาตา วิธาตา จสิ กามปาโล

ตยี หุตา เทว มหปฺผลา หิ

กาเมน เม อุมฺมาทนฺตึ ปฏิจฺฉ ฯ

อทฺธา หิ สพฺพํ อภิปารก ตุวํ

ธมฺมํ อจารี มม กตฺตุปุตฺต

อญฺโญ นุ เต โก อิธ โสตฺถิกตฺตา

ทีปโท นโร อรุเณ ชีวโลเก ฯ

ตฺวํ นุ เสฏฺโฐ ตฺวมนุตฺตโรสิ

ตฺวํ ธมฺมคุตฺโต ธมฺมวิทู สุเมโธ

โส ธมฺมคุตฺโต จิรเมว ชีว

ธมฺมญฺจ เม เทสย ธมฺมปาล ฯ

ตทิงฺฆ อภิปารก สุโณหิ วจนํ มม

ธมฺมนฺเต เทสยิสฺสามิ สตํ อาเสวิตํ อหํ ฯ

สาธุ ธมฺมรุจี ราชา สาธุ ปญฺญาณวา นโร

สาธุ มิตฺตานํ อทุพฺโภ ปาปสฺสากรณํ สุขํ ฯ

อกฺโกธนสฺส วิชิเต ฐิตธมฺมสฺส ราชิโน

สุขํ มนุสฺสา อาเสถ สีตจฺฉายาย สํฆเร ฯ

น จาหเมตํ อภิโรจยามิ

กมฺมํ อสเมกฺขกตํ อสาธุ

เยวาปิ ญตฺวาน สยํ กโรนฺติ

อุปมา อิมา มยฺห ตุวํ สุโณหิ ฯ

ควญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว

สพฺพา ตาชิมฺหํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ ฯ

เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต

โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา

สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก ฯ

ควญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว

สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต อุชุคเต สติ ฯ

เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต

โส เจปิ ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก ฯ

น จาปาหํ อธมฺเมน อมรตฺตมภิปตฺถเย

อิมํ วา ปฐวึ สพฺพํ วิเชตุํ อภิปารก ฯ

ยํ หิ กิญฺจิ มนุสฺเสสุ รตนํ อิธ วิชฺชติ

คาโว ทาโส หิรญฺญญฺจ วตฺถิยํ หริจนฺทนํ ฯ

อสฺสิตฺถิโย จ รตนํ มณิกญฺจ

ยญฺจาปิเม จนฺทสุริยาภิปาลยนฺติ

น ตสฺส เหตุ วิสมํ จเรยฺย

มชฺเฌ สิวีนํ อุสโภสฺมิ ชาโต ฯ

เนตา หิตา อุคฺคโต รฏฺฐปาโล

ธมฺมํ สิวีนํ อปจายมาโน

โส ธมฺมเมวานุวิจินฺตยนฺโต

ตสฺมา สเก จิตฺตวเส น วตฺโต ฯ

อทฺธา ตุวํ มหาราช นิจฺจํ อพฺยสนํ สิวํ

กริสฺสสิ จิรํ รชฺชํ ปญฺญา หิ ตว ตาทิสี ฯ

เอตํ เต อนุโมทามิ ยํ ธมฺมํ นปฺปมชฺชสิ

ธมฺมํ ปมชฺช ขตฺติโย ฐานา จวติ อิสฺสโร ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช มาตาปิตูสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช ปุตฺตทาเรสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช มิตฺตามจฺเจสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช พาหเนสุ พเลสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช คาเมสุ นิคเมสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช รฏฺเฐสุ ชนปเทสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช สมเณ พฺราหฺมเณสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช มิคปกฺขีสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช ธมฺโม จิณฺโณ สุขาวโห

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช อินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา

สุจิณฺเณน ทิวํ ปตฺตา มา ธมฺมํ ราช ปมาโทติ ฯ

ตตฺถ สพฺพาปีติ ชนินฺท อหเมตํ เอกโกว ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาเนสฺสามิ ตสฺมา ฐเปตฺวา ตญฺจ มมญฺจ อญฺญา สพฺพาปิ ปชา อิมสฺส กตสฺส อาการมตฺตํปิ น ชญฺญา น ชานิสฺสนฺติ ฯ ภุเสหีติ เต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา ตาย สทฺธึ อภิรมนฺโต อตฺตโน ตณฺหาวนถํ ภุสํ กโรหิ วฑฺเฒหิ มโนรถํ ปูเรหิ ฯ สชาหีติ มโนรถํ ปน ปูเรตฺวา สเจ เต น รุจฺจติ อถ นํ สชาหิ มยฺหเมว ปฏิเทหิ ฯ กมฺม กรนฺติ สมฺม อภิปารก โย มนุสฺโส ปาปกํ กมฺมํ กโรนฺโต โส ปจฺฉา มา อิธ อญฺเญ อิทํ ปาปกมฺมํ มญฺญึสุ มา ชานนฺตูติ มญฺญติ จินฺเตติ ฯ ทุจฺจินฺติตเมตํ ตสฺส ฯ กึการณา ฯ ปสฺสนฺติ ภูตานิ กโรนฺตเมตนฺติ เย จ พุทฺธา ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธปุตฺตา อิทฺธิยา ยุตฺตา เต จ นํ ปสฺสนฺติเยว ฯ น เม ปิยาติ สมฺม อภิปารก อญฺโญ นุ เต โกจิ อิธ โลกสฺมึ สกลาย ปฐวิยา น เม อุมฺมาทนฺตี ปิยาติ เอวํ สทฺทเหยฺย ฯ สีโหว เสลสฺส คุหนฺติ มหาราช สเจ ตฺวํ ตํ อิธ น อาเนสิ อถ ยถา สีโห กิเลสปริฬาเห อุปฺปนฺเน สีหโปติกาย วสนฏฺฐานํ มณิคุหํ อุเปติ เอวํ ตสฺสา วสนฏฺฐานํ คจฺฉ ตตฺถ อตฺตโน ปตฺถนํ ปูเรหีติ ฯ สุขปฺผลนฺติ สมฺม อภิปารก ปณฺฑิตา อตฺตโน ทุกฺเขน ผุฏฺฐา สมานา น สุขวิปากทายกํ กมฺมํ ปริจฺจชนฺติ สมฺโมหิตา วาปิ หุตฺวา โมเหน มุฬฺหา สุเขน มตฺตา ปาปกมฺมํ นาม น สมาจรนฺติ ฯ ยถาสุขํ สีวิ กโรหิ กามนฺติ สามิ สีวิราช อตฺตโน ทาสึ ปริจาเรนฺตสฺส ครหา นาม นตฺถิ ตฺวํ ยถาสุขํ อชฺฌาสยํ กามํ กโรหิ อตฺตโน อิจฺฉํ ปูเรหีติ ฯ น เตน โส ชีวตีติ สมฺม อภิปารก โย อิสฺสโรมฺหีติ ปาปํ กโรติ กตฺวา จ กมฺมํ เทวมนุสฺสา วกฺขนฺตีติ น อุตฺตสติ น โอตฺตปฺปติ โส เตน กมฺเมน น จ ทีฆํ กาลํ ชีวติ ขิปฺปเมว มรติ เทวตาปิ ปน กึ อิมสฺส ปาปรญฺโญ รชฺเชน วรมสฺส วาลุกฆฏํ คเล พนฺธิตฺวา มรณนฺติ ลามเกน จกฺขุนา โอโลเกนฺติ ฯ อญฺญาตกนฺติ มหาราช อญฺเญสํ สนฺตกํ เตหิ สามิเกหิ ปทินฺนํ ทานํ เย อตฺตโน ธมฺเม ฐิตา ปฏิจฺฉนฺติ เต ตตฺถ ปฏิจฺฉกา จ ทายกา จ สพฺเพปิ สุขปฺผลเมว กมฺมํ กโรนฺติ ปฏิคฺคาหเก หิ ปฏิคฺคณฺหนฺเต ตํ ทานํ ทายกสฺส มหนฺตํ วิปากํ เทตีติ อญฺโญ นุ ฯเปฯ อทฺธา ปิยา ฯเปฯ โย อตฺตทุกฺเขนาติ สมฺม อภิปารก โย อตฺตโน ทุกฺเขน ปีฬิโต ตํ ทุกฺขํ ปรสฺส ทหติ อตฺตโน สรีรโต อปเนตฺวา ปรสฺส สรีเร ขิปติ ปรสฺส วา สุเขน อตฺตโน สุขํ ทหติ ตํ ปรสฺส สุขํ คเหตฺวา อตฺตนิ ปกฺขิปติ อตฺตโน ทุกฺขํ หริสฺสามีติ ปรํ ทุกฺขิตํ กโรติ อตฺตานํ สุเขสฺสามีติ ปรํ ทุกฺขิตํ กโรติ อตฺตานํ สุเขสฺสามีติ ปรสฺส สุขํ นาเสติ น โส ธมฺมํ ชานาติ ฯ โย ปน เอวํ ชานาติ ยเถวิทํ มยฺหํ สุขทุกฺขํ ตถา ปเรสนฺติ ส เวทิ ธมฺมํ โส ธมฺมํ ชานาติ นามาติ อยเมว ตสฺสา คาถาย อตฺโถ ฯ ปิเยน เต ทมฺมีติ ปิเยน การณภูเตน ปิยผลํ ปตฺเถนฺโต ทมฺมีติ อตฺโถ ฯ ปิยํ ลภนฺตีติ สํสาเร สํสรนฺตา ปิยเมว ลภนฺติ ฯ กามเหตุกนฺติ สมฺม อภิปารก กามเหตุกํ อยุตฺตํ กตฺวา อตฺตานํ วธิสฺสามีติ เม ปริวิตกฺโก อุปฺปชฺชติ ฯ มยฺห สตินฺติ มม สนฺตกํ ฯ มยฺห สตีติปิ ปาโฐ ฯ มม สนฺตกา สาติ เอวํ มญฺญมาโน สเจ ตฺวํ ตํ น กาเมสีติ อตฺโถ ฯ สพฺพชนสฺสาติ สพฺพา เสนิโย สนฺนิปาตาเปตฺวา ตสฺส สพฺพชนสฺส อยํ มยฺหํ อหิตาติ ปริจฺจชิสฺสามีติ ฯ ตโต อวฺหเยสีติ ตโต ตํ อปริคฺคหิตตฺตา อาเนยฺยาสิ ฯ อทูสิยนฺติ อนปราธํ ฯ กตฺเตติ ตเมว อปเรน นาเมน อาลปติ ฯ โส หิ รญฺโญ หิตํ กโรติ ตสฺมา กตฺตาติ วุจฺจติ ฯ น จาปิ ตฺยสฺสาติ เอวํ อกิจฺจการีติ นคเร ตว โกจิ ปกฺโขปิ น ภเวยฺย ฯ นินฺทนฺติ น เกวลํ อุปวาทเมว สเจปิ มํ โกจิ สมฺมุขา นินฺทิสฺสติ วา ปสํสิสฺสติ วา โทสํ วา ปน อาโรเปนฺโต ครหิสฺสติ ตํปาหํ นินฺทํ ปสํสํ ครหญฺจ สพฺพํ สหิสฺสามิ สพฺพเมตํ มม อาคจฺฉตูติ วทติ ฯ ตมฺหาติ โย เอเต นินฺทาทโย น คณฺหติ ตมฺหา ปุริสา อิสฺสริยสงฺขาตา สิรี จ ปญฺญาสงฺขาตา ลกฺขี จ ถลฏฺฐานโต สุวุฏฺฐิสงฺขาโต อาโป วิย อเปติ น ปติฏฺฐาตีติ ฯ เอโตติ อิโต มม ตสฺสา ปริจฺจตฺตการณา ฯ ธมฺมาติสารญฺจาติ ธมฺมํ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺตํ อกุสลํ ยํ วา กิญฺจิ โหติ ฯ ปฏิจฺฉิสฺสามีติ สมฺปฏิจฺฉิสฺสามิ ฯ ถาวรานํ ตสานนฺติ ยถา มหาปฐวี ขีณาสวานญฺจ ปุถุชฺชนานญฺจ น กิญฺจิ น ปฏิจฺฉติ สพฺพํ อธิวาเสติ ตเถวาหํปิ สพฺพเมตํ สมฺปฏิจฺฉิสฺสามิ อธิวาเสสฺสามีติ ทีเปติ ฯ เอโกปิมนฺติ อหํปิ เอโกว อิมํ อตฺตโน ทุกฺขภารํ ตารยิสฺสามิ ตริสฺสามิ วหิสฺสามิ ฯ ธมฺเม ฐิโตติ วินิจฺฉยธมฺเม ปเวณิธมฺเม ติวิธสุจริตธมฺเม จ ฐิโต หุตฺวา ฯ สคฺคูปคนฺติ เทวปุญฺญกมฺมํ นาเมตํ สคฺคูปคํ โหติ ฯ ยญฺญํ ธนนฺติ ยญฺเญ ธนํ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ สขาติ อุมฺมาทนฺตีปิ มม สหายิกา ตฺวํปิ สหายโก ฯ ปิตโรติ พฺรหฺมาโน ฯ สพฺเพติ น เกวลํ เทวา พฺรหฺมาโน จ สพฺเพ รฏฺฐวาสิโนปิ มํ ปสฺสถ โภ สหายกสฺส ภริยา สหายิกา อิมินา เคเห กตาติ นินฺเทยฺยุํ ฯ นเหตํ ธมฺมนฺติ นหิ เอตํ กมฺมํ ธมฺมิกํ ฯ ยํ เต มยาติ ยสฺมา มยา สา ตุยฺหํ ทินฺนา ตสฺมา เอตํ อธมฺโมติ เนว ทิสฺสติ ฯ สตนฺติ สนฺตานํ พุทฺธาทีนํ ขนฺติเมตฺตาภาวนาสีลาจารสงฺขาตานิ ธมฺมานิ สุวณฺณิตานิ ฯ สมุทฺทเวลาว ทุรจฺจยานีติ ตสฺมา ยถา สมุทฺโท เวลํ นาติกฺกมติ เอวํ อหํปิ สีลเวลํ นาติกฺกมิสฺสามีติ วทติ ฯ อาหุเนยฺโย เมสีติ มหาราช ตฺวํ มม อาหุนปาหุนสกฺการสฺส อนุจฺฉวิโก ฯ ธาตา วิธาตา จสิ กามปาโลติ ตฺวํ มม เทว ธารณโต ธาตา อิสฺสริยสุขสฺส วิทหนโต วิธาตา อิจฺฉิตปตฺถิตกามานํ ปาลนโก กามปาโล ฯ ตยี หุตาติ ตุยฺหํ ทินฺนา ฯ กาเมน เมติ มม กาเมน มม ปตฺถนาย อุมฺมาทนฺตึ ปฏิจฺฉาติ ฯ เอวํ อภิปารโก รญฺโญ เทติ ฯ ราชา น มยฺหํ อตฺโถติ ปฏิกฺขิปติ ฯ ภูมิยํ ปติตํ สากุณิกปจฺฉึ ปิฏฺฐิปาเทน ปหริตฺวา อฏวิยํ ขิปนฺตา วิย อุโภปิ นํ ชหนฺเตว ฯ

อิทานิ ราชา ปุน อกถนตฺถาย ตํ สนฺตชฺเชนฺโต อทฺธา หีติ คาถมาห ฯ ตตฺถ กตฺตุปุตฺตาติ ปิตาปสฺส กตฺตาว เตน นํ เอวํ อาลปติ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ อทฺธา ตฺวํ อิโต ปุพฺเพ มยฺหํ สพฺพํ ธมฺมํ อจริ หิตเมว วุฑฺฒิเมว อกาสิ อิทานิ ปน ปฏิปกฺโข หุตฺวา พหุํ กเถสิ มา เอวํ วิปฺปลปสิ อญฺโญ นุ เต ทีปโท นโร โก อิธ ชีวโลเก อรุเณเยว โสตฺถิกตฺตา สเจ หิ อหํ วิย อญฺโญ ราชา ตว ภริยาย ปฏิพทฺธจิตฺโต อภวิสฺส อนฺโตอรุเณเยว ตว สีสํ ฉินฺทาเปตฺวา ตํ อตฺตโน ฆเร กเรยฺย อหํ ปน อกุสลภเยเนวํ น กโรมิ ตุณฺหี โหหิ น เม เอตาย อตฺโถติ ตํ สนฺตชฺเชสิ ฯ โส ตํ สุตฺวา กิญฺจิ ปุน วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต รญฺโญ ถุติวเสน ตฺวํ นูติ คาถมาห ฯ ตสฺสตฺโถ มหาราช ตฺวญฺเญว สกลชมฺพูทีเป สพฺเพสํ นรินฺทานํ เสฏฺโฐ อนุตฺตโร ตฺวํ วินิจฺฉยธมฺมปเวณิธมฺมสุจริตธมฺมานํ โคปายเนน ธมฺมคุตฺโต เตสํ วิทิตตฺตา ธมฺมวิทู ตฺวํ สุเมโธ โส ตฺวํ ยํ ธมฺมํ โคเปสิ เตเนว คุตฺโต จิรํ ชีว ธมฺมญฺจ เม เทเสหิ ธมฺมปาลก ธมฺมโคปก ราชวราติ ฯ

อถ ราชา ธมฺมํ เทเสนฺโต ตทิงฺฆาติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต ฯ ยสฺมา มํ โจเทสิ ตสฺมาติ อตฺโถ ฯ สตนฺติ พุทฺธาทีหิ สปฺปุริเสหิ อาเสวิตํ ฯ สาธูติ สุนฺทโร ปเสฏฺโฐ ฯ วินิจฺฉยปเวณิสุจริตธมฺเม โรเจตีติ ธมฺมรุจิ ฯ ตาทิโส หิ ชีวิตํ ชหนฺโตปิ อกิจฺจํ น กโรติ ตสฺมา สาธุ ฯ ปญฺญาณวาติ ญาณสมฺปนฺโน ฯ มิตฺตานํ อทุพฺโภติ มิตฺตสฺส อทูสนภาโว ฯ ฐิตธมฺมสฺสาติ ปติฏฺฐิตติวิธธมฺมสฺส ฯ อาเสถาติ อาเสยฺยุํ นิสีเทยฺยุํ ฯ เทสนาสีสเมว เจตํ ฯ จตฺตาโรปิ อิริยาปเถ สุขํ กปฺเปยฺยุนฺติ อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ ฯ สีตจฺฉายายาติ ปุตฺตทารญาติมิตฺตานํ สีตลาย ฉายาย ฯ สํฆเรติ สกฆเร อตฺตโน เคเหติ อตฺโถ ฯ อธมฺมพลิทณฺฑาทีหิ อนุปทฺทุตา สุขํ วเสยฺยุนฺติ ทสฺเสติ ฯ น จาหเมตนฺติ สมฺม อภิปารก ยเมตํ อสเมกฺขิตฺวา กตํ อสาธุกตํ เอตํ อหํ น โรจยามิเยวาติ ฯ ญตฺวานาติ เย วา ปน ราชาโน ญตฺวา ตุเลตฺวา ตีเรตฺวา สยํ น กโรนฺติ เตสาหํ กมฺมํ โรเจมีติ อธิปฺปาโย ฯ อิมา อุปมาติ อิมสฺมึ ปเนตฺถ ตฺวํ มยฺหํ อิมา เทฺว อุปมา สุณาหิ ฯ ชิมฺหนฺติ วงฺกํ ฯ เนตฺเตติ โย คาวิโย เนติ ตสฺมึ เชฏฺฐอุสเภ ฯ ปเควาติ ตสฺมึ อธมฺมํ จรนฺเต อิตรา ปชา ปเคว จรติ อติวิย กโรตีติ อตฺโถ ฯ ธมฺมิโกติ จตฺตาริ อคติคมนานิ ปหาย ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ฯ อมรตฺตนฺติ เทวตฺตํ ฯ รตนนฺติ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกรตนํ ฯ วตฺถิยนฺติ กาสิกวตฺถเมว ฯ อสฺสิตฺถิโยติ วาตสมคติอสฺเสปิ อุตฺตมรูปธรา อิตฺถิโยปิ ฯ รตนํ มณิกญฺจาติ สตฺตวิธรตนญฺจ มหคฺฆภณฺฑกญฺจ ฯ อภิปาลยนฺตีติ อาโลกํ กโรนฺตา รกฺขนฺติ ฯ น ตสฺสาติ ตสฺส จกฺกวตฺติรชฺชสฺสาปิ เหตุ วิสมํ น จเรยฺย ฯ อุสโภสฺมีติ ยสฺมา อหํ สีวีนํ มชฺเฌ เชฏฺฐกราชา หุตฺวา ชาโต ตสฺมา จกฺกวตฺติรชฺชการณํปิ วิสมํ น จรามีติ อตฺโถ ฯ เนตาติ มหาชนํ กุสเล ปติฏฺฐาเปตฺวา เทวนครํ เนตา หิตกรเณน ตสฺส หิตา สีวิราชา กิร ธมฺมจารีติ สกลชมฺพูทีเป ญาตตฺตา อุคฺคโต สเมน รฏฺฐปาลนตาย รฏฺฐปาโล ฯ อปจายมาโนติ สีวีนํ โปราณกราชูนํ ปเวณิธมฺมํ อปจายมาโน ฯ โสติ โส อหํ ตเมว ธมฺมํ อนุวิจินฺตยนฺโต ตสฺมา เตน การเณน อตฺตโน จิตฺตสฺส วเส น วตฺตามิ ฯ

เอวํ มหาสตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา อภิปารโก ถุตึ กโรนฺโต อทฺธาติ อาทิมาห ฯ นปฺปมชฺชสีติ อตฺตนา กถิตธมฺมํ นปฺปมชฺชสิ ตตฺเถว วตฺเตสิ ฯ ธมฺมํ ปมชฺชาติ ธมฺมํ ปมุสฺสิตฺวา อคติวเสน คนฺตฺวา ฯ เอวํ โส ตสฺส ถุตึ กตฺวา ธมฺมํ จราติ โยเชนฺโต อุตฺตรึปิ ทส โอวาทคาถา อภาสิ ฯ ตาสมตฺโถ เหฏฺฐา เตสกุณชาตเก วณฺณิโตว ฯ

เอวํ อภิปารกเสนาปตินา รญฺโญ ธมฺเม เทสิเต ราชา อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺตํ วิโนเทสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ ตทา สุนนฺโท สารถี อานนฺโท อโหสิ อภิปารโก สารีปุตฺโต อุมฺมาทนฺตี อุปฺปลวณฺณา เสสปริสา พุทฺธปริสา สีวิราชา ปน อหเมวาติ ฯ

อุมฺมาทนฺตีชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ทุติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๒

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘

ดูเล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๒๖. นฬินิกาชาดกชาดกถัดไป๕๒๘. มหาโพธิชาดก