อุมมาทันตีชาดก
ว่าด้วยเสนาบดีถวายนางอุมมาทันตีแด่พระราชา
เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๒๐ · บรรทัด ๑๔๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๔ จาก ๕
เรื่องเล่า
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพาปิ ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งหมู่ชน ข้าพระองค์ผู้เดียวเท่านั้น จักปกปิดเรื่องนี้แล้ว นำนาง (อุมมาทันตี) มาถวาย เพราะฉะนั้น เว้นจากพระองค์และข้าพระองค์เสียแล้วประชาชนคนอื่นแม้ทั้งหมด ไม่พึงรู้ คือ จักไม่รู้แม้เพียงกิริยาอาการแห่งเรื่องที่ทำมาแล้วนี้. บทว่า ภุเสหิ อธิบายว่า ข้าพระองค์นำนางอุมมาทันตีมาถวายพระองค์แล้ว ขอพระองค์จงทรงร่วมอภิรมย์กับนางเถิด จงทำกรรมอันหยาบ คือ ตัณหาดุจต้นไม้ตั้งอยู่ในป่าของตน จงยังตัณหานั้นให้เจริญได้แก่ จงทำความปรารถนาแห่งใจให้เต็มเปี่ยมเถิด. บทว่า สชาหิ ความว่าก็ครั้งพระองค์ทำความปรารถนาแห่งใจเต็มที่แล้ว หากนางไม่เป็นที่ถูกพระทัยของพระองค์ไซร้ ภายหลังพระองค์จะทอดทิ้งนางเสียก็ได้ ได้แก่ จงให้คืนแก่ข้าพระองค์ตามเดิมเถิด. บทว่า กมฺม กรํ ความว่า ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้เป็นสหาย มนุษย์ผู้ใดทำกรรมอันเป็นบาป ภายหลังมนุษย์ผู้นั้นสำคัญคือคิดว่า ชนเหล่าอื่นในโลกนี้อย่าสำคัญคือ อย่ารู้กรรมอันเป็นบาปนี้ (ของเรา) เลย ความคิดของบุคคลนั้นเป็นความคิดที่ชั่วร้าย. ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะว่านรชนเหล่านั้น ย่อมเห็นการกระทำนี้ อธิบายว่าก็พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพุทธบุตรทั้งหลาย เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยฤทธิ์เหล่านั้น ย่อมเห็นการกระทำนั้นนั่นแล. บทว่า น เม ปิยาความว่า ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้สหายรัก คนอื่นใครเล่าในโลกนี้ คือในแผ่นดินทั้งสิ้น จะพึงเชื่อท่านอย่างนี้ว่า นางอุมมาทันตีมิได้เป็นที่รักของตัว. บทว่า สีโหว เสลสฺส คุหํ ความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ถ้าพระองค์จะไม่ให้นำนางมาในที่นี้ไซร้ ขอพระองค์จงเสด็จไปยังที่อยู่ของนางนั้นเถิดคือ จงทำความปรารถนาของพระองค์ให้สำเร็จบริบูรณ์ในที่นั้นเถิด เหมือนราชสีห์ เมื่อเกิดความเร่าร้อนแห่งกิเลสขึ้น ก็จะเข้าไปสู่ถ้ำแก้วอันเป็นที่อยู่ของนางราชสีห์น้อย ฉะนั้น. บทว่า สุขปฺผลํ ความว่า ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้สหายรัก หมู่บัณฑิตถูกความทุกข์กระทบตนแล้ว ย่อมไม่ละกรรมที่ให้ผลเป็นสุข หรือแม้ว่าจะเป็นผู้ลุ่มหลงแล้ว คือ หลงด้วยโมหะ มัวเมาด้วยความสุข ย่อมไม่ยอมประพฤติกรรมอันเป็นบาป. บทว่า ยถาสุขํ สีวิกโรหิ กามํ ความว่า ข้าแต่พระเจ้าสีวิราชผู้เป็นใหญ่ ขึ้นชื่อว่า ความติเตียนย่อมไม่มีแก่นายผู้ใช้ให้ทาสีของตนบำรุงบำเรอเลย ขอพระองค์จงบริโภคกามตามความสบายตามอัธยาศัย คือ จงทำความปรารถนาของพระองค์ให้บริบูรณ์เถิด. บทว่า น เตน โส ชีวติ ความว่า ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้สหายรักผู้ใดทำบาปด้วยสำคัญว่า เราเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ครั้น ทำแล้ว ก็มิได้สะดุ้งมิได้กลัวว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จักชี้แจงถึงกรรมนั้น เพราะกรรมนั้น ผู้นั้นย่อมไม่ดำรงชีพอยู่ได้ตลอดกาลนาน ย่อมตายเสียโดยฉับพลันทีเดียว อนึ่งแม้เทวดาทั้งหลายก็ย่อมพากันแลดูด้วยสายตาอันเหยียดหยามว่า การที่บุคคลนั้นเอาหม้อทรายผูกคอฆ่าตัวตายเสียยังประเสริฐกว่าการครองราชสมบัติของพระราชาผู้ลามกนี้ มิใช่หรือ. บทว่า อญฺาตกํ ความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้าทานที่เป็นของตนเหล่าอื่นอันเจ้าของเหล่านั้นมอบให้แล้ว ชนเหล่าใด ตั้งอยู่ในธรรมของตนแล้ว ย่อมรับทานนั้น ชนเหล่านั้นแม้ทั้งหมด ชื่อว่าเป็นทั้งผู้รับและเป็นทั้งผู้ให้ในทานนั้น ย่อมพากันทำแต่กรรมที่มีผลเป็นสุขอย่างเดียวก็เมื่อปฏิคาหกรับทานอยู่ ทานนั้นย่อมให้ผลเป็นอันมากแก่ทายก. คาถานั้นว่า อญฺโ นุ ฯเปฯ อทฺธา ปิยา ฯเปฯ โย อตฺตทุกฺเขน ความว่าดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้สหายรัก ผู้ใดตัวเองถูกความทุกข์บีบคั้นแล้ว ย่อมใส่ความทุกข์นั้นให้แก่ผู้อื่น คือนำความทุกข์ออกไปเสียจากสรีระของตัวแล้วใส่ไปในสรีระของผู้อื่น หรือถือเอาความสุขของตนด้วยความทุกข์ของผู้อื่น คือเอาความสุขของผู้อื่นนั้นมาใส่ในตน ชื่อว่าย่อมทำผู้อื่นให้ถึงความทุกข์ ด้วยสำคัญว่า เราจักนำความทุกข์ของตนออกไปเสีย ดังนี้ ชื่อว่าย่อมทำผู้อื่นให้ถึงความทุกข์ ด้วยสำคัญว่า เราจักทำตัวเองให้มีความสุขสบาย ดังนี้ ชื่อว่าย่อมทำความสุขของตนอื่นให้พินาศ ด้วยสำคัญว่า เราจักทำตัวเองให้มีความสุขสบาย ดังนี้ บุคคลนั้นชื่อว่าย่อมไม่รู้ธรรม. ส่วนผู้ใดย่อมรู้อย่างนี้ว่าความสุขและความทุกข์ของเรานั้นเป็นฉันใด ของคนอื่นก็เป็นฉันนั้นเหมือนกันดังนี้ ผู้นั้นชื่อว่ารู้ธรรม คือรู้จักธรรม. บทว่า ปิเยน เต ทมฺม ความว่าข้าพระองค์ปรารถนาผลอันเป็นที่รัก ด้วยสิ่งอันเป็นที่รักซึ่งเป็นเหตุจึงได้ถวายแด่พระองค์. บทว่า ปิยํ ลภนฺติ ความว่า เมื่อยังท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏย่อมได้สิ่งอันเป็นที่รักเหมือนกัน . บทว่า กามเหตุกํ ความว่า ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้สหายรัก เราเกิดความปริวิตกขึ้นว่า เราจักทำสิ่งอันไม่สมควรมีกามเป็นเหตุแล้ว จักฆ่าตนเสีย. บทว่า มยฺห สตึ ได้แก่ อันเป็นของมีอยู่แก่ข้าพระองค์. ปาฐะว่า มยฺห สติ ดังนี้ก็มี อธิบายว่า พระองค์ทรงสำคัญอยู่อย่างนี้ว่า นางอุมมาทันตีนั้นเป็นของข้าพระองค์ ถ้าพระองค์ไม่ทรงปรารถนานางแล้วไซร้. บทว่า สพฺพชนสฺส ความว่า ข้าพระองค์จักให้เสนาทั้งหมดประชุมกันแล้ว สละแก่ชนทั้งหมดนั้นว่า หญิงคนนี้ไม่เป็นประโยชน์แก่เราเลย ดังนี้ . บทว่า ตโต อวฺหเยสิ ความว่า พระองค์พึงนำนางมาจากที่นั้นเถิด เพราะไม่มีใครหวงแหน. บทว่า อทูสิยํ ได้แก่ ผู้ไม่มีความผิด. พระราชาตรัสเรียกอภิปารกเสนาบดีนั้นโดยชื่ออื่นอีกว่า กัตตะดังนี้ ด้วยว่าอภิปารกเสนาบดีนั้น ย่อมทำประโยชน์เกื้อกูลแด่พระราชาเพราะฉะนั้น จึงเรียกกันว่า กัตตะ. บทว่า น จาปิ ตฺยสฺส ความว่า แม้คนฝ่ายตรงกันข้ามใคร ๆ ในพระนคร ไม่พึงมีแก่ท่านว่า เสนาบดีทำการอันไม่ใช่หน้าที่. บทว่า นินฺทํ ความว่า อภิปารกเสนาบดีกราบทูลว่า จะมีคำค่อนว่าอย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่ หากแม้ใคร ๆ จักนินทาหรือสรรเสริญข้าพระองค์ต่อหน้าก็ตาม จักยกโทษขึ้นติเตียนก็ตาม ข้าพระองค์จักอดกลั้นคำนินทาคำสรรเสริญ และคำติเตียนนั้นทั้งหมด จงมาตกอยู่แก่ข้าพระองค์เถิด. บทว่า ตมฺหา ความว่า ผู้ใดไม่ถือเอาคำนินทาเป็นต้นเหล่านี้ สิริคืออิสริยยศ และลักขีคือปัญญา ย่อมไปปราศจากบุรุษนั้น คือ ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ เหมือนน้ำคือนำฝนไหลลงจากที่ดอน ฉะนั้น. บทว่า อิโต ความว่า จากเหตุที่ข้าพระองค์ได้เสียสละนางแล้วนี้. บทว่า ธมฺมาติสารญฺจ ความว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นอกุศลธรรม เป็นไปล่วงพ้นธรรมมีอยู่. บทว่า ปฏิจฺฉิสฺสามิ แปลว่าจักรับเอาเฉพาะ. บทว่า ถาวรานํ ตสานํ ความว่า อภิปารกเสนาบดีย่อมแสดงว่า มหาปฐพีจะไม่ยอมรับสิ่งใด ๆ ของพระขีณาสพทั้งหลาย และของปูถุชนทั้งหลาย ก็หาไม่ คือย่อมอดกลั้นสิ่งทั้งหมดได้ ฉันใด แม้ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น จักยอมรับ จักอดกลั้นสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดให้ได้. บทว่า เอโกปิมํ ความว่า แม้เราผู้เดียวเท่านั้น จักทำให้พ้น จักข้าม คือจักนำไปซึ่งภาระคือความทุกข์ของตนนี้เสีย. บทว่า ธมฺเม ิโต ความว่า เป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรมเครื่องวินิจฉัย ในธรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณี และในธรรมคือสุจริต ๓ ประการ. บทว่า สคฺคูปคํ ความว่า ธรรมดาว่าบุญกรรมที่เป็นเหตุให้ได้เป็นเทวดานี้ ย่อมเป็นเหตุให้เข้าถึงสวรรค์. บทว่า ยญฺํ ธนํ. ได้แก่ ทรัพย์ในการบูชายัญ. อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะก็อย่างนี้เหมือนกัน. บทว่าสขา ได้แก่ แม้นางอุมมาทันตีก็เป็นสหายของเรา แม้ตัวท่านก็เป็นสหายของเรา. บทว่า ปิตโร ได้แก่ พระพรหม. บทว่า สพฺเพ ความว่ามิใช่แต่เทวดาและพระพรหมเท่านั้น แม้ประชาชนชาวเมืองทั้งหมด ก็จะพึงพากันนินทาเราได้ว่า ชาวเราเอ๋ย ! พวกท่านจงดูเถิด หญิงผู้เป็นสหายได้เป็นภรรยาของเสนาบดีที่เคยเป็นเพื่อนกันพระราชาพระองค์นี้ยังทำไว้ในเรือนได้ลงคอ. บทว่า นเหตํ ธมฺมํ ความว่า ชนทั้งหมดไม่พึงเว้นกรรมอันประกอบด้วยธรรมนี้เลย. บทว่า ยํ เต มยา ความว่า เพราะข้าพระองค์ถวายนางอุมมาทันตีแก่พระองค์ ฉะนั้น สิ่งนี้จึงไม่ปรากฏว่าเป็นอธรรมเลย. บทว่า สตํ ความว่า ธรรมทั้งหลายคือความอดทนเมตตาภาวนาศีลและมรรยาท ของสัตบุรุษทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น จัดว่าพรรณนาไว้ดีแล้ว. บทว่า สมุทฺทเวลาว ทุรจฺจยานิ อธิบายว่า พระราชาตรัสว่า เพราะฉะนั้นแม้เราก็จักไม่ก้าวล่วงขอบเขตแห่งศีล เหมือนมหาสมุทรไม่ล่วงล้นฝั่งอันเป็นขอบเขต ฉะนั้น. บทว่า อาหุเนยฺโย เมสิ ความว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าพระองค์เป็นผู้สมควรแก่ของคำนับของต้อนรับ และสักการะของข้าพระองค์. บทว่า ธาตา วิธาตา จสิ กามปาโล ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพพระองค์ชื่อว่าเป็นผู้ทรงไว้ เพราะทรงไว้ซึ่งข้าพระองค์ ชื่อว่าเป็นผู้ทรงไว้อย่างพิเศษ เพราะทรงก่อให้เกิดความสุขในอิสริยยศ และทรงรักษาความต้องการที่ข้าพระองค์อยากได้และปรารถนาแล้ว จึงชื่อว่า ผู้รักษาความปรารถนา. บทว่า ตยี หุตา คือ นางที่ข้าพระองค์ถวายแด่พระองค์. บทว่ากาเมน เม ความว่า ขอพระองค์จงทรงรับนางอุมมาทันตีตามความต้องการของข้าพระองค์ คือ ตามความปรารถนาของข้าพระองค์เถิด. อภิปารกเสนาบดีถวายนางอุมมาทันตีแด่พระราชา ด้วยคำพูดอย่างนี้. พระราชาทรงปฏิเสธว่าเราไม่ต้องการนาง. พระราชาและท่านเสนาบดีทั้ง ๒ คน ย่อมละทิ้งนางอุมมาทันตี เหมือนบุคคลเอาหลังเท้าเตะรังนกตกอยู่บนพื้นดิน ให้ลอยไปตกในดง ฉะนั้น.
บัดนี้ พระราชาเมื่อจะทรงคุกคามขู่ท่านเสนาบดีนั้น เพื่อจะไม่ให้เขากล่าวต่อไปอีก จึงตรัสคาถาเริ่มต้นว่า อทฺธา หิ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กตฺตุปุตฺตา ความว่า แม้บิดาของท่านอภิปารกเสนาบดีนั้น ก็มีชื่อว่า กัตตะ เหมือนกัน เพราะเหตุนั้น พระราชาจึงตรัสเรียกเขาอย่างนั้นมีคำที่ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า พระราชาตรัสคุกคามขู่อภิปารกเสนาบดีนั้นว่าแน่นอนละ เมื่อก่อนแต่นี้ ท่านได้ประพฤติธรรมทั้งหมดแก่เรา ได้บำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูล และความเจริญแก่เรา แต่มาบัดนี้ ท่านกลับกลายเป็นปฏิปักษ์ เอาแต่พูดถ้อยคำเป็นอันมาก ท่านอย่าบ่นเพ้ออย่างนี้เลย คนอื่นที่จะให้แสงสว่างแก่ท่านมีอยู่หรือในชีวโลกนี้ ผู้ที่จะกระทำความสวัสดีให้ท่านในเวลาอรุณขึ้นมีอยู่หรือ ก็ถ้าจักได้มีพระราชาองค์อื่นมีจิตผูกพันรักใคร่ในภรรยาของท่านเหมือนอย่างเราแล้วไซร้ ก็จะพึงใช้ให้คนตัดศีรษะของท่านเสียภายในอรุณทีเดียว แล้วชิงนางมาไว้ในพระราชวังของพระองค์เป็นแน่ แต่เราไม่ยอมกระทำอย่างนั้น เพราะกลัวต่ออกุศลกรรม ท่านจงนิ่งเฉยเสียเถิด เรามิได้มีความต้องการนางเลย. อภิปารกเสนาบดี พอได้สดับพระดำรัสนั้นแล้ว เมื่อไม่อาจจะกราบทูลคำอะไร ๆ อีกได้ จึงกล่าวคาถาเริ่มต้นว่า ตฺวํ นุ ดังนี้ด้วยมุ่งจะกล่าวชมเชยพระราชา. เนื้อความแห่งบาทคาถานั้นว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์เท่านั้น เป็นพระราชาผู้ประเสริฐสูงสุดแก่พระราชาผู้เป็นจอมแห่งประชาชนทั้งหมด ชนชมพูทวีปทั้งสิ้น พระองค์เป็นพระราชาผู้อันธรรมคุ้มครองแล้ว เพราะทรงรักษาธรรมเป็นเครื่องวินิจฉัย ธรรมอันเกี่ยวเนื่องด้วยประเพณีและธรรมคือความสุจริต พระองค์เป็นพระราชาผู้รู้แจ้งธรรม เพราะรู้แจ้งตลอดทั่วถึงธรรมเหล่านั้น พระองค์เป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม พระองค์เป็นผู้อันธรรมที่รักษาไว้คุ้มครองแล้ว ขอพระองค์จงดำรงพระชนมายุยั่งยืนยาวนานเถิด ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้รักษาคุ้มครองธรรม ขอพระองค์จงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์เถิด.
ลำดับนั้น พระราชาเมื่อจะทรงแสดงธรรม จึงตรัสคาถาเริ่มต้นว่า ตทิงฺฆ ดังนี้. ศัพท์ว่า อิงฺฆ ในคาถานั้น เป็นนิบาตใช้ในอรรถว่าตักเตือนอธิบายว่า เพราะท่านตักเตือนเรา ฉะนั้นท่านจงฟังคำของเรา. บทว่า สตํ ได้แก่ ธรรมที่สัตบุรุษทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้นซ่องเสพแล้ว. คำว่าสาธุ คือ ความดีงาม คือ ความประเสริฐสุด. พระราชาทรงชื่อว่าเป็นผู้ชอบใจในธรรม เพราะอรรถว่า ทรงพอพระหทัยในวินิจฉัยธรรม ประเพณีธรรม และสุจริตธรรม. จริงอยู่ พระราชาเช่นนั้นแม้จำต้องสละพระชนชีพก็ไม่ยอมทรงทำกรรมอันมิใช่พระราชกรณียกิจ เพราะฉะนั้น จึงเป็นพระราชามีความดีงาม. บทว่า ปญฺาณวา คือถึงพร้อมด้วยญาณ. บทว่า มิตฺตานํ อทุพฺโภ คือ ความเป็นผู้ไม่ประทุษร้ายต่อมิตร. บทว่า ิตธมฺมสฺส คือมีธรรมทั้ง ๓ อย่างตั้งไว้ดีแล้ว. บทว่า อาเสถ คือ พึงนอนพึงนั่ง. จริงอยู่ คำว่า พึงนอน นี้เป็นหัวข้อแห่งเทศนาเท่านั้น ก็ในข้อนี้ มีคำอธิบายว่า พึงสำเร็จความสุขในอิริยาบถทั้ง ๔ ดังนี้. บทว่า สีตจฺฉายาย ได้แก่เงาอันร่มเย็น ระหว่างบุตรภรรยา ญาติและมิตรทั้งหลาย. บทว่า สํฆเร คือ สกฆเร ได้แก่ ในบ้านของตนเอง พระราชาทรงแสดงว่า พวกมนุษย์ที่ไม่ถูกเบียดเบียนด้วยพลีกรรมและอาชญาอัน ไม่เป็นธรรมเป็นต้น พึงอยู่เป็นสุข. บทว่า น จาหเมตํ ความว่า ดูก่อนอภิปารกะผู้สหาย กรรมอันใดที่ทำแล้วไม่ดีโดยมิได้พิจารณาก่อนทำลงไป เราไม่ชอบใจกรรมนั้นเสียเลย. บทว่า ตฺวาน อธิบายว่า ก็เราชอบใจกรรมของพระราชาผู้ทรงรู้แล้ว คือพิจารณาใคร่ครวญแล้วตนเองไม่ยอมทำ. ก็ในคำว่า อิมา อุปมา นี้ มีความว่า ขอท่านจงตั้งใจฟังคำอุปมา ๒ ประการนี้ของเราเถิด. บทว่า ชิมฺหํ แปลว่า ทางคด. บทว่า เนตฺเต ได้แก่ โคอุสภะตัวประเสริฐนำฝูงแม่โคไป. คำว่า ปเคว ความว่า เมื่อพระราชาพระองค์นั้น ทรงประพฤติอธรรมอยู่ประชาชนนอกนี้ก็ย่อมพากันประพฤติอธรรมไปด้วย คือ ยิ่งประพฤติทำการหนักขึ้น. บทว่า ธมฺมิโก ได้แก่ พระราชาทรงละการถึงอคติ ๔ ประการแล้ว เสวยราชสมบัติอยู่โดยธรรม. บทว่า อมรตฺตํ คือ ความเป็นเทพเจ้า. บทว่า รตนํ ได้แก่ สวิญญาณกรัตนะและอวิญญาณกรัตนะ. บทว่า วตฺถิยํ คือ ผ้ากาสิกพัสตร์. บทว่า อสฺสิตฺถิโย หมายถึงน้ำที่วิ่งไวเหมือนลมพัดและหมายถึงผู้หญิงที่มีรูปสวยงดงามยิ่งนัก. บทว่า รตนํ มณิกญฺจ หมายถึงแก้ว ๗ ประการและสิ่งของที่มีราคามากมาย. บทว่า อภิปาลยนฺติ ความว่า ย่อมรักษาชาวโลกทำให้สว่างไสวอยู่. บทว่า น ตสฺส ความว่า บุคคลไม่ควรประพฤติความผิด แม้เพราะเหตุแห่งความเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้นเลย. บทว่า อุสภสฺมิ ความว่า เพราะเราเกิดเป็นพระราชาผู้ประเสริฐที่สุดในท่ามกลางประชาชนชาวสีพี ฉะนั้น เราจึงไม่ยอมประพฤติความผิดแม้เป็นเหตุให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรติ. บทว่า เนตา ความว่า เราทำให้มหาชนตั้งอยู่ในกุศลกรรมแล้วนำไปยังเทวนครเป็นผู้ประกอบประโยชน์ เพราะทำประโยชน์ให้แก่มหาชนนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงกระเดื่องเด่น เพราะมีประชาชนรู้จักทั่วชมพูทวีปทั้งสิ้นว่า เขาลือกันว่า พระเจ้าสีวิราชเป็นผู้ทรงประพฤติธรรมเป็นผู้ปกครองแว่นแคว้น เพราะทรงได้ปกครองแว่นแคว้นโดยความเป็นธรรมสม่ำเสมอ. บทว่า อปจายมาโน คือ อ่อนน้อมต่อธรรมที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระราชประเพณีของพระราชาแต่ครั้งโบราณกาล ของชนชาวสีพีทั้งหลาย. บทว่า โส อธิบายว่า เรานั้นเป็นผู้เลือกเฟ้นธรรมนั้นอยู่ทีเดียว เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่เป็นไปในอำนาจแห่งจิตของตัวเอง.
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๔๖–๗๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ปัญญาสนิบาตชาดก ๒๔๗ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๔๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อุมฺมาทนฺตีชาตกํ
นิเวสนํ กสฺส นุทํ สุนนฺทาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
โส กิร เอกทิวสํ สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จรนฺโต เอกํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ อุตฺตมรูปธรํ อิตฺถึ โอโลเกตฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา จิตฺตํ นิวตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต วิหารเมว อาคนฺตฺวา ตโต ปฏฺฐาย สลฺลวิทฺโธ วิย โรคาตุโร ภนฺตมิคปฏิภาโค กีโส ธมนิสณฺฐตคตฺโต อุปณฺฑูปณฺฑุกชาโต อนภิรโต เอกิริยาปเถปิ จิตฺตสฺสาทํ อลภนฺโต อาจริยูปชฺฌายวตฺตาทีนิ ปหาย อุทฺเทสปริปุจฺฉากมฺมฏฺฐานานุโยครหิโต วิหาสิ ฯ โส สหายกภิกฺขูหิ ปุพฺเพ ตฺวํ อาวุโส ปสนฺนินฺทฺริโย วิปฺปสนฺนมุขวณฺโณ อิทานิ โน ตถา กินฺนุ โข การณนฺติ ปุฏฺโฐ อาวุโส อนภิรโตสฺมีติ อาห ฯ อถ นํ เต อภิรมาวุโส พุทฺธุปฺปาโท นาม ทุลฺลโภ ตถา สทฺธมฺมสฺสวนํ มนุสฺสปฏิลาโภ จ โส ตฺวํ มนุสฺสปฏิลาภํ ลภิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ ปตฺถยมาโน อสฺสุมุขํ ญาติชนํ ปหาย สทฺธาย ปพฺพชิตฺวา กึการณา กิเลสวสํ ยาสิ กิเลสา นาเมเต คณฺฑุปฺปาทกปาณกํ อุปาทาย สพฺพพาลชนสาธารณา รุกฺขผลูปมา เย เตสํ วตฺถุภูตา เตปิ อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหูปายาสา อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย อฏฺฐิกงฺขลูปมา กามา มํสเปสูปมา กามา ติณุกฺกูปมา กามา องฺคารกาสูปมา กามา สุปินกูปมา กามา ยาจิตกูปมา กามา วิสรุกฺขผลูปมา กามา สตฺติสูลูปมา กามา สปฺปสิรูปมา กามา ตฺวํ นาม เอวรูเป สาสเน ปพฺพชิตฺวา เอวํ อนตฺถการกานํ กิเลสานํ วสํ คโตสีติ โอวทิตฺวา อตฺตโน กถํ คาหาเปตุํ อสกฺโกนฺโต สตฺถุ สนฺติกํ ธมฺมสภํ เนตฺวา กึ ภิกฺขเว อนิจฺฉมานกํ ภิกฺขุํ อานยิตฺถาติ วุตฺเต ภนฺเต อยํ กิร อุกฺกณฺฐิโตติ อาหํสุ ฯ สตฺถา สจฺจํ กิราติ ปุจฺฉิตฺวา สจฺจํ ภนฺเตติ วุตฺเต ภิกฺขุ โปราณกปณฺฑิตา รชฺชํ อนุสาสนฺตาปิ กิเลเส อุปฺปนฺเน ตสฺส วสํ อคนฺตฺวา จิตฺตํ นิวาเรตฺวา น อยุตฺตกํ กรึสูติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต สีวิรฏฺเฐ อริฏฺฐปุรนคเร สีวี นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ ฯ สีวิกุมาโรเตฺววสฺส นามํ กรึสุ ฯ เสนาปติสฺสาปิ ปุตฺโต วิชายิ ฯ อภิปารโกติสฺส นามํ กรึสุ ฯ เต อุโภปิ สหายา หุตฺวา อภิวฑฺฒนฺตา โสฬสวสฺสิกา หุตฺวา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา อาคมึสุ ฯ ราชปุตฺตสฺส รชฺชํ อทาสิ ฯ โสปิ อภิปารกํ เสนาปติฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตสฺมึเยว นคเร ติริฏิวจฺฉสฺส นาม อสีติโกฏิวิภวสฺส เสฏฺฐิโน ธีตา นิพฺพตฺติ อุตฺตมรูปธรา โสภคฺคปฺปตฺตา สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตา ฯ ตสฺสา นามคหณทิวเส อุมฺมาทนฺตีติ นามํ กรึสุ ฯ สา โสฬสวสฺสิกกาเล อติกฺกนฺตมานุสวณฺณา เทวจฺฉรา วิย อภิรูปา ทสฺสนียา อโหสิ ฯ เย เย ปุถุชฺชนา ตํ ปสฺสนฺติ เต เต สกภาเวน สณฺฐาเรตุํ อสกฺโกนฺตา ปานมเทน วิย กิเลสมเทน มตฺตา หุตฺวา สตึ ปจฺจุปฏฺฐเปตุํ สมตฺถา นาม นาเหสุํ ฯ อถสฺสา ปิตา ติริฏิวจฺโฉ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา เทว มม เคเห อิตฺถีรตนํ อุปฺปนฺนํ รญฺโญ อนุจฺฉวิกํ ลกฺขณปาฐเก พฺราหฺมเณ เปเสตฺวา ตํ วีมํสาเปตฺวา ยถารุจึ กโรหีติ อาห ฯ ราชา สาธูติ วตฺวา พฺราหฺมเณ เปเสสิ ฯ เต เสฏฐิเคหํ คนฺตฺวา กตสกฺการสมฺมานา ปายาสํ ปริภุญฺชึสุ ฯ
ตสฺมึ ขเณ อุมฺมาทนฺตี สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา เตสํ สนฺติกํ อคมาสิ ฯ เต ตํ ทิสฺวา สตึ ปจฺจุปฏฺฐเปตุํ อสกฺโกนฺตา กิเลสมทมตฺตา หุตฺวา อตฺตโน วิปฺปกตโภชนภาวํ น ชานึสุ ฯ เอกจฺเจ อาโลปํ คเหตฺวา ภุญฺชามาติ สญฺญาย สีเส ฐเปสุํ ฯ เอกจฺเจ อุปกจฺฉนฺตเร ขิปึสุ เอกจฺเจ ภิตฺตึ ปหรึสุ ฯ สพฺเพปิ อุมฺมตฺตกา อเหสุํ ฯ สา เต ทิสฺวา อิเม กิร มม ลกฺขณํ วีมํสิสฺสนฺติ คีวายํ เน คเหตฺวา นีหราถาติ เต นีหราเปสิ ฯ เต มงฺกุภูตา ราชนิเวสนํ คนฺตฺวา อุมฺมาทนฺติยา กุทฺธา เทว สา อิตฺถี กาฬกณฺณี น ตุมฺหากํ อนุจฺฉวิกาติ วทึสุ ฯ ราชา กาฬกณฺณี กิราติ น ตํ อานาเปสิ ฯ สา ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา อหํ กิร กาฬกณฺณีติ รญฺญา น คหิตา กาฬกณฺณิโย นาม เอวรูปา น โหนฺตีติ วตฺวา โหตุ สเจ ปน ตํ ราชานํ ปสฺสิสฺสามิ ชานิสฺสามีติ ตสฺมึ อาฆาฏํ พนฺธิ ฯ อถ นํ ปิตา อภิปารกสฺส อทาสิ ฯ สา ตสฺส ปิยา อโหสิ มนาปา ฯ กสฺส ปน กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน สา เอวรูปา อโหสึติ ฯ รตฺตวตฺถทานสฺส นิสฺสนฺเทน ฯ
สา กิร อตีเต พาราณสิยํ ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุสฺสวทิวเส ปุญฺญสมฺปนฺนา อิตฺถิโย กุสุมฺภรตฺตวตฺถํ นิวาเสตฺวา อลงฺกตา กีฬนฺติโย ทิสฺวา ตาทิสํ วตฺถํ นิวาเสตฺวา กีฬิตุกามา หุตฺวา มาตาปิตูนํ อาโรเจตฺวา เตหิ อมฺม มยํ ทลิทฺทา กุโต โน เอวรูปํ วตฺถนฺติ วุตฺเต เตนหิ มํ เอกสฺมึ อฑฺฒกุเล ภตึ กาตุํ อนุชานาถ เต มม คุณํ ญตฺวา ทสฺสนฺตีติ วตฺวา เตหิ อนุญฺญาตา เอกํ กุลํ อุปสงฺกมิตฺวา กุสุมฺภรตฺตวตฺเถน ภตึ กโรมีติ อาห ฯ อถ นํ เต ตีณิ สํวจฺฉรานิ กมฺเม กเต ตว คุณํ ญตฺวา ทสฺสามาติ วทึสุ ฯ สา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา กมฺมํ ปฏิปชฺชิ ฯ เต ตสฺสา คุณํ ญตฺวา อปริปุณฺเณสุเยว ตีสุ สํวจฺฉเรสุ ตสฺสา ฆนกุสุมฺภรตฺตวตฺเถน สทฺธึ อญฺญํปิ วตฺถํ ทตฺวา ตว สหายิกาหิ สทฺธึ คนฺตฺวา นหาตฺวา นิวาเสหีติ ตํ เปสยึสุ ฯ สา สหายิกาหิ อาทาย คนฺตฺวา รตฺตวตฺถํ ตีเร ฐเปตฺวา นหายิ ฯ ตสฺมึ ขเณ เอโก กสฺสปทสพลสฺส สาวโก อจฺฉินฺนจีวโร สาขาภงฺคํ นิวาเสตฺวา จ ปารุปิตฺวา จ ตํ ปเทสํ ปาปุณิ ฯ สา ตํ ทิสฺวา อยํ ภทฺทนฺโต อจฺฉินฺนจีวโร ภวิสฺสติ ปุพฺเพปิ อทินฺนภาเวน มม นิวาสนํ ทุลฺลภํ ชาตนฺติ ตํ วตฺถํ ทฺวิธา ผาเลตฺวา เอกํ โกฏฺฐาสํ อยฺยสฺส ทสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อุตฺตริตฺวา อตฺตโน นิวาสนํ นิวาเสตฺวา ติฏฺฐถ ภนฺเตติ วตฺวา คนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา วตฺถํ มชฺเฌ ผาเลตฺวา ตสฺเสเวกํ โกฏฺฐาสํ อทาสิ ฯ โส เอกมนฺเต ปฏิจฺฉนฺเน ฐตฺวา สาขาภงฺคํ ฉฑฺเฑตฺวา ตสฺเสเวกํ กณฺณํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา นิกฺขมิ ฯ อถสฺส วตฺโถภาเสน สกลสรีรํ ตรุณสุริโย วิย เอโกภาสํ อโหสิ ฯ สา ตํ ทิสฺวา มยฺหํ อยฺโย ปฐมํ น โสภติ อิทานิ ตรุณสุริโย วิย วิโรจติ อิทมฺปิ เอตสฺเสว ทสฺสามีติ ทุติยมฺปิ โกฏฺฐาสํ ทตฺวา ภนฺเต อหํ ภเว วิจรนฺตี อุตฺตมรูปธรา ภเวยฺยํ มํ ทิสฺวา โกจิ ปุริโส สกภาเวน สณฺฐาเรตุํ นาสกฺขิ มยา อภิรูปตรา นาม อญฺญา มา โหตูติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ ฯ เถโรปิ อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ สา เทวโลเก สํสรนฺตี ตสฺมึ กาเล อริฏฺฐปุเร นิพฺพตฺเตตฺวา ตถา อภิรูปา อโหสิ ฯ
อถ ตสฺมึ นคเร กตฺติกฉณํ โฆสยึสุ ฯ กตฺติกปุณฺณมายํ นครํ สชฺชยึสุ ฯ อภิปารโก อตฺตโน รกฺขณฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต ตํ อามนฺเตตฺวา ภทฺเท อุมฺมาทนฺตี อชฺช กตฺติกรตฺติวาเร ฉโณ ราชา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต ปฐมํ อิมํ เคหทฺวารํ อาคมิสฺสติ มา โข ตสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสิ โสปิ ตํ ทิสฺวา สตึ อุปฏฺฐเปตุํ น สกฺขิสฺสตีติ อาห ฯ สา คจฺฉ ตฺวํ สามิ อหํ ชานิสฺสามีติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺมึ คเต ทาสึ อาณาเปสิ รญฺโญ อิมํ เคหทฺวารํ อาคตกาเล มยฺหํ อาโรเจยฺยาสีติ ฯ อถสฺส สุริเย อตฺถงฺคเต อุคฺคเต ปุณฺณจนฺเท เทวนคเร วิย นคเร อลงฺกเต สพฺพทิสาสุ ทีเปสุ ชลิเตสุ ราชา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต อาชญฺญรถวรคโต อมจฺจคณปริวุโต มหนฺเตน ยเสน นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปฐมเมว อภิปารกสฺส เคหทฺวารํ อคมาสิ ฯ ตํ ปน เคหํ มโนสิลาวณฺณปาการปริกฺขิตฺตํ อลงฺกตทฺวารฏฺฏาลกโสภคฺคปฺปตฺตํ ปาสาทิกํ ฯ ตสฺมึ ขเณ ทาสี อุมฺมาทนฺติยา อาโรเจสิ ฯ สา ปุปฺผสมุคฺคํ คาหาเปตฺวา กินฺนรีลีลาย วาตปานํ นิสฺสาย ฐิตา รญฺโญ ปุปฺผานิ ขิปิ ฯ โส ตํ โอโลเกนฺโต กิเลสมทมตฺโต สตึ อุปฏฺฐเปตุํ อสกฺโกนฺโต อภิปารกสฺเสตํ เคหนฺติ สญฺชานิตุํ นาสกฺขิ ฯ
อถ สารถึ อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ
นิเวสนํ กสฺส นุทํ สุนนฺท
ปากาเรน ปณฺฑุมเยน คุตฺตํ
กา ทิสฺสติ อคฺคิสิขาว ทูเร
เวหาสยํ ปพฺพตคฺเคว อจฺจิ ฯ
ธีตา นายํ กสฺส สุนนฺท โหติ
สุณิสา นายํ กสฺส อโถปิ ภริยา
อกฺขาหิ เม ขิปฺปมิเธว ปุฏฺโฐ
อวาวตา ยทิ วา อตฺถิ ภตฺตาติ ฯ
ตตฺถ กสฺส นุทนฺติ กสฺส นุ อิทํ ฯ ปณฺฑุมเยนาติ รตฺติฏฺฐก- ปาการมเยน ฯ ทิสฺสตีติ วาตปาเน ฐิตา ปญฺญายติ ฯ อจฺจีติ อนีลชาลกฺขนฺโธ ฯ ธีตา นายนฺติ ธีตา นุ อยํ ฯ อวาวตาติ อเปตาวรณา อปริคฺคหา ฯ ภตฺตาติ ยทิ วา อสฺสา สามิโก อตฺถิ เอตํ เม อกฺขาหีติ ฯ
อถสฺส โส อาจิกฺขนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ
อหํ หิ ชานามิ ชนินฺท เอตํ
มตฺยา จ เปตฺยา จ อโถปิ อสฺสา
ตเวว โส ปุริโส ภูมิปาล
รตฺตินฺทิวํ อปฺปมตฺโต ตวตฺเถ ฯ
อิทฺโธ จ ผีโต จ สุวฑฺฒิโต จ
อมจฺโจ จ เต อญฺญตโร ชนินฺท
ตสฺเสว สา ภริยา อภิปารกสฺส
อุมฺมาทนฺตีติ นามธยฺเยน ราชาติ ฯ
ตตฺถ มตฺยา จาติ มาติโต จ ปิติโต เจตํ ชานามิ ฯ อโถปิติ อถ สามิกํปิสฺสา ชานามีติ วทติ ฯ อิทฺโธติ สมิทฺโธ ฯ ผีโตติ วตฺถาลงฺกาเรหิ ปุปฺผิโต ฯ สุวฑฺฒิโตติ สุฏฺฐุ อฑฺโฒ ฯ นามเธยฺเยนาติ นาเมน ฯ อยํ หิ โย นํ ปสฺสติ ตํ อุมฺมาเทติ สติมสฺส ปจฺจุปฏฺฐเปตุํ น เทติ ตสฺมา อุมฺมาทนฺตีติ วุจฺจติ ฯ
ตํ สุตฺวา ราชา นามมสฺสา โถเมนฺโต อนนฺตรํ คาถมาห
อมฺโภ อมฺโภ นามมิทํ อิมิสฺสา
มตฺยา จ เปตฺยา จ กตํ สุสาธุ
ตถาหิ มยฺหํ อวโลกยนฺตี
อุมฺมตฺตกํ อุมฺมาทนฺตี อกาสีติ ฯ
ตตฺถ มตฺยา จ เปตฺยา จาติ มาตรา จ ปิตรา จ ฯ มยฺหนฺติ อุปโยคตฺเถ สมฺปทานํ ฯ อวโลกยนฺตีติ มยา อวโลกิตา สยํปิ มํ อวโลเกนฺตี มํ อุมฺมตฺตกํ อกาสีติ อตฺโถ ฯ
สาปิสฺส กมฺปิตภาวํ ญตฺวา วาตปานํ ถเกตฺวา สิริคพฺภเมว อคมาสิ ฯ รญฺโญปิ ตสฺสา ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย นครปทกฺขิณกรเณ จิตฺตเมว นาโหสิ ฯ โส สารถึ อามนฺเตตฺวา สมฺม สุนนฺท รถํ นิวตฺเตหิ อยํ ฉโณ อมฺหากํ นานุจฺฉวิโก อภิปารกเสนาปติสฺสานุจฺฉวิโก รชฺชํปิ ตสฺเสวานุจฺฉวิกนฺติ รถํ นิวตฺตาเปตฺวา ปาสาทํ อภิรุยฺห สิริสยเน นิปชฺชิตฺวา วิปฺปลปนฺโต อาห
ยา ปุณฺณมาเส มิคมนฺทโลจนา
อุปาวิสี ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคี
เทฺว ปุณฺณมาโย ตทหู อมญฺญึ
ทิสฺวาน ปาราวตรตฺตวาสินึ ฯ
อฬารปมฺเหหิ สุเภหิ วคฺคุภิ
ปโลภยนฺตี มํ ยทา อุทิกฺขติ
วิชมฺหมานา หรเตว เม มโน
ชาตา วเน กึปุริสีว ปพฺพเต ฯ
ตทา หิ พฺรหตี สามา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา
เอกจฺจวสนา นารี มิคี ภนฺตาวุทิกฺขติ ฯ
กทาสฺสุ มํ ตมฺพนขา สุโลมา
พาหามุทู จนฺทนสารลิตฺตา
วฏฺฏงฺคุลี สนฺนตธีรกุตฺติยา
นารี อุปญฺญิสฺสติ สีสโต สุภา ฯ
กทาสฺสุ มํ กาญฺจนชาลุรจฺฉทา
ธีตา ติริฏิสฺส วิลากมชฺฌา
มุทูหิ พาหาหิ ปลิสฺสชิสฺสติ
พฺรหาวเน ชาตทุมํว มาลุวา ฯ
กทาสฺสุ ลาขารสรตฺตสุจฺฉวี
พินฺทุตฺถนี ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคี
มุขํ มุเขน อุปนามยิสฺสติ
โสณฺโฑว โสณฺฑสฺส สุราย ถาลํ ฯ
ยทาทฺทสํ ตํ ติฏฺฐนฺตึ สพฺพคตฺตํ มโนรมํ
ตโต สกสฺส จิตฺตสฺส นาวโพธามิ กญฺจิ นํ ฯ
อุมฺมาทนฺตี มยา ทิฏฺฐา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา
น สุปฺปามิ ทิวารตฺตึ สหสฺสํว ปราชิโต ฯ
สกฺโก จ เม วรํ ทชฺชา โส จ ลเภถ เม วโร
เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ภเวยฺย อภิปารโก
อุมฺมาทนฺตฺยา รมิตฺวา สีวิราชา ตโต สิยาติ ฯ
ตตฺถ ปุณฺณมาเสติ ปุณฺณจนฺทาย รตฺติยา ฯ มิคมนฺทโลจนาติ กณฺฑกสนฺตาเสน ปลายิตฺวา วนนฺตเร ฐตฺวา ลุทฺทํ โอโลเกนฺติยา มิคิยา วิย มนฺทานิ โลจนานิ อสฺสาติ มิคมนฺทโลจนา ฯ อุปาวิสีติ ปทุมวณฺเณน กรตเลน ปุปฺผานิ ขิปิตฺวา มํ โอโลเกนฺตี วาตปาเน นิสีทิ ฯ ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคีติ รตฺตปทุมวณฺณสรีรา ฯ เทฺว ปุณฺณมาโยติ อหํ ตทหุ ตสฺมึ ฉณทิวเส ตํ ปาราวตปาทสมานวณฺณรตฺต- วตฺถนิวตฺถํ ทิสฺวา ตสฺสา มุขโสภํ โอโลเกนฺโต เอกสฺส ปาจีนโลก- ธาตุโก เอกสฺส อภิปารกสฺส เสนาปติโน นิเวสเน ทฺวินฺนํ ปุณฺณจนฺทานํ อุคฺคตตฺตา เทฺว ปุณฺณมาโย อมญฺญึ ฯ อฬารปมฺเหหีติ วิสาลปมุเขหิ ฯ สุเภหีติ ปริสุทฺเธหิ ฯ วคฺคูภีติ มธุรากาเรหิ ฯ อุทิกฺขตีติ เอวรูเปหิ เนตฺเตหิ ยสฺมึ ขเณ โอโลเกนฺตี ฯ ปพฺพเตติ ยถา หิมวนฺตปพฺพเต สุผุลฺลิตวเน วีณํ อาทาย ตนฺติสฺสเรน อตฺตโน สรํ สํสนฺเทนฺตี กึปุริสี กึปุริสสฺส มนํ อาหรติ เอวํ หรเตว มม มโนติ วิปฺปลปติ ฯ พฺรหตีติ อุฬารา ฯ สามาติ สุวณฺณวณฺณสามา ฯ เอกจฺจวสนาติ เอกจฺจิกวสนา เอกวตฺถนิวตฺถาติ อตฺโถ ฯ ภนฺตาวุทิกฺขตีติ สณฺหเกสา ปุถุนลาฏา อายตภมู วิสาลกฺขี ตุงฺคนาสา รตฺโตฏฺฐี เสตทนฺตา ติขิณทาฐา สุวฏฺฏิตคีวา ตนุพาหุ สุสณฺฐิตปโยธรา มิคมชฺฌา วิสาลโสณี สุวณฺณกทลิสมานรูปา สา อุตฺตมิตฺถี ตสฺมึ ขเณ มํ โอโลเกนฺตี ภเยน วนํ ปวิสิตฺวา ปุน นิวตฺติตฺวา ลุทฺทํ อุทิกฺขนฺตี ภนฺตา มิคีว มํ อุทิกฺขตีติ วทติ ฯ พาหามุทูติ มุทุพาหา ฯ สนฺนตธีรกุตฺติยาติ สุผุสิตเฉกกรณา ฯ อุปญฺญิสฺสติ มนฺติ สา สุภา นารี กทา นุ มํ เตหิ ตมฺพนเขหิ สีสโต ปฏฺฐาย สนฺนเตน ธีเรน กรเณน ปริโตเสสฺสตีติ ปตฺเถนฺโต วิลปติ ฯ กาญฺจนชาลุรจฺฉทาติ กาญฺจนมยอุรจฺฉทาลงฺกตา ฯ วิลากมชฺฌาติ วิลคฺคสรีรา ฯ พฺรหาวเนติ มหาวเน ฯ รตฺตสุจฺฉวีติ หตฺถปาทตลอคฺคนขโอฏฺฐมํเสสุ ลาขารสรตฺตมณิปวาฬวณฺณา ฯ พินฺทุตฺถนีติ อุทกพุพฺพุลปริมณฺฑลตฺถนี ฯ ตโตติ ยทา ตํ ติฏฺฐนฺตึ อทฺทสํ ตโต ปฏฺฐาย ฯ สกสฺส จิตฺตสฺสาติ อตฺตโน จิตฺตสฺส อนิสฺสโร ชาโตมฺหีติ อธิปฺปาโย ฯ กญฺจิ นนฺติ กญฺจิ อยํ อสุกา นามาติ น ชานามิ อุมฺมตฺตโก ชาโตมฺหีติ วทติ ฯ ทิฏฺฐาติ ทิสฺวา ฯ น สุปฺปามีติ เนว รตฺตึ น ทิวา นิทฺทํ ลภามิ ฯ โส จ ลเภถาติ ยํ เม สกฺโก วรํ ทเทยฺย โส จ เม วโร ลเภยฺยามหํ ตํ วรนฺติ อตฺโถ ฯ
อภิปารกสฺสปิ อาโรจยึสุ สามิ ราชา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต ตุมฺหากํ ฆรทฺวารํ ปตฺวา นิวตฺติตฺวา ปาสาทํ อภิรุหตีติ ฯ โส อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา อุมฺมาทนฺตึ อมนฺเตตฺวา ภทฺเท กจฺจิ รญฺโญ อตฺตานํ ทสฺเสสีติ ปุจฺฉติ ฯ สามิ เอโก มโหทโร มหาทาฐิโก รเถ ฐตฺวา อาคโต ปุริโส อตฺถิ อหํ ตํ ราชา วา อราชา วาติ น ชานามิ เอโก อิสฺสโรติ ปน วุตฺเต วาตปาเน ฐตฺวา ปุปฺผานิ ขิปึ โส ตาวเทว ฐตฺวา นิวตฺเตตฺวา คโตติ ฯ โส ตํ สุตฺวา นาสิโตมฺหิ ตยาติ ปุนทิวเส ปาโตว ราชนิเวสนํ อารุยฺห สิริคพฺภทฺวาเร ฐตฺวา รญฺโญ อุมฺมาทนฺตึ นิสฺสาย วิลาปํ สุตฺวา อยํ อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺโต ชาโต ตํ อลภนฺโต มริสฺสติ รญฺโญ จ มมญฺจ อคุณํ โมเจตฺวา อิมสฺส มยา ชีวิตํ ทาตุํ วฏฺฏตีติ อตฺตโน นิเวสนํ คนฺตฺวา เอกํ ทฬฺหมิตฺตํ อุปฏฺฐากํ ปกฺโกสาเปตฺวา ตาต อสุกฏฺฐาเน สุสิรเจติยรุกฺโข อตฺถิ ตฺวํ กญฺจิ อชานาเปตฺวา อตฺถงฺคเต สุริเย ตตฺถ คนฺตฺวา อนฺโตรุกฺเข นิสีท อหํ ตตฺถ พลิกมฺมํ กโรนฺโต ตํ ฐานํ ปตฺวา เทวตา นมสฺสนฺโต สามิ เทวราช อมฺหากํ ราชา นครมฺหิ ฉเณ วตฺตมาเน อกีฬิตฺวาว สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา วิปฺปลปนฺโต นิปนฺโน มยํ ตตฺถ การณํ น ชานาม ราชา เทวตานํ พหูปกาโร อนุสํวจฺฉรํ สหสฺสํ วิสชฺเชตฺวา พลิกมฺมํ กาเรติ อิมํ นาม นิสฺสาย ราชา วิปฺปลปตีติ อาจิกฺขถ รญฺโญ โน ชีวิตทานํ เทถาติ ยาจิสฺสามิ ตฺวํ ตสฺมึ ขเณ สรํ ปริวตฺเตตฺวา เสนาปติ ตุมฺหากํ รญฺโญ พฺยาธิ นาม นตฺถิ โส ปน ตว ภริยาย อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺโต สเจ ตํ ลภิสฺสติ ชีวิสฺสติ โน เจ มริสฺสติ สเจ ตสฺส ชีวิตํ อิจฺฉสิ อุมฺมาทนฺติมสฺส เทหีติ วเทยฺยาสีติ เอวํ ตํ อุคฺคณฺหาเปตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ โส คนฺตฺวา ตสฺมึ รุกฺเข นิสีทิ ฯ ปุนทิวเส เสนาปติ ตํ ฐานํ คนฺตฺวา อายาจิ ฯ โส ตถา อกาสิ ฯ เสนาปติ สาธูติ วตฺวา เทวตํ วนฺทิตฺวา อมจฺเจ ชานาเปตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา ราชนิเวสนํ อารุยฺห สิริคพฺภทฺวารํ อาโกฏฺเฏสิ ฯ ราชาปิ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา โก เอโสติ ปุจฺฉิ ฯ อหํ เทว อภิปารโกติ ฯ อถสฺส ราชา ทฺวารํ วิวริ ฯ โส ปวิสิตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา คาถมาห
ภูตานิ เม ภูตปตี นมสฺสโต
อาคมฺม ยกฺโข อิทเมตทพฺรวิ
รญฺโญ มโน อุมฺมาทนฺตฺยา นิวิฏฺโฐ
ททามิ เต ตํ ปริจารยสฺสูติ ฯ
ตตฺถ นมสฺสโตติ ตุมฺหากํ วิปฺปลาปการณชานนตฺถํ พลิกมฺมํ กตฺวา นมสฺสนฺตสฺส ฯ ตนฺติ อหํ ตํ อุมฺมาทนฺตึ ตุมฺหากํ ปริจาริกํ กตฺวา ททามีติ ฯ
อถ นํ ราชา สมฺม อภิปารก มม อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺตตาย วิปฺปลปิตภาวํ ยกฺขาปิ ชานนฺตีติ ปุจฺฉิ ฯ อาม เทวาติ ฯ โส สพฺพโลเกน กิร เม ลามกภาโว ญาโตติ ลชฺชิธมฺเม ปติฏฺฐาย อนนฺตรํ คาถมาห
ปุญฺญา วิธํเส อมโร น จมฺหิ
ชโน จ เม ปาปมิทญฺจ ชญฺญา
ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ
ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐาติ ฯ
ตตฺถ วิธํเสติ สมฺม อภิปารก อหํ ตาย สทฺธึ กิเลสวเสน ปริจาเรนฺโต ปุญฺญโต ธํเสยฺยํ ตาย สทฺธึ ปริจาริตมตฺเตน อมโร จ น โหมิ มหาชโน จ อิมํ ลามกภาวํ ชาเนยฺย ตโต อยุตฺตํ รญฺญา กตนฺติ ครเหยฺย ตวญฺจ มม ทตฺวา ปจฺฉา ปิยภริยํ อทิฏฺฐา ตว มนโส วิฆาโฏ จสฺสาติ อตฺโถ ฯ
เสสา อุภินฺนํปิ วจนปฏิวจนคาถา โหนฺติ
ชนินฺท นาญฺญตฺร ตยา มยา วา
สพฺพาปิ กมฺมสฺส กตสฺส ชญฺญา
ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา
ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ
โย ปาปกํ กมฺม กรํ มนุสฺโส
โส มญฺญติ มายิทํ มญฺญึสุ อญฺเญ
ปสฺสนฺติ ภูตานิ กโรนฺตเมตํ
ยุตฺตา จ เย โหนฺติ นรา ปฐพฺยา ฯ
อญฺโญ นุ เต โกจิ นโร ปฐพฺยา
สทฺทเหยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ
ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ
ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ
อทฺธา ปิยา มยฺห ชนินฺท เอสา
น สา มม อปฺปิยา ภูมิปาล
คจฺเฉว ตฺวํ อุมฺมาทนฺตึ ภทฺทนฺเต
สีโหว เสลสฺส คุหํ อุเปติ ฯ
น ปีฬิตา อตฺตทุกฺเขน ธีรา
สุขปฺผลํ กมฺม ปริจฺจชนฺติ
สโมหิตา วาปิ สุเขน มตฺตา
น ปาปกมฺมญฺจ สมาจรนฺติ ฯ
ตุวญฺหิ มาตา จ ปิตา จ มยฺหํ
ภตฺตา ปตี โปสโก เทวตา จ
ทาโส อหํ ตุยฺห สปุตฺตทาโร
ยถาสุขํ สีวิ กโรหิ กามํ ฯ
โย อิสฺสโรมฺหีติ กโรติ ปาปํ
กตฺวา จ โส นุตฺตปเต ปเรสํ
น เตน โส ชีวติ ทีฆมายุํ
เทวาปิ ปาเปน สเมกฺขเร นํ ฯ
อญฺญาตกํ สามิเกหิ ปทินฺนํ
ธมฺเม ฐิตา เย จ ปฏิจฺฉนฺติ ทานํ
ปฏิจฺฉกา ทายกา จาปิ ตตฺถ
สุขปฺผลญฺเญว กโรนฺติ กมฺมํ ฯ
อญฺโญ นุ เต โกจิ นโร ปฐพฺยา
สทฺทเหยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ
ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ
ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ
อทฺธา ปิยา มยฺห ชนินฺท เอสา
น สา มม อปฺปิยา ภูมิปาล
ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา
ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ
โย อตฺตทุกฺเขน ปรสฺส ทุกฺขํ
สุเขน วา อตฺตทุกฺขํ ทหติ
ยเถวิทํ มยฺห ตถา ปเรสํ
โย เอวํ ชานาติ ส เวทิ ธมฺมํ ฯ
อญฺโญ นุ เต โกจิ ปโร ปฐพฺยา
สทฺทเหยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ
ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโฏ
ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ
ชนินฺท ชานาสิ ปิยา มเมสา
น สา มม อปฺปิยา ภูมิปาล
ปิเยน เต ทมฺมิ ปิยํ ชนินฺท
ปิยทายิโน เทว ปิยํ ลภนฺติ ฯ
โส นูนาหํ วธิสฺสามิ อตฺตานํ กามเหตุกํ
นหิ ธมฺมํ อธมฺเมน อหํ วธิตุมุสฺสเห ฯ
สเจ ตุวํ มยฺห สตึ ชนินฺท
น กามยาสิ นรวีร เสฏฺฐ
จชามิ นํ สพฺพชนสฺส มชฺเฌ
มยา ปมุตฺตํ ตโต อวฺหเยสิ นํ ฯ
อทูสิยญฺเจ อภิปารก ตุวํ
จชาสิ กตฺเต อหิตาย ตฺยสฺส
มหา จ เต อุปวาโทปิ อสฺส
นจาปิ ตฺยสฺส นครมฺหิ ปกฺโข ฯ
อหํ สหิสฺสํ อุปวาทเมตํ
นินฺทํ ปสํสํ ครหญฺจ สพฺพํ
มเมตํ อาคจฺฉตุ ภูมิปาล
ยถาสุขํ สีวิ กโรหิ กามํ ฯ
โย เนว นินฺทํ น ปุนปฺปสํสํ
อาทิยติ ครหํ โนปิ ปูชํ
สิรี จ ลกฺขี จ อเปติ ตมฺหา
อาโป สุวุฏฺฐีว ยถา ถลมฺหา ฯ
ยํกิญฺจิ ทุกฺขญฺจ สุขญฺจ เอโต
ธมฺมาติสารญฺจ มโนวิฆาฏํ
อุรสา อหํ ปฏิจฺฉิสฺสามิ สพฺพํ
ปฐวี ยถา ถาวรานํ ตสานํ ฯ
ธมฺมาติสารญฺจ มโนวิฆาฏํ
ทุกฺขญฺจ นิจฺฉามิ อหํ ปเรสํ
เอโกปิมํ ตารยิสฺสามิ ภารํ
ธมฺเม ฐิโต กิญฺจิ อหาปยนฺโต ฯ
สคฺคูปคํ ปุญฺญกมฺมํ ชนินฺท
มา เม ตุวํ อนฺตรายํ อกาสิ
ททามิ เต อุมฺมาทนฺตึ ปสนฺโน
ราชาว ยญฺญํ ธนํ พฺราหฺมณานํ ฯ
อทฺธา ตุวํ กตฺเต หิโตสิ มยฺหํ
สขา มม อุมฺมาทนฺตี ตุวญฺจ
นินฺเทยฺยุ เทวา ปิตโร จ สพฺเพ
ปาปญฺจ ปสฺสํ อภิสมฺปรายํ ฯ
นเหตํ ธมฺมํ สีวิราช วชฺชุํ
สเนคมา ชานปทา จ สพฺเพ
ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา
ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ
อทฺธา ตุวํ กตฺเต หิโตสิ มยฺหํ
สขา มม อุมฺมาทนฺตี ตุวญฺจ
สตญฺจ ธมฺมานิ สุกิตฺติตานิ
สมุทฺทเวลาว ทุรจฺจยานิ ฯ
อาหุเนยฺโย เมสิ หิตานุกมฺปี
ธาตา วิธาตา จสิ กามปาโล
ตยี หุตา เทว มหปฺผลา หิ
กาเมน เม อุมฺมาทนฺตึ ปฏิจฺฉ ฯ
อทฺธา หิ สพฺพํ อภิปารก ตุวํ
ธมฺมํ อจารี มม กตฺตุปุตฺต
อญฺโญ นุ เต โก อิธ โสตฺถิกตฺตา
ทีปโท นโร อรุเณ ชีวโลเก ฯ
ตฺวํ นุ เสฏฺโฐ ตฺวมนุตฺตโรสิ
ตฺวํ ธมฺมคุตฺโต ธมฺมวิทู สุเมโธ
โส ธมฺมคุตฺโต จิรเมว ชีว
ธมฺมญฺจ เม เทสย ธมฺมปาล ฯ
ตทิงฺฆ อภิปารก สุโณหิ วจนํ มม
ธมฺมนฺเต เทสยิสฺสามิ สตํ อาเสวิตํ อหํ ฯ
สาธุ ธมฺมรุจี ราชา สาธุ ปญฺญาณวา นโร
สาธุ มิตฺตานํ อทุพฺโภ ปาปสฺสากรณํ สุขํ ฯ
อกฺโกธนสฺส วิชิเต ฐิตธมฺมสฺส ราชิโน
สุขํ มนุสฺสา อาเสถ สีตจฺฉายาย สํฆเร ฯ
น จาหเมตํ อภิโรจยามิ
กมฺมํ อสเมกฺขกตํ อสาธุ
เยวาปิ ญตฺวาน สยํ กโรนฺติ
อุปมา อิมา มยฺห ตุวํ สุโณหิ ฯ
ควญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว
สพฺพา ตาชิมฺหํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ ฯ
เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต
โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา
สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก ฯ
ควญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว
สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต อุชุคเต สติ ฯ
เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต
โส เจปิ ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา
สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก ฯ
น จาปาหํ อธมฺเมน อมรตฺตมภิปตฺถเย
อิมํ วา ปฐวึ สพฺพํ วิเชตุํ อภิปารก ฯ
ยํ หิ กิญฺจิ มนุสฺเสสุ รตนํ อิธ วิชฺชติ
คาโว ทาโส หิรญฺญญฺจ วตฺถิยํ หริจนฺทนํ ฯ
อสฺสิตฺถิโย จ รตนํ มณิกญฺจ
ยญฺจาปิเม จนฺทสุริยาภิปาลยนฺติ
น ตสฺส เหตุ วิสมํ จเรยฺย
มชฺเฌ สิวีนํ อุสโภสฺมิ ชาโต ฯ
เนตา หิตา อุคฺคโต รฏฺฐปาโล
ธมฺมํ สิวีนํ อปจายมาโน
โส ธมฺมเมวานุวิจินฺตยนฺโต
ตสฺมา สเก จิตฺตวเส น วตฺโต ฯ
อทฺธา ตุวํ มหาราช นิจฺจํ อพฺยสนํ สิวํ
กริสฺสสิ จิรํ รชฺชํ ปญฺญา หิ ตว ตาทิสี ฯ
เอตํ เต อนุโมทามิ ยํ ธมฺมํ นปฺปมชฺชสิ
ธมฺมํ ปมชฺช ขตฺติโย ฐานา จวติ อิสฺสโร ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช มาตาปิตูสุ ขตฺติย
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช ปุตฺตทาเรสุ ขตฺติย
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช มิตฺตามจฺเจสุ ขตฺติย
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช พาหเนสุ พเลสุ จ
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช คาเมสุ นิคเมสุ จ
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช รฏฺเฐสุ ชนปเทสุ จ
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช สมเณ พฺราหฺมเณสุ จ
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช มิคปกฺขีสุ ขตฺติย
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช ธมฺโม จิณฺโณ สุขาวโห
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ
ธมฺมญฺจร มหาราช อินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา
สุจิณฺเณน ทิวํ ปตฺตา มา ธมฺมํ ราช ปมาโทติ ฯ
ตตฺถ สพฺพาปีติ ชนินฺท อหเมตํ เอกโกว ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาเนสฺสามิ ตสฺมา ฐเปตฺวา ตญฺจ มมญฺจ อญฺญา สพฺพาปิ ปชา อิมสฺส กตสฺส อาการมตฺตํปิ น ชญฺญา น ชานิสฺสนฺติ ฯ ภุเสหีติ เต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา ตาย สทฺธึ อภิรมนฺโต อตฺตโน ตณฺหาวนถํ ภุสํ กโรหิ วฑฺเฒหิ มโนรถํ ปูเรหิ ฯ สชาหีติ มโนรถํ ปน ปูเรตฺวา สเจ เต น รุจฺจติ อถ นํ สชาหิ มยฺหเมว ปฏิเทหิ ฯ กมฺม กรนฺติ สมฺม อภิปารก โย มนุสฺโส ปาปกํ กมฺมํ กโรนฺโต โส ปจฺฉา มา อิธ อญฺเญ อิทํ ปาปกมฺมํ มญฺญึสุ มา ชานนฺตูติ มญฺญติ จินฺเตติ ฯ ทุจฺจินฺติตเมตํ ตสฺส ฯ กึการณา ฯ ปสฺสนฺติ ภูตานิ กโรนฺตเมตนฺติ เย จ พุทฺธา ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธปุตฺตา อิทฺธิยา ยุตฺตา เต จ นํ ปสฺสนฺติเยว ฯ น เม ปิยาติ สมฺม อภิปารก อญฺโญ นุ เต โกจิ อิธ โลกสฺมึ สกลาย ปฐวิยา น เม อุมฺมาทนฺตี ปิยาติ เอวํ สทฺทเหยฺย ฯ สีโหว เสลสฺส คุหนฺติ มหาราช สเจ ตฺวํ ตํ อิธ น อาเนสิ อถ ยถา สีโห กิเลสปริฬาเห อุปฺปนฺเน สีหโปติกาย วสนฏฺฐานํ มณิคุหํ อุเปติ เอวํ ตสฺสา วสนฏฺฐานํ คจฺฉ ตตฺถ อตฺตโน ปตฺถนํ ปูเรหีติ ฯ สุขปฺผลนฺติ สมฺม อภิปารก ปณฺฑิตา อตฺตโน ทุกฺเขน ผุฏฺฐา สมานา น สุขวิปากทายกํ กมฺมํ ปริจฺจชนฺติ สมฺโมหิตา วาปิ หุตฺวา โมเหน มุฬฺหา สุเขน มตฺตา ปาปกมฺมํ นาม น สมาจรนฺติ ฯ ยถาสุขํ สีวิ กโรหิ กามนฺติ สามิ สีวิราช อตฺตโน ทาสึ ปริจาเรนฺตสฺส ครหา นาม นตฺถิ ตฺวํ ยถาสุขํ อชฺฌาสยํ กามํ กโรหิ อตฺตโน อิจฺฉํ ปูเรหีติ ฯ น เตน โส ชีวตีติ สมฺม อภิปารก โย อิสฺสโรมฺหีติ ปาปํ กโรติ กตฺวา จ กมฺมํ เทวมนุสฺสา วกฺขนฺตีติ น อุตฺตสติ น โอตฺตปฺปติ โส เตน กมฺเมน น จ ทีฆํ กาลํ ชีวติ ขิปฺปเมว มรติ เทวตาปิ ปน กึ อิมสฺส ปาปรญฺโญ รชฺเชน วรมสฺส วาลุกฆฏํ คเล พนฺธิตฺวา มรณนฺติ ลามเกน จกฺขุนา โอโลเกนฺติ ฯ อญฺญาตกนฺติ มหาราช อญฺเญสํ สนฺตกํ เตหิ สามิเกหิ ปทินฺนํ ทานํ เย อตฺตโน ธมฺเม ฐิตา ปฏิจฺฉนฺติ เต ตตฺถ ปฏิจฺฉกา จ ทายกา จ สพฺเพปิ สุขปฺผลเมว กมฺมํ กโรนฺติ ปฏิคฺคาหเก หิ ปฏิคฺคณฺหนฺเต ตํ ทานํ ทายกสฺส มหนฺตํ วิปากํ เทตีติ อญฺโญ นุ ฯเปฯ อทฺธา ปิยา ฯเปฯ โย อตฺตทุกฺเขนาติ สมฺม อภิปารก โย อตฺตโน ทุกฺเขน ปีฬิโต ตํ ทุกฺขํ ปรสฺส ทหติ อตฺตโน สรีรโต อปเนตฺวา ปรสฺส สรีเร ขิปติ ปรสฺส วา สุเขน อตฺตโน สุขํ ทหติ ตํ ปรสฺส สุขํ คเหตฺวา อตฺตนิ ปกฺขิปติ อตฺตโน ทุกฺขํ หริสฺสามีติ ปรํ ทุกฺขิตํ กโรติ อตฺตานํ สุเขสฺสามีติ ปรํ ทุกฺขิตํ กโรติ อตฺตานํ สุเขสฺสามีติ ปรสฺส สุขํ นาเสติ น โส ธมฺมํ ชานาติ ฯ โย ปน เอวํ ชานาติ ยเถวิทํ มยฺหํ สุขทุกฺขํ ตถา ปเรสนฺติ ส เวทิ ธมฺมํ โส ธมฺมํ ชานาติ นามาติ อยเมว ตสฺสา คาถาย อตฺโถ ฯ ปิเยน เต ทมฺมีติ ปิเยน การณภูเตน ปิยผลํ ปตฺเถนฺโต ทมฺมีติ อตฺโถ ฯ ปิยํ ลภนฺตีติ สํสาเร สํสรนฺตา ปิยเมว ลภนฺติ ฯ กามเหตุกนฺติ สมฺม อภิปารก กามเหตุกํ อยุตฺตํ กตฺวา อตฺตานํ วธิสฺสามีติ เม ปริวิตกฺโก อุปฺปชฺชติ ฯ มยฺห สตินฺติ มม สนฺตกํ ฯ มยฺห สตีติปิ ปาโฐ ฯ มม สนฺตกา สาติ เอวํ มญฺญมาโน สเจ ตฺวํ ตํ น กาเมสีติ อตฺโถ ฯ สพฺพชนสฺสาติ สพฺพา เสนิโย สนฺนิปาตาเปตฺวา ตสฺส สพฺพชนสฺส อยํ มยฺหํ อหิตาติ ปริจฺจชิสฺสามีติ ฯ ตโต อวฺหเยสีติ ตโต ตํ อปริคฺคหิตตฺตา อาเนยฺยาสิ ฯ อทูสิยนฺติ อนปราธํ ฯ กตฺเตติ ตเมว อปเรน นาเมน อาลปติ ฯ โส หิ รญฺโญ หิตํ กโรติ ตสฺมา กตฺตาติ วุจฺจติ ฯ น จาปิ ตฺยสฺสาติ เอวํ อกิจฺจการีติ นคเร ตว โกจิ ปกฺโขปิ น ภเวยฺย ฯ นินฺทนฺติ น เกวลํ อุปวาทเมว สเจปิ มํ โกจิ สมฺมุขา นินฺทิสฺสติ วา ปสํสิสฺสติ วา โทสํ วา ปน อาโรเปนฺโต ครหิสฺสติ ตํปาหํ นินฺทํ ปสํสํ ครหญฺจ สพฺพํ สหิสฺสามิ สพฺพเมตํ มม อาคจฺฉตูติ วทติ ฯ ตมฺหาติ โย เอเต นินฺทาทโย น คณฺหติ ตมฺหา ปุริสา อิสฺสริยสงฺขาตา สิรี จ ปญฺญาสงฺขาตา ลกฺขี จ ถลฏฺฐานโต สุวุฏฺฐิสงฺขาโต อาโป วิย อเปติ น ปติฏฺฐาตีติ ฯ เอโตติ อิโต มม ตสฺสา ปริจฺจตฺตการณา ฯ ธมฺมาติสารญฺจาติ ธมฺมํ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺตํ อกุสลํ ยํ วา กิญฺจิ โหติ ฯ ปฏิจฺฉิสฺสามีติ สมฺปฏิจฺฉิสฺสามิ ฯ ถาวรานํ ตสานนฺติ ยถา มหาปฐวี ขีณาสวานญฺจ ปุถุชฺชนานญฺจ น กิญฺจิ น ปฏิจฺฉติ สพฺพํ อธิวาเสติ ตเถวาหํปิ สพฺพเมตํ สมฺปฏิจฺฉิสฺสามิ อธิวาเสสฺสามีติ ทีเปติ ฯ เอโกปิมนฺติ อหํปิ เอโกว อิมํ อตฺตโน ทุกฺขภารํ ตารยิสฺสามิ ตริสฺสามิ วหิสฺสามิ ฯ ธมฺเม ฐิโตติ วินิจฺฉยธมฺเม ปเวณิธมฺเม ติวิธสุจริตธมฺเม จ ฐิโต หุตฺวา ฯ สคฺคูปคนฺติ เทวปุญฺญกมฺมํ นาเมตํ สคฺคูปคํ โหติ ฯ ยญฺญํ ธนนฺติ ยญฺเญ ธนํ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ สขาติ อุมฺมาทนฺตีปิ มม สหายิกา ตฺวํปิ สหายโก ฯ ปิตโรติ พฺรหฺมาโน ฯ สพฺเพติ น เกวลํ เทวา พฺรหฺมาโน จ สพฺเพ รฏฺฐวาสิโนปิ มํ ปสฺสถ โภ สหายกสฺส ภริยา สหายิกา อิมินา เคเห กตาติ นินฺเทยฺยุํ ฯ นเหตํ ธมฺมนฺติ นหิ เอตํ กมฺมํ ธมฺมิกํ ฯ ยํ เต มยาติ ยสฺมา มยา สา ตุยฺหํ ทินฺนา ตสฺมา เอตํ อธมฺโมติ เนว ทิสฺสติ ฯ สตนฺติ สนฺตานํ พุทฺธาทีนํ ขนฺติเมตฺตาภาวนาสีลาจารสงฺขาตานิ ธมฺมานิ สุวณฺณิตานิ ฯ สมุทฺทเวลาว ทุรจฺจยานีติ ตสฺมา ยถา สมุทฺโท เวลํ นาติกฺกมติ เอวํ อหํปิ สีลเวลํ นาติกฺกมิสฺสามีติ วทติ ฯ อาหุเนยฺโย เมสีติ มหาราช ตฺวํ มม อาหุนปาหุนสกฺการสฺส อนุจฺฉวิโก ฯ ธาตา วิธาตา จสิ กามปาโลติ ตฺวํ มม เทว ธารณโต ธาตา อิสฺสริยสุขสฺส วิทหนโต วิธาตา อิจฺฉิตปตฺถิตกามานํ ปาลนโก กามปาโล ฯ ตยี หุตาติ ตุยฺหํ ทินฺนา ฯ กาเมน เมติ มม กาเมน มม ปตฺถนาย อุมฺมาทนฺตึ ปฏิจฺฉาติ ฯ เอวํ อภิปารโก รญฺโญ เทติ ฯ ราชา น มยฺหํ อตฺโถติ ปฏิกฺขิปติ ฯ ภูมิยํ ปติตํ สากุณิกปจฺฉึ ปิฏฺฐิปาเทน ปหริตฺวา อฏวิยํ ขิปนฺตา วิย อุโภปิ นํ ชหนฺเตว ฯ
อิทานิ ราชา ปุน อกถนตฺถาย ตํ สนฺตชฺเชนฺโต อทฺธา หีติ คาถมาห ฯ ตตฺถ กตฺตุปุตฺตาติ ปิตาปสฺส กตฺตาว เตน นํ เอวํ อาลปติ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ อทฺธา ตฺวํ อิโต ปุพฺเพ มยฺหํ สพฺพํ ธมฺมํ อจริ หิตเมว วุฑฺฒิเมว อกาสิ อิทานิ ปน ปฏิปกฺโข หุตฺวา พหุํ กเถสิ มา เอวํ วิปฺปลปสิ อญฺโญ นุ เต ทีปโท นโร โก อิธ ชีวโลเก อรุเณเยว โสตฺถิกตฺตา สเจ หิ อหํ วิย อญฺโญ ราชา ตว ภริยาย ปฏิพทฺธจิตฺโต อภวิสฺส อนฺโตอรุเณเยว ตว สีสํ ฉินฺทาเปตฺวา ตํ อตฺตโน ฆเร กเรยฺย อหํ ปน อกุสลภเยเนวํ น กโรมิ ตุณฺหี โหหิ น เม เอตาย อตฺโถติ ตํ สนฺตชฺเชสิ ฯ โส ตํ สุตฺวา กิญฺจิ ปุน วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต รญฺโญ ถุติวเสน ตฺวํ นูติ คาถมาห ฯ ตสฺสตฺโถ มหาราช ตฺวญฺเญว สกลชมฺพูทีเป สพฺเพสํ นรินฺทานํ เสฏฺโฐ อนุตฺตโร ตฺวํ วินิจฺฉยธมฺมปเวณิธมฺมสุจริตธมฺมานํ โคปายเนน ธมฺมคุตฺโต เตสํ วิทิตตฺตา ธมฺมวิทู ตฺวํ สุเมโธ โส ตฺวํ ยํ ธมฺมํ โคเปสิ เตเนว คุตฺโต จิรํ ชีว ธมฺมญฺจ เม เทเสหิ ธมฺมปาลก ธมฺมโคปก ราชวราติ ฯ
อถ ราชา ธมฺมํ เทเสนฺโต ตทิงฺฆาติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต ฯ ยสฺมา มํ โจเทสิ ตสฺมาติ อตฺโถ ฯ สตนฺติ พุทฺธาทีหิ สปฺปุริเสหิ อาเสวิตํ ฯ สาธูติ สุนฺทโร ปเสฏฺโฐ ฯ วินิจฺฉยปเวณิสุจริตธมฺเม โรเจตีติ ธมฺมรุจิ ฯ ตาทิโส หิ ชีวิตํ ชหนฺโตปิ อกิจฺจํ น กโรติ ตสฺมา สาธุ ฯ ปญฺญาณวาติ ญาณสมฺปนฺโน ฯ มิตฺตานํ อทุพฺโภติ มิตฺตสฺส อทูสนภาโว ฯ ฐิตธมฺมสฺสาติ ปติฏฺฐิตติวิธธมฺมสฺส ฯ อาเสถาติ อาเสยฺยุํ นิสีเทยฺยุํ ฯ เทสนาสีสเมว เจตํ ฯ จตฺตาโรปิ อิริยาปเถ สุขํ กปฺเปยฺยุนฺติ อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ ฯ สีตจฺฉายายาติ ปุตฺตทารญาติมิตฺตานํ สีตลาย ฉายาย ฯ สํฆเรติ สกฆเร อตฺตโน เคเหติ อตฺโถ ฯ อธมฺมพลิทณฺฑาทีหิ อนุปทฺทุตา สุขํ วเสยฺยุนฺติ ทสฺเสติ ฯ น จาหเมตนฺติ สมฺม อภิปารก ยเมตํ อสเมกฺขิตฺวา กตํ อสาธุกตํ เอตํ อหํ น โรจยามิเยวาติ ฯ ญตฺวานาติ เย วา ปน ราชาโน ญตฺวา ตุเลตฺวา ตีเรตฺวา สยํ น กโรนฺติ เตสาหํ กมฺมํ โรเจมีติ อธิปฺปาโย ฯ อิมา อุปมาติ อิมสฺมึ ปเนตฺถ ตฺวํ มยฺหํ อิมา เทฺว อุปมา สุณาหิ ฯ ชิมฺหนฺติ วงฺกํ ฯ เนตฺเตติ โย คาวิโย เนติ ตสฺมึ เชฏฺฐอุสเภ ฯ ปเควาติ ตสฺมึ อธมฺมํ จรนฺเต อิตรา ปชา ปเคว จรติ อติวิย กโรตีติ อตฺโถ ฯ ธมฺมิโกติ จตฺตาริ อคติคมนานิ ปหาย ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ฯ อมรตฺตนฺติ เทวตฺตํ ฯ รตนนฺติ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกรตนํ ฯ วตฺถิยนฺติ กาสิกวตฺถเมว ฯ อสฺสิตฺถิโยติ วาตสมคติอสฺเสปิ อุตฺตมรูปธรา อิตฺถิโยปิ ฯ รตนํ มณิกญฺจาติ สตฺตวิธรตนญฺจ มหคฺฆภณฺฑกญฺจ ฯ อภิปาลยนฺตีติ อาโลกํ กโรนฺตา รกฺขนฺติ ฯ น ตสฺสาติ ตสฺส จกฺกวตฺติรชฺชสฺสาปิ เหตุ วิสมํ น จเรยฺย ฯ อุสโภสฺมีติ ยสฺมา อหํ สีวีนํ มชฺเฌ เชฏฺฐกราชา หุตฺวา ชาโต ตสฺมา จกฺกวตฺติรชฺชการณํปิ วิสมํ น จรามีติ อตฺโถ ฯ เนตาติ มหาชนํ กุสเล ปติฏฺฐาเปตฺวา เทวนครํ เนตา หิตกรเณน ตสฺส หิตา สีวิราชา กิร ธมฺมจารีติ สกลชมฺพูทีเป ญาตตฺตา อุคฺคโต สเมน รฏฺฐปาลนตาย รฏฺฐปาโล ฯ อปจายมาโนติ สีวีนํ โปราณกราชูนํ ปเวณิธมฺมํ อปจายมาโน ฯ โสติ โส อหํ ตเมว ธมฺมํ อนุวิจินฺตยนฺโต ตสฺมา เตน การเณน อตฺตโน จิตฺตสฺส วเส น วตฺตามิ ฯ
เอวํ มหาสตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา อภิปารโก ถุตึ กโรนฺโต อทฺธาติ อาทิมาห ฯ นปฺปมชฺชสีติ อตฺตนา กถิตธมฺมํ นปฺปมชฺชสิ ตตฺเถว วตฺเตสิ ฯ ธมฺมํ ปมชฺชาติ ธมฺมํ ปมุสฺสิตฺวา อคติวเสน คนฺตฺวา ฯ เอวํ โส ตสฺส ถุตึ กตฺวา ธมฺมํ จราติ โยเชนฺโต อุตฺตรึปิ ทส โอวาทคาถา อภาสิ ฯ ตาสมตฺโถ เหฏฺฐา เตสกุณชาตเก วณฺณิโตว ฯ
เอวํ อภิปารกเสนาปตินา รญฺโญ ธมฺเม เทสิเต ราชา อุมฺมาทนฺติยา ปฏิพทฺธจิตฺตํ วิโนเทสิ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ ตทา สุนนฺโท สารถี อานนฺโท อโหสิ อภิปารโก สารีปุตฺโต อุมฺมาทนฺตี อุปฺปลวณฺณา เสสปริสา พุทฺธปริสา สีวิราชา ปน อหเมวาติ ฯ
อุมฺมาทนฺตีชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ทุติยํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๒
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘