ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มหาโพธิชาดก
ชาดกที่ ๕๒๘ · ปัญญาสนิบาตชาดก

มหาโพธิชาดก

ว่าด้วยปฏิปทาของผู้นำ

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๕๒ · บรรทัด ๓๒๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมหาโพธิชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๑ จาก ๔

เรื่องเล่า

อรรกถามหาโพธิชาดก

พระศาสดา เมื่อเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงพระปรารภพระปัญญาบารมี ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กินฺนุ ทณฺฑํ กิมาชินํ ดังนี้.

เนื้อเรื่องนี้ จักมีแจ่มแจ้งในมหาอุมมังคชาดกข้างหน้า.

ก็ในกาลนั้น พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในกาลบัดนี้เท่านั้น ถึงในกาลก่อน ตถาคตก็เป็นผู้มีปัญญาสามารถย่ำยีวาทะของคนอื่นได้เหมือนกัน ดังนี้ จึงทรงนำเอาอดีตนิทานมาตรัสดังนี้ว่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงเสวยราชสมบัติ ในเมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาลผู้สูงสุด มีทรัพย์สมบัติประมาณได้ ๘๐ โกฏิ ในแคว้นกาสี. มารดาบิดาทำการตั้งชื่อพระโพธิสัตว์นั้นว่า โพธิกุมาร. โพธิกุหารนั้นเมื่อเจริญวัยเติบโต ได้ศึกษาเล่าเรียนศิลปศาสตร์ในเมืองตักกศิลาจนจบ แล้วกลับมาตรอบครองเรือนอยู่ ในกาลต่อมา ได้ละความสุขอันเกิดแต่กามเสียแล้วเข้าไปยังหิมวันตประเทศ บวชเป็นปริพาชก มีเหง้าไม้และผลไม้ในป่านั้นนั่นเองเป็นอาหาร อยู่ได้เป็นเวลานานพอถึงเวลาฤดูฝน จึงออกจากป่าหิมพานต์แล้ว เที่ยวจาริกไปจนได้ถึงกรุงพาราณสีโดยลำดับ เข้าไปอยู่ในพระราชอุทยาน ในวันรุ่งขึ้นเที่ยวไปภิกขาจารในพระนคร โดยความเหมาะสมแก่ปริพาชก จนถึงประตูพระราชนิเวศน์. พระราชาประทับยืนอยู่ที่สีหบัญชร ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์นั้น ทรงเลื่อมใสในกิริยาอันสงบเสงี่ยมของท่านรูปนั้น จึงตรัสสั่งให้ราชบุรุษไปนิมนต์ท่านเข้ามายังที่ประทับของพระองค์ ทรงกระทำปฏิสันถาร ได้ทรงสดับธรรมกถาเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว ทรงถวายโภชนะมีรสชาติอันเลิศต่าง ๆ แล้ว. พระมหาสัตว์รับภัตตาหารมาแล้ว คำนึงว่า ขึ้นชื่อว่า ราชสกุลนี้ มีความผิดมาก (ที่จะเกิดแก่ตัวเรา) ทั้งหมู่ปัจจามิตรก็มีมากมาย ใครหนอจักช่วยบำบัดทุกข์ภัยที่จะเกิดขึ้นแก่ตัวเราได้. พระโพธิสัตว์นั้นได้มองเห็นสุนัขสีเหลืองตัวหนึ่งซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระราชา อยู่ในที่ใกล้ ๆ จึงหยิบข้าวสุกก้อนใหญ่แสดงที่ท่าล่อจะให้สุนัขนั้น. พระราชาทรงทราบอาการนั้น จึงให้คนนำเอาภาชนะมาใส่ภัตรแล้วให้แก่สุนัขนั้น. แม้พระมหาสัตว์ก็ทำภัตกิจของพระราชาพระองค์นั้น ให้สำเร็จลงแล้ว. แม้พระราชาทรงรับปฏิญญาของพระมหาสัตว์นั้นเรียบร้อยแล้ว ให้ช่างสร้างบรรณศาลาไว้ในพระราชอุทยาน ภายในพระนครแล้ว ทรงถวายเครื่องบริขารสำหรับบรรพชิต นิมนต์ให้พระมหาสัตว์นั้นอยู่ประจำในที่นั้น. ก็พระราชาได้เสด็จไปยังที่บำรุงของพระมหาสัตว์นั้นวันละ ๒-๓ ครั้งทุก ๆ วัน. ก็พอถึงเวลาฉัน พระมหาสัตว์ขึ้นนั่งบนพระแท่นสำหรับพระราชาแล้วฉันโภชนะของพระราชาอยู่เป็นประจำทีเดียว ทำอย่างนี้จนเวลาล่วงไปได้ ๑๒ ปี จนพระราชาพระองค์นั้น มีอำมาตย์ ๕ คน ทำการสั่งสอนอรรถและธรรม.

บรรดาอำมาตย์ทั้ง ๕ คนนั้น คนหนึ่งเป็นอเหตุกวาที คนหนึ่งเป็นอิสรกรณวาที คนหนึ่งเป็นปุพเพกตวาที คนหนึ่งเป็นอุจเฉทวาทีและคนหนึ่งเป็นขัตตวิชชวาที. ในบรรดาอำมาตย์ทั้ง ๕ คนนั้น อำมาตย์ผู้เป็นอเหตุกวาทีสั่งสอนมหาชนให้ถือเอาอย่างว่า สัตว์เหล่านี้เป็นผู้หมดจดในสงสาร. อำมาตย์ผู้เป็นอิสรกรณวาที สั่งสอนมหาชนให้ถือเอาอย่างว่า โลกนี้ พระเจ้าเป็นผู้สร้าง. อำมาตย์ผู้เป็นปุพเพกตวาที สั่งสอนให้มหาชนเอาอย่างว่า ความสุขหรือความทุกข์ของสัตว์เหล่านี้ เนื้อจะเกิดขึ้นมา ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุที่ตนทำไว้ในปางก่อนนั่นแหละ. อำมาตย์ผู้เป็นอุจเฉทวาที สั่งสอนให้มหาชนเอาอย่างว่า ขึ้นชื่อว่า บุคคลผู้จากโลกนี้ไปยังโลกหน้า ย่อมไม่มี โลกนี้ย่อมขาดสูญอำมาตย์ผู้เป็นขัตตวิชชวาที สั่งสอนให้มหาชนเอาอย่างว่า บุคคลควรฆ่ามารดาบิดาแล้ว มุ่งทำประโยชน์ของตนเองถ่ายเดียวเถิด. อำมาตย์ทั้ง ๕ คนนั้นดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้พิพากษาอรรถคดีแทนพระราชา แต่กลับพากันกินสินบนตัดสินความทำคนที่มิได้เป็นเจ้าของให้ได้เป็นเจ้าของ และทำคนที่เป็นเจ้าของไม่ให้ได้เป็นเจ้าของ.

ครั้นวันหนึ่ง บุรุษคนหนึ่ง เป็นผู้แพ้คดีความ เพราะถูกโกง เห็นพระมหาสัตว์เที่ยวภิกขาจารเข้าไปยังพระราชนิเวศน์ จึงไหว้พลางรำพันว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านมาฉันในพระราชนิเวศน์ เพราะเหตุไรจึงได้แต่แลดูพวกอำมาตย์ผู้วินิจฉัยคดี รับสินบนทำชาวโลกให้ฉิบหายอยู่เล่า บัดนี้ ข้าพเจ้าเป็นเจ้าของแท้ ๆ แต่กลับถูกพวกอำมาตย์ ๕ คน รับสินบนจากมือลูกความโกงแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นเจ้าของ. ด้วยอำนาจความสงสารในบุรุษคนนั้น พระมหาสัตว์นั้นจึงไปยังโรงวินิจฉัยแล้ว ตัดสินความโดยชอบธรรมได้ทำคนที่เป็นเจ้าของให้กลับได้เป็นเจ้าของอีกเหมือนเดิม. มหาชนได้ให้สาธุการด้วยเสียงอันดังขึ้นพร้อมกันทีเดียว. พระราชาได้ทรงสดับเสียงนั้นแล้วจึงตรัสถามว่า นี่เสียงอะไรกันนะ พอได้สดับข้อความนั้นแล้ว จึงเสด็จเข้าไปนั่งใกล้พระมหาสัตว์ผู้ทำภัตกิจเสร็จแล้ว ตรัสถามว่า ท่านผู้เจริญ ทราบว่าวันนี้ พระคุณเจ้าตัดสินคดีความเองหรือ ? พระมหาสัตว์ทูลว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตร. พระราชาตรัสว่า ท่านผู้เจริญ เนื้อพระคุณเจ้าทำการตัดสินคดีความเป็นประจำต่อไป ความเจริญจักมีแก่มหาชน จำเดิมแต่วันนี้ไป ขอพระคุณเจ้าจงช่วยตัดสินคดีให้ด้วยเถิด. พระมหาสัตว์ทูลว่า มหาบพิตรอาตมภาพเป็นบรรพชิต การวินิจฉัยอรรถคดีนี้ มิใช่กิจของอาตมภาพเลย. พระราชาตรัสว่า ท่านผู้เจริญ พระคุณท่านควรทำความกรุณาในมหาชนเถิดพระคุณเจ้าไม่ต้องวินิจฉัยตลอดทั้งวันก็ได้ คือ ในเวลาเช้าออกจากอุทยานผ่านมาในที่นี้ กรุณาแวะเข้าไปยังโรงวินิจฉัยคดีแล้ว ทำการวินิจฉัยตัดสินความสัก ๔ เรื่อง พอฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว จะกลับไปยังอุทยาน กรุณาช่วยทำการวินิจฉัยตัดสินความให้อีก ๔ เรื่อง ถ้าทำได้อย่างนี้ ความเจริญจักมีแก่มหาชน. พระมหาสัตว์นั้น ถูกพระราชานั้นอ้อนวอนอยู่บ่อย ๆ เข้า จึงยอมรับว่า สาธุ ดังนี้. ตั้งแต่วันนั้นมา ก็ได้ทำอย่างนั้น. พวกลูกความโกงทั้งหลายไม่ได้แล้วซึ่งโอกาส.

ฝ่ายพวกอำมาตย์ ๕ คนนั้นเล่า เมื่อไม่ได้สินบนก็กลับกลายเป็นผู้ขัดสน จึงพากันปรึกษาว่า ตั้งแต่เวลาที่โพธิปริพาชกนาตัดสินความ พวกเราไม่ได้อะไร ๆ เลย เอาเถอะ พวกเราจักหาเรื่องปริพาชกนั้นแล้ว ยุยงพระราชาให้ตัดสิน ฆ่าปริพาชกนั้นให้ได้. พวกอำมาตย์นั้น พากันเข้าไปเฝ้าพระราชาแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า (บัดนี้) โพธิปริพาชกปรารถนาจักทำความพินาศต่อพระองค์ เมื่อพระราชาไม่ทรงเชื่อ ตรัสว่าโพธิปริพาชกนั้น เป็นผู้มีศีลมบูรณ์ด้วยความรู้ จักไม่ทำกรรมเห็นปานนั้นเด็ดขาด จึงพากันกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ประชาชนชาวเมืองทั้งสิ้น ถูกโพธิปริพาชกนั้น ทำให้อยู่ในเงื้อมมือของตนเสียแล้ว แต่ยังไม่อาจที่จะทำพวกข้าพระองค์ทั้ง ๕ คนนี้ได้เท่านั้น ถ้าพระองค์ไม่ทรงเชื่อถ้อยคำของพวกข้าพระองค์ไซร้ ในเวลาที่โพธิปริพาชกนั้นมาในที่นี้ พระองค์พึงทอดพระเนตรดูบริษัทเถิด. พระราชาทรงรับว่า ดีละ ดังนี้แล้ว ประทับยืนอยู่ที่สีหบัญชรทอดพระเนตรดูปริพาชกนั้นกำลังเดินมา ทรงเห็นบริวาร เพราะค่าที่พระองค์ไม่รู้เท่าทัน จึงทรงเจ้าใจพวกมนุษย์ที่มาฟ้องคดีความว่า เป็นบริวารของพระมหาสัตว์นั้น ทรงเชื่อแล้ว ตรัสสั่งให้พวกอำมาตย์นั้นเข้ามาเฝ้าแล้ว ตรัสถามว่า พวกเราจะทำอย่างไรกัน ? พวกอำมาตย์เหล่านั้น กราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์จงมีรับสั่งให้จับปริพาชกนั้นเถิด พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า เมื่อเรายังมองไม่เห็นความผิดอันยิ่งใหญ่ จักสั่งให้จับเขาได้อย่างไร. พวกอำมาตย์กราบทูลว่า ถ้าอย่างนั้น ขอพระองค์จงมีรับสั่งให้ลดการอุปัฏฐากที่เคยทำตามปกติแก่ปริพาชกนั้นลงเสียบ้าง ปริพาชกเป็นบัณฑิต พอเห็นการบำรุงนั้นค่อย ๆ ลดลง คงจักไม่ยอมบอกใคร ๆ แล้วแอบหนีไปเอง.

พระราชาตรัสว่า ดีละ แล้วตรัสสั่งให้ลดการบำรุงพระมหาสัตว์นั้นลงโดยลำดับ. ในวันแรก เจ้าหน้าที่จัด ให้พระมหาสัตว์นั้นนั่งบนบัลลังก์เปล่าเป็นลำดับแรก. ท่านพอเห็นบัลลังก์เปล่าก็รู้ว่า พระราชาเสื่อมศรัทธาเราเสียแล้วครั้นกลับไปยังอุทยานแล้ว แม้เป็นผู้มีความต้องการจะหลีกไปเสีย ในวันนั้นทีเดียว แต่ก็ (หักใจ) ไม่หลีกไปด้วยคิดว่า เราจักรู้ให้ถ่องแท้เสียก่อนแล้วจึงจักหลีกไป. ครั้น ในวันรุ่งขึ้น เมื่อพระมหาสัตว์นั้นนั่งบนบัลลังก์เปล่าเจ้าหน้าที่ได้ถือเอาภัตตาหารธรรมดาและสิ่งอื่นมาแล้ว ได้ถวายภัตตาหารที่คลุกปนกัน . ในวันที่ ๓ เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้เข้าไปสู่ห้องใหญ่ ให้พักอยู่ตรงเชิงบันไดเท่านั้นแล้ว ได้ถวายภัตตาหารที่คลุกปนกัน. พระมหาสัตว์นั้น ถือเอาภัตตาหารนั้นไปยังอุทยานแล้ว ได้กระทำภัตกิจ. ในวันที่ ๔ เจ้าหน้าที่ให้ยืนอยู่ที่ปราสาทชั้นล่างแล้ว ได้ถวายภัตที่หุงด้วยปลายข้าว. พระมหาสัตว์นั้นรับภัตแม้นั้น กลับไปยังอุทยาน ได้กระทำภัตกิจแล้ว. พระราชาตรัสถามพวกอำมาตย์ว่า มหาโพธิปริพาชก แม้เมื่อสักการะเสื่อมสิ้นลงแล้วก็ยังไม่ยอมหลีกไป พวกเราจะทำอย่างไรกันดี. พวกอำมาตย์กราบทูลแนะอุบายว่า ข้าแต่สมมุติเทพ เธอประพฤติเพื่อต้องการภัตก็หามิได้ แต่เธอประพฤติเพื่อต้องการเศวตฉัตร หากเธอประพฤติเพื่อต้องการภัตจริง เธอก็พึงหนีไปเสียแต่ในวันแรกนั่นแล. พระราชาตรัสถามว่า บัดนี้ เราจะทำอย่างไรกันดี ? พวกอำมาตย์กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พรุ่งนี้ขอพระองค์จะตรัสสั่งให้ฆ่าเขาเสียเถิด. ท้าวเธอรับว่า ดีละ แล้วทรงมอบดาบไว้ในมือของอำมาตย์ทั้ง ๕ คนเหล่านั้น แล้วตรัสสั่งว่า พรุ่งนี้ พวกท่านจงมายืนซุ้มอยู่ที่ระหว่างประตู พอปริพาชกนั้นเดินเข้ามา จงฟันศีรษะแล้วช่วยกันสับให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อย่าให้ใครรู้เรื่องอะไรแล้ว เอาไปทิ้งไว้ในหลุมคูถ อาบน้ำแล้วพึงกลับมาเสีย. อำมาตย์เหล่านั้นรับว่าดีละ แล้วจึงนัดหมายกันและกันว่า วันพรุ่งนี้ พวกเราจึงจักทำการอย่างนั้น แล้วต่างก็พากันไปสู่ที่อยู่ของตน. เวลาเย็น แม้พระราชาทรงเสวยโภชนะเสร็จแล้ว ทรงบรรทมเหนือที่บรรทมอันประกอบด้วยสิริ ได้ทรงระลึกถึงคุณงามความดีของพระมหาสัตว์. ในขณะนั้นนั่นเอง ความเศร้าโศกได้บังเกิดขึ้นแล้วแก่พระองค์. พระเสโทหลั่งไหลออกจากพระสรีระ พระองค์ไม่ได้รับความเบิกบานสำราญพระหทัย ทรงกระสับกระส่ายไปมาบนพระที่บรรทม. ลำดับนั้น พระอัครมเหสีของพระองค์ บรรทมอยู่ใกล้ ๆ. ท้าวเธอไม่ยอมทำแม้เพียงการเจรจาปราศรัยกับพระนางเลย. ลำดับนั้น พระนางจึงทูลถามท้าวเธอว่า ข้าแต่พระมหาราชเพค่ะ ทำไมหนอ พระองค์จึงไม่ทรงทำแม้เหตุเพียงการสนทนาปราศรัย หรือว่าหม่อมฉันมีความผิดอะไร ? พระราชาตรัสว่า ดูก่อนเทวี เธอไม่มีความผิดอะไรดอก แต่ทราบข่าวว่า โพธิปริพาชกกลายเป็นศัตรูต่อพวกเราไป ดังนั้นเราจึงสั่งให้อำมาตย์ ๕ คน จัดการเพื่อฆ่าเธอในวันพรุ่งนี้ อำมาตย์เหล่านั้นจักฆ่าเธอฟันให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วทิ้งในหลุมคูถ ก็โพธิปริพาชกนั้น ได้แสดงธรรมเป็นอันมากแก่พวกเราตลอดเวลา ๑๒ ปี แม้โทษสักนิดของเธอเราก็ไม่เคยเห็นประจักษ์ เป็นแต่เพียงได้รับคำบอกเล่าจากคนอื่น เราก็สั่งให้ฆ่าเธอเสียแล้ว เพราะเหตุนั้น เราจึงเศร้าโศก.

ลำดับนั้น พระนางจึงปลอบพระทัยพระราชาว่า ข้าแต่สมมุติเทพหากว่าโพธิปริพาชกนั้นกลายเป็นศัตรูจริง เมื่อพระองค์รับสั่งให้ฆ่าเธอเสียทำไม พระองค์จึงทรงเศร้าโศกเล่า ขึ้นชื่อว่า ศัตรูถึงจะเป็นลูกก็ต้องฆ่า เพื่อความสวัสดิภาพแก่ตน พระองค์อย่าได้เศร้าโศกไปเลย. เพราะถ้อยคำของพระนาง ท้าวเธอจึงได้รับความเบาพระทัย บรรทมหลับไป. ในขณะนั้น สุนัขตัวสีเหลืองชื่อว่า โกไลยกะ ได้พึงถ้อยคำนั้น แล้ว จึงคิดว่า พรุ่งนี้เราควรจะช่วยชีวิตโพธิปริพาชกนั้น ด้วยกำลังของตน ดังนี้ พอถึงวันรุ่งขึ้น จึงลงจากปราสาทแต่เช้าตรู่แล้ว มายังพระทวารใหญ่ นอนเอาหัวพาดบนธรณีประตูคอยมองดูหนทางที่พระมหาสัตว์จะเดินผ่านมา. ฝ่ายพวกอำมาตย์เหล่านั้นแลทุกคนต่างถือดาบเดินมายืนแอบอยู่ตรงที่ซอกประตูแต่เช้าตรู่. แม้พระโพธิสัตว์กะว่าได้เวลาแล้ว จึงออกจากอุทยานมายังประตูวัง.

ลำดับนั้น สุนัขโกไลยกะพอเห็นพระโพธิสัตว์นั้นแล้ว จึงอ้าปากแยกเขี้ยวทั้งสี่ ร้องขึ้นด้วยเสียงดังว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านไม่ได้ภิกษาที่อื่นในพื้นชมพูทวีปแล้วหรือ พระเจ้าแผ่นดินของพวกเรา ทรงให้อำมาตย์๕ คน ทุกคนมีดาบอยู่ในมือ ซุ่มตรงซอกประตู เพื่อต้องการจะฆ่าท่านเสีย ท่านอย่ามารับเอาความตายไว้ที่หน้าผากเลย จงรีบกลับไปเสียโดยเร็วเถิด. พระมหาสัตว์ รู้เนื้อความนั้นได้ เพราะคนเป็นผู้รู้สำเนียงเสียงร้องของสัตว์ทุกชนิด จึงกลับจากที่ตรงนั้น ไปยังอุทยานถือเอาบริกขาร เพื่อเตรียมตัวจะหลีกไปเสีย. ฝ่ายพระราชา ประทับยืนอยู่ที่สีหบัญชร ทอดพระเนตรดูพระมหาสัตว์ทั้งเวลามาและเวลากลับไป จึงทรงพระดำริว่า ถ้าโพธิปริพาชกนี้ พึงเป็นศัตรูต่อเราไซร้ เมื่อกลับไปยังสวนก็จักให้ประชุมหมู่พลตระเตรียมการงาน หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็คงจักเก็บเอาบริกขารของตนแล้วเตรียมตัวจะเดินทางไป ขั้นแรก เราจักรู้กิริยาของโพธิปริพาชกนั้น ดังนี้ จึงเสด็จไปสู่อุทยาน ทอดพระเนตรเห็นพระมหาสัตว์เดินออกจากบรรณศาลา ถึงท้ายที่จงกรมด้วยคิดว่า เราจักถือเอาบริกขารของตนแล้ว จักไป จึงนมัสการ ประทับยืน ณ ที่ควรข้างหนึ่ง ตรัสคาถาว่า

ข้าแต่ท่านพราหมณ์ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึง รีบร้อนถือเอาไม้เท้า หนังเสือ ร่ม รองเท้า ไม้ขอ บาตรและผ้าพาด ท่านปรารถนาจะไปยังทิศไหนหนอ.

ความแห่งบาทคาถานั้นว่า พระราชาตรัสถามว่า ท่านผู้เจริญ แต่ก่อนท่านมาสู่วังของเรา มิได้ถือไม้เท้าเป็นต้นมาเลย แต่ในวันนี้ เพราะเหตุไรท่านจึงได้รีบด่วนถือเอาเครื่องบริกขารเหล่านี้แม้ทั้งหมด คือ ไม้เท้า หนังเสือร่ม รองเท้า หม้อดิน ย่าม ขอสำหรับสอยผลไม้ บาตรดินและผ้าพาดมาด้วยเล่าท่านปรารถนาทิศไหนหนอ คือ ท่านปรารถนาจะไปในที่ไหน.

พระมหาสัตว์ ได้ฟังคำนั้นแล้ว ก็เข้าใจว่า พระราชาองค์นี้ ยังไม่รู้สึกถึงกรรมที่ตนเองได้ทำไว้ จึงคิดว่า เราจักให้ท้าวเธอรับรู้ จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า

ตลอดเวลา ๑๒ ปี ที่อาตมภาพอยู่ในสำนักของ มหาบพิตรนี้ อาตมภาพไม่เคยรู้จักเสียงที่สุนัขสีเหลือง มันคำราม ด้วยหูเลย สุนัขมันแยกเขี้ยวขาวเห่าอยู่ คล้ายกับว่าไม่เคยรู้จักกัน เพราะมันได้ยินถ้อยคำของ มหาบพิตรกับพระชายาผู้สิ้นศรัทธา จึงกล่าวกะอาตมภาพอย่างนี้.

ความแห่งบาทคาถานั้นว่า พระมหาสัตว์กล่าวว่า บรรดาบทเหล่านั้นบทว่า อภิกุชฺชิตํ ความว่า เราไม่เคยได้ยินเสียงที่สุนัขของพระองค์นี้ร้องด้วยเสียงอันดังอย่างนี้เลย. บทว่า ทตฺโตว แปลว่า คล้ายไม่เคยรู้จักกัน. บทว่า สภริยสฺส ความว่า เพราะมันได้ยินถ้อยคำของมหาบพิตรกับพระชายาตรัสบังคับให้อำมาตย์ ๕ คน เตรียมการเพื่อฆ่าอาตมภาพ จึงส่งเสียงเห่าอย่างเอ็ดอึง คล้ายกับว่าไม่เคยรู้จักกันว่า ท่านไม่ได้ภิกษาในที่อื่นหรือ พระราชาตรัสสั่งให้อำมาตย์ฆ่าท่าน ท่านอย่ามาในที่นี้เลย. บทว่า วีตสทฺธสฺส มํ ปติความว่า สุนัขนั้น ได้ฟังถ้อยคำของมหาบพิตร ผู้หมดศรัทธาในระหว่างตัวเราจึงกล่าวอย่างนี้.

ในลำดับนั้น พระราชาทรงยอมพระองค์รับผิด เมื่อจะทรงให้พระมหาสัตว์นั้นยกโทษ จึงตรัสคาถาที่ ๔ ว่า

ตอนที่ ๑ / ๔ตอนถัดไป

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๘๔–๑๑๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปัญญาสนิบาตชาดก · ๑๘๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๘๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มหาโพธิชาตกํ

กินฺนุ ทณฺฑํ กิมาชินนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺญาปารมึ อารพฺภ กเถสิ ฯ

วตฺถุ มหาอุมฺมงฺคชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ

ตทา ปน สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตถาคโต ปญฺญวา ปรสฺส วาทมทฺทโนเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิกรฏฺเฐ อสีติโกฏิวิภวสฺส อุทิจฺจพฺราหฺมณมหาสาลสฺส กุเล นิพฺพตฺติ ฯ โพธิกุมาโรติสฺส นามํ กรึสุ ฯ โส วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป ปจฺจาคนฺตฺวา อคารมชฺเฌ วสนฺโต อปรภาเค กาเม ปหาย หิมวนฺตปฺปเทสํ ปวิสิตฺวา ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตตฺเถว วนมูลผลาหาโร จิรํ วสิตฺวา วสฺสารตฺตสมเย หิมวนฺตา โอรุยฺห จาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส ปริพฺพาชกสารุปฺเปน นคเร ภิกฺขาย จรนฺโต ราชทฺวารํ ปาปุณิ ฯ ตเมนํ สีหปญฺชเร ฐิโต ราชา ทิสฺวา ตสฺส อุปสเม ปสีทิตฺวา ตํ อตฺตโน ภวนํ ปเวเสตฺวา กตปฏิสนฺถาโร โถกํ ธมฺมกถํ สุตฺวา นานคฺครสโภชนํ ทาเปสิ ฯ มหาสตฺโต ภตฺตํ คเหตฺวา จินฺเตสิ อิทํ ราชกุลํ นาม พหุโทสํ พหู ปจฺจามิตฺตา โหนฺติ โก นุโข มม อุปฺปนฺนํ ภยํ นิตฺถริสฺสตีติ ฯ โส อวิทูเร ฐิตํ ราชวลฺลภํ เอกํ ปิงฺคลสุนขํ ทิสฺวา มหนฺตํ ภตฺตปิณฺฑํ คเหตฺวา ตสฺส ทาตุกามตาการํ ทสฺเสสิ ฯ ราชา ญตฺวา สุนขสฺส ภาชนํ อาหราเปตฺวา ภตฺตํ คาหาเปตฺวา ทาเปสิ ฯ มหาสตฺโตปิ ตสฺส ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐเปสิ ฯ ราชาปิ ตสฺส ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อนฺโตนคเร ราชุยฺยาเน ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา ปพฺพชิตปริกฺขาเร ทตฺวา ตํ ตตฺถ วสาเปสิ ฯ เทวสิกํ จสฺส เทฺว ตโย วาเร อุปฏฺฐานํ อคมาสิ ฯ โภชนกาเล ปน มหาสตฺโต นิจฺจํ ราชปลฺลงฺเกเยว นิสีทิตฺวา ราชโภชนเมว ภุญฺชติ ฯ เอวํ ทฺวาทส สํวจฺฉรานิ อตีตานิ ฯ ตสฺส ปน รญฺโญ ปญฺจ อมจฺจา อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุสาสนฺติ ฯ เตสุ เอโก อเหตุกวาที เอโก อิสฺสรกรณวาที เอโก ปุพฺเพกตวาที เอโก อุจฺเฉทวาที เอโก ขตฺตวิชฺชวาที ฯ เตสุ อเหตุกวาที อิเม สตฺตา สํสารสุทฺธิกาติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ อิสฺสรกรณวาที อยํ โลโก อิสฺสรนิมฺมิโตติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ ปุพฺเพกตวาที อิเมสํ สตฺตานํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อุปฺปชฺชมานํ ปุพฺเพ กเตเนว อุปฺปชฺชตีติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ อุจฺเฉทวาที อิโต ปรโลกํ คโต นาม นตฺถิ อยํ โลโก อุจฺฉิชฺชตีติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ ขตฺตวิชฺชวาที มาตาปิตโรปิ มาเรตฺวา อตฺตโนว อตฺโถ กาตพฺโพติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ เต รญฺโญ วินิจฺฉเย นิยุตฺตา ลญฺจขาทกา หุตฺวา อสฺสามิกํ สามิกํ สามิกํ อสฺสามิกํ กโรนฺติ ฯ

อเถกทิวสํ เอโก ปุริโส กูฏฏฺฏปราชิโต มหาสตฺตํ ภิกฺขาย จรนฺตํ ราชเคหํ ปวิสนฺตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ภนฺเต ตุมฺเห ราชเคเห ภุญฺชมานา วินิจฺฉยามจฺเจ ลญฺจํ คเหตฺวา โลกํ วินาเสนฺเต กสฺมา อชฺฌุเปกฺขถ อิทานิมฺหิ ปญฺจหิ อมจฺเจหิ กูฏฏฺฏการกสฺส หตฺถโต ลญฺจํ คเหตฺวา สามิโกว สมาโน อสฺสามิโก กโตติ ปริเทวิ ฯ โส ตสฺมึ การุญฺญวเสน วินิจฺฉยํ คนฺตฺวา ธมฺเมน วินิจฺฉินิตฺวา สามิกํเยว สามิกํ อกาสิ ฯ มหาชโน เอกปฺปหาเรเนว มหาสทฺเทน สาธุการํ อทาสิ ฯ ราชา ตํ สทฺทํ สุตฺวา กึสทฺโท นามายนฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ มหาสตฺตํ อุปนิสีทิตฺวา ปุจฺฉิ ภนฺเต อชฺช กิร โว อฏฺโฏ วินิจฺฉิโตติ ฯ อาม มหาราชาติ ฯ ภนฺเต ตุมฺเหสุ วินิจฺฉินนฺเตสุ มหาชนสฺส วุฑฺฒิ ภวิสฺสติ อิโต ปฏฺฐาย ตุมฺเห วินิจฺฉินถาติ ฯ มหาราช มยํ ปพฺพชิตา นาม เนตํ อมฺหากํ กมฺมนฺติ ฯ ภนฺเต มหาชเน การุญฺเญน กาตุํ วฏฺฏติ ตุมฺเห สกลทิวสํ มา วินิจฺฉินถ อุยฺยานโต ปน อิธาคจฺฉนฺตา วินิจฺฉยฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปาโตว จตฺตาโร อฏฺเฏ วินิจฺฉินถ ภุตฺวา อุยฺยานํ คจฺฉนฺตา จตฺตาโร เอวํ มหาชนสฺส วุฑฺฒิ ภวิสฺสตีติ ฯ โส เตน ปุนปฺปุนํ ยาจิยมาโน สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย ตถา อกาสิ ฯ กูฏฏฺฏการกา โอกาสํ น ลภึสุ ฯ เตปิ อมจฺจา ลญฺจํ อลภนฺตา ทุคฺคตา หุตฺวา จินฺตยึสุ โพธิปริพฺพาชกสฺส วินิจฺฉยกาลโต ปฏฺฐาย มยํ กิญฺจิ น ลภาม หนฺท นํ ราชเวริโกติ รญฺโญ อนฺตเร ปริภินฺทิตฺวา มาราเปสฺสามาติ ฯ เต ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา มหาราช โพธิปริพฺพาชโก ตุมฺหากํ อนตฺถกาโมติ วตฺวา อสทฺทหนฺเตน รญฺญา สีลวา เอโส ญาณสมฺปนฺโน น เอวรูปํ กริสฺสตีติ วุตฺเต มหาราช เตน สกลนครวาสิโน อตฺตโน หตฺเถ กตา เกวลํ อมฺเหเยว ปญฺจ ชเน กาตุํ น สกฺโกติ สเจ อมฺหากํ วจนํ น สทฺทหถ ตสฺส อิธาคมนกาเล ปริสํ โอโลเกยฺยาถาติ อาหํสุ ฯ ราชา สาธูติ สีหปญฺชเร ฐิโต ตํ อาคจฺฉนฺตํ โอโลเกนฺโต ปริวารํ ปสฺสิตฺวา อตฺตโน อญาเณน อฏฺฏการกมนุสฺเส ตสฺส ปริวาราติ มญฺญมาโน ภิชฺชิตฺวา เต อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา กินฺติ กโรมาติ ปุจฺฉิ ฯ คณฺหาเปถ นํ เทวาติ ฯ โอฬาริกํ อปราธํ อปสฺสนฺตา กถํ คณฺหาเปสฺสามาติ ฯ เตนหิ มหาราช ปกติปริหารมสฺส หาเปถ ตํ ปริหายนฺตํ ทิสฺวา ปณฺฑิโต ปริพฺพาชโก กสฺสจิ อนาโรเจตฺวา สยเมว ปลายิสฺสตีติ ฯ

ราชา สาธูติ วตฺวา อนุปุพฺเพน ตสฺส ปริหารํ ปริหาเปสิ ฯ ปฐมทิวสํ ตาว นํ ตุจฺฉปลฺลงฺเกเยว นิสีทาเปสุํ ฯ โส ตุจฺฉปลฺลงฺกํ ทสฺวาว รญฺโญ ปริภินฺนภาวํ ญตฺวา สยเมว อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตํ ทิวสเมว ปกฺกมิตุกาโม หุตฺวาปิ เอกนฺเตน ญตฺวา ปกฺกมิสฺสามีติ น ปกฺกามิ ฯ อถสฺส ปุนทิวเส ตุจฺฉปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส รญฺโญ ปกติภตฺตญฺจ อญฺญญฺจ คเหตฺวา มิสฺสกภตฺตํ อทํสุ ฯ ตติยทิวเส มหาตลํ ปวิสิตุํ อทตฺวา โสปานสีเสเยว ฐเปตฺวา มิสฺสกภตฺตํ อทํสุ ฯ โส ตํปิ คเหตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ อกาสิ ฯ จตุตฺถทิวเส เหฏฺฐา ปาสาเทว ฐเปตฺวา กาณาชกภตฺตํ อทํสุ ฯ โส ตํปิ คเหตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ อกาสิ ฯ ราชา อมจฺเจ ปุจฺฉิ มหาโพธิปริพฺพาชโก สกฺกาเร ปริหาปิเตปิ น ปกฺกมติ กินฺติ กโรมาติ ฯ เทว น โส ภตฺตตฺถาย จรติ ฉตฺตตฺถาย ปน จรติ สเจ ภตฺตตฺถาย จเรยฺย ปฐมทิวเสเยว ปลาเยยฺยาติ ฯ อิทานิ กึ กโรมาติ ฯ เสฺว ฆาฏาเปถ นํ มหาราชาติ ฯ โส สาธูติ เตสญฺเญว หตฺเถ ขคฺเค ฐเปตฺวา เสฺว อนฺตรทฺวาเร ฐตฺวา ปวิสนฺตสฺเสวสฺส สีสํ ฉินฺทิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ กตฺวา กิญฺจิ อชานาเปตฺวา วจฺจกุฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา นหาตฺวา อาคจฺเฉยฺยาถาติ อาห ฯ เต สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เสฺว อาคนฺตฺวา เอวํ กริสฺสามาติ อญฺญมญฺญํ วิจาเรตฺวา อตฺตโน นิเวสนานิ อคมํสุ ฯ ราชาปิ สายํ ภุตฺตโภชโน สิริสยเน นิปชฺชิตฺวา มหาสตฺตสฺส คุเณ อนุสฺสริ ฯ อถสฺส ตาวเทว โสโก อุปฺปชฺชิ ฯ สรีรโต เสทา มุญฺจนฺติ สยเน อสฺสาทํ อลภนฺโต อปราปรํ ปริวตฺติ ฯ อถสฺส อคฺคมเหสี อุปนิปชฺชิ ฯ โส ตาย สทฺธึ สลฺลาปมตฺตํปิ น กริ ฯ อถ นํ สา กึ นุโข มหาราช สลฺลาปมตฺตํปิ น กโรถ อปิ นุโข เม โกจิ อปราโธ อตฺถีติ ปุจฺฉิ ฯ นตฺถิ เทวิ อปิ จ โข โพธิปริพฺพาชโก กิร อมฺหากํ ปจฺจตฺถิโก ชาโตติ ตสฺส เสฺว ฆาฏนตฺถาย ปญฺจ อมจฺเจ อาณาเปสึ เต นํ หนิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ กตฺวา วจฺจกูเป ขิปิสฺสนฺติ โส ปน อมฺหากํ ทฺวาทส สํวจฺฉรานิ พหุธมฺมํ เทเสสิ เอกาปราโธปิสฺส มยา ปจฺจกฺขโต น ทิฏฺฐปุพฺโพ ปรปตฺติเยน ปน หุตฺวา ตสฺส มยา วโธ อาณตฺโต เตน การเณน โสจามีติ ฯ

อถ นํ สา สเจ เทว โส ปจฺจตฺถิโก ชาโต ตํ ฆาเฏนฺโต กึ โสจสิ ปจฺจตฺถิกํ นาม ปุตฺตํปิ ฆาเฏตฺวา อตฺตโน โสตฺถิภาโว กาตพฺโพว มา โสจิตฺถาติ อสฺสาเสสิ ฯ โส ตสฺสา วจเนน ปฏิลทฺธสฺสาโส นิทฺทํ โอกฺกมิ ฯ ตสฺมึ ขเณ โกเลยฺยโก ปิงฺคลสุนโข ตํ กถํ สุตฺวา เสฺว มยา อตฺตโน พเลน ตสฺส ชีวิตํ ทาตุํ วฏฺฏตีติ จินฺเตตฺวา ปุนทิวเส ปาโตว ปาสาทา โอรุยฺห มหาทฺวารํ อาคนฺตฺวา อุมฺมาเร สีสํ กตฺวา มหาสตฺตสฺส อาคมนมคฺคํ โอโลเกนฺโต นิปชฺชิ ฯ เตปิ โข อมจฺจา ปาโตว ขคฺคหตฺถา อาคนฺตฺวา ทฺวารนฺตเร อฏฺฐํสุ ฯ โพธิสตฺโตปิ เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา อุยฺยานา นิกฺขมฺม ราชทฺวารํ อาคญฺฉิ ฯ อถ นํ สุนโข ทิสฺวา มุขํ วิวริตฺวา จตสฺโส ทาฐา ทสฺเสตฺวา กึ ตฺวํ ภนฺเต ชมฺพูทีปตเล อญฺญตฺถ ภิกฺขํ น ลภสิ อมฺหากํ ราชา ตํ มารณตฺถาย ปญฺจ อมจฺเจ ขคฺคหตฺเถ ทฺวารนฺตเร ฐเปสิ มา ตฺวํ นลาเฏ มจฺจุํ คเหตฺวา อาคมิสฺสสิ สีฆํ ปกฺกมาติ มหาสทฺเทน วิรวิ ฯ โส สพฺพรุทญฺญุตาย ตมตฺถํ ญตฺวา ตโตว นิวตฺติตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ปกฺกมนตฺถาย ปริกฺขาเร อาทิยิ ฯ ราชาปิ สีหปญฺชเร ฐิโต ตํ อาคจฺฉนฺตญฺจ คจฺฉนฺตญฺจ ทิสฺวา สเจ อยํ มม ปจฺจตฺถิโก ภเวยฺย อุยฺยานํ คนฺตฺวา พลํ สนฺนิปาตาเปตฺวา กมฺมสชฺโช ภวิสฺสติ โน เจ อตฺตโน ปริกฺขาเร คเหตฺวา คมนสชฺโช ภวิสฺสติ ชานิสฺสามิ ตาวสฺส กิริยนฺติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา มหาสตฺตํ อตฺตโน ปริกฺขาเร อาทาย คมิสฺสามีติ ปณฺณสาลโต นิกฺขนฺตํ จงฺกมโกฏิยํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต คาถมาห

กินฺนุ ทณฺฑํ กิมาชินํ กึ ฉตฺตํ กึ อุปาหนํ

กึ องฺกุสญฺจ ปตฺตญฺจ สงฺฆาฏิญฺจาปิ พฺราหฺมณ

ตรมานรูโป คณฺหาสิ กินฺนุ ปตฺถยเส ทิสนฺติ ฯ

ตสฺสตฺโถ ภนฺเต ปุพฺเพ ตฺวํ อมฺหากํ ฆรํ อาคจฺฉนฺโต ทณฺฑาทีนิ น คณฺหสิ อชฺช ปน เกน การเณน ทณฺฑญฺจ อชินญฺจ ฉตฺตญฺจ อุปาหนญฺจ มตฺติกปสิพฺพโกลมฺพนองฺกุสญฺจ มตฺติกปตฺตญฺจ สงฺฆาฏิญฺจาติ สพฺเพปิเม ปริกฺขาเร ตรมาโน คณฺหาสิ กตรํ นุ ทิสํ ปตฺเถสิ กตฺถ คนฺตุกาโมสีติ ปุจฺฉิ ฯ

ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต อยํ อตฺตนา กตกมฺมํ น ชานาตีติ มญฺญติ ชานาเปสฺสามิ นนฺติ จินฺเตตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ

ทฺวาทเสตานิ วสฺสานิ วสิตานิ ตฺวนฺติเก

นาภิชานามิ โสเตน ปิงฺคเลนาภิกุชฺชิตํ ฯ

สฺวายํ ทตฺโตว นทติ สุกฺกทาฐํ วิทํสยิ

ตว สุตฺวา สภริยสฺส วีตสทฺธสฺส มํ ปตีติ ฯ

ตตฺถ อภิกุชฺชิตนฺติ เอเตน ตว สุนเขน เอวํ มหาวิรเวน วิรวิตํ น ชานามิ ฯ ทตฺโตวาติ ทปฺปิโต วิย ฯ สภริยสฺสาติ ตว สภริยสฺส มม มารณตฺถาย ปญฺจนฺนํ อมจฺจานํ อาณตฺตภาวํ กเถนฺตสฺส สุตฺวา กึ ตฺวํ อญฺญตฺถ ภิกฺขํ น ลภสิ รญฺญา เต วโธ อาณตฺโต อิธ มา คจฺฉาติ ทตฺโตว นทติ ฯ วีตสทฺธสฺส มํ ปตีติ มมนฺตเร วีตสทฺธสฺส ตว วจนํ สุตฺวา เอวํ วทตีติ อาห ฯ

ตโต ราชา อตฺตโน โทสํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตํ ขมาเปนฺโต

จตุตฺถํ คาถมาห

อหุ เอส กโต โทโส ยถา ภาสสิ พฺราหฺมณ

เอส ภิยฺโย ปสีทามิ วส พฺราหฺมณ มา คมาติ ฯ

ตตฺถ ภิยฺโยติ สจฺจํ มยา เอวํ อาณตฺตํ อยํ เม โทโส เอส ปนาหํ อิทานิ อธิกตรํ ตว ปสีทามิ อิเธว วส มา พฺราหฺมณ อญฺญตฺถ คมาติ ฯ

ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต มหาราช ปณฺฑิตา นาม ตาทิเสน ปรปตฺติเยน อปจฺจกฺขการินา สทฺธึ น สํวสนฺตีติ วตฺวา ตสฺส อนาจารํ ปกาเสนฺโต อาห

สพฺพเสโต ปุเร อาสิ ตโตปิ สพโล อหุ

สพฺพโลหิตโก ทานิ กาโล ปกฺกมิตุํ มม ฯ

อพฺภนฺตรํ ปุเร อาสิ ตโต มชฺเฌ ตโต พหิ

ปุรา นิทฺธมนา โหติ สยเมว วชามิหํ ฯ

วีตสทฺธํ น เสเวยฺย อุทปานํวโนทกํ

สเจปิ นํ อนุขเน วาริกทฺทมคนฺธิกํ ฯ

ปสนฺนเมว เสเวยฺย อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเย

ปสนฺนํ ปยิรุปาเสยฺย รหทํโวทกตฺถิโก ฯ

ภเช ภชนฺตํ ปุริสํ อภชนฺตํ น ภชฺชเย

อสปฺปุริสธมฺโม โส โย ภชนฺตํ น ภชฺชติ ฯ

โย ภชนฺตํ น ภชติ เสวมานํ น เสวติ

สเว มนุสฺสปาปิฏฺโฐ มิโค สาขสฺสิโต ยถา ฯ

อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคา อสโม สรเณน จ

เอเตน มิตฺตา ชีรนฺติ อกาเล ยาจนาย จ ฯ

ตสฺมา นาภิกฺขณํ คจฺเฉ น จ คจฺเฉ จิราจิรํ

กาเลน ยาจํ ยาเจยฺย เอวํ มิตฺตา น ชีรเร ฯ

อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย

อามนฺต โข ตํ คจฺฉาม ปุรา เต โหม อปฺปิยาติ ฯ

ตตฺถ สพฺพเสโตติ มหาราช ปฐมเมว ตาว ตว นิเวสเน มม โอทโน สพฺพเสโต อโหสิ ยํ ตฺวํ ภุญฺชสิ ตเมว ทาเปสีติ อตฺโถ ฯ ตโตติ ตโต ปจฺฉา ปริเภทกานํ วจนํ คเหตฺวา ตว มยิ วิรตฺตกาเลปิ สพโล มิสฺสโกทโน ชาโต ฯ อิทานีติ อิทานิ สพฺพโลหิตโก ชาโต ฯ กาโลติ อญฺญาณสฺส ตว สนฺติกา อิทานิ มม ปกฺกมิตุํ กาโล ฯ อพฺภนฺตรนฺติ ปฐมํ มม อพฺภนฺตรํ อาสนํ อลงฺกตมหาตลมฺหิ อสฺสิตเสตจฺฉตฺเต ราชปลฺลงฺเกเยว มํ นิสีทาเปสุํ ฯ มชฺเฌติ โสปานมตฺถเก ฯ ปุรา นิทฺธมนา โหตีติ ยาว คีวายํ คเหตฺวา นิกฺกฑฺฒนา โหติ ฯ อนุขเนติ สเจ อนุทกํ อุทปานํ ปตฺโต ปุริโส อุทกํ อปฺปสฺสนฺโต กลลํ วิยูหิตฺวา อนุขเนยฺย ตถาปิ ตํ วาริกทฺทมคนฺธิกํ ภเวยฺย อมนุญฺญตาย น ปิเวยฺย ตเถว วีตสทฺธํ ปยิรุปาสนฺเตน ลทฺธปจฺจยาปิ ปริตฺตา เจว ลูขา จ อมนุญฺญา อปริโภคารหาติ อตฺโถ ฯ ปสนฺนนฺติ ปติฏฺฐิตสทฺธํ ฯ รหทนฺติ คมฺภีรํ มหารหทํ ฯ ภชนฺตนฺติ อตฺตานํ ภชนฺตเมว ภเชยฺย ฯ อภชนฺตนฺติ ปจฺจตฺถิกํ ฯ น ภชฺชเยติ น ภเชยฺย ฯ น ภชฺชตีติ โย ปุริโส อตฺตานํ ภชนฺตํ หิตจิตฺตํ ปุคฺคลํ น ภชติ โส อสปฺปุริสธมฺโม นามาติ ฯ มนุสฺสปาปิฏฺโฐติ มนุสฺสลามโก ปฏิกุฏฺโฐ ปจฺฉิมโก ฯ สาขสฺสิโตติ มกฺกโฏ ฯ อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคาติ อติวิย อภิณฺหสํสคฺเคน ฯ อกาเลติ อยุตฺตปฺปตฺตกาเล ปรสฺส ปิยภณฺฑํ ยาจนาย มิตฺตา ชีรนฺติ นาม ตฺวํปิ อติจิรํ นิวาเสน มยิ เมตฺตํ ภินฺทิ ฯ ตสฺมาติ ยสฺมา อจฺจาภิกฺขณสํสคฺเคน อสโมสรเณน จ มิตฺตา ชีรนฺติ ตสฺมา ฯ จิราจิรนฺติ จิรกาลํ วีตินาเมตฺวา จิรํ น คจฺเฉ น อุปสงฺกเม ฯ ยาจนฺติ ยาจิตพฺพํ ภณฺฑกํ ยุตฺตกาเล น ยาเจยฺย ฯ น ชีรเรติ เอวํ มิตฺตา น ชีรนฺติ ฯ ปุรา เต โหมาติ ยาว ตว อปฺปิยา น โหม ตาว อามนฺเตตฺวาว เอวํ คจฺฉามาติ ฯ

ราชา อาห

เอวํ เจ ยาจมานานํ อญฺชลึ นาวพุชฺฌสิ

ปริวารกานํ สตฺตานํ วจนํ น กโรสิ โน

เอวนฺตํ อภิยาจาม ปุน กยิราสิ ปริยายนฺติ ฯ

ตตฺถ นาวพุชฺฌสีติ สเจ ภนฺเต เอวํ ยาจนฺเตน มยา กตํ อญฺชลึ น ชานาสิ น ปฏิคณฺหสีติ อตฺโถ ฯ ปริยายนฺติ ปุน อิธาคมนาย เอกวารํ กเรยฺยาสีติ ยาจติ ฯ

โพธิสตฺโต อาห

เอวญฺเจ โน วิหรตํ อนฺตราโย น เหสฺสติ

ตุมฺหญฺจาปิ มหาราช อมฺหํ วา รฏฺฐวฑฺฒน

อปฺเปว นาม ปสฺเสม อโหรตฺตานมจฺจเยติ ฯ

ตตฺถ เอวญฺเจ โนติ สเจ มหาราช เอวํ นานา หุตฺวา วิหรนฺตานํ อมฺหากํ อนฺตราโย น เหสฺสติ ตุยฺหํ วา มยฺหํ วา ชีวิตํ ปวตฺติสฺสตีติ ทีเปติ ฯ ปสฺเสมาติ อปิ นาม ปสฺเสยฺยาม ฯ

เอวํ วตฺวา มหาสตฺโต รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา อปฺปมตฺโต โหหิ มหาราชาติ วตฺวา อุยฺยานา นิกฺขมิตฺวา เอกสฺมึ สภาคฏฺฐาเน ภิกฺขาย จริตฺวา พาราณสิโต นิกฺขมฺม อนุปุพฺเพน หิมวนฺโตกาสเมว คนฺตฺวา กิญฺจิ กาลํ วสิตฺวา ปุน โอตริตฺวา เอกํ ปจฺจนฺตคามํ นิสฺสาย อรญฺเญ วิหาสิ ฯ ตสฺส ปน คตกาลโต ปฏฺฐาย เต อมจฺจา ปุน วินิจฺฉเย นิสีทิตฺวา วิโลปํ กโรนฺตา จินฺตยึสุ สเจ มหาโพธิปริพฺพาชโก ปุน อาคมิสฺสติ ชีวิตํ โน นตฺถิ กึ นุ ขฺวสฺส อนาคมนการณํ กเรยฺยามาติ ฯ อถ เนสํ เอตทโหสิ อิเม สตฺตา ปฏิพทฺธฏฺฐานํ นาม ปชหิตุํ น สกฺโกนฺติ กึ นุ ขฺวสฺส อิธ ปฏิพทฺธฏฺฐานนฺติ ฯ ตโต รญฺโญ อคฺคมเหสีติ ญตฺวา ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ยํ โส อิมํ นิสฺสาย อาคจฺเฉยฺย ปฏิกจฺเจว นํ มาราเปสฺสามาติ ฯ เต ราชานํ เอตทโวจุํ อิเม ทิวเส เอกา กถา สุยฺยตีติ ฯ กึกถา นามาติ ฯ มหาโพธิปริพฺพาชโก จ กิร เทวี จ อญฺญมญฺญํ สาสนปฏิสาสนํ เปเสนฺตีติ ฯ กินฺติ กตฺวาติ ฯ เตน กิร เทวิยา เปสิตํ สกฺกา นุ โข อตฺตโน พเลน ราชานํ มาราเปตฺวา มม เสตจฺฉตฺตํ ทาตุนฺติ ตายปิสฺส เปสิตํ รญฺโญ มรณนฺนาม มม ภาโร มหาโพธิปริพฺพาชโก ขิปฺปํ อาคจฺฉตูติ ฯ ราชา เตสํ ปุนปฺปุนํ กเถนฺตานํ สทฺทหิตฺวา อิทานิ กึ กาตพฺพนฺติ ปุจฺฉิตฺวา เทวึ มาเรตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺเต อนุปปริกฺขิตฺวาว เตนหิ นํ ตุมฺเหว มาเรตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา วจฺจกูเป ขิปถาติ อาห ฯ เต ตถา กรึสุ ฯ ตสฺสา มาริตภาโว สกลนคเร ปากโฏ อโหสิ ฯ

อถสฺสา จตฺตาโร ปุตฺตา อิมินา โน นิรปราธา มาตา มาริตาติ รญฺโญ ปจฺจตฺถิกา อเหสุํ ฯ ราชา มหาภยปฺปตฺโต อโหสิ ฯ มหาสตฺโต ปรมฺปราย ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา จินฺเตสิ ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ เต กุมาเร สญฺญาเปตฺวา ปิตรํ ขมาเปตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ รญฺโญ จ ชีวิตํ ทสฺสามิ กุมาเร ปาปโต โมเจสฺสามีติ ฯ โส ปุนทิวเส ปจฺจนฺตคามํ ปวิสิตฺวา มนุสฺเสหิ ทินฺนํ มกฺกฏมํสํ ขาทิตฺวา ตสฺส จมฺมํ ยาจิตฺวา อสฺสมปเท สุกฺขาเปตฺวา นิคฺคนฺธํ กตฺวา นิวาเสสิปิ ปารุเปสิปิ อํเสปิ ฐเปสิ ฯ กึการณา ฯ พหูปกาโร เมติ วจนตฺถาย ฯ โส ตํ จมฺมํ อาทาย อนุปุพฺเพน พาราณสึ คนฺตฺวา กุมาเร อุปสงฺกมิตฺวา ปิตุฆาฏกมฺมํ นาม ทารุณํ ตํ โว น กาตพฺพํ อชรามโร สตฺโต นาม นตฺถิ อหํ ตุมฺเห อญฺญมญฺญํ สมคฺเค กริสฺสามีติ อาคโต ตุมฺเห มยา ปหิเต สาสเน อาคจฺเฉยฺยาถาติ กุมาเร โอวทิตฺวา อนฺโตนคเร อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา มกฺกฏจมฺมํ อตฺถริตฺวา สิลาปฏฺเฏ นิสีทิ ฯ อถ นํ อุยฺยานปาโล ทิสฺวา เวเคน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ ฯ ราชา สุตฺวาว สญฺชาตโสมนสฺโส เต อมจฺเจ อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา นิสีทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กาตุํ อารภิ ฯ มหาสตฺโต เตน สทฺธึ อสมฺโมทิตฺวา มกฺกฏจมฺมํเยว ปริมชฺชิ ฯ อถ นํ เอวมาห ภนฺเต ตุมฺเห มํ อกเถตฺวา มกฺกฏจมฺมเมว ปริมชฺชถ กึ โว อิทํ มยา พหูปการตรนฺติ ฯ อาม มหาราช พหูปกาโร เม เอส พานโร อหมสฺส ปิฏฺเฐ นิสีทิตฺวา วิจริ อยํ เม ปานียฆฏํ อาหริ วสนฏฺฐานํ สมฺมชฺชิ อภิสมาจาริกวตฺตปฏิวตฺตํ เม อกาสิ อหํ ปน อตฺตโน ทุพฺพลจิตฺตตายสฺส มํสํ ขาทิตฺวา จมฺมํ สุกฺขาเปตฺวา อตฺถริตฺวา นิสีทามิ เจว นิปชฺชามิ จ เอวํ พหูปกาโร เอส มยฺหนฺติ ฯ อิติ โส เตสํ วาเท ภินฺทนตฺถาย วานรจมฺเม จ วานเร จ วานรโวหารํ อาโรเปตฺวา ตํ ตํ ปริยายํ สนฺธาย อิมํ กถํ กเถสิ ฯ โส หิ ตสฺส นิวตฺถปุพฺพตฺตา ปิฏฺเฐ นิสีทิตฺวา วิจรินฺติ อาห ฯ ตํ อํเส กตฺวา ปานียฆฏสฺส อาหฏตฺตา ปานียฆฏํ อาหรตีติ อาห ฯ เตน จมฺเมน ภูมิยํ สมฺมชฺชปุพฺพตฺตา วสนฏฺฐานํ สมฺมชฺชีติ อาห ฯ นิปนฺนกาเล เตน จมฺเมน ปิฏฺฐิยา อกฺกนฺตกาเล ปาทานํ ผุฏฺฐปุพฺพตฺตา วตฺตปฏิวตฺตํ เม อกาสีติ อาห ฯ ฉาตกาเล ปน ตสฺส มํสํ ลภิตฺวา ขาทิตตฺตา อหํ ปน อตฺตโน ทุพฺพลจิตฺตตายสฺส มํสํ ขาทินฺติ อาห ฯ

ตํ สุตฺวา เต อมจฺจา ปาณาติปาโต เตน กโตติ สญฺญาย ปสฺสถ โภ ปพฺพชิตสฺส กมฺมํ มกฺกฏํ กิร มาเรตฺวา มํสํ ขาทิตฺวา จมฺมํ คเหตฺวา วิจรตีติ ปาณึ ปหริตฺวา ปริหาสมกํสุ ฯ มหาสตฺโต เต ตถา กโรนฺเต ทิสฺวา อิเม อตฺตโน วาทเภทนตฺถาย มม จมฺมํ อาทาย อาคตภาวํ น ชานนฺติ ชานาเปสฺสามิ เนติ อเหตุกวาทึ ตาว อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉิ อาวุโส ตฺวํ กสฺมา มํ ปริภาสสีติ ฯ มิตฺตทุพฺภิกมฺมสฺส เจว ปาณาติปาตสฺส จ กตตฺตาติ ฯ

ตโต มหาสตฺโต โย ปน คติยา เจว ทิฏฺฐิยา จ เต สทฺทหิตฺวา เอวํ กเรยฺย เตน กึ ทุกฺกฏนฺติ ตสฺส วาทํ ภินฺทนฺโต อาห

อุทีรณา เจ สงฺคหตฺยา ภาวายมนุวตฺตติ

อกามา อกรณียํ วา กรณียํ วาปิ กุพฺพติ

อกามกรณียสฺมึ กฺวิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ

โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก

โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโย พานโร มยา ฯ

อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย

น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ

ตตฺถ อุทีรณาติ กถา ฯ สงฺคตฺยาติ สํคติยา ฉนฺนํ อภิชาตีนํ ตํ ตํ อภิชาตึ อุปคมเนน ฯ ภาวายมนุวตฺตตีติ ภาเวน อนุวตฺตติ ฯ กรณตฺเถ สมฺปทานํ ฯ อกามาติ อกาเมน อนิจฺฉาย ฯ อกรณียํ วาติ อกตฺตพฺพํ ปาปกํ วา ฯ กรณียํ วาติ กตฺตพฺพกุสลํ วา ฯ กุพฺพตีติ กโรติ ฯ กฺวิธาติ โก อิธ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ตฺวํ อเหตุวาที นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายาติ อาทิทิฏฺฐิโก อยํ โลโก สํคติยา เจว สภาเวน จ อนุวตฺตติ ปริณมติ ตตฺถ ตตฺถ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ อกามโก จ ปาปํ วา ปุญฺญํ วา กโรตีติ วทสิ อยํ ตว อุทีรณา สเจ ตถา เอวํ สนฺเต อกามกรณียสฺมึ อตฺตโน ธมฺมตาย ปวตฺตมาเน ปาเป โก อิธ สตฺโต ปาเปน ลิมฺปติ ฯ สเจ หิ อตฺตนา อกเตน ปาเปน ลิมฺปติ น โกจิ น ลิมฺเปยฺยาติ ฯ โส เจติ โส อเหตุกวาทสงฺขาโต ตว ภาสิตตฺโถ อตฺถตฺโถ จ อตฺถโชตโก จ ธมฺโม กลฺยาโณ เจ น ปาปโก อเหตู อปจฺจยา สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวทิยนฺตีติ อิทํ โภโต วจนํ สจฺจํ เจ สุหโต วานโร มยา โก เอตฺถ มม โทโสติ อตฺโถ ฯ วิชานิยาติ สมฺม สเจ หิ ตฺวํ อตฺตโน วาทสฺส อปราธํ ชาเนยฺยาสิ น มํ ครเหยฺยาสิ ฯ กึการณา ฯ โภโต วาโท หิ ตาทิโส ตสฺมา อยํ มม วาทํ กโรตีติ มํ ปสํเสยฺยาสิ อตฺตโน ปน วาทํ อชานนฺโต มํ ครหสีติ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต ตํ นิคฺคณฺหิตฺวา อปฺปฏิภาณํ อกาสิ ฯ โสปิ ราชา ปริสติ มงฺกุภูโต ปตฺตกฺขนฺโธ นิสีทิ ฯ มหาสตฺโตปิ ตสฺส วาทํ ภินฺทิตฺวา อิสฺสรกรณวาทึ อามนฺเตตฺวา ตฺวํ อาวุโส มํ กสฺมา ปริหาสสิ ยทิ อิสฺสรนิมฺมิตวาทํ สารโต ปจฺเจสีติ วตฺวา อาห

อิสฺสโร สพฺพโลกสฺส สเจ กปฺเปติ ชีวิตํ

สเจ อิทฺธึ พฺยสนภาวญฺจ กมฺมํ กลฺยาณปาปกํ

นิทฺเทสการี ปุริโส อิสฺสโร เตน ลิมฺปติ ฯ

โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก

โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต วานโร มยา ฯ

อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย

น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ

ตตฺถ กปฺเปติ ชีวิตนฺติ สเจ พฺรหฺมา วา อญฺโญ วา โกจิ อิสฺสโร ตฺวํ กสิยา ชีว ตฺวํ โครกฺเขนาติ เอวํ สพฺพโลกสฺส ชีวิตํ สํวิทหติ วิจาเรติ ฯ อิทฺธึ พฺยสนภาวญฺจาติ อิติ อิสฺสริยาทิเภทา อิทฺธิโย จ ญาติวินาสาทิกํ พฺยสนภาวญฺจ เสสญฺจ กลฺยาณปาปกํ กมฺมํ สพฺพํ ยทิ อิสฺสโรว กปฺเปติ กโรติ ฯ นิทฺเทสการีติ ยทิ ตสฺส นิทฺเทสํ อาณตฺติเมว เสโส โย โกจิ ปุริโส กโรติ เอวํ สนฺเต โย โกจิ ปาปํ กโรติ ตสฺส อิสฺสเรน กตตฺตา อิสฺสโรว เตน ปาเปน ลิมฺปติ ฯ เสสํ ปุริมนเยน เวทิตพฺพํ ฯ ยถา จ อิธ เอวํ สพฺพตฺถ ฯ

อิติ อมฺพโตว มุคฺครํ คเหตฺวา อมฺพํ ปาเตนฺโต วิย อิสฺสรกรเณเนว อิสฺสรกรณวาทํ ภินฺทิตฺวา ปุพฺเพกตวาทึ อามนฺเตตฺวา ตฺวํ อาวุโส มํ กึ ปริหาสสิ ยทิ ปุพฺเพกตวาทํ สจฺจํ มญฺญสีติ วตฺวา อาห

สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ

โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ

โปราณกอิณโมกฺโข กฺวิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ

โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก

โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต วานโร มยา ฯ

อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย

น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ

ตตฺถ ปุพฺเพกตเหตูติ ปุพฺเพกตเหตุ ปุริมภเว กตกมฺมกรเณเนว ฯ ตเมโส มุญฺจเต อิณนฺติ โย วธพนฺธาทีหิ ทุกฺขํ ปาปุณาติ ยทิ โส ยํ เตน โปราณกํ กตํ ปาปํ ตํ อิทานิ อิณํ มุญฺจติ เอวํ สนฺเต มมาปิ เอส โปราณกอิณโต โมกฺโข อเนน หิ มกฺกเฏน ปุพฺเพ ปริพฺพาชเกน หุตฺวา อหํ มกฺกโฏ สมาโน มาเรตฺวา ขาทิโต ภวิสฺสามิ สฺวายํ อิธ มกฺกฏตฺตํ ปตฺโต มยา ปริพฺพาชกตฺตมฺปตฺเตน มาเรตฺวา ขาทิโต ภวิสฺสติ โก อิธ ปาเปน ลิมฺปตีติ ฯ

อิติ โส ตสฺสาปิ วาทํ ภินฺทิตฺวา อุจฺเฉทวาทึ อภิมุขํ กตฺวา ตฺวํ อาวุโส นตฺถิ ทินฺนนฺติ อาทีนิ วตฺวา อิเธว สตฺตา อุจฺฉิชฺชนฺติ ปรโลกคตา นาม นตฺถีติ มญฺญมาโน กสฺมา มํ ปริหาสสีติ สนฺตชฺเชตฺวา อาห

จตุนฺนํเยวุปาทาย รูปํ สมฺโภติ ปาณินํ

ยโต จ รูปํ สมฺโภติ ตตฺเถว อนุปคจฺฉติ ฯ

อิเธว ชีวติ ชีโว เปจฺจ เปจฺจ วินสฺสติ

อุจฺฉิชฺชติ อยํ โลโก เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา

อุจฺฉิชฺชมาเน โลกสฺมึ กฺวิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ

โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก

โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต พานโร มยา ฯ

อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย

น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ

ตตฺถ จตุนฺนนฺติ ปฐวีอาทีนํ ภูตานํ ฯ รูปนฺติ รูปกฺขนฺโธ ฯ ตตฺเถวาติ ยโต ตํ รูปํ สมฺโภติ นิรุชฺฌนกาเลปิ ตตฺเถว นิคจฺฉติ ฯ อิมินา ตสฺส จตุมหาภูติโก อยํ ปุริโส ยทา กาลํ กโรติ ปฐวี ปฐวีกายํ อนุเปติ อนุปคจฺฉติ อาโป เตโช วาโย วาโยกายํ อนุเปติ อนุปคจฺฉติ อากาสํ อินฺทฺริยานิ สงฺกมนฺตึ อาสนฺทิปญฺจมา ปุริสา มตํ อาทาย คจฺฉนฺติ ยาว อาหฬนปทานิ ปญฺญายนฺติ กาโปตกานิ อฏฺฐีนิ ภวนฺติ ภสฺมนฺตาหุติโย ทตฺตุปญฺญตฺตํ ยทิทํ ทานํ เตสํ ตุจฺฉา มุสาภิลาปา เย เกจิ อตฺถิกวาทํ วทนฺติ พาลา จ ปณฺฑิตา จ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชนฺติ วินสฺสนฺติ น โหนฺติ ปรมฺมรณาติ อิมํ ทิฏฺฐึ ปติฏฺฐาเปสิ ฯ อิเธวาติ อิมสฺมึเยว โลเก ชีโว ชีวติ ฯ เปจฺจ เปจฺจ วินสฺสตีติ ปรโลเก นิพฺพตฺตสตฺโต คติวเสน อิธ อนาคนฺตฺวา ตตฺเถว ปรโลเก วินสฺสติ อุจฺฉิชฺชติ เอวํ อุจฺฉิชฺชมาเน โลกสฺมึ โก อิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ

อิติ โส ตสฺสาปิ วาทํ ภินฺทิตฺวา ขตฺตวิชฺชวาทึ อามนฺเตตฺวา ตฺวํ อาวุโส มาตาปิตโรปิ มาเรตฺวา อตฺตโน อตฺโถ กาตพฺโพติ อิมํ ลทฺธึ อุกฺขิปิตฺวา วิจรนฺโต กสฺมา มํ ปริหาสสีติ วตฺวา อาห

อาหุ กตฺตวิธา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน

มาตรํ ปิตรํ หญฺเญ อโถ เชฏฺฐํปิ ภาตรํ

หเนยฺย ปุตฺตทาเร จ อตฺโถ เจ ตาทิโส สิยาติ ฯ

ตตฺถ กตฺตวิธาติ ขตฺตวิชฺชา ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ ขตฺตวิชฺชาจริยานํ เอตํ นามํ ฯ พาลา ปณฺฑิตมานิโนติ พาลา สมานาปิ ปณฺฑิตา มยํ อตฺตโน ปณฺฑิตภาวํ ปกาเสสฺสามาติ มญฺญมานา ปณฺฑิตมานิโน หุตฺวา เอวมาหุ ฯ อตฺโถ เจติ สเจ อตฺตโน ตถารูโป โกจิ อตฺโถ สิยา น กิญฺจิ ปริวชฺเชยฺย สพฺพํ หเนยฺย วาติ วทนฺติ ตฺวํปิ เนสํ อญฺญตโรติ ฯ

เอวํ ตสฺส ลทฺธึ ปติฏฺฐเปตฺวา อตฺตโน ลทฺธึ ปกาเสนฺโต อาห

ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา

น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ

อถ อตฺเถ สมุปฺปนฺเน สมูลมปิ อพฺพเห

อตฺโถ เม สมฺพเลนาปิ สุหโต วานโร มยา ฯ

สเจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก

โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต วานโร มยา ฯ

อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย

น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ

ตตฺถ อมฺโภ ขตฺตวิชฺช อมฺหากํ ปน อาจริยา เอวํ วณฺณยนฺติ อตฺตนา ปริภุตฺตจฺฉายสฺส รุกฺขสฺสาปิ สาขํ วา ปณฺณํ วา น ภญฺเชยฺย ฯ กึการณา ฯ มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ตฺวํ ปน เอวํ วเทสิ อถ อตฺเถ สมุปฺปนฺเน สมูลมปิ อพฺพเหติ ฯ มมญฺจ ปาเถยฺเยน อตฺโถ อโหสิ ตสฺมา สเจเปส มยา หโต ตถาปิ อตฺโถ เม สมฺพเลนาปิ สุหโต วานโร มยาติ ฯ

เอวํ โส ตสฺสาปิ วาทํ ภินฺทิตฺวา ปญฺจสุปิ เตสุ อปฺปฏิภาเณสุ นิสินฺเนสุ ราชานํ อามนฺเตตฺวา มหาราช ตฺวํ อิเม ปญฺจรฏฺฐวิโลปเก มหาโจเร คเหตฺวา วิจรสิ อโห พาโล เอวรูปานํ หิ สํสคฺเคน ปุริโส ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ สมฺปรายิกมฺปิ มหาทุกฺขํ ปาปุเณยฺยาติ วตฺวา รญฺโญ ธมฺมํ เทเสนฺโต อาห

อเหตุวาโท ปุริโส โย จ อิสฺสรกุตฺติโก

ปุพฺเพกตี จ อุจฺเฉที โย จ กตฺตวิโธ นโร ฯ

เอเต อสปฺปุริสา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน

กเรยฺย ตาทิโส ปาปํ อโถ อญฺญมฺปิ การเย

อสปฺปุริสสํสคฺโค ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโยติ ฯ

ตตฺถ ตาทิโสติ มหาราช ยาทิสา เอเต ปญฺจ ทิฏฺฐิคติกา ตาทิโส ปุริโส สยํปิ ปาปํ กเรยฺย ยฺวาสฺส วจนํ สุณาติ ตํ อญฺญํปิ การเย ฯ ทุกฺกโฏติ เอวรูเปหิ อสปฺปุริเสหิ สทฺธึ สํสคฺโค ปรโลเกปิ อิธโลเกปิ ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโย จ โหติ ฯ อิมสฺส ปนตฺถสฺส ปกาสนตฺถํ ยานิ กานิจิ ภิกฺขเว ภยานิ อุปฺปชฺชนฺติ สพฺพานิ ตานิ พาลโตติ สุตฺตํ อาหริตพฺพํ ฯ โคธชาตกสญฺชีวชาตกอกิตฺติชาตกาทีนิ วายมตฺโถ ทีเปตพฺโพ ฯ

อิทานิ โอปมฺมทสฺสนวเสน ธมฺมเทสนํ วฑฺเฒนฺโต อาห

อุรพฺภรูเปน พกาสุ ปุพฺเพ

อสํกิโต อชยูถํ อุเปติ

หนฺตฺวา อุรณึ อชิยํ อชญฺจ

หนฺตฺวา สยิตฺวา เยน กามํ ปเลติ ฯ

ตถาวิเธเก สมณพฺราหฺมณาเส

ฉทนํ กตฺวา วญฺจยนฺติ มนุสฺเส

อนาสกา ถณฺฑิลเสยฺยกา จ

รโชชลฺลํ อุกฺกุฏิกปฺปธานํ

ปริยายภตฺตญฺจ อปานกตฺตา

ปาปาจารา อรหนฺโต วทานา ฯ

เอเต อสปฺปุริสา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน

กเรยฺย ตาทิโส ปาปํ อโถ อญฺญํปิ การเย

อสปฺปุริสสํสคฺโค ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโย ฯ

ยมาหุ นตฺถิ วิริยนฺติ เหตุญฺจ อปวทนฺติ

เย ปรการํ อตฺตการญฺจ เย ตุจฺฉํ สมวณฺณยุํ ฯ

เอเต อสปฺปุริสา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน

กเรยฺย ตาทิโส ปาปํ อโถ อญฺญํปิ การเย

อสปฺปุริสสํสคฺโค ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโย ฯ

สเจ หิ วิริยํ นาสฺส กมฺมํ กลฺยาณปาปกํ

น ภเร วฑฺฒกึ ราชา นปิ ยนฺตานิ การเย ฯ

ยสฺมา จ วิริยํ อตฺถิ กมฺมํ กลฺยาณปาปกํ

ตสฺมา ยนฺตานิ กาเรติ ราชา ภรติ วฑฺฒกึ ฯ

ยทิ วสฺสสตํ เทโว น วสฺเส น หิมํ ปเต

อุจฺฉิชฺเชยฺย อยํ โลโก วินสฺเสยฺย อยํ ปชา ฯ

ยสฺมา จ วสฺสตี เทโว หิมญฺจาปิ ผุสียติ

ตสฺมา สสฺสานิ ปจฺจนฺติ รฏฺฐญฺจ ปาลยเต จิรํ ฯ

ควญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว

สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ ฯ

เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต

โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา

สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก ฯ

ควญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว

สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต อุชุํ คเต สติ ฯ

เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต

โส เจว ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก ฯ

มหารุกฺขสฺส ผลิโน อามํ ฉินฺทติ โย ผลํ

รสญฺจสฺส น ชานาติ พีชญฺจสฺส วินสฺสติ ฯ

มหารุกฺขูปมํ รฏฺฐํ อธมฺเมน โย ปสาสติ

รสญฺจสฺส น ชานาติ รฏฺฐญฺจสฺส วินสฺสติ ฯ

มหารุกฺขสฺส ผลิโน ปกฺกํ ฉินฺทติ โย ผลํ

รสญฺจสฺส วิชานาติ พีชญฺจสฺส น นสฺสติ ฯ

มหารุกฺขูปมํ รฏฺฐํ ธมฺเมน โย ปสาสติ

รสญฺจสฺส วิชานาติ รฏฺฐญฺจสฺส น นสฺสติ ฯ

โย จ ราชา ชนปทํ อธมฺเมน ปสาสติ

สพฺโพสธีภิ โส ราชา วิรุทฺโธ โหติ ขตฺติโย ฯ

ตเถว เนคเม หึสํ เย ยุตฺตา กยวิกฺกเย

โอชทานพลีกาเร ส โกเสน วิรุชฺฌติ ฯ

ปหารวรเขตฺตญฺญู สงฺคาเม กตนิสฺสเม

อุสฺสิเต หึสยํ ราชา ส พเลน วิรุชฺฌติ ฯ

ตเถว อิสโย หึสํ สํยเม พฺรหฺมจาริโน

อธมฺมจารี ขตฺติโย โส สคฺเคน วิรุชฺฌติ ฯ

โย จ ราชา อธมฺมฏฺโฐ ภริยํ หนฺติ อทูสกํ

ลุทฺทํ ปสวเต ปาปํ ปุตฺเตหิ จ วิรุชฺฌติ ฯ

ธมฺมํ จเร ชานปเท นิคเมสุ พเลสุ จ

อิสโย จ น หึเสยฺย ปุตฺตทาเร สมญฺจเร ฯ

ส ตาทิโส ภูมิปติ รฏฺฐปาโล อโกธโน

สามนฺเต สํปกมฺเปติ อินฺโทว อสุราธิโปติ ฯ

ตตฺถ พกาสุ ปุพฺเพติ พโก ปุพฺเพ ฯ อสูติ นิปาตมตฺตํ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ มหาราช ปุพฺเพ เอโก อุรพฺภรูโป พโก อโหสิ ตสฺส นงฺคุฏฺฐํ มหาทีฆํ ตํ ปน โส อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา อุรพฺภรูเปน อสํกิโต อชยูถํ อุเปติ ตตฺถ อุรณิกญฺจ อชิกญฺจ อชญฺจ หนฺตฺวา เยน กามํ ปเลติ ฯ ตถาวิเธเกติ ตถาวิธา เอเก สมณพฺราหฺมณา ปพฺพชฺชาลิงฺเคน ฉทนํ กตฺวา อตฺตานํ ฉาเทตฺวา มธุรวจนาทีหิ หิตกามา วิย หุตฺวา โลกํ วญฺเจนฺติ ฯ อนาสกาติ อาทิ เตสํ ฉทนสฺส ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ ฯ เอกจฺเจ หิ มยํ อนาสกา น กิญฺจิ อาหาเรมาติ มนุสฺเส วญฺเจนฺติ ฯ อปเร มยํ ถณฺฑิลเสยฺยกาติ ฯ อญฺเญสํ ปน รโชชลฺลํ ฉทนํ ฯ อญฺเญสํ อุกฺกุฏิกปฺปธานํ ฯ เต คจฺฉนฺตาปิ อุปฺปติตฺวา อุกฺกุฏิกาว คจฺฉนฺติ ฯ อญฺเญสํ สตฺตาหทสาหาทิวาร- โภชนสงฺขาตํ ปริยายภตฺตฉทนํ ฯ อปเร อปานกตฺตา โหนฺติ มยํ ปานียํ น ปิวามาติ วทนฺติ ฯ อรหนฺโต วทานาติ ปาปาจารา หุตฺวา มยํ อรหนฺโตติ วทนฺตา วิจรนฺติ ฯ เอเตติ มหาราช อิเม วา ปญฺจ ชนา โหนฺติ อญฺเญ วา ยาวนฺโต ทิฏฺฐิคติกา นาม สพฺเพปิ เอเต อสปฺปุริสา ฯ ยมาหูติ เย อาหุ เย วทนฺติ ฯ สเจ หิ วิริยํ นาสฺสาติ มหาราช สเจ ญาณสมฺปยุตฺตกํ กายิกเจตสิกวิริยํ น ภเวยฺย ฯ กมฺมนฺติ กลฺยาณปาปกํ กมฺมํปิ ยทิ น ภเวยฺย ฯ น กเรติ เอวํ สนฺเต วฑฺฒกึ วา อญฺเญ วา การเก ราชา น โปเสยฺย ฯ นปิ ยนฺตานีติ นปิ สตฺตภูมิปาสาทาทีนิ ยนฺตานิ กเรยฺย ฯ กึการณา ฯ วิริยสฺส เจว กมฺมสฺส จ อภาวา ฯ อุจฺฉิชฺเชยฺยาติ มหาราช ยทิ เอตฺตกํ กาลํ เนว เทโว วสฺเสยฺย น หิมํ ปเตยฺย อถ กปฺปุฏฺฐานกาโล วิย อยํ โลโก อุจฺฉิชฺเชยฺย อุจฺเฉทวาทินา กถิตนิยาเมน ปน อุจฺเฉโท นาม นตฺถิ ฯ ปาลยเตติ ปาลยติ ฯ ควญฺเจ ตรมานานนฺติ จตสฺโส คาถา รญฺญา ธมฺมเทสนตฺถเมว วุตฺตา ฯ ตถา มหารุกฺขสฺสาติ อาทิกา ฯ ตตฺถ มหารุกฺขสฺสาติ มธุรอมฺพรุกฺขสฺส ฯ อธมฺเมนาติ อคติคมเนน ฯ รสญฺจสฺส น ชานาตีติ อธมฺมิโก ราชา รฏฺฐสฺส รสํ โอชํ น ชานาติ อายสมฺปตฺตึ น ลภติ ฯ วินสฺสตีติ สุญฺญํ โหติ ฯ มนุสฺสา คามนิคเม ฉฑฺเฑตฺวา ปจฺจนฺตํ ปพฺพตวิสมํ ภชนฺติ ฯ สพฺพานิ อายมุขานิ ปจฺฉิชฺชนฺติ ฯ สพฺโพสธีภีติ สพฺเพหิ มูลตจปณฺณปุปฺผผลาทีหิ เจว สปฺปินวนีตาทีหิ จ โอสเธหิ วิรุชฺฌติ น ตานิ สมฺปชฺชนฺติ ฯ อธมฺมิกรญฺโญ หิ ปฐวี นิโรชา โหติ ฯ ตสฺสา นิโรชตาย โอสธานํ โอชํ น โหติ ตานิ โรคํ วูปสเมตุํ น สกฺโกนฺติ ฯ อิติ โส เตหิ วิรุทฺโธ นาม โหติ ฯ เนคเมติ นิคมวาสี กุฏุมฺพิเก หึสนฺโต ปีเฬนฺโต ฯ เย ยุตฺตาติ เย กยวิกฺกเย ยุตฺตา อายานํ มุขา ถลชลปถวาณิชา เต จ หึสนฺโต ฯ โอชทานพลีกาเรติ ตโต ตโต ชนปทโต ภณฺฑหารณสุงฺกทานวเสน โอชทานญฺเจว ฉภาคทสภาคาทิเภทํ พลิญฺจ กโรนฺเต ฯ ส โกเสนาติ โส เอเต หึสนฺโต อธมฺมิกราชา ธนธญฺเญ ปริหายนฺโต โกเสน วิรุชฺฌติ นาม ฯ ปหารวรเขตฺตญฺญูติ อิมสฺมึ ฐาเน วิชฺฌิตุํ วฏฺฏตีติ เอวํ ปหารวรานํ เขตฺตํ ชานเน ธนุคฺคเห ฯ สงฺคาเม กตนิสฺสเมติ ยุทฺเธสุ กตกมฺเม มหาโยเธ ฯ อุสฺสิเตติ อุคฺคเต ปญฺญาเต มหามตฺเต ฯ หึสยนฺติ เอวรูเป สยํ วา หึสนฺโต ปเรหิ วา หึสาเปนฺโต ฯ พเลนาติ พลกาเยน ฯ ตถาวิธํ หิ ราชานํ อยํ พหูปกาเร อตฺตโน รชฺชทายเกปิ หึสติ กิมงฺคํ ปน อมฺเหติ อวเสสาปิสฺส โยธา วิชหนฺติเยว ฯ อิติ โส พเลน วิรุทฺโธ นาม โหติ ฯ ตเถว อิสโย หึสนฺติ ยถา จ เนคมาทโย ตเถว เอสิตคุเณ ปพฺพชิเต อกฺโกสนปหรณาทีหิ หึสนฺโต อธมฺมจารี ราชา กายสฺส เภทา อปายเมว อุเปติ สคฺเค นิพฺพตฺติตุํ น สกฺโกตีติ สคฺเคน วิรุทฺโธ นาม โหติ ฯ ภริยํ หนฺติ อทูสกนฺติ อตฺตโน พาหุจฺฉายาย วฑฺฒิตํ ปุตฺตธีตาหิ สํวฑฺฒํ สีลวตึ ภริยํ มิตฺตปฏิรูปกานํ โจรานํ วจนํ คเหตฺวา มาเรติ ฯ ลุทฺทํ ปสวเต ปาปนฺติ โส อตฺตโน นิรยูปปตฺตึ ปสวติ นิปฺผาเทติ ฯ ปุตฺเตหิ จาติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อตฺตโน ปุตฺเตหิ สทฺธึ วิรุชฺฌตีติ ฯ

เอวมสฺส โส เตสํ ปญฺจนฺนํ ชนานํ กถํ คเหตฺวา เทวิยา มาริตภาวญฺจ ปุตฺตานํ วิรุทฺธภาวญฺจ สนฺธิมุเข โจรํ จูฬาย คณฺหนฺโต วิย กเถสิ ฯ มหาสตฺตสฺส หิ เตสํ อมจฺจานํ นิคฺคณฺหนญฺจ ธมฺมเทสนญฺจ เทวิยา เตหิ มาริตภาวสฺส อาวิกรณตฺถญฺจ ตตฺถ อนุปุพฺเพน กถํ อาหริตฺวา โอกาสํ กตฺวา เอตมตฺถํ กเถสิ ฯ ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา อตฺตโน อปราธํ ชานิ ฯ อถ นํ มหาสตฺโต อิโต ปฏฺฐาย มหาราช เอวรูปานํ ปาปานํ กถํ คเหตฺวา มา ปุน เอวมกาสีติ วตฺวา โอวทนฺโต ธมฺมญฺจเรติ อาทิมาห ฯ

ตตฺถ ธมฺมญฺจเรติ มหาราช ราชา นาม ชนปทํ อธมฺมิเกน พลินา อปีเฬนฺโต ชนปเท ธมฺมํ จเรยฺย สามิเก อสฺสามิเก อกโรนฺโต เนคเมสุ ธมฺมํ จเรยฺย อฏฺฐาเน อกิลมนฺโต พเลสุ ธมฺมํ จเรยฺย วธพนฺธอกฺโกสปริภาเส ปริหรนฺโต ปจฺจเย จ เนสํ เทนฺโต อิสโย น วิหึเสยฺย ธีตโร ยุตฺตฏฺฐาเน ปติฏฺฐเปนฺโต ปุตฺเต สิปฺปานิ สิกฺขาเปตฺวา สมฺมาปริหรนฺโต ภริยํ อิสฺสริยโวสฺสคฺค- อลงฺการสมฺมานนาทีหิ อนุคฺคณฺหนฺโต ปุตฺตทาเร สมญฺจเรยฺยาติ ฯ ส ตาทิโสติ โส ตาทิโส ราชา ปเวณึ อภินฺทิตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ราชาณาย ราชเตเชน สามนฺเต สํปกมฺเปติ ตาเปติ จาเลติ ฯ อินฺโทวาติ อิทํ อุปมตฺถํ วุตฺตํ ฯ ยถา อสุเร เชตฺวา อภิภวิตฺวา ฐิตกาลโต ปฏฺฐาย อสุราธิโปติ สงฺขํ คโต อินฺโท วา อตฺตโน สปตฺตภูเต อสุเร กมฺเปสิ ตถา กมฺเปตีติ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา จตฺตาโรปิ กุมาเร ปกฺโกสาเปตฺวา โอวทิตฺวา รญฺโญ กตกมฺมํ ปกาเสตฺวา ราชานํ ขมาเปตฺวา มหาราช อิโต ปฏฺฐาย อตุเลตฺวา ปริเภทกานํ กถํ คเหตฺวา มา เอวรูปํ สาหสิกกมฺมํ อกาสิ ตุมฺเหปิ กุมารา รญฺโญ มา ทุพฺภิตฺถาติ สพฺเพสํ โอวาทํ อทาสิ ฯ อถ นํ ราชา อาห อหํ ภนฺเต ปุตฺเตสุ จ เทวิยา จ อปรชฺฌนฺโต อิเม นิสฺสาย เอเตสํ กถํ คเหตฺวา เอตํ ปาปกมฺมํ อกาสึ อิเม ปญฺจปิ มาเรมีติ ฯ น ลพฺภา มหาราช เอวํ กาตุนฺติ ฯ เตนหิ เตสํ หตฺถปาเท ฉินฺทาเปมีติ ฯ อิทํปิ น สกฺกา กาตุนฺติ ฯ ราชา สาธุ ภนฺเตติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เต สพฺพสํหรเณ กตฺวา ปญฺจจูฬา- กรณคทฺทูลพนฺธนโคมยสิญฺจเนหิ อวมาเนตฺวา รฏฺฐา ปพฺพาเชสิ ฯ โพธิสตฺโตปิ ตตฺถ กติปาหํ วสิตฺวา อปฺปมตฺโต โหหีติ ราชานํ โอวทิตฺวา หิมวนฺตเมว คนฺตฺวา ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา ยาวชีวํ พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตถาคโต ปญฺญวาเยว ปรปฺปวาทมทฺทโนเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ปญฺจ ทิฏฺฐิคติกา ปูรณกสฺสป มกฺขลิโคสาลปกุธกจฺจานอชิตเกสกมฺพลนิคนฺถนาฏปุตฺตา อเหสุํ ปิงฺคลสุนโข อานนฺโท มหาโพธิปริพฺพาชโก ปน อหเมวาติ ฯ

มหาโพธิชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ตติยํ ฯ

อิติ ปญฺญาสนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๒

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘

ดูเล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๒๗. อุมมาทันตีชาดกชาดกถัดไป๕๒๙. โสณกชาดก