มหาโพธิชาดก
ว่าด้วยปฏิปทาของผู้นำ
เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๕๒ · บรรทัด ๓๒๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๔
เรื่องเล่า
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ โทษที่ข้าพเจ้าทำแล้วนั้น จริงตามที่ท่านกล่าว ข้าพเจ้านี้ ย่อมเลื่อมใสยิ่งนัก ขอท่านจงอยู่เถิด อย่าเพิงไปเสียเลย ท่านพราหมณ์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภิยฺโย ความว่า ข้าพเจ้าได้สั่งบังคับไว้อย่างนี้เป็นความจริง นี้เป็นความผิดของข้าพเจ้า ก็ข้าพเจ้านี้ เลื่อมใสท่านเป็นอย่างยิ่งในบัดนี้ ขอท่านจงอยู่ในที่นี้เหมือนเดิมเถิด อย่าไปในที่อื่นเลยนะพราหมณ์.
พระมหาสัตว์ ได้ฟังคำนั้นแล้ว จึงทูลว่า ขอถวายพระพร ธรรมดาว่าบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่อยู่ร่วมกับข้าศึกผู้ทำการงานโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบเช่นอย่างพระองค์ ดังนี้ เมื่อจะประกาศอนาจารแด่พระราชานั้น จึงกล่าวเป็นคาถาว่า
เมื่อก่อนข้าวสุกขาวล้วนภายหลังก็มีสิ่งอื่นเจือปน บัดนี้แดงแล้ว เวลานี้เป็นเวลาสมควรที่อาตมภาพจะ หลีกไป อนึ่ง เมื่อก่อนอาสนะมีในภายใน ต่อมามีใน ท่ามกลาง ต่อมามีข้างนอก ต่อมาก็จะถูกขับไล่ออกจาก พระราชนิเวศน์ อาตมภาพของดเสียเองละ บุคคล ไม่ควรคบหาคนที่ปราศจากศรัทธา เหมือนบ่อที่ไม่มี นำ ฉะนั้น ถ้าแม้บุคคลจะพึงขุดบ่อน้ำนั้น บ่อนั้นก็ จะมีน้ำที่มีกลิ่นโคลนตม บุคคลควรคบคนที่เลื่อมใส เท่านั้น ควรเว้นคนที่ไม่เลื่อมใส ควรเข้าไปนั่งใกล้ คนที่เลื่อมใส เหมือนคนผู้ต้องการน้ำ เข้าไปหาห้วงน้ำ ฉะนั้น ควรคบคนผู้คบด้วย ไม่ควรคบคนผู้ไม่คบด้วย ผู้ใดไม่คบคนผู้คบด้วย ผู้นั้นชื่อว่ามีธรรมของอสัตบุรุษ ผู้ใดไม่คบคนผู้คบด้วย ไม่ซ่องเสพคนผู้ซ่องเสพ ด้วย ผู้นั้นแลเป็นมนุษย์ชั่วช้าที่สุด เหมือนเนื้ออาศัย กิ่งไม้ (ลิง) ฉะนั้น มิตรทั้งหลายย่อมแหนงหน่ายกัน ด้วยเหตุ ๓ ประการนี้ คือ ด้วยการคลุกคลีกันเกินไป ด้วยการไม่ไปมาหากัน ด้วยการขอในเวลาไม่สมควร ๑ เพราะฉะนั้น บุคคลจึงไม่ควรไปมาหากันให้พร่ำเพรื่อนัก ไม่ควรเหินห่างไปให้เนิ่นนาน และควรขอ สิ่งที่ควรขอตามเหตุกาลที่สมควร ด้วยอาการอย่างนี้ มิตรทั้งหลาย จึงจะไม่แหนงหน่ายกัน คนที่รักกัน ย่อมไม่เป็นที่รักกันได้ เพราะการอยู่ร่วมกันนานเกินควร อาตมภาพนี้ได้เป็นที่รักของมหาบพิตรมาแต่ก่อน เพราะฉะนั้น อาตมภาพจึงขอลาไปก่อนละ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพเสโต ความว่า ขอถวายพระพรเฉพาะในวันก่อน ๆ ข้าวสุกของอาตมภาพในนิเวศน์ของพระองค์มีสีขาวล้วนพระองค์เสวยข้าวสุกชนิดใด ก็พระราชทานข้าวสุกชนิดนั้น (แก่อาตมภาพ). บทว่า ตโต ความว่า ภายหลังจากนั้น คือ แม้ในกาลที่พระองค์ทรงหน่ายแหนงในอาตมภาพ เพราะทรงเชื่อถ้อยคำของคนที่ยุยง ข้าวสุกจึงมีสิ่งอื่นคลุกระคนปนอยู่ด้วย. บทว่า อิทานิ คือ บัดนี้ ข้าวสุกเกิดกลายเป็นสีแดงล้วน. บทว่า กาโล ได้แก่ คราวนี้เป็นเวลาที่อาตมภาพจะต้องไปจากสำนักของพระองค์ผู้โง่เขลา. บทว่า อพฺภนฺตรํ ความว่า ในครั้งแรก อาสนะของอาตมภาพมีอยู่ในภายใน คือ พวกเจ้าหน้าที่นิมนต์ให้อาตมภาพนั่งบนพระราชบัลลังก์ ที่มีพื้นใหญ่อันประดับแล้ว มีเศวตฉัตรอันยกขึ้นแล้ว. บทว่า มชฺเฌ คือ ที่เชิงบันได. บทว่า ปุรา นิทฺธมนา โหติ ความว่า จับคอเสือกไสออกไป. บทว่า อนุขเน ความว่า ถ้าบุรุษไปถึงหนองที่ไม่มีน้ำ เมื่อไม่เห็นน้ำ จึงคุ้ยเปือกตมขุดขึ้น แม้จะทำถึงขนาดนั้น หนองนั้น ก็คงยังมีแต่กลิ่นตมของน้ำ ดื่มกินไม่ได้ เพราะไม่เป็นที่ชอบใจ ฉันใด แม้ปัจจัยที่บุคคลเข้าไปหาผู้ปราศจากศรัทธาแล้วได้มา จึงเป็นของน้อยและเศร้าหมอง ไม่เป็นที่น่าชอบใจ ไม่สมควรที่จะบริโภค. บทว่า ปสนฺนํ คือ มีศรัทธาตั้งมั่นแล้ว. บทว่า. รหทํ คือ ห้วงน้ำใหญ่ที่ลึก. บทว่า ภชนฺตํ ความว่า บุคคลควรคบผู้ที่คบตนเท่านั้น. บทว่า อภชนฺตํ คือ ผู้เป็นข้าศึก. บทว่า น ภชฺชเย แปลว่า ไม่พึงคบหา. บทว่า น ภชฺชติ ความว่า บุรุษใดไม่คบหาบุคคลผู้คบตนซึ่งมีจิตคิดหวังประโยชน์ บุรุษนั้น ชื่อว่ามีธรรมของอสัตบุรุษ. บทว่า มนุสฺสปาปิฏฺโ ได้แก่ มนุษย์ลามก มนุษย์ขี้ทูด คือ มนุษย์ชั้นต่ำ. บทว่า สาขสฺสิโต คือ ลิง. บทว่า อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคา คือ ด้วยความคลุกคลีกันมากเกินไป. บทว่า อกาเล ความว่า มิตรทั้งหลาย ชื่อว่าย่อมหน่ายแหนงกัน ด้วยการขอของรักของคนอื่น ในกาลที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควรเพราะการอยู่ร่วมกันนานเกินไป ถึงพระองค์ก็ยังหมดความเมตตาในอาตมภาพ. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะมิตรทั้งหลาย ย่อมแตกแยกกันด้วยการคลุกคลีกันเกินไป และด้วยการเหินห่างกัน ไป. คำว่า จิราจรํ ความว่า ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเสียจนนานแล้ว จึงไปหากัน. บทว่า ยาจํ ความว่า ไม่ควรขอสิ่งที่สมควรขอ ในเวลาอันไม่สมควร. บทว่า น ชีรเร ความว่า มิตรทั้งหลายย่อมไม่แตกแยกกัน ด้วยอาการอย่างนี้. บทว่า ปุรา เต โหม ความว่าตลอดเวลาที่เรามาแล้ว ยังไม่เป็นที่รักของท่าน เราก็จะขอไปอย่างนี้.
พระราชา ตรัสว่า
ถ้าพระคุณเจ้าได้รับทราบอัญชลี ของสัตว์ผู้เป็น บริวารมานวอนอยู่อย่างนี้ ไม่กระทำตามคำขอร้อง ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าวิงวอนพระคุณเจ้าถึงเพียงนี้ ขอ พระคุณเจ้า โปรดกลับมาเยี่ยมอีก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาวพุาชฺฌสิ ความว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญถ้าท่านไม่ยอมรับรู้ คือ ไม่ยอมรับอัญชลีที่ข้าพเจ้าวิงวอนกระทำอยู่แล้วอย่างนี้. บทว่า ปริยายํ ความว่า พระราชา ตรัสวิงวอนว่า ขอท่านพึงหาโอกาสว่างสักครั้งหนึ่ง เพื่อมาเยี่ยมในที่นี้อีก.
พระโพธิสัตว์ ทูลว่า
ดูก่อนมหาบพิตรผู้ผดุงรัฐ ถ้าเมื่อเราทั้งหลายอยู่ อย่างนี้ อันตรายจักไม่มี แม้ไฉนเราทั้งหลาย พึงเห็น การล่วงไปแห่งวันและคืนของมหาบพิตร และของ อาตมภาพ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวญฺเจ โน ความว่า พระโพธิสัตว์แสดงว่า ดูก่อนมหาบพิตร ถ้าว่าอันตรายจักไม่มีแก่เราทั้งสองผู้แยกกันอยู่อย่างนี้ ชีวิตของพระองค์หรือของอาตมภาพก็จักยืนยาว. บทว่า ปสฺเสม ความว่า พวกเราพึงเห็นโดยแท้.
พระมหาสัตว์ พอกล่าวอย่างนี้เสร็จแล้ว แสดงธรรมแก่พระราชาแล้วจึงทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร ขอพระองค์จงอย่าทรงประมาทเลย ดังนี้แล้วออกจากอุทยานเที่ยวภิกขาจารไปในสถานที่อันมีส่วนเสมอกันแห่งหนึ่ง ออกจากเมืองพาราณสีแล้ว ถึงหิมวันตประเทศโดยลำดับ พักอยู่สิ้นกาลเล็กน้อยแล้วกลับมาอยู่ในป่าอาศัยบ้านปัจจันตคามแห่งหนึ่ง. นับแต่เวลาที่พระมหาสัตว์นั้นไปแล้ว พวกอำมาตย์เหล่านั้น ก็ได้พากันนั่ง ณ ที่โรงวินิจฉัยอีก กระทำการเบียดเบียน พากันคิดว่า ถ้ามหาโพธิปริพาชกจักกลับมาอีก ชีวิตของพวกเราคงไม่มีแน่ พวกเราควรทำเหตุที่จะให้ปริพาชกนั้นไม่กลับมาอีกอย่างไรดีหนอ. ลำดับนั้น พวกเขาจึงปรึกษากันว่า ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ ย่อมไม่สามารถจะละถิ่นฐานที่ตนติดอยู่ได้ ถิ่นฐานที่มหาโพธิปริพาชกนั้น คิดอยู่ในที่นี้คืออะไรหนอ. ต่อจากนั้น พวกอำมาตย์ก็ทราบได้ว่า คงเป็นพระอัครมเหสีของพระราชาเป็นแน่ จึงปรึกษากันว่า ข้อที่มหาโพธิปริพาชกนั้น พึงมาเพราะอาศัยพระอัครมเหสี นี้เป็นฐานะที่จะมีได้ พวกเราจักรีบฆ่าพระอัครมเหสีนั้นเสียโดยเร็ว. พวกอำมาตย์เหล่านั้น จึงพากันกราบทูลเนื้อความนี้แด่พระราชาว่า หลายวันมานี้ พวกข้าพระองค์ได้ยินเรื่องเรื่องหนึ่ง. พระราชาตรัสถามว่า เรื่องอะไรกัน ? พวกอำมาตย์ กราบทูลเท็จว่า เล่าลือกันว่า มหาโพธิปริพาชกและพระราชเทวี ส่งข่าวสาสน์โต้ตอบกันไปมาเสมอ. พระราชาตรัสถามว่า ข่าวสาสน์นั้นสั่งให้ทำอะไร ? พวกอำมาตย์ กราบทูลว่า ทราบว่ามหาโพธิปริพาชกนั้น ส่งข่าวสาสน์มาถึงพระราชเทวีว่า เธออาจที่จะปลงพระชนม์พระราชาให้ตายด้วยกำลังของตนแล้วยกเศวตฉัตรใให้แก่เราได้หรือไม่ส่วนพระเทวีนั้นเล่า ก็ส่งข่าวสาสน์ตอบไปถึงมหาโพธิปริพาชกนั้นว่า การปลงพระชนม์พระราชาเป็นภาระของฉัน ขอให้มหาโพธิปริพาชกรีบมาเร็วเถิด. เมื่อพวกอำมาตย์เหล่านั้น กราบทูลอยู่บ่อย ๆ พระราชา ก็ทรงเชื่อ จึงตรัสสั่งถามว่า บัดนี้ พวกเราจะพึงทำอย่างไรกันดี พวกอำมาตย์จึงกราบทูลว่าควรตรัสสั่งให้ปลงพระชนม์พระเทวีเสียดังนี้ ไม่ทันได้ทรงใคร่ครวญ ตรัสสั่งเวนว่า ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงฆ่าเธอเสีย แล้วสับให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โยนมันลงไปในหลุมคูถ. พวกอำมาตย์เหล่านั้น ทำการตามรับสั่งแล้ว. ความที่พระราชเทวีถูกปลงพระชนม์ ได้ปรากฏเลื่องลือไปในพระนครทั้งสิ้น.
ครั้งนั้น พระราชโอรส ๔ พระองค์ของพระราชเทวีนั้น ทรงทราบว่าพระบิดา มีรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระมารดาของพวกเราผู้หาความผิดมิได้เสียดังนี้ จึงได้เป็นศัตรูต่อพระราชา. พระราชาได้เป็นผู้ประสบภัยอย่างใหญ่หลวง. พระมหาสัตว์ ได้ทราบเรื่องราวนั้น โดยเล่ากัน เป็นทอด ๆ มา จึงดำริว่าเว้นจากเราเสียแล้ว คนอื่นชื่อว่าสามารถที่จะให้พระกุมารเหล่านั้นยินยอมให้พระบิดาทรงอดโทษให้ ไม่มีเลย เราจักช่วยชีวิตพระราชา และจักเปลื้องพระกุมารให้พ้นจากบาป. ในวันรุ่งขึ้น ท่านจึงเข้าไปยังปัจจันตคาม ฉันเนื้อวานรที่พวกมนุษย์นำมาถวายแล้ว ขอหนังวานรนั้น นำเอามาตากแห้งไว้ที่อาศรม ทำจนหมดกลิ่นแล้ว ใช้นุ่งบ้าง ห่มบ้าง พาดบ่าบ้าง. ถามว่าการที่พระมหาสัตว์ทำดังนั้น เพราะเหตุไร ? ตอบว่า การที่ทำดังนั้น ก็เพราะเพื่อประสงค์จะตอบผู้คนว่า วานรตัวนี้ มีอุปการะมากแก่เรา. พระมหาสัตว์ถือเอาหนังวานรนั้น ไปยังเมืองพาราณสีโดยลำดับ แล้วเข้าไปหาพระกุมารทั้งหลาย ทูลตักเตือนว่า ขึ้นชื่อว่า กรรมคือการฆ่าพระบิดา เป็นกรรมที่ร้ายแรงทารุณ พวกท่านไม่สมควรกระทำกรรมนั้นเลย ธรรมดาว่าสัตว์ที่จะไม่แก่ไม่ตายเป็นไม่มี เรามาแล้ว (ในที่นี้) ก็ด้วยความหวังว่า จักไกล่เกลี่ยให้พวกท่านมีความสามัคคีกันและกันไว้ พอเราส่งข่าวสาสน์ไป พวกท่านพึงพากันมา พอสอนพระกุมารเสร็จแล้ว จึงเข้าไปสู่พระราชอุทยาน ภายในพระนคร ลาดหนังวานรลงแล้ว นั่งบนแผ่นหิน. ในขณะนั้น คนเฝ้าสวนพอเห็นท่านก็รีบไปกราบทูลแด่พระราชา. พระราชา ทรงสดับข่าวนั้นแล้วก็ทรงบังเกิดความโสมนัส จึงพาอำมาตย์ทั้ง ๕ คนนั้นไปในที่นั้น ทรงนมัสการพระมหาสัตว์แล้วประทับนั่ง ปรารภจะทำปฏิสันถาร. ส่วนพระมหาสัตว์ มิได้รื่นเริงกับพระราชานั้น ลูบคลำหนังวานรเฉยเสีย. ลำดับนั้น พระราชาจึงตรัสกะพระมหาสัตว์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ท่านไม่ยอมพูดจากับข้าพเจ้า มัวลูบคลำหนังวานรอยู่ได้ หนังวานรของท่านมีอุปการะมากกว่าข้าพเจ้าหรือ. พระมหาสัตว์ ทูลว่า เป็นเช่นนั้น มหาบพิตร วานรนี้มีอุปการะมากแก่เราเรานั่งบนหลังของมันเที่ยวไป วานรนี้นำหม้อน้ำมาให้แก่เรา กวาดที่อยู่ให้เราได้ทำอภิสมาจาริกวัตรปฏิบัติแก่เรา แต่เรากลับกินเนื้อของมันเสียแล้ว เอาหนังตากให้แห้งไว้ปูนั่งบ้าง ปูนอนบ้าง เพราะว่าตนมีใจทุรพล วานรนี้มีอุปการะมากแก่เราอย่างนี้. พระมหาสัตว์ ยกหนังวานรและวานรขึ้นกล่าวเป็นโวหาร เพื่อต้องการจะทำลายวาทะของอำมาตย์เหล่านั้น อาศัยปริยายนั้น ๆจึงกล่าวถ้อยคำนี้ ด้วยประการฉะนี้. จริงอยู่ พระมหาสัตว์นั้นกล่าวว่า เรานั่งบนหลังมันเที่ยวไป เพราะท่านเคยนุ่งห่มหนังของมัน . ท่านกล่าวว่า มันนำหม้อน้ำมาให้ เพราะท่านเอาหนังของมันพาดบนบ่าแล้วแบกหม้อน้ำมา. ท่านกล่าวว่า มันกวาดที่อยู่ให้ เพราะท่านเคยเอาหนังนั้นปัดพื้น. ท่านกล่าวว่ามันทำวัตรปฏิบัติแก่เรา เพราะหลังถูกหนังนั้นในเวลานอน และถูกเท้าในเวลาเหยียบ. ท่านกล่าวว่า แต่เรากลับกินเนื้อของมันเสีย เพราะตนมีใจทุรพลเพราะท่านได้เนื้อของมันมาแล้วบริโภคในเวลาหิว.
พวกอำมาตย์เหล่านั้น ได้ฟังคำนั้นแล้ว มีความสำคัญว่าท่านกระทำปาณาติบาตแล้ว จึงพากันปรบมือทำการหัวเราะเยาะว่า ดูก่อนท่านผู้เจริญพวกท่านจงดูกรรมของบรรพชิตเถิด ได้ยินแล้วใช่ไหมว่า บรรพชิตนี้ ฆ่าลิงกินแล้ว ยังถือเอาหนังเที่ยวไป (อีก). พระมหาสัตว์ เห็นพวกอำมาตย์เหล่านั้นกระทำการเช่นนั้น จึงคิดว่า พวกอำมาตย์เหล่านั้นยังไม่รู้ว่า เราเอาหนังวานรมาเพื่อต้องการจะทำลายวาทะของตน เราจักให้พวกเขารู้เสียบ้าง ขั้นแรกจึงเรียกอำมาตย์อเหตุกวาทีมาแล้ว ถามว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ท่านหัวเราะเยาะเราเพราะเหตุไร. เขาตอบว่า เพราะท่านการทำกรรมคือการประทุษร้ายต่อมิตรและยังกระทำปาณาติบาตด้วย.
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์คิดว่า บุคคลใดเชื่อถืออำมาตย์เหล่านั้นด้วยคติและด้วยทิฏฐิแล้วทำตามอย่างนั้น จะมีอะไรที่จะพึงกล่าวว่า บุคคลนั้นการทำความชั่ว ดังนี้ เมื่อจะทำลายวาทะของอเหตุกวาทีของอำมาตย์นั้น จึงกล่าวเป็นคาถาว่า
ถ้าถ้อยคำของท่านเป็นไปตามคติที่ดี และตาม สภาพ สัตว์กระทำกรรม ที่ไม่ควรทำบ้าง ที่ควรทำบ้าง เพราะความไม่ได้ใคร่ในกรรมที่สัตว์กระทำ สัตว์อะไร ในโลกนี้ จะเปื้อนด้วยบาปเล่า ถ้าเนื้อความแห่งภาษิต ของท่านนั้นเป็นอรรถเป็นธรรม และเป็นถ้อยคำงาม ไม่ชั่วช้า ถ้าถ้อยคำของท่านเป็นความจริง ลิงก็เป็น อันเราฆ่าดีแล้ว ถ้าท่านรู้ความผิดแห่งวาทะของตน
ก็จะไม่พึงติเตียนเราเลย เพราะว่าวาทะของท่านเป็นเช่นนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุทีรณา แปลว่า ถ้อยคำ. บทว่า สงฺคตฺยา ได้แก่ ทางไปที่ดี คือด้วยการเข้าถึงอภิชาตินั้น ๆ ในบรรดาอภิชาติทั้ง ๖ อย่าง. บทว่า ภาวายมนุวตฺตติ ความว่า ย่อมเป็นไปตามภาวะเป็นสัมปทานะ ใช้ในอรรถแห่งกรณะ. บทว่า อกามา คือ ไม่มีความปรารถนาไม่มีความอยากได้. บทว่า อกรณียํ วา ได้แก่ ความชั่วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ. บทว่า กรณียํ วา ได้แก่ กุศลเป็นสิ่งที่ควรทำ. บทว่า กุพฺพติ แปลว่าย่อมกระทำ. คำว่า กฺวิธ ตัดบทเป็น โก อิธ แปลว่า ใครในโลกนี้. มีคำที่ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า ท่านเป็นอเหตุวาที เป็นผู้มีความเห็นเป็นต้นว่าไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย เพื่อความเศร้าหมองแห่งสัตว์ทั้งหลาย ดังนี้ จึงกล่าวว่าโลกนี้ ย่อมเปลี่ยนไป คือ ย่อมแปรไปตามคติที่ดี และตามสภาพ เสวยสุขและทุกข์ในที่นั้น ๆ และสัตว์ผู้ไม่มีความใคร่ ย่อมทำบาปบ้าง บุญบ้าง ด้วยว่าคำของท่านนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น เมื่อบาปที่สัตว์ทำด้วยไม่มีความใคร่ (ในบาป) มีอยู่ หากเป็นไปอยู่ตามธรรมดาของตน สัตว์อะไร ในโลกนี้ ย่อมเปื้อนด้วยบาป. ก็ถ้าสัตว์ ย่อมเปื้อนด้วยบาปที่ตนมิได้กระทำแล้ว ใคร ๆ ไม่พึงเปื้อนด้วยบาปไม่มีเลย. บทว่า โส เจ อธิบายว่า เนื้อความแห่งภาษิตของท่าน คือวาทะที่ว่าไม่มีเหตุนั้น ถ้าเป็นเนื้อความที่มีประโยชน์ ส่องถึงประโยชน์ เป็นธรรมเป็นเนื้อความที่ดีไม่ชั่วช้า ถ้าถ้อยคำของท่านผู้เจริญที่ว่าสัตว์ทั้งหลายไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมองเอง ย่อมเสวยสุขและทุกข์เองนี้เป็นความจริง วานรก็เป็นอันเราฆ่าดีแล้ว โทษอะไรในข้อนี้จะพึงมีแก่เรา. บทว่า วิชานิย ความว่า ดูก่อนสหาย ก็ถ้าท่านพึงรู้ถึงความผิดแห่งวาทะของตนไซร้ ท่านก็ไม่พึงติเตียนเรา. ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะว่าวาทะของท่านผู้เจริญเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้น ท่านพึงสรรเสริญเราว่า ผู้นี้ทำคามวาทะของเรา แต่เมื่อไม่รู้วาทะของตน ก็ย่อมติเตียนเรา.
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๘๔–๑๑๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ปัญญาสนิบาตชาดก ๑๘๓ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๘๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
มหาโพธิชาตกํ
กินฺนุ ทณฺฑํ กิมาชินนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺญาปารมึ อารพฺภ กเถสิ ฯ
วตฺถุ มหาอุมฺมงฺคชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ
ตทา ปน สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตถาคโต ปญฺญวา ปรสฺส วาทมทฺทโนเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิกรฏฺเฐ อสีติโกฏิวิภวสฺส อุทิจฺจพฺราหฺมณมหาสาลสฺส กุเล นิพฺพตฺติ ฯ โพธิกุมาโรติสฺส นามํ กรึสุ ฯ โส วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป ปจฺจาคนฺตฺวา อคารมชฺเฌ วสนฺโต อปรภาเค กาเม ปหาย หิมวนฺตปฺปเทสํ ปวิสิตฺวา ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตตฺเถว วนมูลผลาหาโร จิรํ วสิตฺวา วสฺสารตฺตสมเย หิมวนฺตา โอรุยฺห จาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส ปริพฺพาชกสารุปฺเปน นคเร ภิกฺขาย จรนฺโต ราชทฺวารํ ปาปุณิ ฯ ตเมนํ สีหปญฺชเร ฐิโต ราชา ทิสฺวา ตสฺส อุปสเม ปสีทิตฺวา ตํ อตฺตโน ภวนํ ปเวเสตฺวา กตปฏิสนฺถาโร โถกํ ธมฺมกถํ สุตฺวา นานคฺครสโภชนํ ทาเปสิ ฯ มหาสตฺโต ภตฺตํ คเหตฺวา จินฺเตสิ อิทํ ราชกุลํ นาม พหุโทสํ พหู ปจฺจามิตฺตา โหนฺติ โก นุโข มม อุปฺปนฺนํ ภยํ นิตฺถริสฺสตีติ ฯ โส อวิทูเร ฐิตํ ราชวลฺลภํ เอกํ ปิงฺคลสุนขํ ทิสฺวา มหนฺตํ ภตฺตปิณฺฑํ คเหตฺวา ตสฺส ทาตุกามตาการํ ทสฺเสสิ ฯ ราชา ญตฺวา สุนขสฺส ภาชนํ อาหราเปตฺวา ภตฺตํ คาหาเปตฺวา ทาเปสิ ฯ มหาสตฺโตปิ ตสฺส ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐเปสิ ฯ ราชาปิ ตสฺส ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อนฺโตนคเร ราชุยฺยาเน ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา ปพฺพชิตปริกฺขาเร ทตฺวา ตํ ตตฺถ วสาเปสิ ฯ เทวสิกํ จสฺส เทฺว ตโย วาเร อุปฏฺฐานํ อคมาสิ ฯ โภชนกาเล ปน มหาสตฺโต นิจฺจํ ราชปลฺลงฺเกเยว นิสีทิตฺวา ราชโภชนเมว ภุญฺชติ ฯ เอวํ ทฺวาทส สํวจฺฉรานิ อตีตานิ ฯ ตสฺส ปน รญฺโญ ปญฺจ อมจฺจา อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุสาสนฺติ ฯ เตสุ เอโก อเหตุกวาที เอโก อิสฺสรกรณวาที เอโก ปุพฺเพกตวาที เอโก อุจฺเฉทวาที เอโก ขตฺตวิชฺชวาที ฯ เตสุ อเหตุกวาที อิเม สตฺตา สํสารสุทฺธิกาติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ อิสฺสรกรณวาที อยํ โลโก อิสฺสรนิมฺมิโตติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ ปุพฺเพกตวาที อิเมสํ สตฺตานํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อุปฺปชฺชมานํ ปุพฺเพ กเตเนว อุปฺปชฺชตีติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ อุจฺเฉทวาที อิโต ปรโลกํ คโต นาม นตฺถิ อยํ โลโก อุจฺฉิชฺชตีติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ ขตฺตวิชฺชวาที มาตาปิตโรปิ มาเรตฺวา อตฺตโนว อตฺโถ กาตพฺโพติ มหาชนํ อุคฺคณฺหาเปสิ ฯ เต รญฺโญ วินิจฺฉเย นิยุตฺตา ลญฺจขาทกา หุตฺวา อสฺสามิกํ สามิกํ สามิกํ อสฺสามิกํ กโรนฺติ ฯ
อเถกทิวสํ เอโก ปุริโส กูฏฏฺฏปราชิโต มหาสตฺตํ ภิกฺขาย จรนฺตํ ราชเคหํ ปวิสนฺตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ภนฺเต ตุมฺเห ราชเคเห ภุญฺชมานา วินิจฺฉยามจฺเจ ลญฺจํ คเหตฺวา โลกํ วินาเสนฺเต กสฺมา อชฺฌุเปกฺขถ อิทานิมฺหิ ปญฺจหิ อมจฺเจหิ กูฏฏฺฏการกสฺส หตฺถโต ลญฺจํ คเหตฺวา สามิโกว สมาโน อสฺสามิโก กโตติ ปริเทวิ ฯ โส ตสฺมึ การุญฺญวเสน วินิจฺฉยํ คนฺตฺวา ธมฺเมน วินิจฺฉินิตฺวา สามิกํเยว สามิกํ อกาสิ ฯ มหาชโน เอกปฺปหาเรเนว มหาสทฺเทน สาธุการํ อทาสิ ฯ ราชา ตํ สทฺทํ สุตฺวา กึสทฺโท นามายนฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ มหาสตฺตํ อุปนิสีทิตฺวา ปุจฺฉิ ภนฺเต อชฺช กิร โว อฏฺโฏ วินิจฺฉิโตติ ฯ อาม มหาราชาติ ฯ ภนฺเต ตุมฺเหสุ วินิจฺฉินนฺเตสุ มหาชนสฺส วุฑฺฒิ ภวิสฺสติ อิโต ปฏฺฐาย ตุมฺเห วินิจฺฉินถาติ ฯ มหาราช มยํ ปพฺพชิตา นาม เนตํ อมฺหากํ กมฺมนฺติ ฯ ภนฺเต มหาชเน การุญฺเญน กาตุํ วฏฺฏติ ตุมฺเห สกลทิวสํ มา วินิจฺฉินถ อุยฺยานโต ปน อิธาคจฺฉนฺตา วินิจฺฉยฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปาโตว จตฺตาโร อฏฺเฏ วินิจฺฉินถ ภุตฺวา อุยฺยานํ คจฺฉนฺตา จตฺตาโร เอวํ มหาชนสฺส วุฑฺฒิ ภวิสฺสตีติ ฯ โส เตน ปุนปฺปุนํ ยาจิยมาโน สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย ตถา อกาสิ ฯ กูฏฏฺฏการกา โอกาสํ น ลภึสุ ฯ เตปิ อมจฺจา ลญฺจํ อลภนฺตา ทุคฺคตา หุตฺวา จินฺตยึสุ โพธิปริพฺพาชกสฺส วินิจฺฉยกาลโต ปฏฺฐาย มยํ กิญฺจิ น ลภาม หนฺท นํ ราชเวริโกติ รญฺโญ อนฺตเร ปริภินฺทิตฺวา มาราเปสฺสามาติ ฯ เต ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา มหาราช โพธิปริพฺพาชโก ตุมฺหากํ อนตฺถกาโมติ วตฺวา อสทฺทหนฺเตน รญฺญา สีลวา เอโส ญาณสมฺปนฺโน น เอวรูปํ กริสฺสตีติ วุตฺเต มหาราช เตน สกลนครวาสิโน อตฺตโน หตฺเถ กตา เกวลํ อมฺเหเยว ปญฺจ ชเน กาตุํ น สกฺโกติ สเจ อมฺหากํ วจนํ น สทฺทหถ ตสฺส อิธาคมนกาเล ปริสํ โอโลเกยฺยาถาติ อาหํสุ ฯ ราชา สาธูติ สีหปญฺชเร ฐิโต ตํ อาคจฺฉนฺตํ โอโลเกนฺโต ปริวารํ ปสฺสิตฺวา อตฺตโน อญาเณน อฏฺฏการกมนุสฺเส ตสฺส ปริวาราติ มญฺญมาโน ภิชฺชิตฺวา เต อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา กินฺติ กโรมาติ ปุจฺฉิ ฯ คณฺหาเปถ นํ เทวาติ ฯ โอฬาริกํ อปราธํ อปสฺสนฺตา กถํ คณฺหาเปสฺสามาติ ฯ เตนหิ มหาราช ปกติปริหารมสฺส หาเปถ ตํ ปริหายนฺตํ ทิสฺวา ปณฺฑิโต ปริพฺพาชโก กสฺสจิ อนาโรเจตฺวา สยเมว ปลายิสฺสตีติ ฯ
ราชา สาธูติ วตฺวา อนุปุพฺเพน ตสฺส ปริหารํ ปริหาเปสิ ฯ ปฐมทิวสํ ตาว นํ ตุจฺฉปลฺลงฺเกเยว นิสีทาเปสุํ ฯ โส ตุจฺฉปลฺลงฺกํ ทสฺวาว รญฺโญ ปริภินฺนภาวํ ญตฺวา สยเมว อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตํ ทิวสเมว ปกฺกมิตุกาโม หุตฺวาปิ เอกนฺเตน ญตฺวา ปกฺกมิสฺสามีติ น ปกฺกามิ ฯ อถสฺส ปุนทิวเส ตุจฺฉปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส รญฺโญ ปกติภตฺตญฺจ อญฺญญฺจ คเหตฺวา มิสฺสกภตฺตํ อทํสุ ฯ ตติยทิวเส มหาตลํ ปวิสิตุํ อทตฺวา โสปานสีเสเยว ฐเปตฺวา มิสฺสกภตฺตํ อทํสุ ฯ โส ตํปิ คเหตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ อกาสิ ฯ จตุตฺถทิวเส เหฏฺฐา ปาสาเทว ฐเปตฺวา กาณาชกภตฺตํ อทํสุ ฯ โส ตํปิ คเหตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ อกาสิ ฯ ราชา อมจฺเจ ปุจฺฉิ มหาโพธิปริพฺพาชโก สกฺกาเร ปริหาปิเตปิ น ปกฺกมติ กินฺติ กโรมาติ ฯ เทว น โส ภตฺตตฺถาย จรติ ฉตฺตตฺถาย ปน จรติ สเจ ภตฺตตฺถาย จเรยฺย ปฐมทิวเสเยว ปลาเยยฺยาติ ฯ อิทานิ กึ กโรมาติ ฯ เสฺว ฆาฏาเปถ นํ มหาราชาติ ฯ โส สาธูติ เตสญฺเญว หตฺเถ ขคฺเค ฐเปตฺวา เสฺว อนฺตรทฺวาเร ฐตฺวา ปวิสนฺตสฺเสวสฺส สีสํ ฉินฺทิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ กตฺวา กิญฺจิ อชานาเปตฺวา วจฺจกุฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา นหาตฺวา อาคจฺเฉยฺยาถาติ อาห ฯ เต สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เสฺว อาคนฺตฺวา เอวํ กริสฺสามาติ อญฺญมญฺญํ วิจาเรตฺวา อตฺตโน นิเวสนานิ อคมํสุ ฯ ราชาปิ สายํ ภุตฺตโภชโน สิริสยเน นิปชฺชิตฺวา มหาสตฺตสฺส คุเณ อนุสฺสริ ฯ อถสฺส ตาวเทว โสโก อุปฺปชฺชิ ฯ สรีรโต เสทา มุญฺจนฺติ สยเน อสฺสาทํ อลภนฺโต อปราปรํ ปริวตฺติ ฯ อถสฺส อคฺคมเหสี อุปนิปชฺชิ ฯ โส ตาย สทฺธึ สลฺลาปมตฺตํปิ น กริ ฯ อถ นํ สา กึ นุโข มหาราช สลฺลาปมตฺตํปิ น กโรถ อปิ นุโข เม โกจิ อปราโธ อตฺถีติ ปุจฺฉิ ฯ นตฺถิ เทวิ อปิ จ โข โพธิปริพฺพาชโก กิร อมฺหากํ ปจฺจตฺถิโก ชาโตติ ตสฺส เสฺว ฆาฏนตฺถาย ปญฺจ อมจฺเจ อาณาเปสึ เต นํ หนิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ กตฺวา วจฺจกูเป ขิปิสฺสนฺติ โส ปน อมฺหากํ ทฺวาทส สํวจฺฉรานิ พหุธมฺมํ เทเสสิ เอกาปราโธปิสฺส มยา ปจฺจกฺขโต น ทิฏฺฐปุพฺโพ ปรปตฺติเยน ปน หุตฺวา ตสฺส มยา วโธ อาณตฺโต เตน การเณน โสจามีติ ฯ
อถ นํ สา สเจ เทว โส ปจฺจตฺถิโก ชาโต ตํ ฆาเฏนฺโต กึ โสจสิ ปจฺจตฺถิกํ นาม ปุตฺตํปิ ฆาเฏตฺวา อตฺตโน โสตฺถิภาโว กาตพฺโพว มา โสจิตฺถาติ อสฺสาเสสิ ฯ โส ตสฺสา วจเนน ปฏิลทฺธสฺสาโส นิทฺทํ โอกฺกมิ ฯ ตสฺมึ ขเณ โกเลยฺยโก ปิงฺคลสุนโข ตํ กถํ สุตฺวา เสฺว มยา อตฺตโน พเลน ตสฺส ชีวิตํ ทาตุํ วฏฺฏตีติ จินฺเตตฺวา ปุนทิวเส ปาโตว ปาสาทา โอรุยฺห มหาทฺวารํ อาคนฺตฺวา อุมฺมาเร สีสํ กตฺวา มหาสตฺตสฺส อาคมนมคฺคํ โอโลเกนฺโต นิปชฺชิ ฯ เตปิ โข อมจฺจา ปาโตว ขคฺคหตฺถา อาคนฺตฺวา ทฺวารนฺตเร อฏฺฐํสุ ฯ โพธิสตฺโตปิ เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา อุยฺยานา นิกฺขมฺม ราชทฺวารํ อาคญฺฉิ ฯ อถ นํ สุนโข ทิสฺวา มุขํ วิวริตฺวา จตสฺโส ทาฐา ทสฺเสตฺวา กึ ตฺวํ ภนฺเต ชมฺพูทีปตเล อญฺญตฺถ ภิกฺขํ น ลภสิ อมฺหากํ ราชา ตํ มารณตฺถาย ปญฺจ อมจฺเจ ขคฺคหตฺเถ ทฺวารนฺตเร ฐเปสิ มา ตฺวํ นลาเฏ มจฺจุํ คเหตฺวา อาคมิสฺสสิ สีฆํ ปกฺกมาติ มหาสทฺเทน วิรวิ ฯ โส สพฺพรุทญฺญุตาย ตมตฺถํ ญตฺวา ตโตว นิวตฺติตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ปกฺกมนตฺถาย ปริกฺขาเร อาทิยิ ฯ ราชาปิ สีหปญฺชเร ฐิโต ตํ อาคจฺฉนฺตญฺจ คจฺฉนฺตญฺจ ทิสฺวา สเจ อยํ มม ปจฺจตฺถิโก ภเวยฺย อุยฺยานํ คนฺตฺวา พลํ สนฺนิปาตาเปตฺวา กมฺมสชฺโช ภวิสฺสติ โน เจ อตฺตโน ปริกฺขาเร คเหตฺวา คมนสชฺโช ภวิสฺสติ ชานิสฺสามิ ตาวสฺส กิริยนฺติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา มหาสตฺตํ อตฺตโน ปริกฺขาเร อาทาย คมิสฺสามีติ ปณฺณสาลโต นิกฺขนฺตํ จงฺกมโกฏิยํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต คาถมาห
กินฺนุ ทณฺฑํ กิมาชินํ กึ ฉตฺตํ กึ อุปาหนํ
กึ องฺกุสญฺจ ปตฺตญฺจ สงฺฆาฏิญฺจาปิ พฺราหฺมณ
ตรมานรูโป คณฺหาสิ กินฺนุ ปตฺถยเส ทิสนฺติ ฯ
ตสฺสตฺโถ ภนฺเต ปุพฺเพ ตฺวํ อมฺหากํ ฆรํ อาคจฺฉนฺโต ทณฺฑาทีนิ น คณฺหสิ อชฺช ปน เกน การเณน ทณฺฑญฺจ อชินญฺจ ฉตฺตญฺจ อุปาหนญฺจ มตฺติกปสิพฺพโกลมฺพนองฺกุสญฺจ มตฺติกปตฺตญฺจ สงฺฆาฏิญฺจาติ สพฺเพปิเม ปริกฺขาเร ตรมาโน คณฺหาสิ กตรํ นุ ทิสํ ปตฺเถสิ กตฺถ คนฺตุกาโมสีติ ปุจฺฉิ ฯ
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต อยํ อตฺตนา กตกมฺมํ น ชานาตีติ มญฺญติ ชานาเปสฺสามิ นนฺติ จินฺเตตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ
ทฺวาทเสตานิ วสฺสานิ วสิตานิ ตฺวนฺติเก
นาภิชานามิ โสเตน ปิงฺคเลนาภิกุชฺชิตํ ฯ
สฺวายํ ทตฺโตว นทติ สุกฺกทาฐํ วิทํสยิ
ตว สุตฺวา สภริยสฺส วีตสทฺธสฺส มํ ปตีติ ฯ
ตตฺถ อภิกุชฺชิตนฺติ เอเตน ตว สุนเขน เอวํ มหาวิรเวน วิรวิตํ น ชานามิ ฯ ทตฺโตวาติ ทปฺปิโต วิย ฯ สภริยสฺสาติ ตว สภริยสฺส มม มารณตฺถาย ปญฺจนฺนํ อมจฺจานํ อาณตฺตภาวํ กเถนฺตสฺส สุตฺวา กึ ตฺวํ อญฺญตฺถ ภิกฺขํ น ลภสิ รญฺญา เต วโธ อาณตฺโต อิธ มา คจฺฉาติ ทตฺโตว นทติ ฯ วีตสทฺธสฺส มํ ปตีติ มมนฺตเร วีตสทฺธสฺส ตว วจนํ สุตฺวา เอวํ วทตีติ อาห ฯ
ตโต ราชา อตฺตโน โทสํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตํ ขมาเปนฺโต
จตุตฺถํ คาถมาห
อหุ เอส กโต โทโส ยถา ภาสสิ พฺราหฺมณ
เอส ภิยฺโย ปสีทามิ วส พฺราหฺมณ มา คมาติ ฯ
ตตฺถ ภิยฺโยติ สจฺจํ มยา เอวํ อาณตฺตํ อยํ เม โทโส เอส ปนาหํ อิทานิ อธิกตรํ ตว ปสีทามิ อิเธว วส มา พฺราหฺมณ อญฺญตฺถ คมาติ ฯ
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต มหาราช ปณฺฑิตา นาม ตาทิเสน ปรปตฺติเยน อปจฺจกฺขการินา สทฺธึ น สํวสนฺตีติ วตฺวา ตสฺส อนาจารํ ปกาเสนฺโต อาห
สพฺพเสโต ปุเร อาสิ ตโตปิ สพโล อหุ
สพฺพโลหิตโก ทานิ กาโล ปกฺกมิตุํ มม ฯ
อพฺภนฺตรํ ปุเร อาสิ ตโต มชฺเฌ ตโต พหิ
ปุรา นิทฺธมนา โหติ สยเมว วชามิหํ ฯ
วีตสทฺธํ น เสเวยฺย อุทปานํวโนทกํ
สเจปิ นํ อนุขเน วาริกทฺทมคนฺธิกํ ฯ
ปสนฺนเมว เสเวยฺย อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเย
ปสนฺนํ ปยิรุปาเสยฺย รหทํโวทกตฺถิโก ฯ
ภเช ภชนฺตํ ปุริสํ อภชนฺตํ น ภชฺชเย
อสปฺปุริสธมฺโม โส โย ภชนฺตํ น ภชฺชติ ฯ
โย ภชนฺตํ น ภชติ เสวมานํ น เสวติ
สเว มนุสฺสปาปิฏฺโฐ มิโค สาขสฺสิโต ยถา ฯ
อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคา อสโม สรเณน จ
เอเตน มิตฺตา ชีรนฺติ อกาเล ยาจนาย จ ฯ
ตสฺมา นาภิกฺขณํ คจฺเฉ น จ คจฺเฉ จิราจิรํ
กาเลน ยาจํ ยาเจยฺย เอวํ มิตฺตา น ชีรเร ฯ
อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย
อามนฺต โข ตํ คจฺฉาม ปุรา เต โหม อปฺปิยาติ ฯ
ตตฺถ สพฺพเสโตติ มหาราช ปฐมเมว ตาว ตว นิเวสเน มม โอทโน สพฺพเสโต อโหสิ ยํ ตฺวํ ภุญฺชสิ ตเมว ทาเปสีติ อตฺโถ ฯ ตโตติ ตโต ปจฺฉา ปริเภทกานํ วจนํ คเหตฺวา ตว มยิ วิรตฺตกาเลปิ สพโล มิสฺสโกทโน ชาโต ฯ อิทานีติ อิทานิ สพฺพโลหิตโก ชาโต ฯ กาโลติ อญฺญาณสฺส ตว สนฺติกา อิทานิ มม ปกฺกมิตุํ กาโล ฯ อพฺภนฺตรนฺติ ปฐมํ มม อพฺภนฺตรํ อาสนํ อลงฺกตมหาตลมฺหิ อสฺสิตเสตจฺฉตฺเต ราชปลฺลงฺเกเยว มํ นิสีทาเปสุํ ฯ มชฺเฌติ โสปานมตฺถเก ฯ ปุรา นิทฺธมนา โหตีติ ยาว คีวายํ คเหตฺวา นิกฺกฑฺฒนา โหติ ฯ อนุขเนติ สเจ อนุทกํ อุทปานํ ปตฺโต ปุริโส อุทกํ อปฺปสฺสนฺโต กลลํ วิยูหิตฺวา อนุขเนยฺย ตถาปิ ตํ วาริกทฺทมคนฺธิกํ ภเวยฺย อมนุญฺญตาย น ปิเวยฺย ตเถว วีตสทฺธํ ปยิรุปาสนฺเตน ลทฺธปจฺจยาปิ ปริตฺตา เจว ลูขา จ อมนุญฺญา อปริโภคารหาติ อตฺโถ ฯ ปสนฺนนฺติ ปติฏฺฐิตสทฺธํ ฯ รหทนฺติ คมฺภีรํ มหารหทํ ฯ ภชนฺตนฺติ อตฺตานํ ภชนฺตเมว ภเชยฺย ฯ อภชนฺตนฺติ ปจฺจตฺถิกํ ฯ น ภชฺชเยติ น ภเชยฺย ฯ น ภชฺชตีติ โย ปุริโส อตฺตานํ ภชนฺตํ หิตจิตฺตํ ปุคฺคลํ น ภชติ โส อสปฺปุริสธมฺโม นามาติ ฯ มนุสฺสปาปิฏฺโฐติ มนุสฺสลามโก ปฏิกุฏฺโฐ ปจฺฉิมโก ฯ สาขสฺสิโตติ มกฺกโฏ ฯ อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคาติ อติวิย อภิณฺหสํสคฺเคน ฯ อกาเลติ อยุตฺตปฺปตฺตกาเล ปรสฺส ปิยภณฺฑํ ยาจนาย มิตฺตา ชีรนฺติ นาม ตฺวํปิ อติจิรํ นิวาเสน มยิ เมตฺตํ ภินฺทิ ฯ ตสฺมาติ ยสฺมา อจฺจาภิกฺขณสํสคฺเคน อสโมสรเณน จ มิตฺตา ชีรนฺติ ตสฺมา ฯ จิราจิรนฺติ จิรกาลํ วีตินาเมตฺวา จิรํ น คจฺเฉ น อุปสงฺกเม ฯ ยาจนฺติ ยาจิตพฺพํ ภณฺฑกํ ยุตฺตกาเล น ยาเจยฺย ฯ น ชีรเรติ เอวํ มิตฺตา น ชีรนฺติ ฯ ปุรา เต โหมาติ ยาว ตว อปฺปิยา น โหม ตาว อามนฺเตตฺวาว เอวํ คจฺฉามาติ ฯ
ราชา อาห
เอวํ เจ ยาจมานานํ อญฺชลึ นาวพุชฺฌสิ
ปริวารกานํ สตฺตานํ วจนํ น กโรสิ โน
เอวนฺตํ อภิยาจาม ปุน กยิราสิ ปริยายนฺติ ฯ
ตตฺถ นาวพุชฺฌสีติ สเจ ภนฺเต เอวํ ยาจนฺเตน มยา กตํ อญฺชลึ น ชานาสิ น ปฏิคณฺหสีติ อตฺโถ ฯ ปริยายนฺติ ปุน อิธาคมนาย เอกวารํ กเรยฺยาสีติ ยาจติ ฯ
โพธิสตฺโต อาห
เอวญฺเจ โน วิหรตํ อนฺตราโย น เหสฺสติ
ตุมฺหญฺจาปิ มหาราช อมฺหํ วา รฏฺฐวฑฺฒน
อปฺเปว นาม ปสฺเสม อโหรตฺตานมจฺจเยติ ฯ
ตตฺถ เอวญฺเจ โนติ สเจ มหาราช เอวํ นานา หุตฺวา วิหรนฺตานํ อมฺหากํ อนฺตราโย น เหสฺสติ ตุยฺหํ วา มยฺหํ วา ชีวิตํ ปวตฺติสฺสตีติ ทีเปติ ฯ ปสฺเสมาติ อปิ นาม ปสฺเสยฺยาม ฯ
เอวํ วตฺวา มหาสตฺโต รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา อปฺปมตฺโต โหหิ มหาราชาติ วตฺวา อุยฺยานา นิกฺขมิตฺวา เอกสฺมึ สภาคฏฺฐาเน ภิกฺขาย จริตฺวา พาราณสิโต นิกฺขมฺม อนุปุพฺเพน หิมวนฺโตกาสเมว คนฺตฺวา กิญฺจิ กาลํ วสิตฺวา ปุน โอตริตฺวา เอกํ ปจฺจนฺตคามํ นิสฺสาย อรญฺเญ วิหาสิ ฯ ตสฺส ปน คตกาลโต ปฏฺฐาย เต อมจฺจา ปุน วินิจฺฉเย นิสีทิตฺวา วิโลปํ กโรนฺตา จินฺตยึสุ สเจ มหาโพธิปริพฺพาชโก ปุน อาคมิสฺสติ ชีวิตํ โน นตฺถิ กึ นุ ขฺวสฺส อนาคมนการณํ กเรยฺยามาติ ฯ อถ เนสํ เอตทโหสิ อิเม สตฺตา ปฏิพทฺธฏฺฐานํ นาม ปชหิตุํ น สกฺโกนฺติ กึ นุ ขฺวสฺส อิธ ปฏิพทฺธฏฺฐานนฺติ ฯ ตโต รญฺโญ อคฺคมเหสีติ ญตฺวา ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ยํ โส อิมํ นิสฺสาย อาคจฺเฉยฺย ปฏิกจฺเจว นํ มาราเปสฺสามาติ ฯ เต ราชานํ เอตทโวจุํ อิเม ทิวเส เอกา กถา สุยฺยตีติ ฯ กึกถา นามาติ ฯ มหาโพธิปริพฺพาชโก จ กิร เทวี จ อญฺญมญฺญํ สาสนปฏิสาสนํ เปเสนฺตีติ ฯ กินฺติ กตฺวาติ ฯ เตน กิร เทวิยา เปสิตํ สกฺกา นุ โข อตฺตโน พเลน ราชานํ มาราเปตฺวา มม เสตจฺฉตฺตํ ทาตุนฺติ ตายปิสฺส เปสิตํ รญฺโญ มรณนฺนาม มม ภาโร มหาโพธิปริพฺพาชโก ขิปฺปํ อาคจฺฉตูติ ฯ ราชา เตสํ ปุนปฺปุนํ กเถนฺตานํ สทฺทหิตฺวา อิทานิ กึ กาตพฺพนฺติ ปุจฺฉิตฺวา เทวึ มาเรตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺเต อนุปปริกฺขิตฺวาว เตนหิ นํ ตุมฺเหว มาเรตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา วจฺจกูเป ขิปถาติ อาห ฯ เต ตถา กรึสุ ฯ ตสฺสา มาริตภาโว สกลนคเร ปากโฏ อโหสิ ฯ
อถสฺสา จตฺตาโร ปุตฺตา อิมินา โน นิรปราธา มาตา มาริตาติ รญฺโญ ปจฺจตฺถิกา อเหสุํ ฯ ราชา มหาภยปฺปตฺโต อโหสิ ฯ มหาสตฺโต ปรมฺปราย ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา จินฺเตสิ ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ เต กุมาเร สญฺญาเปตฺวา ปิตรํ ขมาเปตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ รญฺโญ จ ชีวิตํ ทสฺสามิ กุมาเร ปาปโต โมเจสฺสามีติ ฯ โส ปุนทิวเส ปจฺจนฺตคามํ ปวิสิตฺวา มนุสฺเสหิ ทินฺนํ มกฺกฏมํสํ ขาทิตฺวา ตสฺส จมฺมํ ยาจิตฺวา อสฺสมปเท สุกฺขาเปตฺวา นิคฺคนฺธํ กตฺวา นิวาเสสิปิ ปารุเปสิปิ อํเสปิ ฐเปสิ ฯ กึการณา ฯ พหูปกาโร เมติ วจนตฺถาย ฯ โส ตํ จมฺมํ อาทาย อนุปุพฺเพน พาราณสึ คนฺตฺวา กุมาเร อุปสงฺกมิตฺวา ปิตุฆาฏกมฺมํ นาม ทารุณํ ตํ โว น กาตพฺพํ อชรามโร สตฺโต นาม นตฺถิ อหํ ตุมฺเห อญฺญมญฺญํ สมคฺเค กริสฺสามีติ อาคโต ตุมฺเห มยา ปหิเต สาสเน อาคจฺเฉยฺยาถาติ กุมาเร โอวทิตฺวา อนฺโตนคเร อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา มกฺกฏจมฺมํ อตฺถริตฺวา สิลาปฏฺเฏ นิสีทิ ฯ อถ นํ อุยฺยานปาโล ทิสฺวา เวเคน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ ฯ ราชา สุตฺวาว สญฺชาตโสมนสฺโส เต อมจฺเจ อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา นิสีทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กาตุํ อารภิ ฯ มหาสตฺโต เตน สทฺธึ อสมฺโมทิตฺวา มกฺกฏจมฺมํเยว ปริมชฺชิ ฯ อถ นํ เอวมาห ภนฺเต ตุมฺเห มํ อกเถตฺวา มกฺกฏจมฺมเมว ปริมชฺชถ กึ โว อิทํ มยา พหูปการตรนฺติ ฯ อาม มหาราช พหูปกาโร เม เอส พานโร อหมสฺส ปิฏฺเฐ นิสีทิตฺวา วิจริ อยํ เม ปานียฆฏํ อาหริ วสนฏฺฐานํ สมฺมชฺชิ อภิสมาจาริกวตฺตปฏิวตฺตํ เม อกาสิ อหํ ปน อตฺตโน ทุพฺพลจิตฺตตายสฺส มํสํ ขาทิตฺวา จมฺมํ สุกฺขาเปตฺวา อตฺถริตฺวา นิสีทามิ เจว นิปชฺชามิ จ เอวํ พหูปกาโร เอส มยฺหนฺติ ฯ อิติ โส เตสํ วาเท ภินฺทนตฺถาย วานรจมฺเม จ วานเร จ วานรโวหารํ อาโรเปตฺวา ตํ ตํ ปริยายํ สนฺธาย อิมํ กถํ กเถสิ ฯ โส หิ ตสฺส นิวตฺถปุพฺพตฺตา ปิฏฺเฐ นิสีทิตฺวา วิจรินฺติ อาห ฯ ตํ อํเส กตฺวา ปานียฆฏสฺส อาหฏตฺตา ปานียฆฏํ อาหรตีติ อาห ฯ เตน จมฺเมน ภูมิยํ สมฺมชฺชปุพฺพตฺตา วสนฏฺฐานํ สมฺมชฺชีติ อาห ฯ นิปนฺนกาเล เตน จมฺเมน ปิฏฺฐิยา อกฺกนฺตกาเล ปาทานํ ผุฏฺฐปุพฺพตฺตา วตฺตปฏิวตฺตํ เม อกาสีติ อาห ฯ ฉาตกาเล ปน ตสฺส มํสํ ลภิตฺวา ขาทิตตฺตา อหํ ปน อตฺตโน ทุพฺพลจิตฺตตายสฺส มํสํ ขาทินฺติ อาห ฯ
ตํ สุตฺวา เต อมจฺจา ปาณาติปาโต เตน กโตติ สญฺญาย ปสฺสถ โภ ปพฺพชิตสฺส กมฺมํ มกฺกฏํ กิร มาเรตฺวา มํสํ ขาทิตฺวา จมฺมํ คเหตฺวา วิจรตีติ ปาณึ ปหริตฺวา ปริหาสมกํสุ ฯ มหาสตฺโต เต ตถา กโรนฺเต ทิสฺวา อิเม อตฺตโน วาทเภทนตฺถาย มม จมฺมํ อาทาย อาคตภาวํ น ชานนฺติ ชานาเปสฺสามิ เนติ อเหตุกวาทึ ตาว อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉิ อาวุโส ตฺวํ กสฺมา มํ ปริภาสสีติ ฯ มิตฺตทุพฺภิกมฺมสฺส เจว ปาณาติปาตสฺส จ กตตฺตาติ ฯ
ตโต มหาสตฺโต โย ปน คติยา เจว ทิฏฺฐิยา จ เต สทฺทหิตฺวา เอวํ กเรยฺย เตน กึ ทุกฺกฏนฺติ ตสฺส วาทํ ภินฺทนฺโต อาห
อุทีรณา เจ สงฺคหตฺยา ภาวายมนุวตฺตติ
อกามา อกรณียํ วา กรณียํ วาปิ กุพฺพติ
อกามกรณียสฺมึ กฺวิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ
โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก
โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโย พานโร มยา ฯ
อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย
น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ
ตตฺถ อุทีรณาติ กถา ฯ สงฺคตฺยาติ สํคติยา ฉนฺนํ อภิชาตีนํ ตํ ตํ อภิชาตึ อุปคมเนน ฯ ภาวายมนุวตฺตตีติ ภาเวน อนุวตฺตติ ฯ กรณตฺเถ สมฺปทานํ ฯ อกามาติ อกาเมน อนิจฺฉาย ฯ อกรณียํ วาติ อกตฺตพฺพํ ปาปกํ วา ฯ กรณียํ วาติ กตฺตพฺพกุสลํ วา ฯ กุพฺพตีติ กโรติ ฯ กฺวิธาติ โก อิธ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ตฺวํ อเหตุวาที นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายาติ อาทิทิฏฺฐิโก อยํ โลโก สํคติยา เจว สภาเวน จ อนุวตฺตติ ปริณมติ ตตฺถ ตตฺถ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ อกามโก จ ปาปํ วา ปุญฺญํ วา กโรตีติ วทสิ อยํ ตว อุทีรณา สเจ ตถา เอวํ สนฺเต อกามกรณียสฺมึ อตฺตโน ธมฺมตาย ปวตฺตมาเน ปาเป โก อิธ สตฺโต ปาเปน ลิมฺปติ ฯ สเจ หิ อตฺตนา อกเตน ปาเปน ลิมฺปติ น โกจิ น ลิมฺเปยฺยาติ ฯ โส เจติ โส อเหตุกวาทสงฺขาโต ตว ภาสิตตฺโถ อตฺถตฺโถ จ อตฺถโชตโก จ ธมฺโม กลฺยาโณ เจ น ปาปโก อเหตู อปจฺจยา สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวทิยนฺตีติ อิทํ โภโต วจนํ สจฺจํ เจ สุหโต วานโร มยา โก เอตฺถ มม โทโสติ อตฺโถ ฯ วิชานิยาติ สมฺม สเจ หิ ตฺวํ อตฺตโน วาทสฺส อปราธํ ชาเนยฺยาสิ น มํ ครเหยฺยาสิ ฯ กึการณา ฯ โภโต วาโท หิ ตาทิโส ตสฺมา อยํ มม วาทํ กโรตีติ มํ ปสํเสยฺยาสิ อตฺตโน ปน วาทํ อชานนฺโต มํ ครหสีติ ฯ
เอวํ มหาสตฺโต ตํ นิคฺคณฺหิตฺวา อปฺปฏิภาณํ อกาสิ ฯ โสปิ ราชา ปริสติ มงฺกุภูโต ปตฺตกฺขนฺโธ นิสีทิ ฯ มหาสตฺโตปิ ตสฺส วาทํ ภินฺทิตฺวา อิสฺสรกรณวาทึ อามนฺเตตฺวา ตฺวํ อาวุโส มํ กสฺมา ปริหาสสิ ยทิ อิสฺสรนิมฺมิตวาทํ สารโต ปจฺเจสีติ วตฺวา อาห
อิสฺสโร สพฺพโลกสฺส สเจ กปฺเปติ ชีวิตํ
สเจ อิทฺธึ พฺยสนภาวญฺจ กมฺมํ กลฺยาณปาปกํ
นิทฺเทสการี ปุริโส อิสฺสโร เตน ลิมฺปติ ฯ
โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก
โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต วานโร มยา ฯ
อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย
น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ
ตตฺถ กปฺเปติ ชีวิตนฺติ สเจ พฺรหฺมา วา อญฺโญ วา โกจิ อิสฺสโร ตฺวํ กสิยา ชีว ตฺวํ โครกฺเขนาติ เอวํ สพฺพโลกสฺส ชีวิตํ สํวิทหติ วิจาเรติ ฯ อิทฺธึ พฺยสนภาวญฺจาติ อิติ อิสฺสริยาทิเภทา อิทฺธิโย จ ญาติวินาสาทิกํ พฺยสนภาวญฺจ เสสญฺจ กลฺยาณปาปกํ กมฺมํ สพฺพํ ยทิ อิสฺสโรว กปฺเปติ กโรติ ฯ นิทฺเทสการีติ ยทิ ตสฺส นิทฺเทสํ อาณตฺติเมว เสโส โย โกจิ ปุริโส กโรติ เอวํ สนฺเต โย โกจิ ปาปํ กโรติ ตสฺส อิสฺสเรน กตตฺตา อิสฺสโรว เตน ปาเปน ลิมฺปติ ฯ เสสํ ปุริมนเยน เวทิตพฺพํ ฯ ยถา จ อิธ เอวํ สพฺพตฺถ ฯ
อิติ อมฺพโตว มุคฺครํ คเหตฺวา อมฺพํ ปาเตนฺโต วิย อิสฺสรกรเณเนว อิสฺสรกรณวาทํ ภินฺทิตฺวา ปุพฺเพกตวาทึ อามนฺเตตฺวา ตฺวํ อาวุโส มํ กึ ปริหาสสิ ยทิ ปุพฺเพกตวาทํ สจฺจํ มญฺญสีติ วตฺวา อาห
สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ
โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ
โปราณกอิณโมกฺโข กฺวิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ
โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก
โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต วานโร มยา ฯ
อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย
น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ
ตตฺถ ปุพฺเพกตเหตูติ ปุพฺเพกตเหตุ ปุริมภเว กตกมฺมกรเณเนว ฯ ตเมโส มุญฺจเต อิณนฺติ โย วธพนฺธาทีหิ ทุกฺขํ ปาปุณาติ ยทิ โส ยํ เตน โปราณกํ กตํ ปาปํ ตํ อิทานิ อิณํ มุญฺจติ เอวํ สนฺเต มมาปิ เอส โปราณกอิณโต โมกฺโข อเนน หิ มกฺกเฏน ปุพฺเพ ปริพฺพาชเกน หุตฺวา อหํ มกฺกโฏ สมาโน มาเรตฺวา ขาทิโต ภวิสฺสามิ สฺวายํ อิธ มกฺกฏตฺตํ ปตฺโต มยา ปริพฺพาชกตฺตมฺปตฺเตน มาเรตฺวา ขาทิโต ภวิสฺสติ โก อิธ ปาเปน ลิมฺปตีติ ฯ
อิติ โส ตสฺสาปิ วาทํ ภินฺทิตฺวา อุจฺเฉทวาทึ อภิมุขํ กตฺวา ตฺวํ อาวุโส นตฺถิ ทินฺนนฺติ อาทีนิ วตฺวา อิเธว สตฺตา อุจฺฉิชฺชนฺติ ปรโลกคตา นาม นตฺถีติ มญฺญมาโน กสฺมา มํ ปริหาสสีติ สนฺตชฺเชตฺวา อาห
จตุนฺนํเยวุปาทาย รูปํ สมฺโภติ ปาณินํ
ยโต จ รูปํ สมฺโภติ ตตฺเถว อนุปคจฺฉติ ฯ
อิเธว ชีวติ ชีโว เปจฺจ เปจฺจ วินสฺสติ
อุจฺฉิชฺชติ อยํ โลโก เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา
อุจฺฉิชฺชมาเน โลกสฺมึ กฺวิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ
โส เจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก
โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต พานโร มยา ฯ
อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย
น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ
ตตฺถ จตุนฺนนฺติ ปฐวีอาทีนํ ภูตานํ ฯ รูปนฺติ รูปกฺขนฺโธ ฯ ตตฺเถวาติ ยโต ตํ รูปํ สมฺโภติ นิรุชฺฌนกาเลปิ ตตฺเถว นิคจฺฉติ ฯ อิมินา ตสฺส จตุมหาภูติโก อยํ ปุริโส ยทา กาลํ กโรติ ปฐวี ปฐวีกายํ อนุเปติ อนุปคจฺฉติ อาโป เตโช วาโย วาโยกายํ อนุเปติ อนุปคจฺฉติ อากาสํ อินฺทฺริยานิ สงฺกมนฺตึ อาสนฺทิปญฺจมา ปุริสา มตํ อาทาย คจฺฉนฺติ ยาว อาหฬนปทานิ ปญฺญายนฺติ กาโปตกานิ อฏฺฐีนิ ภวนฺติ ภสฺมนฺตาหุติโย ทตฺตุปญฺญตฺตํ ยทิทํ ทานํ เตสํ ตุจฺฉา มุสาภิลาปา เย เกจิ อตฺถิกวาทํ วทนฺติ พาลา จ ปณฺฑิตา จ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชนฺติ วินสฺสนฺติ น โหนฺติ ปรมฺมรณาติ อิมํ ทิฏฺฐึ ปติฏฺฐาเปสิ ฯ อิเธวาติ อิมสฺมึเยว โลเก ชีโว ชีวติ ฯ เปจฺจ เปจฺจ วินสฺสตีติ ปรโลเก นิพฺพตฺตสตฺโต คติวเสน อิธ อนาคนฺตฺวา ตตฺเถว ปรโลเก วินสฺสติ อุจฺฉิชฺชติ เอวํ อุจฺฉิชฺชมาเน โลกสฺมึ โก อิธ ปาเปน ลิมฺปติ ฯ
อิติ โส ตสฺสาปิ วาทํ ภินฺทิตฺวา ขตฺตวิชฺชวาทึ อามนฺเตตฺวา ตฺวํ อาวุโส มาตาปิตโรปิ มาเรตฺวา อตฺตโน อตฺโถ กาตพฺโพติ อิมํ ลทฺธึ อุกฺขิปิตฺวา วิจรนฺโต กสฺมา มํ ปริหาสสีติ วตฺวา อาห
อาหุ กตฺตวิธา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน
มาตรํ ปิตรํ หญฺเญ อโถ เชฏฺฐํปิ ภาตรํ
หเนยฺย ปุตฺตทาเร จ อตฺโถ เจ ตาทิโส สิยาติ ฯ
ตตฺถ กตฺตวิธาติ ขตฺตวิชฺชา ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ ขตฺตวิชฺชาจริยานํ เอตํ นามํ ฯ พาลา ปณฺฑิตมานิโนติ พาลา สมานาปิ ปณฺฑิตา มยํ อตฺตโน ปณฺฑิตภาวํ ปกาเสสฺสามาติ มญฺญมานา ปณฺฑิตมานิโน หุตฺวา เอวมาหุ ฯ อตฺโถ เจติ สเจ อตฺตโน ตถารูโป โกจิ อตฺโถ สิยา น กิญฺจิ ปริวชฺเชยฺย สพฺพํ หเนยฺย วาติ วทนฺติ ตฺวํปิ เนสํ อญฺญตโรติ ฯ
เอวํ ตสฺส ลทฺธึ ปติฏฺฐเปตฺวา อตฺตโน ลทฺธึ ปกาเสนฺโต อาห
ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา
น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ
อถ อตฺเถ สมุปฺปนฺเน สมูลมปิ อพฺพเห
อตฺโถ เม สมฺพเลนาปิ สุหโต วานโร มยา ฯ
สเจ อตฺโถ จ ธมฺโม จ กลฺยาโณ น จ ปาปโก
โภโต เจ วจนํ สจฺจํ สุหโต วานโร มยา ฯ
อตฺตโน เจ หิ วาทสฺส อปราธํ วิชานิย
น มํ ตฺวํ ครเหยฺยาสิ โภโต วาโท หิ ตาทิโสติ ฯ
ตตฺถ อมฺโภ ขตฺตวิชฺช อมฺหากํ ปน อาจริยา เอวํ วณฺณยนฺติ อตฺตนา ปริภุตฺตจฺฉายสฺส รุกฺขสฺสาปิ สาขํ วา ปณฺณํ วา น ภญฺเชยฺย ฯ กึการณา ฯ มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ตฺวํ ปน เอวํ วเทสิ อถ อตฺเถ สมุปฺปนฺเน สมูลมปิ อพฺพเหติ ฯ มมญฺจ ปาเถยฺเยน อตฺโถ อโหสิ ตสฺมา สเจเปส มยา หโต ตถาปิ อตฺโถ เม สมฺพเลนาปิ สุหโต วานโร มยาติ ฯ
เอวํ โส ตสฺสาปิ วาทํ ภินฺทิตฺวา ปญฺจสุปิ เตสุ อปฺปฏิภาเณสุ นิสินฺเนสุ ราชานํ อามนฺเตตฺวา มหาราช ตฺวํ อิเม ปญฺจรฏฺฐวิโลปเก มหาโจเร คเหตฺวา วิจรสิ อโห พาโล เอวรูปานํ หิ สํสคฺเคน ปุริโส ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ สมฺปรายิกมฺปิ มหาทุกฺขํ ปาปุเณยฺยาติ วตฺวา รญฺโญ ธมฺมํ เทเสนฺโต อาห
อเหตุวาโท ปุริโส โย จ อิสฺสรกุตฺติโก
ปุพฺเพกตี จ อุจฺเฉที โย จ กตฺตวิโธ นโร ฯ
เอเต อสปฺปุริสา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน
กเรยฺย ตาทิโส ปาปํ อโถ อญฺญมฺปิ การเย
อสปฺปุริสสํสคฺโค ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโยติ ฯ
ตตฺถ ตาทิโสติ มหาราช ยาทิสา เอเต ปญฺจ ทิฏฺฐิคติกา ตาทิโส ปุริโส สยํปิ ปาปํ กเรยฺย ยฺวาสฺส วจนํ สุณาติ ตํ อญฺญํปิ การเย ฯ ทุกฺกโฏติ เอวรูเปหิ อสปฺปุริเสหิ สทฺธึ สํสคฺโค ปรโลเกปิ อิธโลเกปิ ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโย จ โหติ ฯ อิมสฺส ปนตฺถสฺส ปกาสนตฺถํ ยานิ กานิจิ ภิกฺขเว ภยานิ อุปฺปชฺชนฺติ สพฺพานิ ตานิ พาลโตติ สุตฺตํ อาหริตพฺพํ ฯ โคธชาตกสญฺชีวชาตกอกิตฺติชาตกาทีนิ วายมตฺโถ ทีเปตพฺโพ ฯ
อิทานิ โอปมฺมทสฺสนวเสน ธมฺมเทสนํ วฑฺเฒนฺโต อาห
อุรพฺภรูเปน พกาสุ ปุพฺเพ
อสํกิโต อชยูถํ อุเปติ
หนฺตฺวา อุรณึ อชิยํ อชญฺจ
หนฺตฺวา สยิตฺวา เยน กามํ ปเลติ ฯ
ตถาวิเธเก สมณพฺราหฺมณาเส
ฉทนํ กตฺวา วญฺจยนฺติ มนุสฺเส
อนาสกา ถณฺฑิลเสยฺยกา จ
รโชชลฺลํ อุกฺกุฏิกปฺปธานํ
ปริยายภตฺตญฺจ อปานกตฺตา
ปาปาจารา อรหนฺโต วทานา ฯ
เอเต อสปฺปุริสา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน
กเรยฺย ตาทิโส ปาปํ อโถ อญฺญํปิ การเย
อสปฺปุริสสํสคฺโค ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโย ฯ
ยมาหุ นตฺถิ วิริยนฺติ เหตุญฺจ อปวทนฺติ
เย ปรการํ อตฺตการญฺจ เย ตุจฺฉํ สมวณฺณยุํ ฯ
เอเต อสปฺปุริสา โลเก พาลา ปณฺฑิตมานิโน
กเรยฺย ตาทิโส ปาปํ อโถ อญฺญํปิ การเย
อสปฺปุริสสํสคฺโค ทุกฺกโฏ กฏุกุทฺรโย ฯ
สเจ หิ วิริยํ นาสฺส กมฺมํ กลฺยาณปาปกํ
น ภเร วฑฺฒกึ ราชา นปิ ยนฺตานิ การเย ฯ
ยสฺมา จ วิริยํ อตฺถิ กมฺมํ กลฺยาณปาปกํ
ตสฺมา ยนฺตานิ กาเรติ ราชา ภรติ วฑฺฒกึ ฯ
ยทิ วสฺสสตํ เทโว น วสฺเส น หิมํ ปเต
อุจฺฉิชฺเชยฺย อยํ โลโก วินสฺเสยฺย อยํ ปชา ฯ
ยสฺมา จ วสฺสตี เทโว หิมญฺจาปิ ผุสียติ
ตสฺมา สสฺสานิ ปจฺจนฺติ รฏฺฐญฺจ ปาลยเต จิรํ ฯ
ควญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว
สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ ฯ
เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต
โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา
สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก ฯ
ควญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว
สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต อุชุํ คเต สติ ฯ
เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต
โส เจว ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา
สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก ฯ
มหารุกฺขสฺส ผลิโน อามํ ฉินฺทติ โย ผลํ
รสญฺจสฺส น ชานาติ พีชญฺจสฺส วินสฺสติ ฯ
มหารุกฺขูปมํ รฏฺฐํ อธมฺเมน โย ปสาสติ
รสญฺจสฺส น ชานาติ รฏฺฐญฺจสฺส วินสฺสติ ฯ
มหารุกฺขสฺส ผลิโน ปกฺกํ ฉินฺทติ โย ผลํ
รสญฺจสฺส วิชานาติ พีชญฺจสฺส น นสฺสติ ฯ
มหารุกฺขูปมํ รฏฺฐํ ธมฺเมน โย ปสาสติ
รสญฺจสฺส วิชานาติ รฏฺฐญฺจสฺส น นสฺสติ ฯ
โย จ ราชา ชนปทํ อธมฺเมน ปสาสติ
สพฺโพสธีภิ โส ราชา วิรุทฺโธ โหติ ขตฺติโย ฯ
ตเถว เนคเม หึสํ เย ยุตฺตา กยวิกฺกเย
โอชทานพลีกาเร ส โกเสน วิรุชฺฌติ ฯ
ปหารวรเขตฺตญฺญู สงฺคาเม กตนิสฺสเม
อุสฺสิเต หึสยํ ราชา ส พเลน วิรุชฺฌติ ฯ
ตเถว อิสโย หึสํ สํยเม พฺรหฺมจาริโน
อธมฺมจารี ขตฺติโย โส สคฺเคน วิรุชฺฌติ ฯ
โย จ ราชา อธมฺมฏฺโฐ ภริยํ หนฺติ อทูสกํ
ลุทฺทํ ปสวเต ปาปํ ปุตฺเตหิ จ วิรุชฺฌติ ฯ
ธมฺมํ จเร ชานปเท นิคเมสุ พเลสุ จ
อิสโย จ น หึเสยฺย ปุตฺตทาเร สมญฺจเร ฯ
ส ตาทิโส ภูมิปติ รฏฺฐปาโล อโกธโน
สามนฺเต สํปกมฺเปติ อินฺโทว อสุราธิโปติ ฯ
ตตฺถ พกาสุ ปุพฺเพติ พโก ปุพฺเพ ฯ อสูติ นิปาตมตฺตํ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ มหาราช ปุพฺเพ เอโก อุรพฺภรูโป พโก อโหสิ ตสฺส นงฺคุฏฺฐํ มหาทีฆํ ตํ ปน โส อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา อุรพฺภรูเปน อสํกิโต อชยูถํ อุเปติ ตตฺถ อุรณิกญฺจ อชิกญฺจ อชญฺจ หนฺตฺวา เยน กามํ ปเลติ ฯ ตถาวิเธเกติ ตถาวิธา เอเก สมณพฺราหฺมณา ปพฺพชฺชาลิงฺเคน ฉทนํ กตฺวา อตฺตานํ ฉาเทตฺวา มธุรวจนาทีหิ หิตกามา วิย หุตฺวา โลกํ วญฺเจนฺติ ฯ อนาสกาติ อาทิ เตสํ ฉทนสฺส ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ ฯ เอกจฺเจ หิ มยํ อนาสกา น กิญฺจิ อาหาเรมาติ มนุสฺเส วญฺเจนฺติ ฯ อปเร มยํ ถณฺฑิลเสยฺยกาติ ฯ อญฺเญสํ ปน รโชชลฺลํ ฉทนํ ฯ อญฺเญสํ อุกฺกุฏิกปฺปธานํ ฯ เต คจฺฉนฺตาปิ อุปฺปติตฺวา อุกฺกุฏิกาว คจฺฉนฺติ ฯ อญฺเญสํ สตฺตาหทสาหาทิวาร- โภชนสงฺขาตํ ปริยายภตฺตฉทนํ ฯ อปเร อปานกตฺตา โหนฺติ มยํ ปานียํ น ปิวามาติ วทนฺติ ฯ อรหนฺโต วทานาติ ปาปาจารา หุตฺวา มยํ อรหนฺโตติ วทนฺตา วิจรนฺติ ฯ เอเตติ มหาราช อิเม วา ปญฺจ ชนา โหนฺติ อญฺเญ วา ยาวนฺโต ทิฏฺฐิคติกา นาม สพฺเพปิ เอเต อสปฺปุริสา ฯ ยมาหูติ เย อาหุ เย วทนฺติ ฯ สเจ หิ วิริยํ นาสฺสาติ มหาราช สเจ ญาณสมฺปยุตฺตกํ กายิกเจตสิกวิริยํ น ภเวยฺย ฯ กมฺมนฺติ กลฺยาณปาปกํ กมฺมํปิ ยทิ น ภเวยฺย ฯ น กเรติ เอวํ สนฺเต วฑฺฒกึ วา อญฺเญ วา การเก ราชา น โปเสยฺย ฯ นปิ ยนฺตานีติ นปิ สตฺตภูมิปาสาทาทีนิ ยนฺตานิ กเรยฺย ฯ กึการณา ฯ วิริยสฺส เจว กมฺมสฺส จ อภาวา ฯ อุจฺฉิชฺเชยฺยาติ มหาราช ยทิ เอตฺตกํ กาลํ เนว เทโว วสฺเสยฺย น หิมํ ปเตยฺย อถ กปฺปุฏฺฐานกาโล วิย อยํ โลโก อุจฺฉิชฺเชยฺย อุจฺเฉทวาทินา กถิตนิยาเมน ปน อุจฺเฉโท นาม นตฺถิ ฯ ปาลยเตติ ปาลยติ ฯ ควญฺเจ ตรมานานนฺติ จตสฺโส คาถา รญฺญา ธมฺมเทสนตฺถเมว วุตฺตา ฯ ตถา มหารุกฺขสฺสาติ อาทิกา ฯ ตตฺถ มหารุกฺขสฺสาติ มธุรอมฺพรุกฺขสฺส ฯ อธมฺเมนาติ อคติคมเนน ฯ รสญฺจสฺส น ชานาตีติ อธมฺมิโก ราชา รฏฺฐสฺส รสํ โอชํ น ชานาติ อายสมฺปตฺตึ น ลภติ ฯ วินสฺสตีติ สุญฺญํ โหติ ฯ มนุสฺสา คามนิคเม ฉฑฺเฑตฺวา ปจฺจนฺตํ ปพฺพตวิสมํ ภชนฺติ ฯ สพฺพานิ อายมุขานิ ปจฺฉิชฺชนฺติ ฯ สพฺโพสธีภีติ สพฺเพหิ มูลตจปณฺณปุปฺผผลาทีหิ เจว สปฺปินวนีตาทีหิ จ โอสเธหิ วิรุชฺฌติ น ตานิ สมฺปชฺชนฺติ ฯ อธมฺมิกรญฺโญ หิ ปฐวี นิโรชา โหติ ฯ ตสฺสา นิโรชตาย โอสธานํ โอชํ น โหติ ตานิ โรคํ วูปสเมตุํ น สกฺโกนฺติ ฯ อิติ โส เตหิ วิรุทฺโธ นาม โหติ ฯ เนคเมติ นิคมวาสี กุฏุมฺพิเก หึสนฺโต ปีเฬนฺโต ฯ เย ยุตฺตาติ เย กยวิกฺกเย ยุตฺตา อายานํ มุขา ถลชลปถวาณิชา เต จ หึสนฺโต ฯ โอชทานพลีกาเรติ ตโต ตโต ชนปทโต ภณฺฑหารณสุงฺกทานวเสน โอชทานญฺเจว ฉภาคทสภาคาทิเภทํ พลิญฺจ กโรนฺเต ฯ ส โกเสนาติ โส เอเต หึสนฺโต อธมฺมิกราชา ธนธญฺเญ ปริหายนฺโต โกเสน วิรุชฺฌติ นาม ฯ ปหารวรเขตฺตญฺญูติ อิมสฺมึ ฐาเน วิชฺฌิตุํ วฏฺฏตีติ เอวํ ปหารวรานํ เขตฺตํ ชานเน ธนุคฺคเห ฯ สงฺคาเม กตนิสฺสเมติ ยุทฺเธสุ กตกมฺเม มหาโยเธ ฯ อุสฺสิเตติ อุคฺคเต ปญฺญาเต มหามตฺเต ฯ หึสยนฺติ เอวรูเป สยํ วา หึสนฺโต ปเรหิ วา หึสาเปนฺโต ฯ พเลนาติ พลกาเยน ฯ ตถาวิธํ หิ ราชานํ อยํ พหูปกาเร อตฺตโน รชฺชทายเกปิ หึสติ กิมงฺคํ ปน อมฺเหติ อวเสสาปิสฺส โยธา วิชหนฺติเยว ฯ อิติ โส พเลน วิรุทฺโธ นาม โหติ ฯ ตเถว อิสโย หึสนฺติ ยถา จ เนคมาทโย ตเถว เอสิตคุเณ ปพฺพชิเต อกฺโกสนปหรณาทีหิ หึสนฺโต อธมฺมจารี ราชา กายสฺส เภทา อปายเมว อุเปติ สคฺเค นิพฺพตฺติตุํ น สกฺโกตีติ สคฺเคน วิรุทฺโธ นาม โหติ ฯ ภริยํ หนฺติ อทูสกนฺติ อตฺตโน พาหุจฺฉายาย วฑฺฒิตํ ปุตฺตธีตาหิ สํวฑฺฒํ สีลวตึ ภริยํ มิตฺตปฏิรูปกานํ โจรานํ วจนํ คเหตฺวา มาเรติ ฯ ลุทฺทํ ปสวเต ปาปนฺติ โส อตฺตโน นิรยูปปตฺตึ ปสวติ นิปฺผาเทติ ฯ ปุตฺเตหิ จาติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อตฺตโน ปุตฺเตหิ สทฺธึ วิรุชฺฌตีติ ฯ
เอวมสฺส โส เตสํ ปญฺจนฺนํ ชนานํ กถํ คเหตฺวา เทวิยา มาริตภาวญฺจ ปุตฺตานํ วิรุทฺธภาวญฺจ สนฺธิมุเข โจรํ จูฬาย คณฺหนฺโต วิย กเถสิ ฯ มหาสตฺตสฺส หิ เตสํ อมจฺจานํ นิคฺคณฺหนญฺจ ธมฺมเทสนญฺจ เทวิยา เตหิ มาริตภาวสฺส อาวิกรณตฺถญฺจ ตตฺถ อนุปุพฺเพน กถํ อาหริตฺวา โอกาสํ กตฺวา เอตมตฺถํ กเถสิ ฯ ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา อตฺตโน อปราธํ ชานิ ฯ อถ นํ มหาสตฺโต อิโต ปฏฺฐาย มหาราช เอวรูปานํ ปาปานํ กถํ คเหตฺวา มา ปุน เอวมกาสีติ วตฺวา โอวทนฺโต ธมฺมญฺจเรติ อาทิมาห ฯ
ตตฺถ ธมฺมญฺจเรติ มหาราช ราชา นาม ชนปทํ อธมฺมิเกน พลินา อปีเฬนฺโต ชนปเท ธมฺมํ จเรยฺย สามิเก อสฺสามิเก อกโรนฺโต เนคเมสุ ธมฺมํ จเรยฺย อฏฺฐาเน อกิลมนฺโต พเลสุ ธมฺมํ จเรยฺย วธพนฺธอกฺโกสปริภาเส ปริหรนฺโต ปจฺจเย จ เนสํ เทนฺโต อิสโย น วิหึเสยฺย ธีตโร ยุตฺตฏฺฐาเน ปติฏฺฐเปนฺโต ปุตฺเต สิปฺปานิ สิกฺขาเปตฺวา สมฺมาปริหรนฺโต ภริยํ อิสฺสริยโวสฺสคฺค- อลงฺการสมฺมานนาทีหิ อนุคฺคณฺหนฺโต ปุตฺตทาเร สมญฺจเรยฺยาติ ฯ ส ตาทิโสติ โส ตาทิโส ราชา ปเวณึ อภินฺทิตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ราชาณาย ราชเตเชน สามนฺเต สํปกมฺเปติ ตาเปติ จาเลติ ฯ อินฺโทวาติ อิทํ อุปมตฺถํ วุตฺตํ ฯ ยถา อสุเร เชตฺวา อภิภวิตฺวา ฐิตกาลโต ปฏฺฐาย อสุราธิโปติ สงฺขํ คโต อินฺโท วา อตฺตโน สปตฺตภูเต อสุเร กมฺเปสิ ตถา กมฺเปตีติ ฯ
เอวํ มหาสตฺโต รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา จตฺตาโรปิ กุมาเร ปกฺโกสาเปตฺวา โอวทิตฺวา รญฺโญ กตกมฺมํ ปกาเสตฺวา ราชานํ ขมาเปตฺวา มหาราช อิโต ปฏฺฐาย อตุเลตฺวา ปริเภทกานํ กถํ คเหตฺวา มา เอวรูปํ สาหสิกกมฺมํ อกาสิ ตุมฺเหปิ กุมารา รญฺโญ มา ทุพฺภิตฺถาติ สพฺเพสํ โอวาทํ อทาสิ ฯ อถ นํ ราชา อาห อหํ ภนฺเต ปุตฺเตสุ จ เทวิยา จ อปรชฺฌนฺโต อิเม นิสฺสาย เอเตสํ กถํ คเหตฺวา เอตํ ปาปกมฺมํ อกาสึ อิเม ปญฺจปิ มาเรมีติ ฯ น ลพฺภา มหาราช เอวํ กาตุนฺติ ฯ เตนหิ เตสํ หตฺถปาเท ฉินฺทาเปมีติ ฯ อิทํปิ น สกฺกา กาตุนฺติ ฯ ราชา สาธุ ภนฺเตติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เต สพฺพสํหรเณ กตฺวา ปญฺจจูฬา- กรณคทฺทูลพนฺธนโคมยสิญฺจเนหิ อวมาเนตฺวา รฏฺฐา ปพฺพาเชสิ ฯ โพธิสตฺโตปิ ตตฺถ กติปาหํ วสิตฺวา อปฺปมตฺโต โหหีติ ราชานํ โอวทิตฺวา หิมวนฺตเมว คนฺตฺวา ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา ยาวชีวํ พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตถาคโต ปญฺญวาเยว ปรปฺปวาทมทฺทโนเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ปญฺจ ทิฏฺฐิคติกา ปูรณกสฺสป มกฺขลิโคสาลปกุธกจฺจานอชิตเกสกมฺพลนิคนฺถนาฏปุตฺตา อเหสุํ ปิงฺคลสุนโข อานนฺโท มหาโพธิปริพฺพาชโก ปน อหเมวาติ ฯ
มหาโพธิชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ตติยํ ฯ
อิติ ปญฺญาสนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๒
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘