ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. โสณกชาดก
ชาดกที่ ๕๒๙ · สัฏฐินิบาตชาดก

โสณกชาดก

ว่าด้วยเรื่องพระราชาจะพระราชทานรางวัลแก่ผู้พบโสณกกุมาร

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๖๖ · บรรทัด ๔๕๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ภาพวาดฉากหนึ่งจากโสณกชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๓ จาก ๔

เรื่องเล่า

บทว่า วายโส ได้แก่ มีกาตัวหนึ่งบินมาโดยอากาศ. บทว่า ยานญฺจ วติทํ ความว่า กาตัวนั้นครั้นคิดดีอย่างนี้แล้วจึงจับอยู่ที่ศพช้างนั้น ได้กระทำความตกลงใจว่า เราได้ยานคือช้างนี้แล้วเราจับอยู่บนยานคือช้างนี้ จักเที่ยวไปได้อย่างสบาย อนึ่ง ช้างนี้แหละจักเป็นอาหารได้อย่างมากมาย บัดนี้เราไม่ควรที่จะไปในที่อื่น. บทว่า ตตฺถ รตฺตึ ความว่า กาตัวนั้นมีใจยินดียิ่งในศพช้างนั้นนั่นแล ตลอดทั้งคืนและวัน. บทว่าน ปเลตฺถ ความว่า กาตัวนั้น ไม่ยอมบินหลีกไป. บทว่า โอตรณีได้แก่ แม่น้ำคงคานั้นมีปกติไหลลงสู่มหาสมุทร. บาลีว่า โอหาริณี ดังนี้ก็มีอธิบายว่า แม่น้ำคงคามีปกติไหลลงพัดพาเอากานั้นไปสู่มหาสมุทร. บทว่าอคติ ยตฺถ นั้น ท่านกล่าวหมายถึงท่ามกลางมหาสมุทร. บทว่า โอตรณีได้แก่ หมดอาหาร. บทว่า อุปฺปติตฺวา ความว่า เมื่อหนังและเนื้อของช้างนั้นหมดไปแล้ว โครงกระดูกก็ถูกกำลังคลื่นพัดจนหักจมลงในน้ำ อธิบายว่าลำดับนั้น กาตัวนั้น เมื่อไม่สามารถจะอยู่ในน้ำได้ จึงกระโดดบินขึ้นรูปครั้นบินไปอย่างนี้แล้ว. บทว่า อคติ ยตฺถ ปกขินํ ความว่า ก็กาตัวนั้นบินไปยังทิศประจิม เมื่อไม่ได้ที่จับในทิศนั้น บินจากทิศประจิมนั้นไปยังทิศบูรพาบินจากทิศบูรพานั้นไปยังทิศอุดร บินจากทิศอุดรนั้นไปยังทิศทักษิณ บินไปยังทิศทั้ง ๔ ด้วยอาการอย่างนี้ ก็ยังไม่บรรลุถึงที่สำหรับจับของตน ในท่ามกลางมหาสมุทร อันเป็นสถานที่ไปไม่ถึงแห่งพวกนกทั้งหลายนั้น . บัณฑิตพึงเห็นเนื้อความอย่างนี้ทีเดียวว่า ลำดับนั้น กาบินไปอย่างนี้แล้ว ได้บินไปแต่ละทิศในบรรดาทิศมีทิศประจิมเป็นต้น แต่ก็บินไปไม่ถึงเกาะ. บทว่า ปาปตฺถ คือจมลงแล้ว. บทว่า ยถา ทุพฺพลโก ได้แก่ จมลงเหมือนอย่างคนหมดกำลังจมลง ฉะนั้น. บทว่า สุสู ได้แก่ เหล่าปลาร้ายชนิดที่มีชื่อว่า สุสุ. บทว่า ปสยฺหการา ความว่า ฮุบกินกาตัวนั้น ซึ่งไม่ปรารถนาอยู่นั่นแหละโดยพลการ. บทว่า วิปกฺขิกํ ได้แก่ กาตัวที่มีขนปีกฉิบหายใช้การไม่ได้. บทว่า คิทฺธี เจ น วมิสฺสนฺติ ความว่า พระองค์ก็ดี ชนเหล่าอื่นก็ดี ถ้ายังเป็นผู้ยินดีในกาม ไม่ยอมสละละทิ้งกามเสียให้ได้. บทว่า กากปญฺาย เต ความว่านักปราชญ์ทั้งหลาย ผู้เป็นบัณฑิตมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ย่อมรู้แจ้ง ย่อมรู้ชัดว่าชนเหล่านั้นมีปัญญาเสมอกับปัญญาของกา ฉะนั้น. บทว่า อตถสนฺทสฺสนี กตา ได้แก่ อาตมภาพได้ประกาศเนื้อความให้ชัดแจ้งแล้ว. บทว่า ตฺวญฺจ ปญฺายเส ได้แก่ พระองค์จักทรงรู้แจ้งเอง. มีคำที่ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่าดูก่อนมหาบพิตร อาตมภาพเป็นผู้มุ่งหวังประโยชน์เกื้อกูล จึงได้ถวายโอวาทแด่พระองค์ ก็ถ้าพระองค์จักทรงทำตามโอวาทนั้นไซร้ พระองค์ก็จักทรงบังเกิดในเทวโลก หากพระองค์จักไม่ทรงทำตามโอวาทนั้น พระองค์จักจมอยู่ในเปือกตมคือกาม ในกาลที่สุดแห่งพระชนมชีพจักบังเกิดในนรก. พระองค์เองจักทรงทราบสวรรค์หรือนรกด้วยเหตุนั้นอย่างนี้ ส่วนอาตมภาพพ้นแล้วจากภพทั้งปวง ไม่ต้องถือปฏิสนธิอีกต่อไป ก็พระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้ถวายโอวาทนี้แด่พระราชาพระองค์นั้น ได้แสดงถึงแม่น้ำแล้ว แสดงถึงซากศพช้างที่ถูกน้ำพัดพาลอยไปในแม่น้ำคงคา แสดงถึงกาตัวจิกกินซากศพ แสดงถึงการที่จิกกินซากศพแล้วดื่มน้ำของกาตัวนั้น แสดงถึงการที่มองดูไพรสณฑ์อันน่ารื่นรมย์ใจแสดงถึงการเข้าไปสู่มหาสมุทรของซากศพที่ลอยไปในแม่น้ำ แสดงถึงการที่ไม่ได้ที่จับอาศัยบนซากช้างแล้ว ถึงความพินาศไปในท่ามกลางมหาสมุทรของกา. บรรดาสิ่งเหล่านั้น สงสารอันหาเบื้องต้นและที่สุดมิได้ บัณฑิตพึงเห็นว่า. เปรียบเหมือนแม่น้ำ. กามคุณ ๕ อย่างในสงสารเปรียบเหมือนซากศพช้างที่ลอยอยู่ในแม่น้ำ ปุถุชนที่เป็นคนพาล เปรียบเหมือนกา. กาลแห่งปุถุชนผู้บริโภคกามคุณแล้วเกิดโสมนัส เปรียบเหมือนกาลที่กาจิกกินซากศพแล้วดื่มน้ำ. การเห็นอารมณ์ ๓๘ ประการ ด้วยอำนาจการสดับฟังของปุถุชนผู้ติดข้องอยู่ในกามคุณทั้งหลาย เปรียบเหมือนการเห็นไพรสณฑ์อันน่ารื่นรมย์ใจของกา ตัวติดข้องอยู่ในซากศพนั่นแล. ท่านผู้เป็นบัณฑิตพึงเห็นการถึงความพินาศในมหานรก ของปุถุชนผู้เป็นคนพาล ผู้ยินดีในกามคุณ มีความชั่วเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ไม่สามารถจะได้ที่ตั้งอาศัยในกุศลธรรมว่าเปรียบเหมือนกาลที่กาเมื่อซากศพเข้าไปสู่มหาสมุทรแล้ว ไม่สามารถจะได้ที่จับอาศัย ก็ถึงความพินาศไปฉะนั้น.

พระปัจเจกพุทธเจ้า ถวายโอวาทแด่พระราชาพระองค์นั้น ด้วยข้ออุปมานี้อย่างนี้แล้ว บัดนี้หวังจะทำโอวาทนั่นแหละ ให้ตั้งอยู่อย่างมั่นคงจึงกล่าวคาถานี้ว่า

บุคคลผู้อนุเคราะห์พึงกล่าวเพียงคำเดียว หรือ สองคำ ไม่พึงกล่าวให้ยิ่งไปกว่านั้น เปรียบเหมือน ทาสที่อยู่ในสำนักแห่งเจ้านาย ฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ภาเสยฺย ความว่า บุคคลผู้กล่าวให้ยิ่งไปกว่าประโยชน์เกื้อกูลแก่บุคคลผู้ไม่เชื่อถือถ้อยคำ ย่อมเป็นเหมือนทาสในสำนักของเจ้านายฉะนั้น. ด้วยว่า ทาส แม้เจ้านายจะเชื่อถือถ้อยคำหรือไม่เชื่อถือก็ตาม ต้องกล่าวอยู่อย่างนั้นนั่นแหละ. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตตุตฺตรึ น ภาเสยฺย ไม่พึงกล่าวให้ยิ่งไปกว่านั้น ดังนี้.

พระปัจเจกพุทธเจ้า กล่าวอย่างนี้แล้ว จึงเหาะขึ้นไปด้วยฤทธิ์ แล้วสั่งสอนพระราชาว่า ถ้าพระองค์จักทรงผนวชหรือไม่ทรงผนวชก็ตาม อาตมภาพก็ได้ถวายโอวาทแด่พระองค์แล้ว ดูก่อนมหาบพิตร ขอพระองค์จงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด ดังนี้แล้ว จึงไปสู่เงื้อมภูเขาชื่อนันทมูลกะตามเดิม.

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า

พระโสณกปัจเจกพุทธเจ้า ผู้มีปัญญาอันบุคคล นับไม่ได้ ครั้นทูลดังนี้แล้ว พร่ำสอนบรมกษัตริย์ใน

อากาศแล้วหลีกไป. คาถานี้ จัดเป็นอภิสัมพุทธคาถา.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิทํ วตฺวาน อธิบายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น เป็นผู้มีปัญญาอันบุคคลนับไม่ได้ ด้วยปัญญาเป็นเครื่องตรัสรู้อันเป็นโลกุตระที่ใคร ๆ นับไม่ได้ พอท่านกล่าวคำนี้แล้วก็เหาะขึ้นไปด้วยฤทธิ์ พร่ำสอนบรมกษัตริย์อย่างนี้ว่า ถ้าพระองค์จักทรงผนวชก็เป็นเรื่องของพระองค์ผู้เดียว หรือถ้าพระองค์จักไม่ทรงผนวช ก็เป็นเรื่องของพระองค์อีกเช่นกัน อาตมภาพถวายโอวาทแด่พระองค์แล้ว ขอพระองค์จงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด ดังนี้แล้วหลีกไป.

ฝ่ายพระโพธิสัตว์ ประทับยืนทอดพระเนตรดูพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นผู้ไปอยู่โดยอากาศ เพียงเท่าที่จะมองเห็นได้ ครั้นพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นลับสายพระเนตรไปแล้ว จึงกลับได้ความสลดพระทัย ทรงพระดำริว่า พราหมณ์นี้มีชาติต่ำ โปรยธุลีละอองเท้าลงบนศีรษะของเราผู้เกิดแล้ว ในวงศ์กษัตริย์อันมิได้ปะปนระคนด้วยวงศ์อื่น เขาเหาะขึ้นสู่อากาศไปแล้ว แม้ตัวเราก็ควรจะออกบวชให้ได้ในวันนี้ทีเดียว. ท้าวเธอทรงปรารถนาที่จะมอบราชสมบัติแล้วทรงผนวช จึงตรัสคาถา ๒ คาถาว่า

บุคคลผู้อภิเษก ท่านผู้สมควรให้เป็นกษัตริย์ เป็นรัชทายาท และบุคคลผู้ถึงความฉลาด เหล่านี้ อยู่ที่ไหน เราจักมอบราชสมบัติ เราไม่ต้องการด้วย ราชสมบัติ เราจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่า จะพึงรู้ ความตายในวันพรุ่งนี้ เราจะไม่โง่เขลาตกอยู่ในอำนาจ แห่งกามทั้งหลายเหมือนกา.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โก นุเม ได้แก่ ท่านเหล่านี้อยู่ที่ไหน. บทว่า ราชกตฺตาโร ความว่า บุคคลผู้อภิเษก ท่านผู้สมควรเป็นพระราชาแล้ว ทำให้เป็นพระราชาอย่างสมบูรณ์. บทว่า สูตา เวยฺยตฺติมาคตา ความว่า รัชทายาท และบุคคลผู้ถึงความเป็นผู้ฉลาด คือ รอบรู้มงคลโดยคล่องปากเหล่าอื่น บทว่า รชฺเชน มตฺถิโก คือควานต้องการด้วยราชสมบัติ. บทว่า โก ชญฺา มรณํ สุเว ความว่า เพราะว่าใครที่จะมีความสามารถรู้ถึงเหตุนี้ได้ว่า ความตาย จักมีมาในวันนี้ หรือพรุ่งนี้กันแน่.

เมื่อพระราชาทรงมอบราชสมบัติอยู่อย่างนี้ พวกอำมาตย์ได้สดับแล้วจึงกราบทูลว่า

พระโอรสหนุ่มของพระองค์ ทรงพระนานว่า ทีฆาวุ จะทรงบำรุงรัฐให้เจริญได้ อยู่ ขอพระองค์จง ทรงอภิเษกพระโอรสนั้นไว้ในพระราชสมบัติ พระโอรสนั้นจักได้เป็นพระราชาของข้าพระบาททั้งหลาย.

เบื้องหน้าแต่นั้น บัณฑิตพึงทำคาถาที่พระราชาตรัสแล้ว ให้เป็นตัวอย่างแล้ว พึงทราบคาถาสันพันธ์ด้วยอุทาน โดยนัยพระบาลีนั้นแล.

พระราชาตรัสว่า

ท่านทั้งหลาย จงรีบเชิญทีฆาวุกุมาร ผู้บำรุงรัฐ ให้เจริญมาเถิด เราจักอภิเษกเธอไว้ในราชสมบัติ เธอ เป็นพระราชาของท่านทั้งหลาย.

พวกอำมาตย์สดับพระดำรัสของพระเจ้าแผ่นดินแล้ว จึงพากันไปเชิญเสด็จทีฆาวุราชกุมารมา. แม้พระราชาก็ทรงมอบพระราชสมบัติแก่พระราชกุมารนั้นแล้ว.

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า

ลำดับนั้น พวกอำมาตย์ได้ไปเชิญทีฆาวุราชกุมาร ผู้บำรุงรัฐให้เจริญมาเฝ้า พระราชาทอดพระเนตรเห็น เอกอัครโอรส ผู้น่าปลื้มพระทัยนั้น จึงตรัสว่าลูกรักเอ๋ย คามเขตของเราหกหมื่น บริบูรณ์โดยประการทั้งปวง ลูกจงบำรุงเขา พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจัก บวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ถึงความตายในวัน พรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจ แห่งกามทั้งหลายเหมือนกับกา. ช่างหกหมื่นเชือกประดับด้วยเครื่องอลังการทั้ง ปวง มีสายรัดล้วนทองคำ เป็นช้างใหญ่มีร่างกายปกปิด ด้วยเครื่องคลุมล้วนทองคำอันนายควาญช้างผู้ถือโตมร และขอขึ้นกำกับ ลูกรักเอ๋ยลูกจงบำรุงช้างเหล่านั้น พ่อ ขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใคร เล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคน โง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกับกา. ม้าหกหมื่นตัวประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง เป็นม้าสินธพ เป็นม้าอาชาไนยโดยกำเนิด เป็นพาหนะ เร็ว อันนายสารถีผู้ถือแส้และธนูขึ้นกำกับ ลูกรักเอ๋ย ลูกจงบำรุงม้าเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ถึงความตาย ในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ใน อำนาจแห่งกามทั้งทลายเหมือนกับกา. รถหกหมื่นคัน หุ้มเกราะไว้ดีแล้ว มีธงอันยกขึ้น แล้ว หุ้มด้วยหนึ่งเสือเหลืองก็มี หุ้มด้วยหนึ่งเสือโคร่ง ก็มี ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง อันนายสารถีถือ แล่งธนูสวมเกราะขึ้นประจำ ลูกรักเอ๋ย ลูกจงบำรุงรถ เหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชใน วันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ถึงความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกาม ทั้งหลายเหมือนกับกา. แม่โคนมหกหมื่นตัว มีสีแดง ประกอบด้วยโคจ่า ฝูงตัวประเสริฐ ลูกรักเอ๋ย ลูกจงบำรุงโคเหล่านั้น พ่อ ขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ถึงความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอม เป็นคนโง่เขลา อยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือน กับกา. สตรีหมื่นหกพันนาง ประดับด้วยเครื่องอลังการ ทั้งปวง ผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร สวนกุณฑลแก้วมณี ลูกรักเอ๋ย ลูกจงบำรุงสตรีเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึง รู้ถึงความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจักไม่ยอมเป็นคน โง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกับกา. ลำดับนั้น พระกุมารจึงกราบทูลพระองค์ว่า ข้าแต่พระบิดา หม่อมฉันได้สดับว่า เมื่อ หม่อมฉันเป็นเด็ก ๆ พระชนนีทิวงคต หม่อมฉันไม่ อาจจะเป็นอยู่ห่างพระบิดาได้ ลูกช้างย่อมติดตามหลัง ช้างป่า ตัวเที่ยวอยู่ในที่มีภูเขา เดินลำบาก เสมอบ้าง ไม่เสมอบ้าง ฉันใด หม่อมฉันจะอุ้มบุตรธิดา ติดตาม พระบิดาไปข้างหลัง จักเป็นผู้อันพระบิดาเลี้ยงง่าย จักไม่เป็นผู้อันพระบิดาเลี้ยงยาก ฉันนั้น. พระราชาตรัสตอบว่า อันตราย ทำเรือที่แล่นอยู่ในมหาสมุทร ของ พวกพ่อค้าผู้แสวงหาทรัพย์ ให้จมลงในมหาสมุทรนั้น พวกพ่อค้าพึงถึงความพินาศ ฉันใด ลูกรักเอ๋ย เจ้านี้ เป็นผู้กระทำอันตรายให้แก่พ่อ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน.

พระราชกุมารไม่อาจจะกราบทูลถ้อยคำอะไร ๆ อีกได้. ลำดับนั้นพระราชาเมื่อจะทรงบังคับพวกอำมาตย์ จึงตรัสว่า

ท่านทั้งหลาย จงพาราชกุมารนี้ไปให้ถึงปราสาท อันยังความยินดีให้เจริญเถิด พวกนางกัญญาผู้มีมือ ประดับด้วยทองคำ จักยังกุมารให้รื่นรมย์ในปราสาท นั้น เหมือนนางเทพอัปสร ยังท้าวสักกะให้รื่นรมย์ ฉะนั้น และกุมารนี้จักรื่นรมย์ ด้วยนางกัญญาเหล่านั้น. ลำดับนั้น อำมาตย์ทั้งหลาย จึงเชิญพระราชกุมาร ไปยังปราสาทอันยังความยินดีให้เจริญ พวกนางกัญญา เห็นทีฆาวุกุมาร ผู้ยังรัฐให้เจริญนั้นแล้ว จึงพากกัน ทูลว่า พระองค์เป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือว่าเป็น ท้าวสักกปุรินททะ พระองค์เป็นใครหรือเป็นพระราช โอรสของใคร หม่อมฉันทั้งหลายจะรู้จักพระองค์ได้ อย่างไร. ทีฆาวุราชกุมาร จึงตรัสตอบว่า เราไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกปุรินททะ เราเป็นโอรสของพระเจ้ากาสี ชื่อทีฆาวุ ผู้ยังรัฐให้เจริญ เธอทั้งหลายจงบำเรอเรา ขอความ เจริญจงมีแก่เธอทั้งหลาย เราจะเป็นสามีของเธอ ทั้งหลาย. พวกนางกัญญาในปราสาทนั้น ได้ทูลถาม พระเจ้าทีฆาวุผู้บำรุงรัฐนั้นว่า พระราชาเสด็จไปถึง ไหนแล้ว พระราชาเสด็จจากที่นี้ไปไหนแล้ว. ทีฆาวุราชกุมารตรัสตอบว่า พระราชาทรงก้าวล่วงเสียซึ่งเปือกตม ประดิษฐานอยู่บนบก เสด็จดำเนินไปสู่ทางใหญ่อันไม่มีหนาม ไม่มีรกชัฏ ส่วนเรายังเป็นผู้ดำเนินไปสู่ทางอันให้ถึง ทุคติ มีหนาม รกชัฏ เป็นเครื่องไปสู่ทุคติแห่งชน ทั้งหลาย. นารีทั้งหลายจึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระราชา พระองค์เสด็จมาดีแล้ว ดุจ ราชสีห์มาสู่ถ้ำฉะนั้น ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอ พระองค์จงทรงอนุศาสน์ พวกหม่อมฉันขอพระองค์ ทรงเป็นอิสราธิบดี ของพวกหม่อมฉันทั้งปวงเถิด.

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๓ / ๔ตอนถัดไป

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๑๒๘–๑๕๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

สัฏฐินิบาตชาดก · ๑๘๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๘๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สฏฺฐินิปาตวณฺณนา

------

โสณกชาตกํ

กสฺส สุตฺวา สตํ ทมฺมีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เนกฺขมฺมปารมึ อารพฺภ กเถสิ ฯ

ตทา หิ ภควา ธมฺมสภายํ เนกฺขมฺมปารมึ วณฺณยนฺตานํ ภิกฺขูนํ มชฺเฌ นิสีทิตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตถาคโต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโตเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต ราชคเห มคธราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ ฯ นามคหณทิวเส จสฺส อรินฺทมกุมาโรติ นามํ กรึสุ ฯ ตสฺส ชาตทิวเสเยว ปุโรหิตสฺสาปิ ปุตฺโต วิชายิ ฯ โสณกกุมาโรติสฺส นามํ กรึสุ ฯ เต อุโภปิ เอกโตว วฑฺฒิตฺวา วยปฺปตฺตา อุตฺตมรูปธรา รูเปน นิพฺพิเสสา หุตฺวา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา อุคฺคหิตสิปฺปา ตโต นิกฺขมิตฺวา สพฺพสมยสิปฺปญฺจ เทสจาริกญฺจ ชานิสฺสามาติ อนุปุพฺเพน จาริกํ จรนฺตา พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส นครํ ปวิสึสุ ฯ ตํ ทิวสญฺจ เอกจฺเจ มนุสฺสา พฺราหฺมณวาจกํ กริสฺสามาติ ปายาสํ ปฏิยาเทตฺวา อาสนานิ ปญฺญเปตฺวา อาคจฺฉนฺเต เต กุมาเร ทิสฺวา ฆรํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปสุํ ฯ ตตฺถ โพธิสตฺตสฺส ปญฺญตฺตาสเน สุทฺธํ กาสิกวตฺถํ อตฺถตํ อโหสิ ฯ โสณกสฺส รตฺตกมฺพลํ ฯ โส นิมิตฺตํ ทิสฺวาว อชฺเชว เม ปิยสหาโย อรินฺทมกุมาโร พาราณสิราชา ภวิสฺสติ มยฺหํ เสนาปติฏฺฐานํ ทสฺสตีติ อญฺญาสิ ฯ เต อุโภปิ กตภตฺตกิจฺจา อุยฺยานเมว อคมํสุ ฯ ตทา พาราณสิรญฺโญ กาลกตสฺส สตฺตโม ทิวโส โหติ อปุตฺตกํ ราชกุลํ ฯ อมจฺจาทโย จ สีสํ นหาตฺวา สนฺนิปติตฺวา รชฺชารหสฺส สนฺติกํ คมิสฺสตีติ ผุสฺสรถํ โยเชตฺวา วิสชฺเชสุํ ฯ โส นครา นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน อุยฺยานํ คนฺตฺวา อุยฺยานทฺวาเร นิวตฺติตฺวา อาโรหณสชฺโช หุตฺวา อฏฺฐาสิ ฯ

โพธิสตฺโต มงฺคลสิลาปฏฺเฏ สีสํ ปารุปิตฺวา นิปชฺชิ ฯ โสณกกุมาโร ตสฺส สนฺติเก นิสีทิ ฯ โส ตุริยสทฺทํ สุตฺวา อรินฺทมสฺส ผุสฺสรโถ อาคจฺฉติ อชฺเชส ราชา หุตฺวา มม เสนาปติฏฺฐานํ ทสฺสติ น โข ปน มยฺหํ อิสฺสริเยนตฺโถ เอตสฺมึ คเต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา เอกมนฺเต ปฏิจฺฉนฺเน อฏฺฐาสิ ฯ ปุโรหิโต อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา มหาสตฺตํ นิปนฺนกํ ทิสฺวา ตุริยานิ ปคฺคณฺหาเปสิ ฯ มหาสตฺโต ปพุชฺฌิตฺวา ปริวตฺติตฺวา โถกํ นิปชฺชิตฺวา อุฏฺฐาย สิลาปฏฺเฏ ปลฺลงฺเก นิสีทิ ฯ อถ นํ ปุโรหิโต อญฺชลึ ปคฺคณฺหิตฺวา อาห รชฺชนฺเต เทว ปาปุณาตีติ ฯ กึ อปุตฺตกํ ราชกุลนฺติ ฯ เอวํ เทวาติ ฯ เตนหิ สาธูติ ฯ อถ นํ ตตฺเถว อภิสิญฺจิตฺวา รถํ อาโรเปตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นครํ ปเวเสสุํ ฯ โส นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิ ฯ โส ยสสฺส มหนฺตตาย โสณกกุมารํ น สริ ฯ โสปิ ตสฺมึ นครํ ปวิฏฺเฐ อาคนฺตฺวา สิลาปฏฺเฏ นิสีทิ ฯ อถสฺส ปุรโต พนฺธนา ปมุตฺตํ สาลรุกฺขโต ปณฺฑุปลาสํ ปติ ฯ โส ตํ ทิสฺวาว ยเถว ตํ ตถา มมปิ สรีรํ ชรํ ปตฺวา ปติสฺสตีติ อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ปจฺเจกโพธึ ปาปุณิ ฯ ตํ ขณญฺเญวสฺส คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ ฯ ปพฺพชิตลิงฺคํ ปาตุรโหสิ ฯ โส นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ อุทานํ อุทาเนนฺโต นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมาสิ ฯ

มหาสตฺโตปิ จตฺตาลีสมตฺตานํ สํวจฺฉรานํ อจฺจเยน สริตฺวา กหํ นุโข เม สหาโย โสณโกติ โสณกํ ปุนปฺปุนํ สรนฺโตปิ มยา สุโต วา ทิฏฺโฐ วาติ วตฺตารํ อลภิตฺวา อลงฺกตมหาตเล ราชปลฺลงฺเก นิสินฺโน คนฺธพฺพนาฏกนจฺจคีตาทีหิ ปริวุโต สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต โย เม กสฺสจิ สนฺติเก สุตฺวา อสุกฏฺฐาเน นาม โสณโก วสตีติ อาจิกฺขิสฺสติ ตสฺส สตํ ทสฺสามิ โย สามํ ทิสฺวา อาโรเจสฺสติ ตสฺส สหสฺสนฺติ เอกํ อุทานํ อภิสํขริตฺวา คีตวเสน อุทาเนนฺโต ปฐมํ คาถมาห

กสฺส สุตฺวา สตํ ทมฺมิ สหสฺสํ ทิฏฺฐโสณกํ

โก เม โสณกมกฺขาติ สหายํ สหกีฬิตนฺติ ฯ

อถสฺส มุขโต ลุญฺจนฺตี วิย คเหตฺวา เอกา นาฏกิตฺถี คีตํ คายิ ฯ อถญฺญา อถญฺญาติ อมฺหากํ รญฺโญ ปิยคีตนฺติ สพฺพา โอโรธา คายึสุ ฯ อนุกฺกเมน นครวาสิโนปิ ชานปทาปิ ตเมว คีตํ คายึสุ ฯ ราชาปิ ปุนปฺปุนํ ตเมว คีตํ คายติ ฯ ปณฺณาสมตฺตานํ สํวจฺฉรานํ อจฺจเยน ปนสฺส พหุปุตฺตธีตโร อเหสุํ ฯ เชฏฺฐปุตฺโต ทีฆาวุกุมาโร นาม อโหสิ ฯ ตทา โสณกปจฺเจกพุทฺโธ อรินฺทมราชานํ ทฏฺฐุกาโม คจฺฉามิสฺส กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ กเถตฺวา ปพฺพชฺชาการํ กโรมีติ จินฺเตตฺวา อิทฺธิยา อากาเสนาคนฺตฺวา อุยฺยาเน นิสีทิ ฯ ตทา เอโก สตฺตวสฺสิโก ปญฺจจูฬกกุมารโก มาตรา ปหิโต คนฺตฺวา อุยฺยานปวเน ทารูนิ อุทฺธรนฺโต ปุนปฺปุนํ ตํ เอวํ คีตํ คายิ ฯ อถ นํ ปจฺเจกพุทฺโธ ปกฺโกสิตฺวา กุมารก ตฺวํ กถํ อญฺญํ อคายิตฺวา เอกเมว คีตํ คายสิ กึ อญฺญํ น ชานาสีติ ปุจฺฉิ ฯ ชานามิ ภนฺเต อมฺหากํ รญฺโญ อิทเมว ปิยํ เตน นํ ปุนปฺปุนํ คายามีติ ฯ เอตสฺส ปน เต คีตสฺส ปฏิคีตํ คายนฺโต โกจิ ทิฏฺฐปุพฺโพติ ฯ น ทิฏฺฐปุพฺโพ ภนฺเตติ ฯ อหนฺตํ สิกฺขาเปสฺสามิ สกฺขิสฺสสิ รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปฏิคีตํ คายิตุนฺติ ฯ อาม ภนฺเตติ ฯ อถสฺส โส ปฏิคีตํ อาจิกฺขนฺโต มยฺหํ สุตฺวาติ อาทิมาห ฯ อุคฺคณฺหาเปตฺวา จ ปน ตํ อุยฺโยเชสิ คจฺฉ กุมารก อิมํ ปฏิคีตํ รญฺญา สทฺธึ คายาหิ ราชา เต มหนฺตํ อิสฺสริยํ ทสฺสติ กินฺเต ทารูหิ เวเคน ยาหีติ ฯ

โส สาธูติ ปฏิคีคํ อุคฺคณฺหิตฺวา วนฺทิตฺวา ภนฺเต ยาวาหํ ราชานํ อาเนมิ ตาว อิเธว โหถาติ วตฺวา เวเคน มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อมฺม ขิปฺปํ มํ นหาเปตฺวา อลงฺกโรถ อชฺช ตํ ทลิทฺทภาวโต โมเจสฺสามีติ วตฺวา นหาตมณฺฑิโต ราชทฺวารํ อาคนฺตฺวา อยฺย โทวาริก เอโก ทารโก ตุมฺเหหิ สทฺธึ ปฏิคีตํ คายิสฺสามีติ อาคนฺตฺวา ทฺวาเร ฐิโตติ รญฺโญ อาโรเจหีติ อาห ฯ โส เวเคน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ ฯ ราชา อาคจฺฉตูติ ปกฺโกสาเปตฺวา ตาต ตฺวํ มยา สทฺธึ คีตปฏิคีตํ คายิสฺสสีติ อาห ฯ อาม เทวาติ ฯ เตนหิ คายสฺสูติ ฯ เทว อิมสฺมึ ฐาเน น คายามิ นคเร ปน เภริญฺจาราเปตฺวา มหาชนํ สนฺนิปาตาเปถ มหาชนมชฺเฌ คายิสฺสามีติ ฯ ราชา ตถา กาเรตฺวา อลงฺกตมณฺฑเป ปลฺลงฺกมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ตสฺส อนุรูปํ อาสนํ ทาเปตฺวา อิทานิ ตว คีตํ คายสฺสูติ อาห ฯ เทว ตุมฺเห ตาว คายถ อถาหํ ปฏิคีตํ คายิสฺสามีติ ฯ ตโต ราชา ปฐมํ คายนฺโต คาถมาห

กสฺส สุตฺวา สตํ ทมฺมิ สหสฺสํ ทิฏฺฐโสณกํ

โก เม โสณกมกฺขาติ สหายํ สหกีฬิตนฺติ ฯ

ตตฺถ สุตฺวาติ อสุกฏฺฐาเน นาม เต ปิยสหาโย โสณโก วสตีติ ตสฺส วสนฏฺฐานํ สุตฺวา อาโรเจนฺตสฺส กสฺส สตํ ทมฺมิ ฯ ทิฏฺฐนฺติ อสุกฏฺฐาเน นาม มยา ทิฏฺโฐติ ทิสฺวา อาโรเจนฺตสฺส กสฺส สหสฺสํ ทมฺมีติ ฯ

เอวํ รญฺญา ปฐมํ อุทานคาถาย คีตาย ปญฺจจูฬกทารเกน ปฏิคีตภาวํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมา เทฺว คาถา อภาสิ

อถ พฺรวี มาณวโก ทหโร ปญฺจจูฬโก

มยฺหํ สุตฺวา สตํ เทหิ สหสฺสํ ทิฏฺฐโสณกํ

อหํ เต โสณกมกฺขิสฺสํ สหายํ สหกีฬิตนฺติ ฯ

เตน วุตฺตคาถาย ปน อยมตฺโถ มหาราช มยฺหํ ตํ สุตฺวา อาโรเจนฺตสฺส สตํ ทมฺมีติ วทสิ ตมฺปิ มยฺหเมว เทหิ ยํ ทิสฺวานาโรเจนฺตสฺส สหสฺสํ ทมฺมีติ วทสิ ตมฺปิ มยฺหเมว เทหิ อหํ เต ปิยสหายํ อิทาเนว ปจฺจกฺขโตว อยํ โสณโกติ อาจิกฺขิสฺสนฺติ ฯ อิโต ปรํ สุวิญฺเญยฺยเมว ฯ สมฺพุทฺธคาถา ปาลินเยเนว เวทิตพฺพา ฯ

ตํ สุตฺวา ราชา อาห

กตรสฺมึ โส ชนปเท รฏฺเฐสุ นิคเมสุ จ

กตฺถ เต โสณโก ทิฏฺโฐ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโตติ ฯ

กุมาโร อาห

ตเวว เทว วิชิเต ตเววุยฺยานภูมิยา

อุชุวํสา มหาสาลา นีโลภาสา มโนรมา ฯ

ติฏฺฐนฺติ เมฆสมานา รมฺมา อญฺโญญฺญนิสฺสิตา

เตสํ มูลสฺมึ โสณโก ฌายติ อนุปาทโน

อุปาทาเนสุ โลเกสุ ทยฺหมาเนสุ นิพฺพุโตติ ฯ

ตโต จ ราชา ปายาสิ เสนาย จตุรงฺคิยา

การาเปตฺวา สมํ มคฺคํ อคมา เยน โสณโก ฯ

อุยฺยานภูมึ คนฺตฺวาน วิจรนฺโต พฺรหาวเน

อาสีนํ โสณกํ ทกฺขิ ทยฺหมาเนสุ นิพฺพุตนฺติ ฯ

ตตฺถ อุชุวํสาติ อุชุขนฺธา ฯ มหาสาลาติ มหารุกฺขา ฯ เมฆสมานาติ นีลเมฆสทิสา ฯ รมฺมาติ รมณียา ฯ อญฺโญญฺญนิสฺสิตาติ สาขาหิ สาขํ มูเลหิ มูลํ สํสิพฺพิตฺวา ฐิตา ฯ เตสนฺติ เตสํ เอวรูปานํ ตว อุยฺยานวเน สาลานํ เหฏฺฐา ฯ ฌายตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานอารมฺมณูปนิชฺฌานสงฺขาเตหิ ฌาเนหิ ฌายติ ฯ อนุปาทโนติ กามูปาทานวิรหิโต ฯ ทยฺหมาเนสูติ เอกาทสหิ อคฺคีหิ ทยฺหมาเนสุ สตฺเตสุ ฯ นิพฺพุโตติ เต อคฺคี นิพฺพาเปตฺวา สีตเลน หทเยน ฌายมาโน ตว อุยฺยาเน มงฺคลสาลรุกฺขมูเล สิลาปฏฺเฏ นิสินฺโน เอส เต สหาโย กาญฺจนปฏิมา วิย โสภมาโน ปฏิมาเนตีติ ฯ ตโต จาติ ภิกฺขเว ตโต โส อรินฺทโม ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวาว โสณกปจฺเจกพุทฺธํ ปสฺสิสฺสามีติ จตุรงฺคินิยา เสนาย นิกฺขมิ ฯ วิจรนฺโตติ อุชุกเมว อาคนฺตฺวา ตสฺมึ มหนฺเต วนสณฺเฑ วิจรนฺโต ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ อาสีนํ อทฺทกฺขิ ฯ โส ตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา อตฺตโน กิเลสาภิรตตฺตา ตํ กปโณติ มญฺญมาโน อิมํ คาถมาห

กปโณ วตายํ ภิกฺขุ มุณฺโฑ สํฆาฏิปารุโต

อมาติโก อปิติโก รุกฺขมูลสฺมิ ฌายตีติ ฯ

ตตฺถ ฌายตีติ นิมฺมาติโก นิมฺปิติโก การุญฺญปฺปตฺโตว ฌายตีติ ฯ

อิมํ วากฺยํ นิสาเมตฺวา โสณโก เอตทพฺรวี

น ราช กปโณ โหติ ธมฺมํ กาเยน ผสฺสยํ ฯ

โยธ ธมฺมํ นิรํกตฺวา อธมฺมํ อนุวตฺตติ

ส ราช กปโณ โหติ ปาโป ปาปปรายโนติ ฯ

ตตฺถ อิมนฺติ ตสฺส กิเลสาภิรตสฺส ปพฺพชฺชํ อโรเจนฺตสฺส อิมํ ปพฺพชฺชาครหวจนํ สุตฺวา ฯ เอตทพฺรวีติ ปพฺพชฺชาย คุณํ ปกาเสนฺโต เอตํ อพฺรวิ ฯ ผสฺสยนฺติ ผสฺสยนฺโต ฯ เยน อริยมคฺคธมฺโม นาม กาเยน ผุสิโต โส กปโณ นาม น โหตีติ ทสฺเสนฺโต เอวมาห ฯ นิรํกตฺวาติ อตฺตภาวโต นีหริตฺวา ฯ ปาโป ปาปปรายโนติ สยํ ปาปานํ กรเณน ปาโป อญฺเญสํปิ กโรนฺตานํ ปติฏฺฐาภาเวน ปาปปรายโนติ ฯ

เอวํ โส โพธิสตฺตํ ครหิ ฯ โพธิสตฺโต อตฺตโน ครหิตภาวํ อชานนฺโต วิย หุตฺวา นามโคตฺตํ กเถตฺวา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต คาถมาห

อรินฺทโมติ เม นามํ กาสิราชาติ มํ วิทู

กจฺจิ โภโต สุขเสยฺยา อิธ ปตฺตสฺส โสณกาติ ฯ

ตตฺถ กจฺจีติ อมฺหากํ ตาว น กิญฺจิ อผาสุกํ โภโต ปน กจฺจิ อิธ ปตฺตสฺส อิมสฺมึ อุยฺยาเน วสโต สุขวิหาโรติ ปุจฺฉติ ฯ

อถ นํ ปจฺเจกพุทฺโธ มหาราช น เกวลํ อิธ อญฺญตฺราปิ วสนฺตสฺส มม อผาสุกนฺนาม นตฺถีติ วตฺวา ตสฺส สมณภทฺรกคาถา นาม อารภิ

สทาปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

น เตสํ โกฏฺเฐ อุเปนฺติ น กุมฺเภ น กโฬปิยา

ปรินิฏฺฐิตเมสนา เตน ยาเปนฺติ สุพฺพตา ฯ

ทุติยมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

อนวชฺชปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ น จ โกจูปโรธติ ฯ

ตติยมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

นิพฺพุตปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ น จ โกจูปโรธติ ฯ

จตุตฺถํปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

มุตฺตสฺส รฏฺเฐ จรโต สงฺโค ยสฺส น วิชฺชติ ฯ

ปญฺจมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

นครมฺหิ ทยฺหมานมฺหิ นาสฺส กิญฺจิ อทยฺหถ ฯ

ฉฏฺฐมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

รฏฺเฐ วิลุปฺปมานมฺหิ นาสฺส กิญฺจิ อหาริถ ฯ

สตฺตมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

โจเรหิ รกฺขิตํ มคฺคํ เย จญฺเญ ปริปนฺถิกา

ปตฺตจีวรมาทาย โสตฺถึ คจฺฉติ สุพฺพโต ฯ

อฏฺฐมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

ยํ ยํ ทิสํ ปกฺกมติ อนเปกฺโขว คจฺฉตีติ ฯ

ตตฺถ อนาคารสฺสาติ มหาราช ฆราวาสํ ปหาย อนาคาริยภาวํ ปตฺตสฺส อธนสฺส อกิญฺจนสฺส ภิกฺขุโน สพฺพกาลํ ภทฺรเมว ฯ น เตสนฺติ มหาราช เตสํ อธนานํ ภิกฺขูนํ น โกฏฺฐาคาเร ธนธญฺญานิ อุเปนฺติ น กุมฺภิยํ น ปจฺฉิยํ เต ปน สุพฺพตา ฯ ปรินิฏฺฐิตนฺติ ปเรสํ ฆเร ปกฺกอาหารํ สงฺฆาฏิปารุตา กปาลมาทาย ฆรปฏิปาฏิยา เอสนา ปริเยสนา เตน ตโต ลทฺเธน ปิณฺเฑน ตํ อาหารํ นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสน ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา ชีวิตวุตฺตึ ยาเปนฺติ ฯ อนวชฺชปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพติ เวชฺชกมฺมาทิกาย อเนสนาย วา กุหนาลปนา เนมิตฺตกตา นิปฺเปสิกตา ลาเภน ลาภํ ชิคึสนตาติ เอวรูเปน มิจฺฉาชีเวน วา อุปฺปาทิกา จตฺตาโร ปจฺจยา ธมฺเมน อุปฺปาทิตาปิ อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุตฺโต สาวชฺชปิณฺโฑ นาม อเนสนํ ปน ปหาย มิจฺฉาชีวํ วชฺเชตฺวา ธมฺเมน สเมน อุปฺปาทิตา ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวามีติ วุตฺตนเยเนว ปจฺจเวกฺขิตฺวา อนวชฺชปิณฺโฑ นาม ฯ เยน เอวรูโป อนวชฺชปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ ปริภุญฺชิตพฺโพเยว ยํ เอวํ อนวชฺชปิณฺฑํ ภุญฺชมานานํ ปจฺจเย นิสฺสาย โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ กิเลโส น อุปโรธติ น ปีเฬติ ฯ ตสฺส ทุติยมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโนติ ฯ นิพฺพุโตติ ปุถุชฺชนภิกฺขุโน ธมฺเมน อุปฺปนฺนปิณฺโฑปิ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิยมาโน นิพฺพุตปิณฺโฑ นาม ฯ เอกนฺตโต ปน ขีณาสวสฺส ปิณฺโฑว นิพฺพุตปิณฺโฑ นาม ฯ กึการณา ฯ โส หิ เถยฺยปริโภโค อิณปริโภโค ทายชฺชปริโภโค สามิปริโภโคติ อิเมสุ จตูสุ ปริโภเคสุ สามิปริโภควเสน ตํ ปริภุญฺชติ ฯ ตณฺหาย ทาสพฺยํ อตีโต สามี หุตฺวา ปริภุญฺชติ น ตํ ตปฺปจฺจยา โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ กิเลโส อุปโรธตีติ ฯ มุตฺตสฺส รฏฺเฐ จรโตติ อุปฏฺฐากกุลาทีสุ อลคฺคมานสฺส ฉินฺนวลาหกสฺส วิย ราหุมุขา ปมุตฺตสฺส วิมลจนฺทมณฺฑลสฺส วิย จ ยสฺส คามนิคมาทีสุ จรนฺตสฺส ราคสงฺคาทีสุ เอโกปิ สงฺโค นตฺถิ ฯ เอกจฺโจ หิ กุเลหิ สํสฏฺโฐ วิหรติ สหโสกี สหนนฺที ฯ เอกจฺโจ มาตาปิตูสุปิ อลคฺคมานโส วิหรติ โกรุนครคามวาสี ทหโร วิย ฯ เอวรูปสฺส ปุถุชฺชนสฺสาปิ ภทฺรเมว ฯ นาสฺส กิญฺจีติ โย หิ พหุปริกฺขาโร โหติ โส มา เม โจรา ปริกฺขาเร หรึสูติ อติเรกานิ จีวราทีนิ อนฺโตนคเร อุปฏฺฐากกุเล นิกฺขิปติ อถ นครมฺหิ ทยฺหมาเน อสุกกุเล นาม อคฺคิ อุฏฺฐิโตติ สุตฺวา โสจติ กิลมติ ฯ เอวรูปสฺส ภทฺรํ นาม นตฺถิ ฯ โย ปน มหาราช สกุณวตฺตํ นาม ปูเรติ กายปฏิพทฺธปริกฺขาโรว โหติ ตสฺส ตาทิสสฺส น กิญฺจิ อทยฺหถ ฯ เตนสฺส ปญฺจมํปิ ภทฺรเมว ฯ วิลุปฺปมานมฺหีติ วิลุมฺปมานมฺหิ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ อหาริถาติ ยถา ปพฺพตคหนาทีหิ นิกฺขมิตฺวา รฏฺฐํ วิลุมฺปมาเนสุ โจเรสุ พหุปริกฺขารสฺส อนฺโตคาเม ฐปิตํ วิลุมฺปติ นีหรติ ตถา ยสฺส อธนสฺส กายปฏิพทฺธปริกฺขารสฺส น กิญฺจิ อหาริถ ตสฺส ฉฏฺฐมฺปิ ภทฺรเมว ฯ เย จญฺเญ ปริปนฺถิกาติ เย จ อญฺเญปิ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ สุงฺกคหณตฺถาย ฐปิตา ปริปนฺถิกา เตหิ จ รกฺขิตํ ฯ ปตฺตจีวรนฺติ โจรานํ อนุปการํ สุงฺกิกานํ อสุงฺการหํ มตฺติกาปตฺตญฺเจว กตทฬฺหีกมฺมปริภณฺฑํ ปํสุกูลจีวรญฺจ อปฺปคฺฆานิ กายพนฺธนปริสาวนสูจิ- วาสิปตฺตตฺถวิกานิ จาติ สพฺเพปิ อฏฺฐ ปริกฺขาเร กายปฏิพทฺเธ กตฺวา มคฺคํ ปฏิปนฺโน เกนจิ อวิเหฐิยมาโน โสตฺถึ คจฺฉติ ฯ สุพฺพโตติ โลภนียานิ หิ จีวราทีนิ ทิสฺวา โจราปิ หรนฺติ ฯ สุงฺกิกาปิ กึ นุโข เอตสฺส หตฺเถติ ปตฺตตฺถวิกาทีนิ โสเธนฺติ ฯ สุพฺพโต ปน สลฺลหุกวุตฺตึ เตสํ ปสฺสนฺตานญฺเญว โสตฺถึ คจฺฉติ เตนสฺส สตฺตมํปิ ภทฺรเมว ฯ อนเปกฺโขว คจฺฉตีติ กายปฏิพทฺธโต อติเรกสฺส วิหาเร ปฏิสามิตสฺส กสฺสจิ ปริกฺขารสฺส อภาวา วสนฏฺฐานํ นิวตฺติตฺวาปิ น โอโลเกติ ยํ ทิสํ คนฺตุกาโม โหติ ตํ คจฺฉนฺโต อนเปกฺโขว คจฺฉติ อนุราธปุรา นิกฺขมิตฺวา ถูปาราเม ปพฺพชิตานํ ทฺวินฺนํ กุลปุตฺตานํ วุฑฺฒตโร วิย ฯ

อิติ โสณกปจฺเจกพุทฺโธ อฏฺฐ สมณภทฺรกานิ กเถสิ ฯ ตโต อุตฺตรึ ปน สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ อปริมาณานิ สมณภทฺรกานิ เอส กเถตุํ สมตฺโถเยว ฯ ราชา ปน กามาภิรตตฺตา ตสฺส กถํ ปจฺฉินฺทิตฺวา มยฺหํ สมณภทฺรเกหิ อตฺโถ นตฺถีติ อตฺตโน กามาธิมุตฺตตฺตํ ปกาเสนฺโต อาห

พหูนิ สมณภทฺรานิ โย ตฺวํ ภิกฺขุ ปสํสติ

อหญฺจ คิทฺโธ กาเมสุ กถํ กาหามิ โสณก ฯ

ปิยา เม มานุสา กามา อโถ ทิพฺยาปิ เม ปิยา

อถ เกน นุ วณฺเณน อุโภ โลเก ลภามฺหเสติ ฯ

ตตฺถ วณฺเณนาติ การเณน ฯ

อถ นํ ปจฺเจกพุทฺโธ อาห

กาเมสุ คิทฺธา กามรตา กาเมสุ อธิมุจฺฉิตา

นรา ปาปานิ กตฺวาน อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ ฯ

เย จ กาเม ปหนฺตฺวาน นิกฺขนฺตา อกุโตภยา

เอโกทิภาวาธิคตา น เต คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ ฯ

อุปมนฺเต กริสฺสามิ ตํ สุโณหิ อรินฺทม

อุปมาย มิเธกจฺเจ อตฺถํ ชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

คงฺคาย กุณปํ ทิสฺวา วุยฺหมานํ มหณฺณเว

วายโส สมจินฺเตสิ อปฺปปญฺโญ อเจตโส ฯ

ยานญฺจ วติทํ ลทฺธํ ภกฺโข จายํ อนปฺปโก

ตตฺถ รตฺตึ ตตฺถ ทิวา ตตฺเถว นิรโต มโน ฯ

ขาทํ นาคสฺส มํสานิ ปิวํ ภาคีรโสทกํ

สมฺปสฺสํ วนเจตฺยานิ น ปเลตฺถ วิหงฺคโม ฯ

ตญฺจ โอตรณี คงฺคา ปมตฺตํ กุณเป รตํ

สมุทฺทํ อชฺฌคาหาสิ อคติ ยตฺถ ปกฺขินํ ฯ

โส จ ภกฺขปริกฺขีโณ อุปฺปติตฺวา วิหงฺคโม

น ปจฺฉโต น ปุรโต นุตฺตรํ โนปิ ทกฺขิณํ ฯ

ทีปํ โส น อชฺฌคญฺฉิ อคติ ยตฺถ ปกฺขินํ

โส จ ตตฺเถว ปาปตฺถ ยถา ทุพฺพลโก ตถา ฯ

ตญฺจ สามุทฺทิกา มจฺฉา กุมฺภีลา มกรา สุสู

ปสยฺหการา ขาทึสุ ผนฺทมานํ วิปกฺขิกํ ฯ

เอวเมว ตุวํ ราช เย จญฺเญ กามคิทฺธิโน

คิทฺธี เจ น วมิสฺสนฺติ กากปญฺญาย เต วิทู ฯ

เอสา เต อุปมา ราช อตฺถสนฺทสฺสนี กตา

ตฺวญฺจ ปญฺญายเส เตน ยทิ กาหสิ วา น วาติ ฯ

ตตฺถ ปาปานีติ มหาราช ตฺวญฺจ กามคิทฺโธ นรา จ กาเม นิสฺสาย กายทุจฺจริตาทีนิ ปาปานิ กตฺวา ยตฺถ สุปินนฺเตปิ ทิพฺพา จ มานุสิกา จ กามา น ลภนฺติ ตํ ทุคฺคตึ อุปปชฺชนฺตีติ อตฺโถ ฯ ปหนฺตฺวานาติ เขฬปิณฺฑํ วิย ปหาย ฯ อกุโตภยาติ ราคาทีสุ กุโตจิ อนาคตภยา ฯ เอโกทิภาวาธิคตาติ เอโกทิภาวํ เอกวิหาริกํ อธิคตา ฯ น เตติ เต เอวรูปา ปพฺพชิตา ทุคฺคตึ น คจฺฉนฺติ ฯ อุปมนฺเตติ มหาราช ทิพฺพมานุสเก กาเม ปตฺเถนฺตสฺส หตฺถิกุณเป ปฏิพทฺธกากสทิสสฺส ตว เอกํ อุปมํ กริสฺสามิ ตํ สุโณหีติ อตฺโถ ฯ กุณปนฺติ หตฺถิกเฬวรํ ฯ มหณฺณเวติ คมฺภีรปุถุเล อุทเก ฯ เอโก กิร มหาวารโณ คงฺคาตีเร จรนฺโต คงฺคาย ปติตฺวา อุตฺตริตุํ อสกฺโกนฺโต ตตฺเถว มโต คงฺคาย วุยฺหิ ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ฯ วายโสติ อากาเสน คจฺฉนฺโต เอโก กาโก ฯ ยานญฺจ วติทนฺติ โส เอวํ จินฺเตตฺวา ตตฺถ นิลียิตฺวา อิทํ หตฺถิยานํ ลทฺธํ เอตฺถ นิสินฺโน สุขํ จริสฺสามิ อยเมว จ อนปฺปโก ภกฺโข ภวิสฺสติ อิทานิ มยา อญฺญตฺร คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ สนฺนิฏฺฐานมกาสิ ฯ ตตฺถ รตฺตินฺติ ตสฺส รตฺติญฺจ ทิวา จ ตตฺเถว มโน อภิรโต อโหสิ ฯ น ปเลตฺถาติ น อุปฺปติตฺวา ปกฺกามิ ฯ โอตรณีติ สมุทฺทาภิมุขี โอตรมานา ฯ โอหาริณีติปิ ปาโฐ ฯ สา สมุทฺทาภิมุขี อวหาริณีติ อตฺโถ ฯ อคติ ยตฺถาติ สมุทฺทมชฺฌํ สนฺธายาห ฯ ภกฺขปริกฺขีโณติ ปริกฺขีณภกฺโข ฯ อุปฺปติตฺวาติ ขีเณ จมฺเม จ มํเส จ อฏฺฐิสงฺฆาโฏ อุมฺมิเวคภินฺโน อุทเก นิมุชฺชิ ฯ อถ โส กาโก อุทเก ปติฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต อุปฺปติ เอวํ อุปฺปติตฺวาติ อตฺโถ ฯ อคติ ยตฺถ ปกฺขินนฺติ ยสฺมึ สมุทฺทมชฺเณ ปกฺขีนํ อคติ ตตฺถ โส เอวํ อุปฺปติโต ปจฺฉิมทิสํ คนฺตฺวา ตตฺถ ปติฏฺฐํ อลภิตฺวา ตโต ปุรตฺถิมํ ตโต อุตฺตรํ ตโต ทกฺขิณนฺติ จตสฺโสปิ ทิสา คนฺตฺวา อตฺตโน ปติฏฺฐานํ น อชฺฌคญฺฉิ นาธิคจฺฉีติ อตฺโถ ฯ อถ วายโส เอวํ อุปฺปติตฺวา ปจฺฉิมาทีสุ เอเกกํ ทิสํ อาคญฺฉิ ทีปํ ปน นาชฺฌคมาติ เอวเมว อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ ฯ ปาปตฺถาติ ปติโต ฯ ยถา ทุพฺพลโกติ ยถา ทุพฺพลโก ปเตยฺย ตเถว ปติโต ฯ สุสูติ สุสุนามกา จณฺฑมจฺฉา ฯ ปสยฺหการาติ อนิจฺฉมานกํเยว พลกฺกาเรน ฯ วิปกฺขิกนฺติ วิทฺธสฺตปกฺขิกํ ฯ คิทฺธี เจ น วมิสฺสนฺตีติ ยทิ คิทฺธา หุตฺวา กาเม น วมิสฺสนฺติ น ฉฑฺเฑสฺสนฺติ ฯ กากปญฺญาย เตติ กากสฺส สมานปญฺญา อิติ เต พุทฺธาทโย ปณฺฑิตา วิทู วิทนฺติ ชานนฺตีติ อตฺโถ ฯ อตฺถสนฺทสฺสนี กตาติ อตฺถปฺปกาสิกา กตา ฯ ตฺวญฺจ ปญฺญายเสติ ปญฺญายิสฺสสิ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ มหาราช มยา หิตกาเมน ตว โอวาโท ทินฺโน ตํ ปน ตฺวํ ยทิ กาหสิ เทวโลเก นิพฺพตฺติสฺสสิ ยทิ น กาหสิ กามปงฺเก นิมุคฺโค ชีวิตปริโยสาเน นิรเย นิพฺพตฺติสฺสสีติ ฯ เอวํ ตฺวเมว เตน การเณน สคฺเค วา นิรเย วา ปญฺญายิสฺสสิ อหํ ปน สพฺพภเวหิ มุตฺโต อปฺปฏิสนฺธิโกติ อิมํ ปนสฺส โอวาทํ ททนฺเตน ปจฺเจกพุทฺเธน นที ทสฺสิตา ฯ ตาย วุยฺหมานํ หตฺถิกุณปํ ทสฺสิตํ ฯ กุณปขาทโก กาโก ทสฺสิโต ฯ ตสฺส กุณปํ ขาทิตฺวา ปานียํ ปิวนกาโล ทสฺสิโต ฯ รมณียวนสณฺฑสฺส ทสฺสนกาโล ทสฺสิโต ฯ กุณปสฺส นทิยา วุยฺหมานสฺส สมุทฺทปฺปเวโส ทสฺสิโต ฯ สมุทฺทมชฺเฌ กากสฺส หตฺถิกุณเป ปติฏฺฐํ อลภิตฺวา วินาสํ ปตฺตกาโล ทสฺสิโต ฯ ตตฺถ นที วิย อนมตคฺโค สํสาโร ทฏฺฐพฺโพ ฯ นทิยา วุยฺหมานํ หตฺถิกุณปํ วิย สํสาเร ปญฺจกามคุณา ฯ กาโก วิย พาลปุถุชฺชโน ฯ กากสฺส กุณปํ ขาทิตฺวา ปานียํ ปิวนกาโล วิย ปุถุชฺชนสฺส กามคุเณ ปริภุญฺชิตฺวา โสมนสฺสิกกาโล ฯ กากสฺส กุณเป ลคฺคสฺเสว รมณียวนสณฺฑสฺส ทสฺสนํ วิย ปุถุชฺชนสฺส กามคุเณสุ ลคฺคสฺเสว สวนวเสน อฏฺฐตึสอารมฺมณทสฺสนํ ฯ กุณเป สมุทฺทํ ปวิฏฺเฐ กากสฺส ปติฏฺฐํ ลภิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส วินาสํ ปตฺตกาโล วิย พาลปุถุชฺชนสฺส กามคุณคิทฺธสฺส ปาปปรายนสฺส กุสลธมฺเม ปติฏฺฐํ ลภิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส มหานิรเย วินาสํ ปตฺติ ทฏฺฐพฺพา ฯ

เอวมสฺส ปจฺเจกพุทฺโธ อิมาย อุปมาย โอวาทํ ทตฺวา อิทานิ ตเมว โอวาทํ ถิรํ กตฺวา ปติฏฺฐเปตุํ คาถมาห

เอกวาจํปิ ทฺวิวาจํ ภเณยฺย อนุกมฺปโก

ตตุตฺตรึ น ภาเสยฺย ทาโส อยฺยสฺส สนฺติเกติ ฯ

ตตฺถ น ภาเสยฺยาติ วจนํ อคณฺหนฺตสฺส หิตโต อุตฺตรึ ภาสมาโน สามิกสฺส สนฺติเก ทาโส วิย โหติ ฯ ทาโส หิ สามิเก กถํ คณฺหนฺเตปิ อคณฺหนฺเตปิ กเถติเยว ฯ เตน วุตฺตํ ตตุตฺตรึ น ภาเสยฺยาติ ฯ

เอวํ วตฺวา ปจฺเจกพุทฺโธ อิทฺธิยา อุปฺปติตฺวา สเจ ปพฺพชิสฺสสิ วา โน วา ทินฺโน เต มยา โอวาโท อปฺปมตฺโต โหหิ มหาราชาติ ราชานํ อนุสาเสตฺวา นนฺทมูลกปพฺภารเมว คโต ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

อิทํ วตฺวาน ปกฺกามิ โสณโก อมิตพุทฺธิมา

เวหาเส อนฺตลิกฺขสฺมึ อนุสาเสตฺวาน ขตฺติยนฺติ ฯ อยํ อภิสมฺพุทฺธคาถา ฯ

ตตฺถ อิทํ วตฺวานาติ ภิกฺขเว โส ปจฺเจกพุทฺโธ อมิตาย โลกุตฺตรพุทฺธิยา อมิตพุทฺธิมา อิทํ วตฺวา อิทฺธิยา อุปฺปติตฺวา สเจ ปพฺพชิสฺสสิ ตเวว โน เจ ปพฺพชิสฺสสิ ตเวว ทินฺโน เต มยา โอวาโท อปฺปมตฺโต โหหีติ เอวํ อนุสาเสตฺวาน ขตฺติยํ ปกฺกามิ ฯ

โพธิสตฺโตปิ ตํ อากาเสน คจฺฉนฺตํ ยาว ทสฺสนปถา โอโลเกนฺโต ฐตฺวา ตสฺมึ จกฺขุปเถ อติกฺกนฺเต สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา จินฺเตสิ อยํ พฺราหฺมโณ หีนชจฺโจ สมาโน อสํภินฺนขตฺติยวํเส ชาตสฺส มม มตฺถเก ปาทรชํ โอกิรนฺโต อากาสํ อุปฺปติตฺวา คโต มยาปิ อชฺเชว นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตีติ ฯ โส รชฺชํ นิยฺยาเทตฺวา ปพฺพชิตุกาโม คาถาทฺวยมาห

โก นุเม ราชกตฺตาโร สูตา เวยฺยตฺติมาคตา

รชฺชํ นิยฺยาทยิสฺสามิ นาหํ รชฺเชน มตฺถิโก ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

นาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคาติ ฯ

ตตฺถ โก นุเมติ กุหึ อิเม ฯ ราชกตฺตาโรติ เย ราชารหํ อภิสิญฺจิตฺวา ราชานํ กโรนฺติ ฯ สูตา เวยฺยตฺติมาคตาติ สูตา จ เย จ อญฺเญ เวยฺยตฺติภาวํ อาคตา มุขมงฺคลิกา ฯ รชฺเชน มตฺถิโกติ รชฺเชน อตฺถิโก ฯ โก ชญฺญา มรณํ สุเวติ มรณํ อชฺช วา เสฺว วาติ อิทํ โก ชานิตุํ สมตฺโถ ฯ

เอวํ รชฺชํ นิยฺยาเทนฺตสฺส สุตฺวา อมจฺจา อาหํสุ

อตฺถิ เต ทหโร ปุตฺโต ทีฆาวุ รฏฺฐวฑฺฒโน

ตํ รชฺเช อภิสิญฺจสฺสุ โส โน ราชา ภวิสฺสตีติ ฯ

ตโต ปรํ รญฺญา วุตฺตคาถมาทึ กตฺวา อุทานสมฺพนฺธคาถา ปาลินเยเนว เวทิตพฺพา ฯ

ราชา อาห

ขิปฺปํ กุมารํ อาเนถ ทีฆาวุํ รฏฺฐวฑฺฒนํ

ตํ รชฺเช อภิสิญฺจสฺสุ โส โว ราชา ภวิสฺสตีติ ฯ

อมจฺจา รญฺโญ วจนํ สุตฺวา ราชกุมารํ อาเนสุํ ฯ ราชาปิสฺส รชฺชํ นิยฺยาเทสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

ตโต กุมารํ อาเนสุํ ทีฆาวุํ รฏฺฐวฑฺฒนํ

ตํ ทิสฺวา อาลปิ ราชา เอกปุตฺตํ มโนรมํ ฯ

สฏฺฐิคามสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ สพฺพโส

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐินาคสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา

สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา เหมกปฺปนวาสสา ฯ

อารุฬฺหา คามณีเยภิ โตมรงฺกุสปาณิภิ

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐิอสฺสสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา

อาชานียา จ ชาติยา สินฺธวา สีฆวาหนา ฯ

อารุฬฺหา คามณีเยภิ อินฺทิยาจาปธาริภิ

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐิรถสหสฺสานิ สนฺนทฺธา อุสฺสิตทฺธชา

ทีปา อโถปิ เวยฺยคฺฆา สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ

อารุฬฺหา คามณีเยภิ จาปหตฺเถหิ จมฺมิภิ

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐิเธนุสหสฺสานิ โรหญฺญา ปุงฺควูสภา

ตา ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา

วิจิตฺรวตฺถาภรณา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา

ตา ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคนฺติ ฯ อถ นํ กุมาโร อาห

ทหรสฺเสว เม ตาต มาตา มตาติ เม สุตํ

ตยา วินา อหํ ตาต ชีวิตุํปิ น อุสฺสเห ฯ

ยถา อารญฺญกํ นาคํ โปโต อนฺเวติ ปจฺฉโต

เชสฺสนฺตํ คิริทุคฺเคสุ สเมสุ วิสเมสุ จ ฯ

เอวนฺตํ อนุคจฺฉามิ ปุตฺตมาทาย ปจฺฉโต

สุภโร เต ภวิสฺสามิ น เต เหสฺสามิ ทุพฺภโรติ ฯ

ยถา สามุทฺทิกํ นาวํ พาณิชานํ ธเนสินํ

โวหาโร ตตฺถ คณฺเหยฺย พาณิชา พฺยสนี สิยา

เอวเมว ปุตฺตกลิ อนฺตรายกโร มมาติ ฯ

กุมาโร ปุน กิญฺจิ วตฺตุํ น วิสหิ ฯ อถ ราชา อมจฺเจ อาณาเปนฺโต อาห

อิมํ กุมารํ ปาเปถ ปาสาทํ รติวฑฺฒนํ

ตตฺถ กมฺพุสหตฺถาโย ยถา สกฺกํว อจฺฉรา

ตา นํ ตตฺถ รมิสฺสนฺติ ตาหิ เวโส รมิสฺสตีติ ฯ

ตโต กุมารํ ปาเปสุํ ปาสาทํ รติวฑฺฒนํ

ตํ ทิสฺวา อวจุํ กญฺญา ทีฆาวุํ รฏฺฐวฑฺฒนํ

เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท

โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต กถํ ชาเนมุ ตํ มยนฺติ ฯ

นมฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ นปิ สกฺโก ปุรินฺทโท

กาสิรญฺโญ อหํ ปุตฺโต ทีฆาวุ รฏฺฐวฑฺฒโน

มมํ ภรถ ภทฺทํ โว อหํ ภตฺตา ภวามิ โวติ ฯ

ตํ ตตฺถ อวจุํ กญฺญา ทีฆาวุํ รฏฺฐวฑฺฒนํ

กุหึ ราชา อนุปฺปตฺโต อิโต ราชา กุหิงฺคโตติ ฯ

ปงฺกํ ราชา อติกฺกนฺโต ถเล ราชา ปติฏฺฐิโต

อกณฺฏกํ อคหนํ ปฏิปนฺโน มหาปถํ ฯ

อหญฺจ ปฏิปนฺโนสฺมิ มคฺคํ ทุคฺคติคามินํ

สกณฺฏกํ สคหนํ เยน คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ ฯ

ตสฺส เต สฺวาคตํ ราช สีหสฺเสว คิริพฺพชํ

อนุสาส มหาราช ตฺวํ โน สพฺพาสมิสฺสโรติ ฯ

ตตฺถ ขิปฺปนฺติ เตนหิ สีฆํ อาเนถ ฯ อาลปีติ สฏฺฐิคามสหสฺสานีติ อาทีนิ วทนฺโต อาลปิ ฯ สพฺพาลงฺการภูสิตาติ เต นาคา สพฺเพหิ สีสูปคาทีหิ อลงฺกาเรหิ ภูสิตา ฯ เหมกปฺปนวาสสาติ สุวณฺณขจิเตน กปฺปเนน ปฏิจฺฉนฺนสรีรา ฯ คามณีเยภีติ หตฺถาจริเยหิ ฯ อาชานียา จาติ การณาการณวิชานนกาว ชาติยา ฯ สินฺธวาติ สินฺธวรฏฺเฐ สินฺธวนทีตีเร ชาตา ฯ คามณีเยภีติ อสฺสาจริเยหิ ฯ อินฺทิยาจาปธาริภีติ อินฺทิยาวุธญฺจ จาปาวุธญฺจ ธาเรนฺเตหิ ฯ ทีปา อโถปิ เวยฺยคฺฆาติ ทีปิจมฺมพฺยคฺฆจมฺมปริวารา ฯ คามณีเยภีติ รถิเกหิ ฯ จมฺมิภีติ สนฺนทฺธจมฺเมหิ ฯ โรหญฺญาติ รตฺตวณฺณา ฯ ปุงฺควูสภาติ อุสภสงฺขาเตน เชฏฺฐกปุงฺคเวน สมนฺนาคตา ฯ ทหรสฺเสว เมติ อถ นํ กุมาโร ตาต ทหรสฺเสว เม สโต มาตา มตา อิติ มยา สุตํ โสหํ ตยา วินา ชีวิตุํ น สกฺขิสฺสามีติ อาห ฯ โปโตติ ตรุโณ โปตโก ฯ เชสฺสนฺตนฺติ วิจรนฺตํ ฯ สามุทฺทิกนฺติ สมุทฺเท วิจรนฺตํ ฯ ธเนสินนฺติ ธนํ ปริเยสนฺตานํ ฯ โวหาโรติ วิจิตฺรโวหาโร เหฏฺฐา กฑฺฒนโก พาลมจฺโฉ วา อุทกรกฺขโส วา อาวฏฺโฏ วา ฯ ตตฺถาติ ตสฺมึ สมุทฺเท ฯ พาณิชา พฺยสนี สิยาติ อถ เต พาณิชา พฺยสนี พฺยสนํ ปตฺตา ภเวยฺยุํ ฯ สิยุนฺติ วา ปาโฐ ฯ ปุตฺตกลีติ ปุตฺตลามก ปุตฺตกาฬกณฺณิ ฯ กุมาโร ปุน กิญฺจิ วตฺตุํ น วิสหิ ฯ อถ ราชา อมจฺเจ อาณาเปนฺโต อิมนฺติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ กมฺพุสหตฺถาโยติ กมฺพุสํ วุจฺจติ สุวณฺณํ สุวณฺณาภรณภูสิตหตฺถาโยติ อตฺโถ ฯ ยถาติ ยถา อิจฺฉนฺติ ตถา กโรนฺติ ฯ

เอวํ วตฺวา มหาสตฺโต ตตฺเถว ตํ อภิสิญฺจาเปตฺวา นครํ ปาเหสิ ฯ สยํ ปน เอกโกว อุยฺยานา นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา รมณีเย ภูมิภาเค ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา วนมูลผลาหาโร ยาเปสิ ฯ มหาชโนปิ กุมารํ พาราณสึ ปเวเสสิ ฯ โส นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิ ฯ ตํ ทิสฺวา อวจุํ กญฺญาติ ตํ มหนฺเตน ปริวาเรน สิริโสภคฺเคน อาคตํ ทิสฺวา อสุโก นาเมโสติ อชานนฺตีเยว ตา นาฏกิตฺถิโย อโวจุํ ฯ มมํ ภรถาติ มํ อิจฺฉถ ฯ ปงฺกนฺติ ราคาทิกิเลสปงฺกํ ฯ ถเลติ ปพฺพชฺชาย ฯ อกณฺฏกนฺติ ราคกณฺฏกาทิวิรหิตํ ฯ เตเหว คหเนหิ อคหนํ ฯ มหาปถนฺติ สคฺคโมกฺขคามินํ มหามคฺคํ ปฏิปนฺโน ฯ เยนาติ เยน มิจฺฉามคฺเคน ทุคฺคตึ คจฺฉนฺติ ตมหํ ปฏิปนฺโนติ วทติ ฯ ตโต ตา จินฺเตสุํ ราชา ตาว อมฺเห ปหาย ปพฺพชิโต อยมฺปิ กาเมสุ วิรตฺตจิตฺตรูโป สเจ นํ นาภิรมิสฺสาม นิกฺขมิตฺวา ปพฺพเชยฺย อภิรมนาการมสฺส กริสฺสามาติ ฯ อถ นํ อภินนฺทนฺติโย โอสานคาถมาหํสุ ฯ ตตฺถ คิริพฺพชนฺติ สีหโปตกานํ วสนฏฺฐานํ กาญฺจนคุหํ เกสรสีหสฺส อาคตํ วิย ตสฺส ตว อาคตํ สฺวาคตํ ฯ ตฺวํ โนติ ตฺวํ สพฺพาสํปิ อมฺหากํ อิสฺสโร สามีติ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา สพฺพาตุริยานิ ปคฺคณฺหึสุ นานปฺปการานิ นจฺจคีตานิ ปวตฺตยึสุ ฯ ยโส มหา อโหสิ ฯ โส ยสสมฺปตฺโต ปิตรํ น สริ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา ยถากมฺมํ คโต ฯ โพธิสตฺโตปิ ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา อายูหปริโยสาเน พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตถาคโต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโตเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ปจฺเจกพุทฺโธ ปรินิพฺพายิ ปุตฺโต ราหุลกุมาโร อโหสิ เสสปริสา พุทฺธปริสา อโหสิ อรินฺทโม ราชา ปน อหเมวาติ ฯ

โสณกชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ปฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๒

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘

ดูเล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๒๘. มหาโพธิชาดกชาดกถัดไป๕๓๐. สังกิจจชาดก