ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. จุลลหังสชาดก
ชาดกที่ ๕๓๓ · อสีตินิบาตชาดก

จุลลหังสชาดก

ว่าด้วยพระยาหงส์ทรงติดบ่วง

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๑๖๓ · บรรทัด ๑๑๕๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ภาพวาดฉากหนึ่งจากจุลลหังสชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๑ จาก ๕

เรื่องเล่า

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร ทรงพระปรารภการเสียสละชีวิตของท่านพระอานนทเถระ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สุมุข ดังนี้.

ความพิสดารว่า บรรดาพวกนายขมังธนู ที่พระเทวทัตเสี้ยมสอนให้ไปปลงพระชนม์พระตถาคตเจ้าเหล่านั้น คนที่ถูกส่งไปก่อนเขาทั้งหมดกลับมารายงานว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ กระผมไม่อาจที่จะปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นได้เลย เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีฤทธานุภาพใหญ่หลวงยิ่งนัก พระเทวทัตนั้นจึงกล่าวว่า เออช่างเถอะ เจ้าไม่ต้องปลงพระชนม์พระสมณโคดมดอก เราจักปลงพระชนม์พระสมณโคดมเอง เมื่อพระตถาคตเจ้าเสด็จจงกรมอยู่ ณ ร่มเงาเบื้องหลังแห่งภูเขาคิชฌกูฏตนจึงขึ้นไปบนภูเขาคิชฌกูฏเอง แล้วกลิ้งศิลาก้อนใหญ่ด้วยกำลังแห่งเครื่องยนตร์ ด้วยคิดว่า เราจักปลงพระชนม์พระสมณโคดมด้วยศิลาก้อนนี้. ในกาลนั้น ยอดเขาสองยอดก็รับเอาศิลาที่กลิ้งตกลงไปนั้นไว้ได้. แต่สะเก็ดศิลาที่กะเทาะจากศิลาก้อนนั้น กระเด็นไปต้องพระบาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำพระโลหิตให้ห้อขึ้นแล้ว เวทนามีกำลังเป็นไปทั่วแล้ว . หมอชีวกกระทำการผ่าพระบาทของพระคถาคตเจ้าด้วยศัสตรา เอาเลือดร้ายออก นำเนื้อร้ายออกจนหมด ชำระล้างแผลสะอาดแล้ว ใส่ยากระทำให้พระองค์หายจากพระโรค. พระศาสดาทรงหายเป็นปกติดีแล้ว มีภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่แวดล้อมเป็นบริวาร เสด็จเข้าไปยังพระนครด้วยพระพุทธลีลาใหญ่ทีเดียว.

ลำดับนั้น พระเทวทัตมองเห็นดังนั้น จึงคิดว่า ใคร ๆ เห็นพระสรีระอันถึงแล้ว ซึ่งส่วนอันเลิศด้วยพระรูปพระโฉมของพระสมณโคดม ถ้าเป็นมนุษย์ ก็ไม่อาจที่จะเข้าไปทำร้ายได้ ก็ช้างของพระราชาชื่อว่า นาลาคิรี มีอยู่ช้างนั้นเป็นช้างที่ดุร้ายกาจ ฆ่ามนุษย์ได้ เมื่อไม่รู้จักคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ จักยังพระสมณโคดมนั้นให้ถึงความสิ้นชีวิตได้ เธอจึงไปทูลเนื้อความนั้นแด่พระเจ้าอชาตศัตรูราช พระราชาทรงรับรองว่าดีละ ดังนี้แล้วรับสั่งให้เรียกหานายหัตถาจารย์มาแล้ว ทรงพระบัญชาว่า แน่ะเจ้า พรุ่งนี้เจ้าจงมอมช้างนาลาคิรีให้มึนเมาแล้วจงปล่อยไปบนถนน ที่พระสมณโคดมเสด็จมา แต่เช้าทีเดียว แม้พระเทวทัตก็ถามนายหัตถาจารย์นั้นว่า ในวันอื่น ๆ ช้างนาลาคิรีดื่มสุรากี่หม้อ เมื่อเขาบอกให้ทราบว่า ๘ หม้อ พระคุณเจ้าผู้เจริญจึงกำชับว่าพรุ่งนี้ท่านจงให้ช้างนั้นดื่มเพิ่มขึ้นเป็น ๑๖ หม้อแล้ว พึงกระทำให้มีหน้าเฉพาะในถนนที่พระสมณโคดมเสด็จผ่านมา. นายหัตถาจารย์นั้น ก็รับรองเป็นอันดีพระราชาให้ราชบุรุษเที่ยวตีกลองประกาศไปทั่วพระนครว่า พรุ่งนี้นายหัตถาจารย์จักมอมช้างนาลาคิรีให้มึนเมาแล้ว จักปล่อยในนคร ชาวเมืองทั้งหลายพึงรีบกระทำกิจที่จำต้องกระทำเสียให้เสร็จแต่เช้าทีเดียว แล้วอย่าเดินระหว่างถนน. แม้พระเทวทัตลงจากพระราชนิเวศน์แล้วก็ไปยังโรงช้าง เรียกคนเลี้ยงช้างมาสั่งว่า ดูก่อนพนายทั้งหลาย เราสามารถจะลดคนมีตำแหน่งสูงให้ต่ำและเลื่อนคนมีตำแหน่งต่ำให้สูงขึ้น ถ้าพวกเจ้าต้องการยศ พรุ่งนี้เช้า จงช่วยกันเอาเหล้าอย่างแรง กรอกช้างนาลาคิรีให้ได้ ๑๖ หม้อ ถึงเวลาพระสมณโคดมเสด็จมา จงช่วยกันแทงช้างด้วยปลายหอกซัด ยั่วยุให้มันอาละวาดให้ทำลายโรงช้าง ช่วยกันล่อให้หันหน้าตรงไปในถนนที่พระสมณโคดมเสด็จมา แล้วให้พระสมณโคดมถึงความสิ้นชีวิต. พวกคนเลี้ยงช้างเหล่านั้น พากันรับรองเป็นอันดี. พฤติการณ์อันนั้นได้เซ็งแซ่ไปทั่วพระนคร. เหล่าอุบาสกผู้นับถือพระพุทธเจ้า. พระธรรม พระสงฆ์ ได้ทราบข่าวนั้น ก็พากันไปเข้าเฝ้าพระศาสดากราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเทวทัตสมคบกันกับพระเจ้าอชาตศัตรูราช ให้ปล่อยช้างนาลาคิรีในหนทางที่พระองค์จะเสด็จไปในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ ขอพระองค์อย่าได้เสด็จเข้าไปบิณฑบาตเลย จงประทับอยู่ในที่นี้เถิด พวกข้าพระองค์ จักถวายภิกษา แก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธองค์เป็นประมุขในวิหารนี้แล. พระศาสดามิได้ตรัสรับคำว่า พรุ่งนี้เราจักไม่เข้าไปบิณฑบาต ทรงพระดำริว่า ในวันพรุ่งนี้ เราจักทรมานช้างนาลาคิรีกระทำปาฏิหาริย์ทรมานพวกเดียรถีย์ จักเที่ยวไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์. มีภิกษุแวดล้อมเป็นบริวาร ออกจากพระนครไปยังพระเวฬุวันมหาวิหารทีเดียว. พวกชนชาวเมืองราชคฤห์ จักถือเอาภาชนภัตเป็นอันมากมายังวิหารเวฬุวันเหมือนกัน พรุ่งนี้ โรงภัตจักมีในวิหารทีเดียว แล้วทรงรับอาราธนาแก่พวกอุบาสกเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ พวกอุบาสกเหล่านั้นทราบความว่า ทรงรับอาราธนาของพระตถาคตเจ้าแล้ว จึงพากันกล่าวว่า พวกเราจักนำภาชนภัตมาถวายทานในวิหารทีเดียว แล้วหลีกไป.

แม้พระศาสดาทรงแสดงธรรมในปฐมยาม ทรงแก้ปัญหาของเทวดาในมัชฌิมยาม ทรงสำเร็จสีหไสยาสน์ในส่วนแรกแห่งปัจฉิมยาม ทรงเข้าผลสมาบัติในส่วนที่ ๒ แห่งปัจฉิมยาม ในส่วนที่ ๓ แห่งปัจฉิมยาม ทรงเข้าพระกรุณาสมาบัติ ทรงตรวจดูเหล่าเวไนยสัตว์อันมีอุปนิสัยที่จะได้ตรัสรู้ธรรมพิเศษ ทอดพระเนตรเห็นการตรัสรู้ธรรมของสัตว์ ๘,๔๐๐ ในเวลาการทรงทรมานช้างนาลาคิรี ครั้นราตรีกาลสว่างไสวแล้ว ก็ทรงกระทำการชำระพระสรีระแล้ว ตรัสเรียกพระอานนท์ผู้มีอายุมาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ เธอจงบอกแก่ภิกษุแม้ทั้งหมดในมหาวิหาร ๑๘ แห่ง อันตั้งเรียงรายอยู่ในเมืองราชคฤห์เพื่อให้เข้าไปในเมืองราชคฤห์พร้อมกันกับเรา. พระเถระได้กระทำตามพระพุทธฎีกาแล้ว. พวกภิกษุทั้งหมดมาประชุมกันในพระเวฬุวัน พระศาสดามีภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่แวดล้อมเป็นบริวาร เสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังเมืองราชคฤห์. ลำดับนั้น พวกคนเลี้ยงช้างก็ปฏิบัติตามพระเทวทัตสั่ง. สมาคมใหญ่ได้มีแล้วพวกมนุษย์ผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธากล่าวกันว่า ได้ยินว่า ในวันนี้ พระพุทธเจ้าผู้มหานาคกับช้างนาลาคิรีซึ่งเป็นสัตว์ดิรัจฉาน จักกระทำสงครามกัน พวกเราจักได้เห็นการทรมานช้างนาลาคิรีด้วยพุทธลีลา อันหาที่เปรียบมิได้ จึงพากันขึ้นสู่ปราสาทห้องแถวและหลังคาเรือนแล้วยืนดู. ฝ่ายพวกมิจฉาทิฏฐิผู้หาศรัทธามิได้ก็พากันกล่าวว่า ช้างนาลาคิรีเชือกนี้ดุร้ายกาจ ฆ่ามนุษย์ได้ไม่รู้จักคุณแห่งพระพุทธเจ้าเช่นกัน วันนี้ช้างเชือกนั้น จักขยี้สรีระอันมีพรรณดุจทองคำของพระโคดม จักให้ถึงความสิ้นชีวิต พวกเราจักได้เห็นหลังปัจจามิตรในวันนี้ทีเดียว แล้วได้พากันขึ้นไปยืนดูบนต้นไม้และปราสาทเช่นกัน . แม้ช้างนาลาคิรีพอเหลือบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมา จึงยังมนุษย์ทั้งหลายให้สะดุ้งกลัว ทำลายบ้านเรือนเป็นอันมาก ขยี้บดเกวียนเสียแหลกละเอียดเป็นหลายเล่นยกงวงขึ้นชู มีหูกางหางชี้ วิ่งรี่ไปทางพระผู้มีพระภาคเจ้า ประหนึ่งว่าภูเขาเอียงเข้าทับพระพุทธองค์ ฉะนั้น. ภิกษุทั้งหลายเห็นดังนั้น จึงกราบทูลเนื้อความนี้กะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ช้างนาลาคิรีเชือกนี้ ดุร้ายกาจฆ่ามนุษย์ได้ วิ่งตรงมานี่ ก็ช้างนาลาคิรีนี้มิได้รู้จักพระพุทธคุณเป็นต้นแล ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงเสด็จกลับเถิด พระเจ้าข้า ขอพระสุคตเจ้าจงเสด็จกลับเสียเถิด. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธออย่าได้กลัวไปเลย เรามีกำลังสามารถพอที่จะทรมานช้างนาลาคิรีเชือกนี้ได้.

ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรผู้มีอายุ ทูลขอโอกาสกะพระศาสดาว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมดาว่ากิจที่บังเกิดขึ้นแก่บิดา ย่อมเป็นภาระของบุตรคนโต ข้าพระองค์ผู้เดียวจะขอทรมานช้างเชือกนี้. ลำดับนั้น พระศาสดาจึงตรัสห้ามพระสารีบุตรนั้น ว่าดูก่อนสารีบุตร ขึ้นชื่อว่า กำลังแห่งพระพุทธเจ้าเป็นอย่างหนึ่ง ส่วนกำลังของพวกสาวกเป็นอีกอย่างหนึ่ง เธอจงยับยั้งอยู่เถิด. พระเถระผู้ใหญ่ ๘๐ โดยมากต่างก็พากันทูลขอโอกาสอย่างนี้เหมือนกัน. พระศาสดาตรัสห้ามพระมหาเถระเหล่านั้นแม้ทั้งหมด. ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ ไม่สามารถจะทนดูอยู่ได้ ด้วยความรักมีกำลังในพระศาสดาจึงคิดว่า ช้างเชือกนี้ จงฆ่าเราเสียก่อนเถิด ดังนี้แล้ว ยอมสละชีวิตเพื่อประโยชน์แก่พระตถาคตเจ้า ได้ออกไปยืนอยู่เบื้องพระพักตร์แห่งพระศาสดา. ลำดับนั้นพระศาสดาจึงตรัสกะท่านว่า อานนท์ เธอจงหลีกไป อานนท์ เธอจงหลีกไปเธออย่ามายืนขวางหน้าตถาคต. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ช้างเชือกนี้ดุร้ายกาจฆ่ามนุษย์ได้ เป็นเช่นกับไฟบรรลัยกัลป์ จงฆ่าข้าพระองค์เสียก่อนแล้ว จึงมายังสำนักของพระองค์ในภายหลัง. พระอานนทเถระ แม้ถูกพระศาสดาตรัสห้ามอยู่ถึง ๓ ครั้ง ก็ยังคงยืนอยู่อย่างนั้นทีเดียวมิได้ถอยกลับมา. ลำดับนั้นพระศาสดาจึงให้พระอานนท์ถอยกลับมาด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ แล้วประทับยืนอยู่ในระหว่างภิกษุทั้งหลาย. ในขณะนั้น หญิงคนหนึ่งเห็นช้างนาลาคิรี มีความสะดุ้งกลัวย่อมรณภัย จึงวิ่งหนี ทิ้งทารกที่ตนอุ้มเข้าสะเอวไว้ในระหว่างกลางแห่งช้างและพระตถาคตเจ้า แล้ววิ่งหนีไป. ช้างวิ่งไล่ตามหญิงนั้นแล้วกลับมายังที่ใกล้ทารก. ทารกจึงร้องเสียงดัง พระศาสดาทรงแผ่เมตตาไปยังช้างนาลาคิรีทรงเปล่งพระสุรเสียงอันไพเราะยิ่งนักดุจเสียงพรหม รับสั่งร้องเรียกว่า แน่ะเจ้าช้างนาลาคิรีที่เจริญ เขาให้เจ้าดื่มเหล้าถึง ๑๖ หม้อ มอมเมาเสียจนมึนมัวใช่ว่าเขากระทำเจ้าด้วยประสงค์ว่า จักให้จับคนอื่นก็หาไม่ แต่เขากระทำด้วยประสงค์จะให้จับเรา เจ้าอย่าเที่ยวอาละวาดให้เมื่อยขาโดยใช่เหตุเลย จงมานี่เถิดช้างนาลาคิรีเชือกนั้น พอได้ยินพระดำรัสของพระศาสดา จึงลืมตาขึ้นดูพระรูปอันเป็นสิริของพระผู้มีพระภาคเจ้า กลับได้ความสังเวชใจ หายเมาสุราด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า จึงห้อยงวงและลดหูทั้งสองข้าง ไปหมอบอยู่แทบพระบาททั้งสองของพระตถาคตเจ้า.

ลำดับนั้น พระศาสดาจึงตรัสกะช้างนาลาคิรีนั้นว่า ดูก่อนเจ้าช้างนาลาคิรี เจ้าเป็นช้างสัตว์ดิรัจฉาน เราเป็นพุทธะเหล่าช้างตัวประเสริฐ ตั้งแต่นี้ไป เจ้าจงอย่าดุร้าย อย่าหยาบคาย อย่าฆ่ามนุษย์ จงได้เฉพาะจึงเมตตาจิตทรงเหยียดพระหัตถ์เบื้องขวาออกไปลูบที่กระพองแล้ว ตรัสพระคาถาว่า

เจ้าช้างมีงวง เจ้าอย่าเบียดเบียนช้างตัวประเสริฐ (หมายถึงพระตถาคตเจ้า) แน่ะเจ้าช้างมีงวง เพราะว่า การเบียดเบียนช้างตัวประเสริฐ เป็นเหตุนำความทุกข์ มาให้ แน่ะเจ้าช้างมีงวง ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาจนกาล บัดนี้ ผู้ฆ่าช้างตัวประเสริฐ ย่อมไม่ได้พบสุคติเลย เจ้าอย่าเมา เจ้าอย่าประมาท ด้วยว่าผู้ประมาทแล้ว ย่อมไปสู่สุคติไม่ได้ เจ้าจงกระทำหนทางที่จะพาตัวเจ้า ไปสู่สุคติเถิด.

พระศาสดาทรงแสดงธรรมด้วยประการฉะนี้ สรีระทั้งสิ้นของช้างนั้นได้เป็นร่างกายมีปีติถูกต้องแล้วหาระหว่างคั่นมิได้. ถ้าไม่เป็นสัตว์ดิรัจฉานก็จักได้บรรลุโสดาปัตติผล. มนุษย์ทั้งหลายเห็นปาฏิหาริย์นั้น ต่างพากันส่งเสียงปรบมืออยู่อื้ออึง พวกที่เกิดความโสมนัสยินดีก็โยนเครื่องอาภรณ์ต่าง ๆ ไปเครื่องอาภรณ์เหล่านั้น ก็ไปปกคลุมสรีระของช้าง. ตั้งแต่วันนั้นมา ช้างนาลาคิรีก็ปรากฏนามว่า ธนปาลกะ ก็ในขณะนั้น สัตว์ ๘๔,๐๐๐ ในสมาคมแห่งช้างธนปาลกะก็ได้ดื่มน้ำอมฤต. พระศาสดาทรงให้ช้างธนปาลกะตั้งอยู่ในศีล ๕ ประการ ช้างนั้นก็เอางวงดูดละอองธุลีพระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเอาโปรยลงบนหัวของตน ย่อตัวถอยหลังออกมายืนอยู่ในที่อุปจาร พอแลเห็นถวายบังคมพระทศพลกลับเข้าไปยังโรงช้าง. ตั้งแต่วันนั้นมา ช้างนาลาคิรีนั้น ก็กลายเป็นช้างที่ได้รับการฝึกแล้วเชือกหนึ่ง ในบรรดาช้างที่ได้รับการฝึกแล้วทั้งหลายอย่างนี้ ไม่เคยเบียดเบียนใครให้เดือดร้อนอีกต่อไปเลย. พระศาสดาทรงสำเร็จสมดังมโนรถแล้ว ทรงอธิษฐานว่า ทรัพย์สิ่งของอันใดอันผู้ใดทิ้งไว้แล้ว ทรัพย์สิ่งของอันนั้นจงเป็นของผู้นั้นตามเดิม แล้วทรงพระดำริว่า วันนี้เราได้กระทำปาฏิหาริย์อย่างใหญ่แล้ว การเที่ยวจาริกไปเพื่อบิณฑบาตในพระนครนี้ไม่สมควร ทรงทรมานพวกเดียรถีย์แล้ว มีภิกษุสงฆ์แวดล้อมเป็นบริวาร ประดุจกษัตริย์ที่มีชัยชนะแล้วเสด็จออกจากพระนครทรงดำเนินไปยังพระวิหารเวฬุวันทีเดียว. แม้พวกชนชาวเมืองก็พากันถือเอาข้าวน้ำและของเคี้ยวเป็นอันมากไปยังวิหาร ยังมหาทานให้เป็นไปทั่วแล้ว ในเวลาเย็นวันนั้น ภิกษุทั้งหลายประชุมกันเต็มธรรมสภาสนทนากันว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระอานนทเถระเจ้าผู้มีอายุ ได้ยอมเสียสละชีวิตของท่านเพื่อประโยชน์แก่พระตถาคตเจ้า ชื่อว่ากระทำกรรมที่กระทำได้ยาก ท่านเห็นช้างนาลาคิรีแล้ว แม้ถูกพระศาสดาตรัสห้ามอยู่ถึง ๓ ครั้ง ก็ยังไม่ถอยไป ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย น่าสรรเสริญพระอานนท์เถรเจ้าผู้มีอายุ กระทำสิ่งซึ่งยากที่จะกระทำได้. ลำดับนั้น พระศาสดาทรงสดับถ้อยคำสรรเสริญเกียรติคุณของพระอานนท์นั้น ด้วยโสตธาตุเพียงดังทิพย์ จึงทรงพระดำริว่า ถ้อยคำสรรเสริญเกียรติคุณของอานนท์กำลังเป็นไปอยู่ เราควรจะไปในที่นั้น จึงเสด็จออกจากพระคันธกุฎี เสด็จไปยังโรงธรรมสภาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วันนี้พวกเธอกำลังสนทนากันด้วยเรื่องอะไรเล่าหนอ เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบว่า เรื่องชื่อนี้พระพุทธเจ้าข้า จึงตรัสว่า ใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นก็หาไม่ถึงเมื่อกาลก่อน ครั้งอานนท์เกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ก็ได้เคยสละชีวิตเพื่อประโยชน์แก่ (เรา) ตถาคตแล้วเหมือนกัน ดังนี้แล้วได้ทรงนิ่งเฉยอยู่ เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลอาราธนา จึงได้ทรงนำอดีตนิทานมาดังต่อไปนี้

ตอนที่ ๑ / ๕ตอนถัดไป

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๓๓๖–๓๗๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

อสีตินิบาตชาดก · ๒๕๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๕๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อสีตินิปาตวณฺณนา

จุลฺลหํสชาตกํ

สุมุขาติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อายสฺมโต อานนฺทตฺเถรสฺส ชีวิตปริจฺจาคํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

เทวทตฺเตน หิ ตถาคตํ ชีวิตา โวโรเปตุํ ปโยชิเตสุ เตสุ ธนุคฺคเหสุ สพฺพปฐมํ เปสิเตน อาคนฺตฺวา นาหํ ภนฺเต สกฺโกมิ ตํ ภควนฺตํ ชีวิตา โวโรเปตุํ มหิทฺธิโก โส ภควา มหานุภาโวติ วุตฺเต โส เทวทตฺโต อาห อลํ อาวุโส มา ตฺวํ สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปหิ อหเมว สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสฺสามีติ วตฺวา ตถาคเต คิชฺฌกูฏสฺส ปพฺพตสฺส ปจฺฉิมฉายาย จงฺกมนฺเต สยํ คิชฺฌกูฏปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา ยนฺตเวเคน มหตึ สิลํ ปวิชฺฌิ อิมาย สิลาย สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสฺสามีติ ฯ ตทา เทฺว ปพฺพตกูฏา สมาคนฺตฺวา ตํ ขิตฺตเสลํ สมฺปฏิจฺฉึสุ ฯ ตโต ปปฺปฏิกาปิ ปติตฺวา ภควโต ปาทํ ปหริตฺวา รุธิรํ อุปฺปาเทสิ ฯ พลวเวทนา ปวตฺตึสุ ฯ ชีวโก ตถาคตสฺส ปาทํ สตฺถเกน ผาเลตฺวา ทุฏฺฐโลหิตํ โมเจตฺวา ปูติมํสํ อปเนตฺวา โธวิตฺวา เภสชฺชํ อาลิมฺเปตฺวา นีโรคมกาสิ ฯ สตฺถา ปุริมสทิโส เอว มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต มหติยาว พุทฺธลีลาย นครํ ปาวิสิ ฯ

อถ นํ ทิสฺวา เทวทตฺโต จินฺเตสิ สมณสฺส โคตมสฺส รูปโสภคฺคปฺปตฺตํ สรีรํ ทิสฺวา โกจิ มนุสฺสภูโต อุปสงฺกมิตุํ น สกฺโกติ รญฺโญ โข ปน นาลาคิริ นาม หตฺถี อตฺถิ โส จณฺโฑ ผรุโส มนุสฺสฆาฏโก พุทฺธธมฺมสงฺฆคุเณ อชานนฺโต ตํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสตีติ ฯ โส คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ ราชา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา หตฺถาจริยํ ปกฺโกสาเปตฺวา สมฺม เสฺว นาลาคิรึ มตฺตํ กตฺวา ปาโตว สมเณน โคตเมน ปฏิปนฺนวีถิยํ วิสชฺเชหีติ อาห ฯ เทวทตฺโตปิ นํ อญฺเญสุ ทิวเสสุ กิตฺตกํ สุรํ ปิวตีติ ปุจฺฉิตฺวา อฏฺฐ ฆเฏ ภนฺเตติ วุตฺเต เสฺว ตํ โสฬส ฆเฏ ปาเยตฺวา สมเณน โคตเมน ปฏิปนฺนวีถิยํ อภิมุขํ กเรยฺยาสีติ อาห ฯ โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ ฯ ราชา นคเร เภริญฺจาราเปตฺวา เสฺว นาลาคิรึ มตฺตํ กตฺวา นคเร วิสชฺเชสฺสติ นาครา ปาโตว กตฺตพฺพกิจฺจานิ กตฺวา อนฺตรวีถึ มา ปฏิปชฺชึสูติ อาห ฯ เทวทตฺโตปิ ราชนิเวสนโต โอรุยฺห หตฺถิสาลํ คนฺตฺวา หตฺถิโคปเก อามนฺเตตฺวา มยํ ภเณ อุจฺจฏฺฐานโต นีจฏฺฐาเน นีจฏฺฐานโต อุจฺจฏฺฐาเน กาตุํ สมตฺถา สเจ โว ยเสน อตฺโถ เสฺว ปาโตว นาลาคิรึ ติขิณสุราย โสฬส ฆเฏ ปาเยตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส อาคมนเวลาย ตุณฺฑโตมเรหิ วิชฺฌนฺตา วิชฺฌนฺตา กุชฺฌาเปตฺวา หตฺถิสาลํ ภินฺทาเปตฺวา สมเณน โคตเมน ปฏิปนฺนวีถิยํ อภิมุขํ กตฺวา สมณํ โคตมํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปถาติ อาห ฯ เต สาธูติ สมฺปฏิจฺฉึสุ ฯ สา ปวุตฺติ สกลนคเร วิตฺถาริตา อโหสิ ฯ พุทฺธธมฺมสงฺฆมามกา อุปาสกา ตํ สุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ภนฺเต เทวทตฺโต รญฺญา สทฺธึ เอกโต หุตฺวา เสฺว ตุมฺเหหิ ปฏิปนฺนวีถิยํ นาลาคิรึ วิสชฺชาเปสฺสติ เสฺว ปิณฺฑาย อปวิสิตฺวา อิเธว โหถ มยํ วิหาเรเยว พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ภิกฺขํ ทสฺสามาติ วทึสุ ฯ สตฺถา เสฺว ปิณฺฑาย น ปวิสิสฺสามีติ อวตฺวาว อหํ เสฺว นาลาคิรึ ทเมตฺวา ปาฏิหาริยํ กตฺวา ติตฺถิเย มทฺทิตฺวา ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวาว ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต นครา นิกฺขมิตฺวา เวฬุวนเมว คมิสฺสามิ ราชคหวาสิโน พหูนิ ภตฺตภาชนานิ คเหตฺวา เวฬุวนเมว อาคมิสฺสนฺติ เสฺว วิหาเรเยว ภตฺตคฺคํ ภวิสฺสตีติ อิมินา การเณน เตสํ อธิวาเสสิ ฯ เต ตถาคตสฺส อธิวาสนํ วิทิตฺวา ภตฺตภาชนานิ อาหริตฺวา วิหาเรเยว ทานํ ทสฺสามาติ ปกฺกมึสุ ฯ

สตฺถาปิ ปฐมยาเม ธมฺมํ เทเสตฺวา มชฺฌิมยาเม เทวตาย ปญฺหํ วิสชฺเชตฺวา ปจฺฉิมยามสฺส ปฐมโกฏฺฐาเส สีหเสยฺยํ กปฺเปตฺวา ทุติยโกฏฺฐาเส ผลสมาปตฺติโย สมาปชฺชิตฺวา ตติยโกฏฺฐาเส กรุณาสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา โพเธยฺยพนฺธเว โอโลเกนฺโต นาลาคิริทมเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมยํ ทิสฺวา ปภาตาย รตฺติยา กตสรีรปฏิชคฺคโน หุตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตตฺวา อานนฺท ราชคหปริวตฺตเกสุ อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสุ สพฺเพสํปิ ภิกฺขูนํ มยา สทฺธึ ราชคหํ ปวิสิตุํ อาโรเจหีติ อาห ฯ เถโร ตถา อกาสิ ฯ สพฺเพ ภิกฺขู เวฬุวเน สนฺนิปตึสุ ฯ สตฺถา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ อถ หตฺถิเมณฺฑา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชึสุ ฯ มหนฺโต สมาคโม อโหสิ ฯ สทฺธาสมฺปนฺนา มนุสฺสา อชฺช กิร พุทฺธมหานาคสฺส ติรจฺฉานนาเคน สทฺธึ สงฺคาโม ภวิสฺสติ อโนปมาย พุทฺธลีลาย นาลาคิริโน ทมนํ ปสฺสิสฺสามาติ ปาสาทหมฺมิยเคหจฺฉทนาทีนิ อภิรุยฺห อฏฺฐํสุ ฯ อสทฺธา ปน มิจฺฉาทิฏฺฐิกา อยํ นาลาคิริ จณฺโฑ ผรุโส มนุสฺสฆาฏโก พุทฺธาทิคุณํ น ชานาติ โส อชฺช สมณสฺส โคตมสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ วิทฺธํเสตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสติ อชฺเชว ปจฺจามิตฺตสฺส ปิฏฺฐึ ปสฺสิสฺสามาติ รุกฺขปาสาทาทีสุ อฏฺฐํสุ ฯ หตฺถีปิ ภควนฺตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา มนุสฺเส ตาเสนฺโต เคหานิ วิทฺธํเสนฺโต สกฏานิ สญฺจุณฺเณนฺโต โสณฺฑํ อุสฺสาเปตฺวา ปหฏฺฐกณฺณวาโล ปพฺพโต วิย อชฺโฌตฺถรนฺโต เยน ภควา เตน อภิธาวิ ฯ ตํ ภิกฺขู ทิสฺวา ภควนฺตเมตทโวจุํ อยํ ภนฺเต นาลาคิริ จณฺโฑ ผรุโส มนุสฺสฆาฏโก อิมํ รจฺฉํ ปฏิปนฺโน น โข ปนายํ พุทฺธาทิคุณํ ชานาติ ปฏิกฺกมตุ ภนฺเต ภควา ปฏิกฺกมตุ สุคโตติ ฯ มา ภิกฺขเว ภายิตฺถ ปฏิพโลหํ นาลาคิรึ ทเมตุนฺติ ฯ

อถ อายสฺมา สารีปุตฺโต สตฺถารํ ยาจิ ภนฺเต ปิตุ อุปฺปนฺนกิจฺจํ นาม เชฏฺฐปุตฺตสฺส ภาโร อหเมว นํ ทเมมีติ ฯ อถ นํ สตฺถา สารีปุตฺต พุทฺธพลํ นาม อญฺญํ สาวกพลํ อญฺญํ ติฏฺฐ ตฺวนฺติ ปฏิพาหิ ฯ เอวํ เยภุยฺเยน อสีติมหาเถรา ยาจึสุ ฯ สตฺถา สพฺเพปิ ปฏิพาหิ ฯ อถายสฺมา อานนฺโท สตฺถริ พลวสิเนเหน อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต อยํ หตฺถี ปฐมํ มํ มาเรตูติ ตถาคตสฺสตฺถาย ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา คนฺตฺวา สตฺถุ ปุรโต อฏฺฐาสิ ฯ อถ นํ สตฺถา อเปหิ อานนฺท อเปหิ อานนฺท มา เม ปุรโต อฏฺฐาสีติ อาห ฯ ภนฺเต อยํ หตฺถี จณฺโฑ ผรุโส มนุสฺสฆาฏโก กปฺปุฏฺฐานคฺคิสทิโส ปฐมํ มํ มาเรตฺวา ปจฺฉา ตุมฺหากํ สนฺติกํ อาคจฺฉตูติ ฯ เถโร ยาวตติยํ วุจฺจมาโนปิ ตเถว ฐิโต น ปฏิกฺกมิ ฯ อถ นํ สตฺถา อิทฺธิพเลน ปฏิกฺกมาเปตฺวา ภิกฺขูนํ อนฺตเร ฐเปสิ ฯ ตสฺมึ ขเณ เอกา อิตฺถี นาลาคิรึ ทิสฺวา มรณภยภีตา ปลายมานา องฺเกน คหิตํ ทารกํ หตฺถิโน จ ตถาคตสฺส จ อนฺตเร ฉฑฺเฑตฺวา ปลายิ ฯ หตฺถี ตํ อนุพนฺธิตฺวา นิวตฺติตฺวา ทารกสฺส สนฺติกํ อคมาสิ ฯ ทารโก มหารวํ รวิ ฯ สตฺถา นาลาคิรึ อุทฺทิสฺส เมตฺตาย ผริตฺวา สุมธุรพฺรหฺมสรํ นิจฺฉาเรตฺวา อมฺโภ นาลาคิริ ตํ โสฬส สุราฆเฏ ปาเยตฺวา มตฺตํ กโรนฺตา น อญฺญํ คณฺหิสฺสตีติ กรึสุ มํ คณฺหิสฺสตีติ ปน กรึสุ มา อการเณน ชงฺฆาโย กิลเมนฺโต วิจริ อิโต เอหีติ ปกฺโกสิ ฯ โส สตฺถุ วจนํ สุตฺวา อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา ภควโต รูปสิรึ โอโลเกนฺโต ปฏิลทฺธสํเวโค พุทฺธเตเชน ปจฺฉินฺนสุรามโท โสณฺฑํ โอลมฺพนฺโต กณฺเณ โอลมฺพนฺโต คนฺตฺวา ตถาคตสฺส ปาเทสุ ปติ ฯ

อถ นํ สตฺถา นาลาคิริ ตฺวํ ติรจฺฉานหตฺถี อหํ พุทฺธวารโณ อิโต ปฏฺฐาย มา จณฺโฑ มา ผรุโส มา มนุสฺสฆาฏโก ภว เมตฺตจิตฺตํ ปฏิลภาหีติ วตฺวา ทกฺขิณหตฺถํ ปสาเรตฺวา กุมฺเภ ปรามสิตฺวา อิมา คาถา อาห

มา กุญฺชร นาคมาสโท

ทุกฺโข หิ กุญฺชร นาคมาสโท

น หิ นาคหตสฺส กุญฺชร

สุคติ โหติ อิโต ปรํ ยโต ฯ

มา จ มโท มา จ ปมาโท

น หิ ปมตฺตา สุคตึ วชนฺติ

เตน ตฺวญฺเญว ตถา กริสฺสสิ

เยน ตฺวํ สุคตึ คมิสฺสสีติ ฯ เอวํ ธมฺมํ เทเสสิ ฯ ตสฺส สกลสรีรํ ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏฺฐํ อโหสิ ฯ สเจ ติรจฺฉานคโต นาภวิสฺส โสตาปตฺติผลํ อธิคมิสฺส ฯ มนุสฺสา ตํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา อุนฺนทึสุ อปฺโปฐยึสุ สญฺชาตโสมนสฺสา นานาภรณานิ ขิปึสุ ฯ ตานิ หตฺถิสฺส สรีรํ ปฏิจฺฉาทยึสุ ฯ ตโต ปฏฺฐาย นาลาคิริ ธนปาลโก นาม ชาโต ฯ ตสฺมึ ขเณ ปน ธนปาลกสมาคเม จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อมตํ ปิวึสุ ฯ สตฺถา ธนปาลกํ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปสิ ฯ โส โสณฺฑาย ภควโต ปาทปํสูนิ คเหตฺวา อุปริ มุทฺธนิ อากิริตฺวา ปฏิกฺกุฏิโก ปฏิกฺกมิตฺวา ทสฺสนูปจาเร ฐิโต ทสพลํ วนฺทิตฺวา นิวตฺติตฺวา หตฺถิสาลํ ปาวิสิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย เอวํ ทนฺเตสุ ทนฺโต หุตฺวา น กิญฺจิ วิเหเฐสิ ฯ สตฺถา นิปฺผนฺนมโนรโถ เยหิ ยํ ธนํ ขิตฺตํ ตํ เตสํเยว โหตูติ อธิฏฺฐาย อชฺช มยา มหนฺตํ ปาฏิหาริยํ กตํ อิมสฺมึ นคเร ปิณฺฑาย จรณํ อปฺปฏิรูปนฺติ ติตฺถิเย มทฺทิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ชยปฺปตฺโต วิย ขตฺติโย นครา นิกฺขมิตฺวา เวฬุวนเมว คโต ฯ นครวาสิโนปิ พหุํ อนฺนปานขาทนียํ อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา มหาทานํ ปวตฺตยึสุ ฯ ตํ ทิวสํ สายณฺหสมเย ธมฺมสภํ ปูเรตฺวา สนฺนิปติตฺวา ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส อายสฺมตา อานนฺเทน ตถาคตสฺสตฺถาย อตฺตโน ชีวิตํ ปริจฺจชนฺเตน ทุกฺกรํ กตํ นาลาคิรึ ทิสฺวา สตฺถารา ติกฺขตฺตุํ ปฏิพาหิยมาโนปิ อนปคโต อโห ทุกฺกรการโก อาวุโส อายสฺมา อานนฺโทติ ฯ อถ นํ สตฺถา ทิพฺพโสตธาตุยา สุตฺวา อานนฺทสฺส คุณกถา ปวตฺตติ คนฺตพฺพํ มยา เอตฺถาติ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ อานนฺโท ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺโตปิ มมตฺถาย ชีวิตํ ปริจฺจชิเยวาติ วตฺวา ตุณฺหี อโหสิ เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต ภิกฺขเว มหิสกรฏฺเฐ สาคลนคเร สาคโล นาม ราชา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตทา นครโต อวิทูเร เอกสฺมึ เนสาทคามเก อญฺญตโร เนสาโท ปาเสหิ สกุเณ พนฺธิตฺวา นคเร วิกฺกีณนฺโต ชีวิตํ กปฺเปสิ ฯ นครโต จ อวิทูเร อาวฏฺฏโต ทฺวาทสโยชนิโก มานุสิโย นาม ปทุมสโร อโหสิ ฯ โส ปญฺจวณฺณปทุมสญฺฉนฺโน ฯ ตตฺถ นานปฺปกาโร สกุณสงฺโฆ โอตริ ฯ โส เนสาโท ตตฺถ อนิยาเมน ปาเส โอฑฺเฑสิ ฯ ตสฺมึ กาเล ธตรฏฺฐหํสราชา ฉนฺนวุติสหสฺสปริวุโต จิตฺตกูฏปพฺพเต สุวณฺณคุหายํ ปฏิวสติ ฯ สุมุโข นามสฺส เสนาปติ อโหสิ ฯ อเถกทา ตโต หํสยูถา กติปยา สุวณฺณหํสา มานุสิยํ สรํ คนฺตฺวา ปหูตโคจเร ตสฺมึ สเร ยถาสุขํ วิจริตฺวา จิตฺตกูฏํ อาคนฺตฺวา ธตรฏฺฐสฺส อาโรเจสุํ มหาราช มนุสฺสปเถ มานุสิโย นาม ปทุมสโร สมฺปนฺนโคจโร ตตฺถ โคจรํ คณฺหิตุํ คจฺฉามาติ ฯ โส มนุสฺสปโถ นาม สาสงฺโก สปฺปฏิภโย มา โว รุจฺจตีติ ปฏิกฺขิปิตฺวาปิ เตหิ ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน สเจ ตุมฺหากํ รุจฺจติ คจฺฉามาติ สปฺปริวาโร ตํ สรํ อคมาสิ ฯ โส อากาสโต โอตรนฺโต ปาทํ ปาเส ปเวสนฺโตเยว โอตริ ฯ อถสฺส ปาโส ปาทํ อยปฏฺฏเกน ฆฏฺเฏนฺโต วิย อาพนฺธิตฺวา คณฺหิ ฯ อถสฺส ฉินฺทิสฺสามิ นนฺติ อากฑฺฒนฺตสฺส ปฐมวาเร จมฺมํ ฉิชฺชิ ทุติยวาเร มํสํ ฉิชฺชิ ตติยวาเร นหารุ ฉิชฺชิ จตุตฺถวาเร โส ปาโส อฏฺฐึ อาหจฺจ อฏฺฐาสิ ฯ โลหิตํ ปคฺฆรติ พลวเวทนา ปวตฺตึสุ ฯ โส จินฺเตสิ สจาหํ พนฺธนรวํ รวิสฺสามิ ญาตกา เม จิตฺตุตฺราสา หุตฺวา โคจรํ อคณฺหิตฺวา ฉาตชฺฌตฺตาว ปลายนฺตา ทุพฺพลตาย สมุทฺเท ปติสฺสนฺตีติ ฯ โส เวทนํ อธิวาเสตฺวา ญาตีนํ ยาวทตฺถํ โคจรํ คณฺหิตฺวา หํสานํ กีฬนกาเล มหนฺเตน สทฺเทน พนฺธนวรํ รวิ ฯ ตํ สุตฺวา หํสา มรณภยตชฺชิตา วคฺควคฺคา หุตฺวา จิตฺตกูฏาภิมุขา ปกฺขนฺทึสุ ฯ เตสุ ปกฺกนฺเตสุ สุมุโข หํสเสนาปติ กจฺจิ นุโข อิทํ ภยํ มหาราชสฺส อุปฺปนฺนํ อหํ ชานิสฺสามิ นนฺติ เวเคน ปกฺขนฺทิตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺตสฺส หํสคณสฺส อนฺตเร มหาสตฺตํ อทิสฺวา มชฺฌิมหํสคณํ วิจินิตฺวา ตตฺถาปิ ตํ อทิสฺวา ปจฺฉิมหํสคณํ วิจินิตฺวา ตตฺถาปิ มหาสตฺตํ อทิสฺวา นิสฺสํสยํ ตสฺเสว ตํ ภยํ อุปฺปนฺนนฺติ นิวตฺติตฺวา อาคจฺฉนฺโต มหาสตฺตํ ปาเส พนฺธํ ทิสฺวา โลหิตมกฺขิตํ ทุกฺขาตุรํ ปงฺกปิฏฺเฐ นิสินฺนํ ทิสฺวา มา ภายิ มหาราชาติ วตฺวา อหํ มม ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา ตุมฺเห ปาสโต โมเจสฺสามีติ วทนฺโตว โอตริตฺวา มหาสตฺตํ อสฺสาเสนฺโต ปงฺกปิฏฺเฐ นิสีทิ ฯ อถ นํ วีมํสนฺโต มหาสตฺโต ปฐมํ คาถมาห

สุมุข อนุวิจินนฺตา ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา

คจฺฉ ตุวํปิ มา กงฺขิ นตฺถิ พนฺเธ สหายตาติ ฯ

ตตฺถ อนุวิจินนฺตาติ สิเนเหน อาลยวเสน อโนโลเกนฺตา ฯ ปกฺกมนฺตีติ เอเต ฉนฺนวุติหํสสหสฺสา ญาติคณวิหงฺคมา มํ ฉฑฺเฑตฺวา คจฺฉนฺติ ตฺวํปิ คจฺฉ มา อิธ วาสํ อากงฺขิ เอวํ หิ ปาเสน พนฺเธ มยิ สหายตา นาม นตฺถิ น หิ เต อหํ อิทานิ กิญฺจิ สหายกิจฺจํ กาตุํ สกฺขิสฺสามิ กินฺเต มยา นิรุปกาเรน ปปญฺจํ อกตฺวา คจฺเฉวาติ วทติ ฯ

ตโต ปรํ สุมุโข อาห

คจฺเฉ วาหํ น วา คจฺเฉ น เตน อมโร สิยํ

สุขิตนฺตํ อุปาสิตฺวา ทุกฺขิตนฺตํ กถํ ชเห ฯ

มรณํ วา ตยา สทฺธึ ชีวิตํ วา ตยา วินา

ตเทว มรณํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว ตยา วินา ฯ

เนส ธมฺโม มหาราช ยํ ตํ เอวํ คตํ ชเห

ยา คติ ตุมฺหํ สา มยฺหํ รุจฺจเต วิหคาธิปาติ ฯ ตโต มหาสตฺโต อาห

กา นุ ปาเสน พนฺธสฺส คติ อญฺญา มหานสา

สา กถํ เจตยานสฺส มุตฺตสฺส ตว รุจฺจติ ฯ

กํ วา ตฺวํ ปสฺสสิ อตฺถํ มม ตุยฺหญฺจ ปกฺขิม

ญาตีนํวาวสิฏฺฐานํ อุภินฺนํ ชีวิตกฺขเย ฯ

ยนฺน กญฺจนเทปิจฺฉ อนฺเธน ตมสา กตํ

ตาทิเส สญฺจชํ ปาณํ กิมตฺถมภิโชตเยติ ฯ สุมุโข อาห

กถํ นุ ปตตํ เสฏฺฐ ธมฺเม อตฺถํ น พุชฺฌสิ

ธมฺโม อปจิโต สนฺโต อตฺถํ ทสฺเสติ ปาณินํ ฯ

โสหํ ธมฺมํ อเปกฺขาโน ธมฺมา จตฺถํ สมุฏฺฐิตํ

ภตฺติญฺจ ตยิ สมฺปสฺสํ นาวกงฺขามิ ชีวิตํ ฯ

อทฺธา เอโส สตํ ธมฺโม โย มิตฺโต มิตฺตมาปเท

น จเช ชีวิตสฺสาปิ เหตุ ธมฺมํ อนุสฺสรนฺติ ฯ ตโต มหาสตฺโต อาห

สฺวายํ ธมฺโม จ เต จิณฺโณ ภตฺตี จ วิทิตา มยิ

กามํ กรสฺสุ มยฺเหตํ คจฺเฉวานุมโต มยา ฯ

อปิเตฺววํ คเต กาเล ยํ ขณฺฑํ ญาตินํ มยา

ตยา ตํ พุทฺธิสมฺปนฺน อสฺส ปรมสํวุตนฺติ ฯ

อิจฺเจวํ มนฺตยนฺตานํ อริยานํ อริยวุตฺตินํ

ปจฺจทิสฺสถ เนสาโท อาตุรานมิวนฺตโก ฯ

เต สตฺตุมภิสิญฺจิกฺข ทีฆรตฺตํ หิตา ทิชา

ตุณฺหี มาสิตฺถ อุภโย น จลญฺเจสุ อาสนา ฯ

ธตรฏฺเฐ จ ทิสฺวาน สมุฑฺเฑนฺเต ตโต ตโต

อภิกฺกมถ เวเคน ทิชสตฺตุ ทิชาธิเป ฯ

โส จ เวเคนาภิกฺกมฺม อาสชฺช ปรเม ทิเช

ปจฺจกมฺปิตฺถ เนสาโท พนฺธา อิติ วิจินฺตยํ ฯ

เอกญฺจ พนฺธมาสีนํ อพนฺธญฺจ ปุนาปรํ

อาสชฺช พนฺธมาสีนํ เปกฺขมานมทีนวํ ฯ

ตโต โส วิมโตเยว ปณฺฑเร อชฺฌภาสถ

ปวฑฺฒกาเย อาสีเน ทิชสงฺฆคณาธิเป ฯ

ยนฺนุ ปาเสน มหตา พนฺโธ น กุรุเต ทิสํ

อถ กสฺมา อพนฺโธ ตฺวํ พลี ปกฺขี น คจฺฉสิ ฯ

กึ นุ ตฺยายํ ทิโช โหติ มุตฺโต พนฺธํ อุปาสสิ

โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ เอโก อวหียสีติ ฯ สุมุโข อาห

ราชา เม โส ทิชามิตฺต สขา ปาณสโม จ เม

เนว นํ วิชหิสฺสามิ ยาว กาลสฺส ปริยายนฺติ ฯ

เนสาโท อาห

กถํ ปนายํ วิหงฺโค นาทฺทส ปาสโมฑฺฑิตํ

ปทํ เหตํ มหนฺตานํ โพทฺธุมรหนฺติ อาปทนฺติ ฯ

สุมุโข อาห

ยทา ปราภโว โหติ โปโส ชีวิตสงฺขเย

อถ ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌตีติ ฯ

เนสาโท อาห

อปิ เตฺวว มหาปญฺญ ปาสา พหุวิธา ตตา

คุยฺหมาสชฺช พชฺฌนฺติ อเถวํ ชีวิตกฺขเยติ ฯ

อิมาสํ คาถานํ อตฺโถ ปาลินเยเนว เวทิตพฺโพ ฯ

ตตฺถ คจฺเฉ วาติ มหาราช อหํ อิโต คจฺเฉยฺยํ วา น วา นาหํ เตน คมเนน วา อคมเนน วา อมโร สิยํ อหํ หิ อิโต คโตปิ อคโตปิ มรณโต อมุตฺโตว อิโต ปุพฺเพ ปน สุขิตํ ตํ อุปาเสตฺวา อิทานิ ทุกฺขิตํ ตํ กถํ ชเหยฺยนฺติ วทติ ฯ มรณํ วาติ มม อคจฺฉนฺตสฺส วา ตยา สทฺธึ มรณํ ภเวยฺย คจฺฉนฺตสฺส วา ตยา วินา ชีวิตํ เตสุ ทฺวีสุ ยํ ตยา สทฺธึ มรณํ ตเทว เม วรํ ยํ ปน ตยา วินา ชีเวยฺยํ น เม ตํ วรตรนฺติ อตฺโถ ฯ รุจฺจเตติ ยา นิปฺผตฺติ สาว มยฺหํ รุจฺจติ ฯ สา กถนฺติ สมฺม สุมุข มม ตาว ทฬฺเหน วาฬมยปาเสน พนฺธสฺส ปรหตฺถคตสฺส สา คติ รุจฺจตุ ตว ปน เจตยานสฺส ปญฺญวโต มุตฺตสฺส กถํ รุจฺจติ ฯ ปกฺขิมาติ ปกฺขสมฺปนฺน ฯ อุภินฺนนฺติ อมฺหากํ ทฺวินฺนํปิ ชีวิตกฺขเย สติ ตฺวํ มม วา ตว วา อวสิฏฺฐานํ ญาตีนํ วา กิมตฺถํ ปสฺสสิ ฯ ยนฺนาติ เอตฺถ นกาโร อุปมาเน ฯ กญฺจนเทปิจฺฉาติ กาญฺจนเทฺวปิจฺฉ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ กญฺจนสทิส อุภยปกฺขาติ อตฺโถ ฯ ตมสาติ ตมสิ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ ปุริมสฺส นการสฺส อิมินา สมฺพนฺโธ ฯ กตนฺติ กตํ วิยาติ อตฺโถ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ตยิ ปาณํ จชนฺเตปิ อจชนฺเตปิ มม ชีวิตสฺส อภาโว ยํ ตว ปาณสญฺจชนํ ตํ อนฺเธน ตมสิ กตํ วิย กิญฺจิเทว อนุปคมฺม อปจฺจกฺขคุณํ ตาทิเส ตว อปจฺจกฺขคุเณ สญฺจชเน ตฺวํ ปาณํ สญฺจชนฺโต กิมตฺถมภิโชตเยยฺยาสีติ ฯ ธมฺโม อปจิโต สนฺโตติ ธมฺโม ปูชิโต มานิโต สมฺมานิโต สมาโน ฯ อตฺถํ ทสฺเสตีติ วุฑฺฒึ ทสฺเสติ ฯ อเปกฺขาโนติ อเปกฺขนฺโต ฯ ธมฺมา จตฺถนฺติ ธมฺมโต จ อตฺถํ สมุฏฺฐิตํ ปสฺสนฺโต ฯ ภตฺตินฺติ สิเนหํ ฯ สตํ ธมฺโมติ ปณฺฑิตานํ สภาโว ฯ โย มิตฺโตติ โย มิตฺโต อาปเทสุ มิตฺตํ น จเช ตสฺส อจชนฺตสฺส มิตฺตสฺส เอส สภาโว นาม อทฺธา สตํ ธมฺโม วิทิโต ปากโฏ ชาโต ฯ กามํ กรสฺสูติ เอตํ มม กามํ มยา อิจฺฉิตํ มม วจนํ กรสฺสุ ฯ อปิเตฺววํ คเต กาเลติ อปิตุ เอวํ คเต กาเล มยิ อิมสฺมึ ฐาเน ปาเสน พนฺเธ ฯ ปรมสํวุตนฺติ ปรมปฏิจฺฉนฺนํ ฯ

อิจฺเจวํ มนฺตยนฺตานนฺติ คจฺฉ น คจฺฉามีติ เอวํ กเถนฺตานํ ฯ อริยานนฺติ อาจารอริยานํ ฯ ปจฺจทิสฺสถาติ กาสายานิ นิวาเสตฺวา รตฺตมาลํ ปิลนฺธิตฺวา มุคฺครํ อาทาย อาคจฺฉนฺโตว อทิสฺสถ ฯ อาตุรานนฺติ คิลานานํ มจฺจุ วิย ฯ อภิสิญฺจิกฺขาติ ภิกฺขเว เต อุโภปิ สตฺตุํ อายนฺตํ ปสฺสิตฺวา ฯ หิตาติ ทีฆรตฺตํ อญฺญมญฺญสฺส หิตา มุทุจิตฺตา ฯ น จลญฺเจสุนฺติ อาสนโต น จลึสุ ยถานิสินฺนาว อเหสุํ ฯ สุมุโข ปน อยํ เนสาโท อาคนฺตฺวา ปหรนฺโต มํ ปฐมํ ปหรตูติ จินฺเตตฺวา มหาสตฺตํ ปจฺฉโต กตฺวา นิสีทิ ฯ ธตรฏฺเฐติ หํเส ฯ สมุฑฺเฑนฺเตติ มรณภเยน อิโตจีโตจ อุปคจฺฉนฺเต ทิสฺวา ฯ อาสชฺชาติ อิตเร เทฺว ชเน อุปคนฺตฺวา ฯ ปจฺจกมฺปิตฺถาติ พนฺธา น พนฺธาติ จินฺเตนฺโต อุปธาเรนฺโต อกมฺปิตฺถ เวคํ หาเปตฺวา สนิกํ อคมาสิ ฯ อาสชฺช พนฺธนฺติ พนฺธํ มหาสตฺตํ อุปคนฺตฺวา นิสินฺนํ สุมุขํ ฯ อาทีนวนฺติ อาทีนวเมว หุตฺวา มหาสตฺตํ โอโลเกนฺตํ ทิสฺวา ฯ วิมโตติ กินฺนุ โข อพนฺโธ พนฺธสฺส สนฺติเก นิสินฺโน การณํ ปุจฺฉิสฺสามีติ วิมติชาโต หุตฺวาติ อตฺโถ ฯ ปณฺฑเรติ หํเส อถวา ปริสุทฺเธ นิมฺมเล สุปหฏฺฐกญฺจนวณฺเณติ อตฺโถ ฯ ปวฑฺฒกาเยติ วฑฺฒิตกาเย มหาสรีเร ฯ ยนฺนูติ ยนฺตาว เอโส มหาปาเสน พนฺโธ ฯ ทิสํ น กุรุเตติ ปลายนตฺถาย เอกํ ทิสํ น ภชติ ตํ ยุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย ฯ พลีติ พลสมฺปนฺโน หุตฺวา ฯ ปกฺขีติ ตํ อาลปติ ฯ โอหายาติ ฉฑฺเฑตฺวา ฯ ยนฺตีติ เสสสกุณา คจฺฉนฺติ ฯ อวหียสีติ โอหียสิ ฯ ทิชามิตฺตาติ ทิชานํ อมิตฺต ฯ ยาว กาลสฺส ปริยายนฺติ ยาว มรณสฺส วาโร อาคจฺฉติ ฯ กถํ ปนายนฺติ ตฺวํ ราชา เม โสติ วทสิ ราชาโน จ นาม ปณฺฑิตา โหนฺติ อิติปิ ปณฺฑิโต สมาโน เกน การเณน โอฑฺฑิตํ ปาสํ น อทฺทส ฯ ปทํ เหตนฺติ ยสมหตฺตํ วา ญาณมหตฺตํ วา ปตฺตานํ อตฺตโน อาปเท พุชฺฌนํ นาม ปทํ การณํ ตสฺมา เต อาปทํ โพทฺธุํ อรหนฺติ ฯ ปราภโวติ อวุฑฺฒิ ฯ อาสชฺชาปีติ อุปคนฺตฺวาปิ น พุชฺฌติ ฯ ตตาติ วิตตา โอฑฺฑิตา ฯ คุยฺหมาสชฺชาติ เตสุ ปาเสสุ โย คุยฺโห ปฉิจฺฉนฺโน ปาโส ตํ อาสชฺช พชฺฌนฺติ ฯ อเถวนฺติ อถ เอวํ ชีวิตกฺขเย สติ พชฺฌนฺติเยวาติ อตฺโถ ฯ

อิติ โส ตํ กถาสลฺลาเปน มุทุหทยํ กตฺวา มหาสตฺตสฺส ชีวิตํ ยาจนฺโต คาถมาห

อปิ นายํ ตยา สทฺธึ สํวาสสฺส สุขุทฺรโย

อปิ โน อนุมญฺญาสิ อปิ โน ชีวิตํ ทเทติ ฯ

ตตฺถ อปิ นายนฺติ อปิ นุ อยํ ฯ สุขุทฺรโยติ สุขผโล ฯ อปิ โน อนุมญฺญาสีติ จิตฺตกูฏํ คนฺตฺวา ญาตเก ปสฺสิตุํ ตฺวํ อนุชาเนยฺยาสิ ฯ อปิ โน ชีวิตํ ทเทติ อปิ โน อิมาย กถาย อุปฺปนฺนวิสฺสาโส น มาเรยฺยาสีติ ฯ

โส ตสฺส มธุรกถาย พชฺฌิตฺวา คาถมาห

น เจว เม ตฺวํ พนฺโธสิ นปิ อิจฺฉามิ เต วธํ

กามํ ขิปฺปมิโต คนฺตฺวา ชีว ตฺวํ อนิโฆ จิรนฺติ ฯ

ตโต สุมุโข จตสฺโส คาถา อภาสิ

เนวาหเมตํ อิจฺฉามิ อญฺญเตฺรตสฺส ชีวิตา

สเจ เอเกน ตุฏฺโฐสิ มุญฺเจตํ มุญฺจ ภกฺขย ฯ

อาโรหปริณาเหน ตุลฺยสฺมา วยสา อุโภ

น เต ลาเภน โอนตา เอเตน นิมินา ตุวํ ฯ

ตทิงฺฆ สมเปกฺขสฺสุ โหตุ คิทฺธิ ตวสฺมสุ

มํ ปุพฺเพ พนฺธปาเสน ปจฺฉา มุญฺจ ทิชาธิปํ ฯ

ตาวเทว จ เต ลาโภ กตสฺส ยาจนาย จ

เมตฺตี จ ธตรฏฺเฐหิ ยาว ชีวาย เต สิยาติ ฯ

ตตฺถ เอตนฺติ ยํ อญฺญตฺร เอตสฺส ชีวิตา มม ชีวิตํ เอตํ อหํ เนว อิจฺฉามิ ฯ ตุลฺยสฺมาติ สมา โหม ฯ นิมินา ตุวนฺติ ปริวตฺเตหิ ตุวํ ฯ ตวสฺมสูติ ตว อมฺเหสุ คิทฺธิ โหตุ กินฺเต เอเตน มยิ โลภํ อุปฺปาเทหีติ วทติ ฯ ตาวเทวาติ ตตฺตโกเยว ฯ ยาจนาย จาติ ยา มม ยาจนา สาว กตา อสฺสาติ อตฺโถ ฯ

อิติ โส ตาย ธมฺมเทสนาย เตเลสุ ปกฺขิตฺตกปฺปาสปิจุ วิย มุทุกตหทโย มหาสตฺตํ ตสฺส ทายํ กตฺวา ททนฺโต อาห

ปสฺสนฺตุ โน มหาสงฺฆา ตยา มุตฺตํ อิโต คตํ

มิตฺตามจฺจา จ ภจฺจา จ ปุตฺตทารา จ พนฺธวา ฯ

น จ เต ตาทิสา มิตฺตา พหูนํ อิธ วิชฺชเร

ยถา ตฺวํ ธตรฏฺฐสฺส ปาณสาธารโณ สขา ฯ

โส เต สหายํ มุญฺจามิ โหตุ ราชา ตวานุโค

กามํ ขิปฺปมิโต คนฺตฺวา ญาติมชฺเฌ วิโรจถาติ ฯ

ตตฺถ โนติ นิปาตมตฺตํ ฯ ตยา มุตฺตนฺติ อิมํ หิ ตฺวํเยว มุญฺจสิ นาม ตสฺมา อิมํ ตยา มุตฺตํ อิโต จิตฺตกูฏปพฺพตํ คตํ มหนฺตา ญาติสงฺฆา จ เอเต จ มิตฺตาทโย ปสฺสนฺตุ ฯ เอตฺถ จ พนฺธวาติ เอกโลหิตสมฺพนฺธา ฯ วิชฺชเรติ วิชฺชนฺติ ฯ ปาณสาธารโณติ สาธารณปาโณ อวิภตฺตชีวิโก ยถา ตฺวํ เอตสฺส สขา เอตาทิสา อญฺเญสํ พหูนํปิ มิตฺตา นาม น วิชฺชนฺติ ฯ ตวานุโคติ เอตํ ทุกฺขิตํ อาทาย ปุรโต คจฺฉ ตสฺส ตว อยํ อนุโค โหตูติ ฯ

เอวํ วตฺวา จ ปน เนสาทปุตฺโต เมตฺตจิตฺเตน มหาสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา พนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา อาลิงฺคิตฺวา สรโต นิกฺขมิตฺวา สรตีเร ตรุณทพฺพติณปิฏฺเฐ นิสีทาเปตฺวา ปาเท พนฺธปาสํ มุทุจิตฺเตน สนิกํ โมเจตฺวา ทูเร ขิปิตฺวา มหาสตฺเต พลวสิเนหํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา เมตฺตจิตฺเตน อุทกํ อาทาย โลหิตํ โธวิตฺวา ปุนปฺปุนํ ปริมชฺชิ ฯ ตสฺส เมตฺตจิตฺตานุภาเวน โพธิสตฺตสฺส ปาเท สิรา สิราหิ มํสํ มํเสน จมฺมํ จมฺเมน ฆฏฺฏิตํ ตาวเทว ปาโท สํรุฬฺโห สุจฺฉวี สญฺชาตโลโม อโหสิ อพนฺธปาเสน นิพฺพิเสโส ฯ โพธิสตฺโต สุขิโต ปกติภาเวเนว นิสีทิ ฯ อถ สุมุโข อตฺตานํ นิสฺสาย มหาสตฺตสฺส สุขิตภาวํ วิทิตฺวา สญฺชาตโสมนสฺโส เนสาทสฺส ถุติมกาสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

โส ปตีโต ปมุตฺเตน ภตฺตุโน ภตฺตุคารโว

อชฺฌภาสถ วงฺกงฺโค วาจํ กณฺณสุขํ ภณํ

เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ

ยถาหมชฺช นนฺทามิ มุตฺตํ ทิสฺวา ทิชาธิปนฺติ ฯ

ตตฺถ วงฺกงฺโคติ วงฺกคีโว ฯ

เอวํ ลุทฺทกาติ ถุตึ กตฺวา สุมุโข โพธิสตฺตํ อาห มหาราช อิมินา อมฺหากํ มหาอุปกาโร กโต อยํ หิ อมฺหากํ วจนํ อกตฺวา กีฬหํเส โน กตฺวา อิสฺสรานํ เทนฺโต พหุํ ธนํ ลเภยฺย มาเรตฺวา วา มํสํ วิกฺกีณนฺโต พหุํ ธนํปิ ลภเตว อตฺตโน ปน ชีวิตํ อโนโลเกตฺวา อมฺหากํ วจนํ กริ อิมํ รญฺโญ สนฺติกํ เนตฺวา สุขํ ชีวิตํ กโรมาติ ฯ มหาสตฺโต สมฺปฏิจฺฉิ ฯ สุมุโข อตฺตโน ภาสาย มหาสตฺเตน สทฺธึ กเถตฺวา ปุน มนุสฺสภาสาย ลุทฺทปุตฺตํ อามนฺเตตฺวา สมฺม ตฺวํ กิมตฺถํ ปาสํ โอฑฺเฑสีติ ปุจฺฉิตฺวา ธนตฺถนฺติ วุตฺเต เอวํ สนฺเต อมฺเห อาทาย นครํ ปวิสิตฺวา รญฺโญ ทสฺเสหิ พหุํ ธนํ เต ธนํ ทาเปสฺสามาติ วตฺวา อาห

เอหิ ตํ อนุสิกฺขามิ ยถา ตฺวมปิ ลจฺฉสิ

ลาภํ ตวายํ ธตรฏฺโฐ ปาปํ กิญฺจิ น ทกฺขติ ฯ

ชิปฺปมนฺเตปุรํ คนฺตฺวา รญฺโญ ทสฺเสหิ โน อุโภ

อพนฺเธ ปกตีภูเต กาเช อุภยโต ฐิเต ฯ

ธตรฏฺฐา มหาราช หํสาธิปติโน อิเม

อยํ หิ ราชา หํสานํ อยํ เสนาปตีตโร ฯ

อสํสยํ อิมํ ทิสฺวา หํสราชํ นราธิโป

ปตีโต สุมโน วิตฺโต พหุํ ทสฺสติ เต ธนนฺติ ฯ

ตตฺถ อนุสิกฺขามีติ อนุสาสามิ ฯ ปาปนฺติ ลามกํ ฯ รญฺโญ ทสฺเสหิ โน อุโภติ อมฺเห อุโภปิ รญฺโญ ทสฺเสหิ ฯ โพธิสตฺตสฺส ปญฺญานุภาวทสฺสนตฺถํ อตฺตโน มิตฺตธมฺมสฺเสว อาวิภาวตฺถํ ลุทฺทสฺส ธนลาภตฺถํ รญฺโญ สีเล ปติฏฺฐาปนตฺถญฺจาติ จตูหิ การเณหิ เอวมาห ฯ ธตรฏฺฐาติ เนตฺวา จ ปน โน รญฺโญ เอวํ อาจิกฺเขยฺยาสิ มหาราช อิเม ธตรฏฺฐกุเล ชาตา เทฺว หํสาธิปติโน เอเตสุ อยํ ราชา อิตโร เสนาปตีติ อิติ นํ สิกฺขาเปสิ ฯ ปตีโตติ อาทีนิ ตีณิปิ ตุฏฺฐาการวจนาเนว ฯ

เอวํ วุตฺเต ลุทฺโท สามิ มา โว รญฺโญ เอว ทสฺสนํ รุจิ ราชาโน นาม จลจิตฺตา กีฬหํเส วา โว กเรยฺยุํ มาเรยฺยุํ วาติ วตฺวา สมฺม มา ภายิ อหํ ตาทิสํปิ กกฺขลํ ลุทฺทํ โลหิตปาณึ ธมฺมกถาย มุทุกํ กตฺวา มม ปาเทสุ ปาเตสึ ราชาโน นาม ปญฺญวนฺโต ปุญฺญวนฺโต จ สุภาสิตํ ทุพฺภาสิตํ ชานนฺติ ขิปฺปํ อมฺเห รญฺโญ ทสฺเสหีติ วุตฺเต เตนหิ มา มยฺหํ กุชฺฌิตฺถ อหํ อวสฺสํ ตุมฺหากํ รุจิยา เนมีติ วตฺวา อุโภปิ กาชํ อาโรเปตฺวา ราชกุลํ คนฺตฺวา รญฺโญ ทสฺเสตฺวา รญฺญา ปุฏฺโฐ ยถาภูตํ อาโรเจสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา กมฺมุนา อุปปาทยิ

ขิปฺปมนฺเตปุรํ คนฺตฺวา รญฺโญ หํเส อทสฺสยิ

อพนฺเธ ปกตีภูเต กาชํ อุภยโต ฐิเต ฯ

ธตรฏฺฐา มหาราช หํสาธิปติโน อิเม

อยํ หิ ราชา หํสานํ อยํ เสนาปตีตโรติ ฯ

ตํ สุตฺวา ราชา อาห

กถํ ปนิเม วิหงฺคา ตว หตฺถตฺถมาคตา

กถํ ลุทฺโท มหนฺตานํ อิสฺสเร อิธ อชฺฌคาติ ฯ

เนสาโท อาห

วิหิตา สนฺติเม ปาสา ปลฺลเลสุ ชนาธิป

ยํ ยทายตนํ มญฺเญ ทิชานํ ปาณโรธนํ ฯ

ตาทิสํ ปาสมาสชฺช หํสราชา อพชฺฌถ

ตํ อพนฺโธ อุปาสีโน มมายํ อชฺฌภาสถ ฯ

สุทุกฺกรํ อนริเยหิ ทหเต ภาวมุตฺตมํ

ภตฺตุรตฺเถ ปรกฺกนฺโต ธมฺมยุตฺโต วิหงฺคโม ฯ

อตฺตโนยํ จชิตฺวาน ชีวิตํ ชีวิตารโห

อนุตฺถุนนฺโต อาสีโน ภตฺตุ ยาจิตฺถ ชีวิตํ ฯ

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ปาสาทมหมชฺฌคํ

ตโต นํ ปมุญฺจึ ปาสา อนุญฺญาสึ สุเขน จ ฯ

โส ปตีโต ปมุตฺเตน ภตฺตุนา ภตฺตุคารโว

อชฺฌภาสถ วงฺกงฺโค วาจํ กณฺณสุขํ ภณํ ฯ

เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ

ยถาหมชฺช นนฺทามิ มุตฺตํ ทิสฺวา ทิชาธิปํ ฯ

เอหิ ตํ อนุสิกฺขามิ ยถา ตฺวมปิ ลจฺฉเส

ลาภํ ตฺยายํ ธตรฏฺโฐ ปาปํ กิญฺจิ น ทกฺขติ ฯ

ขิปฺปมนฺเตปุรํ คนฺตฺวา รญฺโญ ทสฺเสหิ โน อุโภ

อพนฺเธ ปกตีภูเต กาเช อุภยโต ฐิเต ฯ

ธตรฏฺฐา มหาราช หํสาธิปติโน อิเม

อยญฺหิ ราชา หํสานํ อยํ เสนาปตีตโร ฯ

อสํสยํ อิมํ ทิสฺวา หํสราชํ นราธิโป

ปตีโต สุมโน วิตฺโต พหุํ ทสฺสติ เต ธนํ ฯ

เอวเมตสฺส วจนา อานีตา เม อุโภ มยา

เอตฺเถว หิ อิเม อสฺสุ อุโภ อนุมตา มยา ฯ

โสยํ เอวํ คโต ปกฺขี ทิโช ปรมธมฺมิโก

มาทิสสฺส หิ ลุทฺทสฺส ชนเยยฺยาถ มทฺทวํ ฯ

อุปยานญฺจ เต เทว นาญฺญํ ปสฺสามิ เอทิสํ

สพฺพสากุณิกคาเม ตํ ปสฺสมนุชาธิปาติ ฯ

ตตฺถ กมฺมุนา อุปปาทยีติ ยํ โส อวจ ตํ กโรนฺโต กายกมฺเมน สมฺปาเทสิ ฯ คนฺตฺวาติ หํสราเชน นิสินฺนกาชโกฏึ อุจฺจตรํ เสนาปตินา นิสินฺนกาชโกฏึ โถกํ นีจํ กตฺวา อุโภปิ เต ปกฺขิปิตฺวา หํสราชา จ เสนาปติ จ ราชานํ ปสฺสิตุํ คจฺฉนฺติ อุสฺสรถ อุสฺสรถาติ ชนํ อุสฺสาเรนฺโต เอวรูปา นาม โสภคฺคปฺปตฺตา สุวณฺณวณฺณา หํสราชาโน น ทิฏฺฐปุพฺพาติ มนุสฺเสสุ หาสมฺปตฺเตสุ ขิปฺปมนฺเตปุรํ คนฺตฺวา ฯ อทสฺสยีติ หํสราชาโน ตุมฺเห ทฏฺฐุํ อาคตาติ รญฺโญ อาโรจาเปตฺวา เตน ตุฏฺฐจิตฺเตน อาคจฺฉตูติ ปกฺโกสาปิโต อติหริตฺวา ทสฺเสสิ ฯ หตฺถตฺถนฺติ หตฺเถสุ อาคตํ ปตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ ฯ มหนฺตานนฺติ ยสมหนฺตปฺปตฺตานํ สุวณฺณวณฺณานํ ธตรฏฺฐหํสานํ อิสฺสเร สามิโน กถํ ตฺวํ ลุทฺโท หุตฺวา อธิคโตติ ปุจฺฉติ ฯ อิสฺสรมิธมชฺฌคาติปิ ปาโฐ ฯ เอเตสํ อิสฺสริยํ ตฺวํ กถํ อชฺฌคาติ อตฺโถ ฯ วิหิตาติ โยชิตา ฯ ยํ ยทายตนํ มญฺเญติ มหาราช ยํ ยํ สโมสรณฏฺฐานํ ทิชานํ ปาณโรธนํ ชีวิตกฺขยกรํ มญฺญามิ ตตฺถ ตตฺถ มยา ปลฺลเลสุ ปาสา วิหิตา ฯ ตาทิสนฺติ มานุสิยสเร ตถาวิธํ ปาณโรธนํ มยา วิหิตํ ฯ ปาสนฺติ ตํ เอตํ ตตฺถ พนฺธํ ฯ อุปาสีโนติ อตฺตโน ชีวิตํ อคเณตฺวา อุปคนฺตฺวา นิสินฺโน ฯ มมายนฺติ มํ อยํ เสนาปติ อชฺฌภาสถ มยา สทฺธึ กเถสิ ฯ สุทุกฺกรนฺติ ตสฺมึ ขเณ เอส อมฺหาทิเสหิ อนริเยหิ สุทุกฺกรํ อกาสิ ฯ ทหเต ภาวมุตฺตมนฺติ อตฺตโน อุตฺตมํ อชฺฌาสยํ ทหติ ปกาเสติ ฯ อตฺตโนยนฺติ อตฺตโน อยํ ฯ อนุตฺถุนนฺโตติ ภตฺตุ คุเณ วณฺเณนฺโต ตสฺส ชีวิตํ มุญฺจาติ มํ ยาจิ ฯ ตสฺสาติ ตสฺส ตถา ยาจนฺตสฺส สุเขน จิตฺตกูฏํ คนฺตฺวา ญาติสงฺฆํ ปสฺสถาติ จ อนุชานึ ฯ เอตฺเถว หีติ มยา ปน อิเม เทฺว เอตฺถ มานุสิยสเรเยว จิตฺตกูฏคมนาย อนุมตา อเหสุํ ฯ เอวํ คโตติ เอวํ สตฺตุหตฺถคโต ฯ ชนเยยฺยาถ มทฺทวนฺติ อตฺตนิ เมตฺตจิตฺตํ ชเนสิ ฯ อุปยานนฺติ ปณฺณาการํ ฯ สพฺพสากุณิกคาเมติ สพฺพสฺมึปิ สากุณิกคาเม นาหํ อญฺญํ ตว เอวรูปํ เตน สากุณิเกน อาคตปุพฺพํ อุปยานํ น ปสฺสามีติ ฯ ตํ ปสฺสาติ ตํ มยา อาภตํ อุปยานํ ปสฺส มนุชาธิปาติ ฯ

เอวํ โส ฐิตโกว สุมุขสฺส คุณํ กเถสิ ฯ ตโต ราชา หํสรญฺโญ มหารหํ อาสนํ สุมุขสฺส จ สุวณฺณภทฺทปีฐกํ ทาเปตฺวา เตสํ ตตฺถ นิสินฺนานํ สุวณฺณภาชเนหิ ลาชมธุผาณิตาทีนิ ทาเปตฺวา นิฏฺฐิเต จ น โภชนกิจฺเจ อญฺชลึ ปคฺคยฺห มหาสตฺตํ ธมฺมกถํ ยาจิตฺวา สุวณฺณปีเฐ นิสีทิ ฯ โส เตน ยาจิโต ปฏิสนฺถารมกาสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

ทิสฺวา นิสินฺนํ ราชานํ ปีเฐ โสวณฺณมเย สุเภ

อชฺฌภาสถ วงฺกงฺโค วาจํ กณฺณสุขํ ภณํ ฯ

กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ

กจฺจิ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน มนุสาสสีติ ฯ

ราชา อาห

กุสลญฺเจว เม หํส อโถ หํส อนามยํ

อโถ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน มนุสาสิหนฺติ ฯ

มหาสตฺโต อาห

กจฺจิ โภโต อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ

กจฺจิ จ เต ตวตฺเถสุ นาวกงฺขนฺติ ชีวิตนฺติ ฯ

ราชา อาห

อโถปิ เม อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ

อโถปิ เต มมตฺเถสุ นาวกงฺขนฺติ ชีวิตนฺติ ฯ

มหาสตฺโต อาห

กจฺจิ เต สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี

ปุตฺตรูปยสูเปตา ตว ฉนฺทวสานุคาติ ฯ

ราชา อาห

อโถ เม สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี

ปุตฺตรูปยสูเปตา มม ฉนฺทวสานุคาติ ฯ

ตตฺถ ราชานนฺติ สาคลราชานํ ฯ วงฺกงฺโคติ หํสราชา ฯ ธมฺเมน มนุสาสสีติ ธมฺเมน อนุสาสสิ ฯ โทโสติ อปราโธ ฯ ตวตฺเถสูติ อุปฺปนฺเนสุ ตว ยุทฺธาทีสุ อตฺเถสุ ฯ นาวกงฺขนฺตีติ อุรํ ทตฺวา ปริจฺจชนฺตา กิญฺจิ อตฺตโน ชีวิตํ น ปตฺเถนฺติ ชีวิตํ จชิตฺวา ตเววตฺถํ กโรนฺติ ฯ สาทิสีติ สมานชาติกา ฯ อสฺสวาติ วจนสมฺปฏิจฺฉกา ฯ ปุตฺตรูปยสูเปตาติ ปุตฺเตหิ จ รูเปหิ จ ยเสหิ จ อุเปตา ฯ ตว ฉนฺทวสานุคาติ กจฺจิ ตว อชฺฌาสยํ ตว วสํ อนุวตฺตติ น อตฺตโน จิตฺตวเสน วตฺตตีติ ปุจฺฉติ ฯ

เอวํ โพธิสตฺเตน ปฏิสนฺถาเร กเต ปุน ราชา เตน สทฺธึ กถํ กเถนฺโต อาห

ภวนฺตุ กจฺจิ นุ มหา- สตฺตุหตฺถตฺถตํ คโต

ทุกฺขมาปชฺช วิปุลํ ตสฺมึ ปฐมมาปเท ฯ

กจฺจิ ยนฺนาปติตฺวาน ทณฺเฑน สมโปถยิ

เอวเมเตสํ ชมฺมานํ ปาติกํ ภวติ ตาวเทติ ฯ

หํสราชา อาห

เขมมาสิ มหาราช เอวมาปริยาสติ

น จายํ กิญฺจิรสฺมาสุ สตฺตูว สมปชฺชถ ฯ

ปจฺจกมฺปิตฺถ เนสาโท ปุพฺเพว อชฺฌภาสถ

ตทายํ สุมุโขเยว ปณฺฑิโต ปจฺจภาสถ ฯ

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ปสาทมยมชฺฌคา

ตโต มํ ปามุญฺจิ ปาสา อนุญฺญาสิ สุเขน จ ฯ

อิทญฺจ สุมุเขเนว เอตทตฺถาย จินฺติตํ

โภโค สกาเส อาคมนํ เอตสฺส ธนมิจฺฉตาติ ฯ

ราชา อาห

สฺวาคตญฺเจวิทํ ภวตํ ปตีโต จสฺมิ ทสฺสนา

เอโส จาปิ พหุวิตฺตํ ลภตํ ยาวทิจฺฉตีติ ฯ

ตตฺถ มหาสตฺตุหตฺถตฺถตํ คโตติ มหนฺตสฺส สตฺตุโน หตฺถตฺถคโต ฯ อาปติตฺวานาติ อุปธาวิตฺวา ฯ ปาติกนฺติ ปากติกํ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ เอเตสํ หิ ชมฺมานํ ตาวเทว เอวํ ปากติกํ โหติ สกุเณ ทณฺเฑน โปเถตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปนฺโต เวตฺตนํ ลภิสฺสติ ฯ กิญฺจิรสฺมาสูติ กิญฺจิ อมฺเหสุ ฯ สตฺตูวาติ สตฺตุ วิย ฯ ปจฺจกมฺปิตฺถาติ มหาราช เอส อมฺเห ทิสฺวา พนฺธาติ สญฺญาย โถกํ โอสกฺกิตฺถ ฯ ปุพฺเพวาติ อยเมว มํ ปฐมํ อชฺฌภาสิ ฯ ตทาติ ตสฺมึ กาเล ฯ เอตทตฺถายาติ เอตสฺส เนสาทปุตฺตสฺส อตฺถาย จินฺติตํ ฯ ธนมิจฺฉตาติ เอตสฺส ธนํ อิจฺฉนฺเตน เตน ตว สนฺตกํ อมฺหากํ อาคมนํ จินฺติตํ ฯ สฺวาคตญฺเจวิทนฺติ มา โภนฺโต จินฺตยนฺตุ อิทํ ภวนฺตานํ อิธาคมนํ สฺวาคตเมว ฯ ลภตนฺติ ลภตุ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา ราชา อญฺญตรํ อมจฺจํ โอโลเกตฺวา กึ กโรมิ เทวาติ วุตฺเต อิมํ เนสาทํ กปฺปิตเกสมสฺสุํ นหาตานุลิตฺตํ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ กาเรตฺวา อาเนหีติ วตฺวา เตน ตถา กตฺวา อานีตสฺส สํวจฺฉเร สตสหสฺสุฏฺฐานกํ คามํ เทฺว อิตฺถิโย คเหตฺวา มหนฺตํ เคหํ รถวรญฺจ อญฺญญฺจ พหุํ หิรญฺญสุวณฺณํ อทาสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

สนฺตปฺปยิตฺวา เนสาทํ โภเคหิ มนุชาธิโป

อชฺฌภาสถ วงฺกงฺโค วาจํ กณฺณสุขํ ภณนฺติ ฯ

อถ มหาสตฺโต รญฺโญ ธมฺมํ เทเสสิ ฯ โส ตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ตุฏฺฐหทโย ธมฺมกถิกสฺส สกฺการํ กริสฺสามีติ เสตจฺฉตฺตํ ตสฺส ทตฺวา รชฺชํ ปฏิจฺฉาเปนฺโต อาห

ยํ ขลุ ธมฺมมาธีนํ วโส วตฺตติ กิญฺจิ นํ

สพฺพตฺถิสฺสริยํ ภวตํ ปสาสถ ยทิจฺฉถ ฯ

ทานตฺถํ อุปโภตฺตุํ วา ยญฺจญฺญมุปกปฺปติ

เอตํ ททามิ โว วิตฺตํ อิสฺสริยํ วิสฺสชามิ โวติ ฯ

ตตฺถ วโส วตฺตตีติ ยตฺถ มม วโส วตฺตติ ฯ กิญฺจิ นนฺติ ตํ อปฺปมตฺตกมฺปิ ฯ สพฺพตฺถิสฺสริยนฺติ สพฺพํ วิภวํ ตํเยว อิสฺสริยํ อตฺถุ ฯ ยญฺจญฺญมุปกปฺปตีติ ปุญฺญกามตาย ทานตฺถํ วา ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา รชฺชเมว อุปโภคํ วา ยํ วา อญฺญํ ตุมฺหากํ รุจฺจติ ตํ กโรถ ฯ เอตํ ททามิ โว วิตฺตนฺติ สทฺธึเยว เสตจฺฉตฺเตน มม สนฺตกํ อิสฺสริยํ วิสชฺชามิ เต ฯ

อถ มหาสตฺโต รญฺญา ทินฺนํ เสตจฺฉตฺตํ ปุน ตสฺเสว อทาสิ ฯ ราชา จินฺเตสิ หํสรญฺโญ ตาว เม ธมฺมกถา สุตา ลุทฺทปุตฺเตน ปน อยํ สุมุโข มธุรกโถติ อติวิย วณฺณิโต อิมสฺสาปิ ธมฺมกถํ โสสฺสามีติ ฯ โส เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต อนนฺตรํ คาถมาห

ยถา จ มยายํ สุมุโข อชฺฌภาเสยฺย ปณฺฑิโต

กามสา พุทฺธิสมฺปนฺโน ตมสฺส ปรมปฺปิยนฺติ ฯ

ตตฺถ ยถาติ ยทิ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ยทิ จ เม อยํ สุมุโข ปณฺฑิโต พุทฺธิสมฺปนฺโน กามสา อตฺตโน รุจิยา อชฺฌภาเสยฺย ตํ เม ปรมปฺปิยํ อสฺสาติ ฯ

ตโต สุมุโข อาห

อหํ ขลุ มหาราช นาคราชาริวนฺตรํ

ปฏิวตฺตุํ น สกฺโกมิ น เม โส วินโย สิยา ฯ

อมฺหากญฺเจว โย เสฏฺโฐ ตฺวญฺจ อุตฺตมสตฺตโว

ภูมิปาโล มนุสฺสินฺโท ปูชา พหูหิ เหตุภิ ฯ

เตสํ อุภินฺนํ ภณตํ วตฺตมาเน วินิจฺฉเย

นนฺตรํ ปฏิวตฺตพฺพํ เปสฺเสน มนุชาธิปาติ ฯ

ตตฺถ นาคราชาริวนฺตรนฺติ เสลาย อพฺภนฺตรํ ปวิฏฺโฐ นาคราชา วิย ฯ ปฏิวตฺตุนฺติ ตุมฺหากํ ทฺวินฺนํ อนฺตเร วตฺตุํ น สกฺโกมิ ฯ น เม โสติ สเจ วเทยฺยํ น เม โส วินโย ภเวยฺย ฯ อมฺหากญฺเจวาติ อมฺหากญฺเจว ฉนฺนวุติหํสสหสฺสานญฺจ ฯ อุตฺตมสตฺตโวติ อุตฺตมสตฺโต ฯ ปูชาติ อุโภ ตุมฺเห มยฺหํ พหูหิ การเณหิ ปูชารหา เจวป สํสารหา จ ฯ เปสฺเสนาติ เวยฺยาวจฺจกเรน เสวเกน ฯ

ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตุฏฺฐหทโย ชาโต ฯ เนสาทปุตฺโต วณฺเณติ น อญฺเญน ตุมฺหาทิเสน มธุรธมฺมกถิเกน นาม ภวิตพฺพนฺติ วตฺวา อาห

ธมฺเมน กิร เนสาโท ปณฺฑิโต อณฺฑโช อิติ

น เหว อกตตฺตสฺส นโย เอตาทิโส สิยา ฯ

เอวํ อคฺคปกติมา เอวํ อุตฺตมสตฺตโว

ยาวตตฺถิ มยา ทิฏฺฐา นาญฺญํ ปสฺสามิ อีทิสํ ฯ

ตุฏฺโฐสฺมิ โว ปกติยา วากฺเยน มธุเรน จ

เอโส จาปิ มม ฉนฺโท จิรํ ปสฺเสยฺย โว อุโภติ ฯ

ตตฺถ ธมฺเมนาติ สภาเวน การเณน ฯ อกตตฺตสฺสาติ อสมฺปาทิตอตฺตภาวสฺส มิตฺตทุพฺภิสฺส ฯ นโยติ ปญฺญา ฯ อคฺคปกติมาติ อคฺคสภาโว ฯ อุตฺตมสตฺตโวติ อุตฺตมสตฺโต ฯ ยาวตตฺถิ มยาติ ยาวตา มยา ทิฏฺฐา นาม อตฺถิ ฯ นาญฺญนฺติ ตสฺมึ มยา ทิฏฺฐฏฺฐาเน อญฺญํ เอวรูปํปิ น ปสฺสามิ ฯ ตุฏฺโฐสฺมิ โว ปกติยาติ สมฺม หํสราช อหํ ปกติยา ปฐมเมว ตุมฺหากํ ทสฺสเนน ตุฏฺโฐ ฯ วากฺเยนาติ อิทานิ ปน โว มธุรวจเนน ตุฏฺโฐสฺมิ ฯ จิรํ ปสฺเสยฺย โวติ อิเธว วสาเปตฺวา มุหุตฺตํปิ อวิปฺปวาเสนฺโต จิรํ ตุมฺเห ปสฺเสยฺยนฺติ เอส เม ฉนฺโทติ วทติ ฯ

ตโต มหาสตฺโต ราชานํ ปสํสนฺโต อาห

ยํ กิญฺจิ ปรเม มิตฺเต กตรสฺมาสุ ตํ ตยา

จตฺตา นิสฺสํสยํ ตฺยมฺหา ภตฺติรสฺมาสุ ยา ตว ฯ

อทุญฺจ นูน สุมหา- ญาติสงฺฆสฺสมนฺตรํ

อทสฺสเนน อสฺมากํ ทุกฺขํ พหูสุ ปกฺขิสุ ฯ

เตสํ โสกวิฆาฏาย ตยา อนุมตา มยํ

ตํ ปทกฺขิณโต กตฺวา ญาตี ปสฺเสมุรินฺทม ฯ

อทฺธาหํ วิปุลํ ปีตึ ภวตํ วินฺทามิ ทสฺสนา

เอโส วาปิ มหาอตฺโถ ญาติวิสฺสาสนา สิยาติ ฯ

ตตฺถ กตรสฺมาสูติ กตํ อมฺเหสุ ฯ จตฺตา นิสฺสํสยํ ตฺยมฺหาติ มยํ นิสฺสํสเยน ตยา จตฺตาเยว ฯ ภตฺติรสฺมาสุ ยา ตวาติ ยา ตว อมฺเหสุ ภตฺติ ตาย ภตฺติยา มยํ ตยา นิสฺสํสเยน จตฺตาเยว น จ วิปฺปยุตฺตา วิปฺปวุฏฺฐาปิ สห วาสิโนเยว นาม มยนฺติ ทีเปติ ฯ อสฺมากนฺติ อมฺหากํ ทฺวินฺนํ อทสฺสเนน พหูสุ ปกฺขีสุ ทุกฺขํ อุปฺปนฺนํ ฯ ปสฺเสมุรินฺทมาติ ปสฺเสยฺยาม อรินฺทม ฯ ภวตนฺติ โภโต ทสฺสเนน ฯ เอโส วาปิ มหาอตฺโถติ ยา เอสา ญาติสงฺคหสงฺขาตา ญาติวิสฺสาสนา สิยา เอโส วาปิ มหาอตฺโถติ ฯ

เอวํ วุตฺเต ราชา เตสํ คมนํ อนุชานาติ ฯ มหาสตฺโตปิ รญฺโญ ปญฺจวิเธ ทุสฺสีเล จ อาทีนวํ สีเล จ อานิสํสํ กเถสิ อิมํ สีลํ รกฺขถ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรถ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ มหาชนํ สงฺคหถาติ โอวทิตฺวา จิตฺตกูฏํ อคมาสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

อิทํ วตฺวา ธตรฏฺโฐ หํสราชา นราธิปํ

อุตฺตมชวมนฺวาย ญาติสงฺฆมุปาคมุํ ฯ

เต อโรเค อนุปฺปตฺเต ทิสฺวาน ปรเม ทิเช

เกเกติมกรุํ หํสา ปุถุสทฺโท อชายถ ฯ

เต ปตีตา ปมุตฺเตน ภตฺตุนา ภตฺตุคารวา

สมนฺตา ปริกรึสุ อณฺฑชา ลทฺธปจฺจยาติ ฯ

ตตฺถ อุปาคมุนฺติ อรุณุคฺคมนเวลายเมว มธุลาชผาณิตาทีนิ ปริภุญฺชิตฺวา รญฺญา จ เทวิยา จ ทฺวีหิ สุวณฺณตาลปตฺเตหิ อุกฺขิปิตฺวา คนฺธมาลาทีหิ กตสกฺการา สุวณฺณตาลปตฺเตหิ โอตริตฺวา ราชานํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เวหาสํ อุปฺปติตฺวา รญฺญา อญฺชลึ ปคฺคยฺห คจฺฉถ สามิโนติ วุตฺเต สีหปญฺชเรน นิกฺขนฺตา อุตฺตเมน ชเวน คนฺตฺวา ญาติคณํ อุปสงฺกมึสุ ฯ ปรเมติ อุตฺตเม ฯ เกเกติ อตฺตโน สภาวรเวน เกเกติ สทฺทมกาสิ ฯ ภตฺตุนา ภตฺตุคารวาติ ภตฺตริ สคารวา ฯ ปริกรึสูติ ภตฺตุโน มุตฺตภาเวน ตุฏฺฐา ตํ ภตฺตารํ สมนฺตา ปริวารยึสุ ฯ ลทฺธปจฺจยาติ ลทฺธปติฏฺฐา ฯ

เอวํ ปริวาเรตฺวา จ ปน เต หํสา กถํ มุตฺโตสิ มหาราชาติ ปุจฺฉึสุ ฯ มหาสตฺโต สุมุขํ นิสฺสาย มุตฺตภาวํ สาคลรญฺญา จ ลุทฺทปุตฺเตน จ กตกมฺมญฺจ กเถสิ ฯ ตํ สุตฺวา ตุฏฺฐา หํสคณา สุมุขเสนาปติ จ ลุทฺทปุตฺโต จ ราชา จ สุขิตา นิทฺทุกฺขา จิรํ ชีวนฺตูติ ถุตึ อกํสุ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

เอวํ มิตฺตวตํ อตฺถา สพฺเพ โหนฺติ ปทกฺขิณา

หํสา ยถา ธตรฏฺฐา ญาติสงฺฆมุปาคมุนฺติ ฯ

ตตฺถ มิตฺตวตนฺติ กลฺยาณมิตฺตสมฺปนฺนานํ ฯ ปทกฺขิณาติ สุขนิปฺผตฺติโน วุฑฺฒิยุตฺตา ฯ ธตรฏฺฐาติ หํสราชา สุมุโข รญฺญา เจว ลุทฺทปุตฺเตน จาติ ทฺวีหิ เอวํ อุโภปิ เต ธตรฏฺฐา กลฺยาณมิตฺตสมฺปนฺนา ยถา ฯ ญาติสงฺฆมุปาคมุนฺติ ญาติสงฺฆอุปคมนสงฺขาโต เตสํ อตฺโถ ปทกฺขิโณ ชาโต เอวํ อญฺเญสํปิ มิตฺตวตํ อตฺถา สพฺเพ ปทกฺขิณา โหนฺตีติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปายํ อานนฺโท มมตฺถาย ชีวิตํ ปริจฺจชีติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ลุทฺโท ฉนฺนตฺเถโร อโหสิ สาคโล ราชา สารีปุตฺโต สุมุขเสนาปติ อานนฺทตฺเถโร อโหสิ ฉนฺนวุติหํสสหสฺสา พุทฺธปริสา ธตรฏฺโฐ โลกนาโถ เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ

จุลฺลหํสชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ปฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๒

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘

ดูเล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๓๒. โสณนันทชาดกชาดกถัดไป๕๓๔. มหาหังสชาดก