ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. เภริวาทชาดก
ชาดกที่ ๕๙ · เอกกนิบาตชาดก · อาสิงสวรรค

เภริวาทชาดก

ว่าด้วยการทำเกินประมาณ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๕๙ · บรรทัด ๓๘๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากเภริวาทชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระบรมศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุว่ายากรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ธเม ธเม ดังนี้. ความย่อว่า พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า จริงหรือภิกษุที่เขาว่าเธอเป็นผู้ว่ายาก เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลรับว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นความจริงพระเจ้าข้า ก็ตรัสว่าดูก่อนภิกษุ เธอเป็นผู้ว่ายากในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อน เธอก็เคยเป็นว่ายากเหมือนกัน ดังนี้แล้ว ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลคนตีกลอง อยู่ ณ บ้านตำบลหนึ่ง. พระโพธิสัตว์ ฟังข่าวว่าในกรุงพาราณสี มีงานเอิกเกริก ก็คิดว่า เราจักนำกลองไปตีใกล้บริเวณที่เขามีมหรสพหาทรัพย์ แล้วพาลูกชายไปในกรุงพาราณสีนั้น ตีกลองได้ทรัพย์จำนวนมาก นำทรัพย์ไปบ้านของตน ผ่านดงโจร ก็ห้ามลูกชายผู้ตีกลองไม่หยุดหย่อนว่า ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าตีกลองไม่หยุดระยะจงตีเป็นระยะ ๆ เหมือนเขาตีกลองเวลาคนใหญ่โตเดินทาง. ลูกชายแม้จะถูกบิดาห้ามปราม กลับพูดว่า ฉันจักไล่พวกโจรให้หนีไปด้วยเสียงกลองให้จงได้ แล้วก็ตีกระหน่ำไม่หยุดระยะเลย. พวกโจรฟังเสียงกลองครั้งแรกทีเดียว คิดว่า จังหวะเหมือนกลองคนใหญ่โต พากันหนีไป ครั้นฟังเสียงติด ๆ กันเกินไปก็พูดกันว่า ต้องไม่ใช่กลองคนใหญ่โต หวนกลับมาซุ่มดู เห็นคนสองคนเท่านั้น ก็รุมทุบแย่งเอาทรัพย์ไป. พระโพธิสัตว์กล่าวว่าเจ้าตีกลองกระหน่ำเป็นเสียงเดียว เป็นเหตุทำให้ทรัพย์ที่เราหามาได้โดยเหนื่อยยาก สูญหายหมด แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :เมื่อจะตีก็พึงตีเถิด แต่อย่าตีเกินประมาณเพราะการตีเกินประมาณ เป็นการชั่วช้าของเราทรัพย์ที่ได้มาตั้งร้อยเพราะการตีกลอง ได้ฉิบหายไป เพราะเจ้าตีกลองเกินประมาณ. ดังนี้บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธเม ธเม ความว่า กลองควรตีไม่ใช่ไม่ควรตี อธิบายว่า กลองน่ะ ตีได้ ไม่ใช่ไม่ให้ตี. บทว่า นาติธเม ความว่า แต่ไม่ควรตีกระหน่ำไปจนไม่หยุดหย่อน. เพราะเหตุไร ? เพราะว่า การตีเกินไป เป็นการชั่วช้าของเรา หมายความว่า การตีกลองไม่หยุดหย่อน เป็นความชั่ว คือก่อให้เกิดสถานการณ์เลวร้าย แก่เราทั้งสองในบัดนี้. บทว่า ธมนฺเตน สตํ ลทฺธํ ความว่า เพราะการตีกลองในพระนคร ได้ทรัพย์มาร้อยกหาปณะ. บทว่า อติธนฺเตน นาสิตํ ความว่า แต่บัดนี้เพราะลูกชายของเรา ไม่ทำตามคำสั่ง ตีกลองกระหน่ำไปที่ดงโจรนี้ เพราะการตีกลองกระหน่ำไปนั้น ทรัพย์ทั้งหมดวอดไปแล้ว. พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วทรงสืบอนุสนธิประชุมชาดกว่า ลูกชายในครั้งนั้น มาเป็นภิกษุว่ายากในบัดนี้ ส่วนบิดา ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาเภริวาทชาดกที่ ๙

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๑๐๕–๑๐๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

9. Bherivādajātakaṃ

dhame dhameti idaṃ satthā jetavane viharanto aññataraṃ dubbacaṃ ārabbha kathesi.

Tañhi bhikkhuṃ satthā saccaṃ kira tvaṃ dubbacosīti pucchitvā saccaṃ bhagavāti vutte na tvaṃ bhikkhu idāneva dubbaco pubbepi dubbacoyevāti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto bherivādakakule nibbattitvā gāmake vasati. So bārāṇasiyaṃ nakkhattaṃ saṅghuṭṭhanti sutvā samajjamaṇḍale bheriṃ vādetvā dhanaṃ āharissāmīti puttaṃ ādāya tattha gantvā bheriṃ vādetvā bahuṃ dhanaṃ labhi taṃ ādāya attano gāmaṃ gacchanto coraaṭaviṃ patvā puttaṃ nirantaraṃ bheriṃ vādentaṃ vāresi tāta nirantaraṃ bheriṃ avādetvā maggapaṭipannaissarabheriṃ viya antarantarā vādehīti. So pitarā vāriyamānopi bherisaddeneva core palāpessāmīti vatvā nirantarameva vādeti. Corā paṭhamaññeva bherisaddaṃ sutvā issarabheri viya bhavissatīti palāyitvā ativiya ekābaddhaṃ saddaṃ sutvā nāyaṃ issarabheri bhavissatīti āgantvā upadhārentā dveyeva jane disvā pothetvā vilumpiṃsu. Bodhisatto kicchena vata no laddhadhanaṃ ekābaddhaṃ katvā vādento nāsesīti vatvā imaṃ gāthamāha

dhame dhame nātidhame atidhantaṃ hi pāpakaṃ

dhamantena sataṃ laddhaṃ atidhantena nāsitanti.

Tattha dhame dhameti dhameyya no na dhameyya bheriṃ vādeyya no na vādeyyāti attho. Nātidhameti atikkamitvā pana nirantarameva katvā na vādeyya. Kiṃkāraṇā. Atidhantaṃ hi pāpakanti nirantaraṃ bherivādanaṃ idāni amhākaṃ pāpakaṃ lāmakaṃ jātaṃ. Dhamantena sataṃ laddhanti nagare bherivādanena kahāpaṇasataṃ laddhaṃ. Atidhantena nāsitanti Idāni pana me puttena vacanaṃ akatvā yaṃ idaṃ aṭaviyaṃ atidhantaṃ tena atidhantena sabbaṃ nāsitanti.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā anusandhiṃ ghaṭetvā jātakaṃ samodhānesi tadā putto dubbacabhikkhu ahosi pitā pana ahamevāti.

Bherivādajātakaṃ navamaṃ.

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๘. ตโยธรรมชาดกชาดกถัดไป๖๐. สังขธมนชาดก