ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. วนสังยุตต์
  8. /
  9. ๕. อานันทสูตร

๕. อานันทสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๗๗๑ · บรรทัด ๖๔๕๗

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๕

พึงทราบวินิจฉัยในอานันทสูตรที่ ๕ ต่อไปนี้ :-

บทว่า อานนฺโท คือ พระเถระผู้เป็นคลังพระธรรม.

บทว่า อติเวลํ แปลว่า เกินเวลา.

บทว่า คิหิสญฺญตฺติพหุโล ความว่า ยังคฤหัสถ์ให้รู้จักเวลาเป็นอันมาก ทั้งกลางวันและกลางคืน.

จริงอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปเถระกล่าวกะพระเถระว่า ดูก่อนผู้มีอายุ เราจักไปเข้าจำพรรษาในกรุงราชคฤห์แล้วสังคายนาพระธรรม ท่านจงไป จงเข้าไปสู่ป่ากระทำความเพียร เพื่อประโยชน์แก่มรรคทั้ง ๓ เบื้องบนเถิด.

พระอานันทเถระถือเอาบาตรจีวรของพระผู้มีพระภาคเจ้าไปยังแคว้นโกศล อยู่ในสำนักป่าแห่งหนึ่ง รุ่งขึ้นจึงเข้าไปยังบ้านแห่งหนึ่ง.

คนทั้งหลายเห็นพระเถระแล้วกล่าวคำเป็นอันมากว่า ข้าแต่พระอานนท์ผู้เจริญ ในคราวก่อน ท่านมากับพระศาสดา วันนี้มารูปเดียวเท่านั้น ท่านทอดทิ้งพระศาสดาไว้เสียที่ไหน บัดนี้ ท่านถือบาตรและจีวรของใครมา ท่านจะถวายน้ำล้างหน้า จะปัดกวาดบริเวณ จะทำวัตรปฏิบัติแก่ใคร ดังนี้ พากันคร่ำครวญแล้ว

พระเถระกล่าวคำเป็นต้นว่า ดูก่อนท่านทั้งหลาย อย่าเศร้าโศกเลย อย่าคร่ำครวญเลย สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ยังเขาให้รู้พร้อมแล้ว ทำภัตกิจแล้วไปสู่ที่พัก.

แม้ในเวลาเย็น คนทั้งหลายไปในที่นั้น พากันคร่ำครวญอย่างนั้น พระเถระก็สั่งสอนอย่างนั้นเหมือนกัน.

คำนี้ ท่านกล่าวหมายถึงข้อนั้น.

บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า เทวดาคิดว่า พระเถระนี้คิดว่า เราฟังคำของภิกษุสงฆ์แล้วจักบำเพ็ญสมณธรรมดังนี้ แล้วเข้าไปสู่ป่า บัดนี้ ยังคฤหัสถ์ให้รู้พร้อมกันอยู่ ยังไม่กระทำศาสนาของพระศาสดาที่ตั้งอยู่ให้เป็นประมวลธรรมเหมือนกองดอกไม้ที่ไม่ได้รวบรวม เราจะเตือนท่าน ดังนี้แล้วจึงกล่าว.

บทว่า ปสกฺกิย แปลว่า เข้าไปแล้ว.

บทว่า หทยสฺมึ โอปฺปิย ได้แก่ ใส่ไว้ในหทัยด้วยกิจและด้วยอารมณ์.

พระเถระคิดว่า เราจะบรรลุพระนิพพาน ดังนี้แล้ว ทำความเพียรอยู่ ชื่อว่าใส่พระนิพพานไว้ในหทัยด้วยกิจ แต่เพื่อยังสมาบัติมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ให้แนบแน่นนั่งอยู่ (ชื่อว่าใส่พระนิพพานไว้ในหทัย) ด้วยอารมณ์. เทวดานี้ย่อมกล่าวหมายถึงกิจและอารมณ์ทั้ง ๒ นั้น.

บทว่า ฌาย คือ จงเป็นผู้เพ่งด้วยฌานทั้งสอง.

บทว่า ปีฬิปีฬิกา แปลว่า นี้ถ้อยคำพูดกับคฤหัสถ์. จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๕

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๗๗๑ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๔. สัมพหุลสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕วนสังยุตต์พระสูตรถัดไป๖. อนุรุทธสูตร