ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เทวตาสังยุตต์
  10. /
  11. สัตติวรรค
  12. /
  13. ๑๐. เอณิชังคสูตร

๑๐. เอณิชังคสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๗๖ · บรรทัด ๔๖๖

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาเอณิชังฆสูตรที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในเอณิชังฆสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-

บทว่า เอณิชงฺฆํ แปลว่า มีพระชงฆ์ (แข้ง) กลมเรียวเรียบ ดังแข้งเนื้อทราย.

บทว่า กีสํ ได้แก่ มีพระสรีระสม่ำเสมอ ไม่อ้วน.

อีกอย่างหนึ่ง อธิบายว่า มีพระตจะ (หนัง) มิได้เหี่ยวแห้ง คือมีพระสรีระงามโดยมิต้องพอกพูนด้วยกลิ่นดอกไม้ และเครื่องลูบไล้ทั้งหลาย.

บทว่า วีรํ แปลว่า มีความเพียร.

บทว่า อปฺปาหารํ ได้แก่ มีอาหารน้อย เพราะความเป็นผู้รู้จักประมาณในการเสวยพระกระยาหาร. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามีอาหารน้อย เพราะมิได้เสวยในเวลาวิกาล.

บทว่า อโลลุปฺปํ แปลว่า ไม่มีความโลภ ได้แก่ทรงปราศจากความอยากในปัจจัย ๔. อีกอย่างหนึ่ง ความไม่มีความโลภนี้ คือมิได้มีรสตัณหา.

บทว่า สีหํเวกจรํ นาคํ ได้แก่ เป็นเหมือนราชสีห์และช้างตัวประเสริฐเที่ยวไปโดดเดียว. เพราะว่าบุคคลผู้อยู่เป็นหมู่ ย่อมเป็นผู้ประมาท ผู้เที่ยวไปแต่ผู้เดียว ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท. เพราะฉะนั้น ความเป็นผู้ไม่ประมาท ท่านจึงถือเอาว่า ผู้เที่ยวไปผู้เดียวนั่นแหละ.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า

ปญฺจ กามคุณา โลเก มโนฉฏฺฐา ปเวทิตา เอตฺถ ฉนฺทํ วิราชิตฺวา เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ. กามคุณ ๕ มีใจเป็นที่ ๖ บัณฑิตประกาศแล้ว

ในโลก บุคคลเลิกความพอใจในนามรูปนี้ได้

แล้ว ก็พ้นจากทุกข์ได้อย่างนี้.

บทว่า ปเวทิตา แปลว่า ประกาศแล้ว คือบอกแล้ว.

บทว่า เอตฺถ แปลว่า ในนามรูปนี้.

จริงอยู่ รูปท่านถือเอาด้วยสามารถแห่งกามคุณ ๕ ส่วนนาม ท่านถือเอาใจ.

ก็แล บัณฑิตควรถือเอานามและรูปทั้งสองโดยไม่แยกจากกัน แล้วพึงประกอบพื้นฐานในนามและรูปนี้ ด้วยสามารถแห่งธรรมมีขันธ์ ๕ เป็นต้นเถิด. จบอรรถกถาเอณิชังฆสูตรที่ ๑๐

จบอรรถกถาสัตติวรรคที่ ๓

สูตรที่กล่าวในสัตติวรรคนั้น

สัตติสูตร

ผุสติสูตร

ชฏาสูตร

มโนนิวารณสูตร

อรหันตสูตร

ปัชโชตสูตร

สรสูตร

มหัทธนสูตร

จตุจักกสูตร

เอณิชังคสูตร

ครบ ๑๐ ฉะนี้แล ฯ -----------------------------------------------------

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๗๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๙. จตุจักกสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕สัตติวรรคพระสูตรถัดไป๑. สัพภิสูตร