อิจฉานังคลสูตร
เล่มที่ ๑๙ · ข้อ ๑๓๖๓ · บรรทัด ๗๙๑๗
คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ทุติยวรรควรรณนาที่ ๒
อรรถกถาอิจฉานังคลสูตรที่ ๑
ทุติยวรรคที่ ๒ อิจฉานังคลสูตรที่ ๑.
ถามว่า ทำไมพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสบอกวิหารสมาบัติ (การเข้าถึงธรรมเครื่องอยู่) ของพระองค์ว่า พวกเธอพึงตอบอย่างนี้เล่า.
ตอบว่า เพื่อเปลื้องความติเตียน.
จริงอยู่ ถ้าหากพวกภิกษุเหล่านั้นพึงกล่าวว่า พวกเราไม่ทราบ ทีนั้น พวกเดียรถีย์ก็จะพึงยกข้อตำหนิขึ้นแก่ภิกษุเหล่านั้นว่า พวกท่านย่อมไม่ทราบว่า ศาสดาของพวกเราอยู่แล้วตลอดสามเดือน ด้วยสมาบัติชื่อโน้น แล้วก็ทำไม พวกท่านจึงยอมรับใช้ท่านอยู่เล่า เพราะเหตุนั้น จึงตรัสอย่างนั้น เพื่อปลดเปลื้อง.
ถามว่า เมื่อเป็นอย่างนั้น ทำไมในที่นี้จึงไม่ตรัสเหมือนที่ตรัสวาอักษร ในที่อื่นว่า มีสติเทียวย่อมหายใจออก หรือเมื่อกำลังหายใจออกยาว ด้วยเล่า.
ตอบว่า เพราะความเป็นธรรมสงบอย่างยิ่ง.
จริงอยู่ ลมหายใจออกหรือลมหายใจเข้าเป็นสิ่งที่ปรากฏแก่คนเหล่าอื่น สิ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ปรากฏแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า. เพราะความที่ทรงมีพระสติที่ทรงเข้าไปตั้งไว้เป็นนิจ เหตุนี้จึงไม่ตรัสไว้ เพราะความเป็นธรรมสงบอย่างยิ่ง.
และเมื่อเป็นอย่างนั้น ทำไมจึงไม่ตรัสว่า สิกฺขามิ (เราย่อมศึกษา) ตรัสแต่เพียงว่า อสฺสสามิ (เราย่อมหายใจออก) เท่านี้เล่า.
เพราะไม่มีสิ่งที่จะต้องศึกษา.
จริงอยู่ พระเสกขะ ๗ จำพวก ชื่อว่าเป็นผู้ศึกษา เพราะยังมีสิ่งที่จะต้องศึกษา. พระขีณาสพ ชื่อว่าอเสกขะ (ผู้ไม่ต้องศึกษา) เพราะไม่มีสิ่งที่จะต้องศึกษา. พระตถาคตเจ้าทั้งหลายเป็นผู้ไม่ต้องศึกษา จึงชื่อว่าอเสกขะ. กิจที่จะต้องศึกษาของพระอเสกขะเหล่านั้นไม่มี เหตุนี้ จึงไม่ตรัสไว้ เพราะไม่มีกิจที่จะต้องศึกษา. จบอรรถกถาอิจฉานังคลสูตรที่ ๑
ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๑๙ ข้อ ๑๓๖๓ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดอรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที