๕. อาภาวรรค
เล่มที่ ๒๑ · ข้อ ๑๔๑ · บรรทัด ๓๘๓๕
คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๕. อาภาวรรค
หมวดว่าด้วยแสงสว่าง
๑. อาภาสูตร
ว่าด้วยแสงสว่าง
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ ประการนี้
แสงสว่าง ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. แสงสว่างแห่งดวงจันทร์ ๒. แสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์
๓. แสงสว่างแห่งไฟ ๔. แสงสว่างแห่งปัญญา
ภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ ประการนี้แล
บรรดาแสงสว่าง ๔ ประการนี้ แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ
อาภาสูตรที่ ๑ จบ
๒. ปภาสูตร
ว่าด้วยรัศมี
ภิกษุทั้งหลาย รัศมี ๔ ประการนี้
รัศมี ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. รัศมีแห่งดวงจันทร์ ๒. รัศมีแห่งดวงอาทิตย์
๓. รัศมีแห่งไฟ ๔. รัศมีแห่งปัญญา
ภิกษุทั้งหลาย รัศมี ๔ ประการนี้แล
บรรดารัศมี ๔ ประการนี้ รัศมีแห่งปัญญาเป็นเลิศ
ปภาสูตรที่ ๒ จบ
๓. อาโลกสูตร
ว่าด้วยความสว่าง
ภิกษุทั้งหลาย ความสว่าง ๔ ประการนี้
ความสว่าง ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. ความสว่างแห่งดวงจันทร์ ๒. ความสว่างแห่งดวงอาทิตย์
๓. ความสว่างแห่งไฟ ๔. ความสว่างแห่งปัญญา
ภิกษุทั้งหลาย ความสว่าง ๔ ประการนี้แล
บรรดาความสว่าง ๔ ประการนี้ ความสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ
อาโลกสูตรที่ ๓ จบ
๔. โอภาสสูตร
ว่าด้วยความสว่างไสว
ภิกษุทั้งหลาย ความสว่างไสว ๔ ประการนี้
ความสว่างไสว ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. ความสว่างไสวแห่งดวงจันทร์ ๒. ความสว่างไสวแห่งดวงอาทิตย์
๓. ความสว่างไสวแห่งไฟ ๔. ความสว่างไสวแห่งปัญญา
ภิกษุทั้งหลาย ความสว่างไสว ๔ ประการนี้แล
บรรดาความสว่างไสว ๔ ประการนี้ ความสว่างไสวแห่งปัญญาเป็นเลิศ
โอภาสสูตรที่ ๔ จบ
๕. ปัชโชตสูตร
ว่าด้วยความรุ่งเรือง
ภิกษุทั้งหลาย ความรุ่งเรือง ๔ ประการนี้
ความรุ่งเรือง ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. ความรุ่งเรืองแห่งดวงจันทร์ ๒. ความรุ่งเรืองแห่งดวงอาทิตย์
๓. ความรุ่งเรืองแห่งไฟ ๔. ความรุ่งเรืองแห่งปัญญา
ภิกษุทั้งหลาย ความรุ่งเรือง ๔ ประการนี้แล
บรรดาความรุ่งเรือง ๔ ประการนี้ ความรุ่งเรืองแห่งปัญญาเป็นเลิศ
ปัชโชตสูตรที่ ๕ จบ
๖. ปฐมกาลสูตร
ว่าด้วยกาล สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ ประการนี้
กาล ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. การฟังธรรมตามกาล ๑- ๒. การสนทนาธรรม ๒- ตามกาล
๓. ความสงบใจตามกาล ๔. ความเห็นแจ้งตามกาล
ภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ ประการนี้แล
ปฐมกาลสูตรที่ ๖ จบ
๗. ทุติยกาลสูตร
ว่าด้วยกาล สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ ประการนี้ที่บุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้หมุน เวียนไปตามโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะตามลำดับ
กาล ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. การฟังธรรมตามกาล ๒. การสนทนาธรรมตามกาล
๓. ความสงบใจตามกาล ๔. ความเห็นแจ้งตามกาล
กาล ๔ ประการนี้แลที่บุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้หมุนเวียนไปตามโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะตามลำดับ
เปรียบเหมือนเมื่อฝนเม็ดใหญ่ตกลงบนยอดภูเขา น้ำไหลไปตามที่ลุ่มทำให้ซอกเขา ลำธาร และห้วยเต็ม ซอกเขา ลำธาร และห้วยเต็มแล้วทำให้หนองเต็ม หนองเต็ม แล้วทำให้บึงเต็ม บึงเต็มแล้วทำให้แม่น้ำน้อยเต็ม แม่น้ำน้อยเต็มแล้ว ทำให้แม่น้ำ ใหญ่เต็ม แม่น้ำใหญ่เต็มแล้วก็ทำให้มหาสมุทรเต็ม แม้ฉันใด
@เชิงอรรถ :
@๑ กาล ในที่นี้หมายถึงเวลาที่เหมาะสม (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๖/๓๘๓)
@๒ หมายถึงถ้อยคำสนทนาในการถามและตอบปัญหาเกี่ยวกับธรรม (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๖/๓๘๓)
กาล ๔ ประการนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ที่บุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้หมุนเวียน ไปตามโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะตามลำดับ
ทุติยกาลสูตรที่ ๗ จบ
๘. ทุจจริตสูตร
ว่าด้วยทุจริต
ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้
วจีทุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. มุสาวาท (พูดเท็จ) ๒. ปิสุณาวาจา (พูดส่อเสียด)
๓. ผรุสวาจา (พูดคำหยาบ) ๔. สัมผัปปลาปะ (พูดเพ้อเจ้อ)
ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้แล
ทุจจริตสูตรที่ ๘ จบ
๙. สุจริตสูตร
ว่าด้วยสุจริต
ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้
วจีสุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. สัจจวาจา (พูดจริง) ๒. อปิสุณาวาจา (พูดไม่ส่อเสียด)
๓. สัณหวาจา (พูดอ่อนหวาน) ๔. มันตภาสา ๑- (พูดด้วยปัญญา)
ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้แล
สุจริตสูตรที่ ๙ จบ
@เชิงอรรถ :
@๑ มันตภาสา ในที่นี้หมายถึงคำพูดที่กำหนดด้วยปัญญาคือมันตา (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๙-๑๕๐/๓๘๓)
๑๐. สารสูตร
ว่าด้วยสารธรรม
ภิกษุทั้งหลาย สารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสาร) ๔ ประการนี้
สารธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. สีลสารธรรม ๑- (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือศีล)
๒. สมาธิสารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือสมาธิ)
๓. ปัญญาสารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือปัญญา)
๔. วิมุตติสารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือวิมุตติ)
ภิกษุทั้งหลาย สารธรรม ๔ ประการนี้แล
สารสูตรที่ ๑๐ จบ
อาภาวรรคที่ ๕ จบ
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อาภาสูตร ๒. ปภาสูตร
๓. อาโลกสูตร ๔. โอภาสสูตร
๕. ปัชโชตสูตร ๖. ปฐมกาลสูตร
๗. ทุติยกาลสูตร ๘. ทุจจริตสูตร
๙. สุจริตสูตร ๑๐. สารสูตร
ตติยปัณณาสก์ จบ
@เชิงอรรถ :
@๑ สีลสารธรรม ในที่นี้หมายถึงศีลที่ให้สำเร็จประโยชน์ที่เป็นแก่นสาร (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๙-๑๕๐/๓๘๓)
ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๑ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที