ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๕. ปารายนวรรค
  12. /
  13. ๔. เมตตคูปัญหา

๔. เมตตคูปัญหา

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๔๒๘ · บรรทัด ๑๑๐๖๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. เมตตคูมาณวกปัญหา ๑-

ว่าด้วยปัญหาของเมตตคูมาณพ

[๑๐๕๖]

(เมตตคูมาณพทูลถามดังนี้)

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามปัญหา

ขอพระองค์โปรดตรัสตอบปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด

ข้าพระองค์ย่อมสำคัญพระองค์ว่า

ทรงเป็นผู้จบเวท ๒- ทรงอบรมพระองค์แล้ว

ทุกข์หลายรูปแบบอะไรก็ตามในโลก

ทุกข์เหล่านี้เกิดมาจากที่ไหนหนอ

[๑๐๕๗]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า เมตตคู)

เธอได้ถามถึงแดนเกิดแห่งทุกข์กับเราแล้ว

เราจะบอกแดนเกิดแห่งทุกข์นั้นแก่เธอตามที่รู้

ทุกข์หลายรูปแบบอะไรก็ตามในโลกนี้

ล้วนเกิดมาแต่อุปธิ ๓- เป็นต้นเหตุ

[๑๐๕๘]

ผู้ใดแลไม่มีปัญญา ก่ออุปธิ

ผู้นั้นจัดว่า เป็นคนเขลา ย่อมเข้าถึงทุกข์บ่อยๆ

เพราะฉะนั้น บุคคลรู้ชัดอยู่

เป็นผู้มีปกติพิจารณาเห็นทุกข์ว่า มีชาติเป็นแดนเกิด

ไม่ควรก่ออุปธิ

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๗๔-๘๕/๑๕-๑๘

@๒ เวท ในที่นี้หมายถึงญาณ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ฯลฯ วิปัสสนา สัมมาทิฏฐิในมรรคทั้ง ๔

@(ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๘/๑๑๔)

@๓ อุปธิ มี ๑๐ อย่าง (๑) อุปธิคือตัณหา (๒) อุปธิคือทิฏฐิ (๓) อุปธิคือกิเลส (๔) อุปธิคือกรรม (๕) อุปธิคือ

@ทุจริต (๖) อุปธิคืออาหาร (๗) อุปธิคือปฏิฆะ (๘) อุปธิคืออุปาทินนธาตุ ๔ (๙) อุปธิคืออายตนะภายใน ๖

@(๙) อุปธิคืออายตนะภายนอก ๖ (๑๐) อุปธิคือหมวดวิญญาณ ๖ (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๙/๑๒๑)

[๑๐๕๙]

(เมตตคูมาณพทูลถามดังนี้)

พวกข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหาใดกับพระองค์

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบปัญหานั้นแก่พวกข้าพระองค์แล้ว

ข้าพระองค์ขอทูลถามปัญหาอื่นต่อไป

ขอพระองค์โปรดตรัสตอบปัญหานั้นด้วยเถิด

นักปราชญ์ทั้งหลายจะข้ามโอฆะ ชาติ ชรา

โสกะ และปริเทวะได้อย่างไรหนอ

พระองค์ผู้เป็นพระมุนี ขอโปรดตรัสตอบปัญหานั้น

แก่ข้าพระองค์ให้แจ่มแจ้งด้วยเถิด

เพราะธรรมนั้น พระองค์ทรงทราบชัดแล้ว

[๑๐๖๐]

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เมตตคู)

บุคคลรู้ชัดธรรม ๑- ใดแล้ว มีสติ เที่ยวไปอยู่

พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ในโลกได้

เราจักกล่าวธรรมที่ประจักษ์ด้วยตนเอง

ในธรรมที่เราเห็นแล้วแก่เธอ

[๑๐๖๑]

(เมตตคูมาณพกราบทูลดังนี้)

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ข้าพระองค์ชอบใจธรรมอันสูงสุดนั้นที่บุคคลรู้ชัดแล้ว

มีสติ เที่ยวไปอยู่ พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ในโลกได้

[๑๐๖๒]

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เมตตคู)

เธอรู้ชัดธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

ซึ่งเป็นธรรมชั้นสูง ชั้นต่ำ และชั้นกลาง

เธอจงบรรเทาความเพลิดเพลิน ความถือมั่น

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรม ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.สุ.อ. ๒/๑๐๖๐/๔๓๙)

และวิญญาณในธรรมเหล่านั้นเสีย

ไม่พึงตั้งอยู่ในภพ ๑-

[๑๐๖๓]

ภิกษุผู้มีปกติอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท รู้แจ้ง

ละความยึดถือว่าเป็นของเราแล้วเที่ยวไปอยู่

พึงละชาติ ชรา โสกะ และปริเทวะ

อันเป็นทุกข์ในอัตภาพนี้ได้แน่นอน

[๑๐๖๔]

(เมตตคูมาณพกราบทูลดังนี้)

ข้าพระองค์ชอบใจพระวาจานี้ของพระองค์

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ข้าแต่พระโคดม

ธรรมที่ปราศจากอุปธิ พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว

พระผู้มีพระภาคทรงละทุกข์ได้แล้วเป็นแน่

เพราะธรรมนี้ พระองค์ทรงรู้ชัดแล้ว

[๑๐๖๕]

พระองค์ผู้เป็นพระมุนีตรัสสอนชนเหล่าใดไม่หยุดหย่อน

แม้ชนเหล่านั้นก็พึงละทุกข์ได้เป็นแน่

เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์มาพบพระผู้มีพระภาคผู้นาคะ

ขอนมัสการพระองค์ (โดยหวังว่า) พระผู้มีพระภาค

พึงตรัสสอนข้าพระองค์ไม่หยุดหย่อนบ้าง

[๑๐๖๖]

(พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้)

บุคคลที่เธอรู้จักว่าเป็นพราหมณ์ผู้จบเวท

ไม่มีเครื่องกังวล ไม่ข้องในกามภพ

ข้ามโอฆะได้แล้วโดยแท้ และเป็นผู้ข้ามถึงฝั่ง ๒-

ไม่มีกิเลสดุจตะปูตรึงใจ หมดความสงสัยแล้ว

@เชิงอรรถ :

@๑ ภพ มี ๒ คือ (๑) กรรมภพ ได้แก่ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอเนญชาภิสังขาร (๒) ภพใหม่

@อันมีในปฏิสนธิ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๒๔/๑๓๘)

@๒ ฝั่ง ในที่นี้หมายถึงอมตนิพพาน (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๒๘/๑๕๐)

[๑๐๖๗]

นรชนใดในที่นี้เป็นผู้มีปัญญา จบเวท

สลัดกิเลสเครื่องข้องในภพน้อยภพใหญ่นี้ได้แล้ว

นรชนนั้นเป็นผู้ปราศจากตัณหาแล้ว ไม่มีทุกข์ ไม่มีความหวัง

เรากล่าวว่า นรชนนั้นข้ามพ้นชาติและชราได้แล้ว

เมตตคูมาณวกปัญหาที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. ปุณณกปัญหากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๕. ปารายนวรรคหัวข้อถัดไป๕. โธตกปัญหา