ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. ทุกนิบาต
  12. /
  13. ๕. วรรคที่ ๕
  14. /
  15. ๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา

๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๐๒ · บรรทัด ๖๐๐๘

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาวิสาขปัญจาลปุตตเถรคาถา

คาถาของท่านพระวิสาขปัญจาลบุตรเถระ เริ่มต้นว่า น อุกฺขิเป โน จ ปริกฺขิเป ปเร.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำแล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ทั้งหลาย สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในตระกูลที่ยากจนในปัจจันตคาม ในพุทธกัปต่อแต่นี้ บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่งไปป่าพร้อมกับคนทั้งหลายในปัจจันตคาม ผู้เที่ยวหาผลไม้ เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งในป่านั้น มีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลวัลลิ.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลของพระเจ้ามัณฑลิกะ แคว้นมคธ ในพุทธุปบาทกาลนี้ได้มีนามว่าวิสาขะ ภายหลังปรากฏนามว่าปัญจาลปุตตะ เพราะความเป็นพระโอรสแห่งราชธิดาของพระเจ้าปัญจาละ. เมื่อพระชนกสวรรคตแล้ว เขาก็เสวยราชสมบัติ.

เมื่อพระศาสดาเสด็จมาใกล้วังของพระองค์ ก็ไปสู่สำนักของพระศาสดา ฟังธรรมแล้วได้มีจิตศรัทธา บวชแล้วไปสู่พระนครสาวัตถีกับพระศาสดา เริ่มตั้งวิปัสสนาแล้ว ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ๑-

ในกาลนั้น ชนทั้งปวงชักชวนกันมาสู่ป่า เขาเหล่านั้นแสวงหาผลไม้ ก็หาผลไม้ได้ในกาลนั้น ในป่านั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้สยัมภูผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวายผลวัลลิ.

ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ____________________________ ๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๒/ข้อ ๓๘๘

ก็พระเถระเป็นผู้มีอภิญญา ๖ แล้วได้กลับไปภูมิลำเนาเดิมเพื่ออนุเคราะห์หมู่ญาติ มนุษย์ทั้งหลายในที่นั้นเข้าไปหาพระเถระแล้ว ฟังธรรมตามกาลตามโอกาส.

วันหนึ่งถามพระเถระถึงลักษณะของพระธรรมกถึกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์คุณเท่าไรหนอแล จึงจะเป็นพระธรรมกถึกได้.

พระเถระเมื่อจะบอกลักษณะของพระธรรมกถึกแก่เขาเหล่านั้น ได้กล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า

พระธรรมกถึกประกอบด้วยองค์ดังนี้ คือไม่พึงยกตน ๑

ไม่พึงข่มบุคคลเหล่าอื่น ๑ ไม่พึงกระทบกระทั่งบุคคล

เหล่าอื่น ๑ ไม่กล่าวคุณความดีของตนในที่ชุมนุมชน

เพื่อมุ่งลาภผล ๑ ไม่มีจิตฟุ้งซ่าน กล่าวแต่พอประมาณ

มีวัตร ๑ ภิกษุผู้เป็นธรรมกถึกพึงเป็นผู้มีปกติ เห็นเนื้อ

ความอันสุขุมละเอียด มีปัญญาเฉลียวฉลาด ประพฤติ

อ่อนน้อม มีศีลตามเยี่ยงอย่างของพระพุทธเจ้านั้น พึง

ได้นิพพานไม่ยากเลย ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น อุกฺขิเป ความว่า ไม่พึงยกขึ้นซึ่งตน คือไม่พึงทำการยกตน ด้วยตระกูลมีชาติเป็นต้น และด้วยคุณสมบัติมีพาหุสัจจะเป็นต้น.

บทว่า โน จ ปริกฺขิเป ปเร ความว่า ไม่พึงข่มผู้อื่นคือบุคคลอื่น ด้วยชาติเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแล คือไม่พึงกดผู้อื่นโดยปกปิดคุณ หรือไม่พึงกดผู้อื่นด้วยสามารถแห่งการทำลายคุณความดี.

พึงเชื่อมความอย่างนี้ว่า ไม่พึงกระทบกระทั่งบุคคลเหล่าอื่น คือไม่กระทบกระทั่งบุคคลอื่นด้วยสามารถแห่งการเพ่งโทษ ได้แก่ไม่พึงมองผู้อื่นอย่างเหยียดหยาม. อธิบายว่า น อุกฺขิเป ความก็อย่างนั้นแหละ.

บทว่า ปารคตํ ความว่า ไม่พึงกระทบกระทั่ง คือไม่พึงห้าม ไม่พึงเสียดสี ได้แก่ไม่พึงดูหมิ่นซึ่งพระขีณาสพผู้ถึงฝั่งแห่งวิชชา ดุจถึงฝั่งแห่งสงสาร ผู้มีวิชชา ๓ หรือมีอภิญญา ๖.

บทว่า น จตฺตวณฺณํ ปริสาสุ พฺยาหเร ความว่า ผู้มุ่งลาภสักการะและความสรรเสริญ ไม่พึงกล่าวสรรเสริญคุณของตนในบริษัทของกษัตริย์เป็นต้น.

บทว่า อนุทฺธโต ความว่า เว้นจากความฟุ้งซ่าน. อธิบายว่า พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมไม่ยินดีด้วยคำของผู้ที่ฟุ้งซ่าน.

บทว่า สมฺมิตภาณี ความว่า กล่าวด้วยคำพอประมาณ โดยชอบนั่นเทียว. อธิบายว่า มีปกติกล่าวถ้อยคำที่ประกอบไปด้วยประโยชน์เท่านั้น มีที่อ้างอิง มีที่สุด ตามกาล. ถ้อยคำของผู้ที่กล่าวนอกเหนือไปจากนี้ ย่อมไม่เป็นที่เชื่อถือ.

บทว่า สุพฺพโต ผู้มีวัตรอันงาม คือสมบูรณ์ด้วยศีล. พึงนำบทกิริยาว่า สิยา มาประกอบเข้าด้วย.

พระเถระกล่าวลักษณะของพระธรรมกถึกโดยสังเขปเท่านั้นอย่างนี้แล้ว น้อมใจนึกถึงความที่คุณเหล่านั้นเป็นเหตุให้ตนได้รับความยกย่องนับถือรู้ว่า มหาชนมีความเลื่อมใสจนเกินประมาณ เมื่อจะแสดงความว่า พระนิพพานไม่เป็นคุณอันพระธรรมกถึกผู้มีลักษณะอย่างนี้ อาศัยวิมุตตายตนะแล้วจะพึงได้โดยยาก คือหาได้ง่ายโดยแท้แล จึงกล่าวคาถาที่ ๒ มีอาทิว่า สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา ดังนี้.

ความแห่งคาถาที่สองนั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในหนหลังแล้วทั้งนั้น. จบอรรถกถาวิสาขปัญจาลปุตตเถรคาถา

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๖ ข้อ ๓๐๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. โมฆราชเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๕. วรรคที่ ๕หัวข้อถัดไป๖. จูฬกเถรคาถา