ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๓. ปาริฉัตตกวรรค
  12. /
  13. ๖. ทัททัลลวิมาน

๖. ทัททัลลวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๔ · บรรทัด ๑๑๗๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. ทัททัลลวิมาน

ว่าด้วยวิมานอันรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายสังฆทาน

(ภัทราเทพธิดาผู้พี่สาวถามสุภัทราเทพธิดาซึ่งเป็นน้องสาวว่า)

[๖๑๙]

เธอรุ่งเรืองด้วยรัศมี มีเกียรติยศบริวารยศ

มีรัศมีรุ่งโรจน์เหนือเทพชั้นชาวดาวดึงส์ทั้งปวง

[๖๒๐]

ฉันไม่เคยเห็นเธอ นี้เป็นการเห็นครั้งแรก

เธอมาจากเทวโลกชั้นไหนจึงมาเรียกชื่อของฉันได้ถูก

(สุภัทราเทพธิดาตอบว่า)

[๖๒๑]

พี่ภัทรา ดิฉันชื่อสุภัทรา

เมื่อชาติก่อนครั้งเป็นมนุษย์ได้เป็นน้องสาวของพี่

และยังเป็นภรรยาร่วมสามีเดียวกันกับพี่

[๖๒๒]

ดิฉันละร่างจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว

มาเกิดร่วมกับเหล่าเทพชั้นนิมมานรดี

(ภัทราเทพธิดาถามต่อไปอีกว่า)

[๖๒๓]

น้องสุภัทรา ขอเธอได้บอกถึงการเกิดของตน

ในหมู่เทพชั้นนิมมานรดี

ซึ่งเป็นที่ที่สัตว์ผู้กระทำความดีไว้มากแล้วมาเกิด

[๖๒๔]

เธอถูกสอนมาอย่างไรด้วยเรื่องอะไร หรือว่าใครสั่งสอน

เธอมีบริวารยศได้ด้วยทานและวัตรอันดีงามเช่นไร

[๖๒๕]

เธอได้รับเกียรติยศเช่นนี้ ได้รับสุขไพบูลย์วิเศษเช่นนี้

น้องเทพธิดา พี่ถามแล้ว ขอเธอจงบอก

นี้เป็นผลของกรรมอันใด

(สุภัทราเทพธิดาตอบว่า)

[๖๒๖]

ชาติก่อนดิฉันเลื่อมใส ได้ถวายอาหารบิณฑบาต ๘ ที่

เป็นสังฆทานแด่พระสงฆ์

ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลด้วยมือทั้งสองของตน

[๖๒๗-๖๒๘] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

(ภัทราเทพธิดาได้ถามต่อไปอีกว่า)

[๖๒๙]

พี่เลื่อมใสได้ถวายข้าวน้ำด้วยมือของตน

เลี้ยงดูภิกษุผู้สำรวมอินทรีย์

ประพฤติพรหมจรรย์สม่ำเสมอ

ซึ่งมีจำนวนมากกว่าของเธอให้อิ่มหนำ

[๖๓๐]

พี่ถวายทานมากกว่าเธอ แต่กลับอุบัติในหมู่เทพชั้นต่ำกว่า

ส่วนน้องถวายทานน้อยกว่า แต่ทำไมจึงได้รับสุขไพบูลย์วิเศษเล่า

เทพธิดา พี่ถามแล้ว ขอเธอจงบอก นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า

(สุภัทราเทพธิดาตอบว่า)

[๖๓๑]

ชาติก่อนดิฉันได้พบภิกษุรูปหนึ่ง น่าเจริญใจ

จึงได้นิมนต์ภิกษุรูปนั้น คือพระเรวตะ เป็นรูปที่ ๘ ให้ฉันภัตตาหาร

[๖๓๒]

พระเรวตเถระนั้นมุ่งจะอนุเคราะห์ให้เกิดประโยชน์แก่ดิฉัน

จึงบอกดิฉันให้ถวายสงฆ์ ดิฉันได้ทำตามคำแนะนำของท่าน

[๖๓๓]

ทักษิณาของดิฉันนั้นถวายเป็นสังฆทาน มีผลประมาณมิได้

ส่วนทานของพี่ที่ถวายเป็นรายบุคคลนั้นมีผลไม่มาก

(ภัทราเทพธิดาเมื่อจะรับรองความข้อนั้นจึงกล่าวว่า)

[๖๓๔]

พี่เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ทานที่ถวายเป็นสังฆทานนี้มีผลมาก

พี่นั้น(หาก)ไปเกิดเป็นมนุษย์อีก จักรู้ความประสงค์ของผู้ขอ

ปราศจากความตระหนี่ ไม่ประมาท ถวายสังฆทานบ่อยๆ

(เมื่อสนทนากันแล้ว สุภัทราเทพธิดาก็กลับไปสู่ทิพยวิมานของตนบนสวรรค์ ชั้นนิมมานรดี ท้าวสักกเทวราชได้สดับการสนทนานั้น เมื่อสุภัทราเทพธิดากลับไป แล้วจึงตรัสถามภัทราเทพธิดาว่า)

[๖๓๕]

ภัทรา เทพธิดาผู้มาสนทนาอยู่กับเธอนั้นเป็นใคร

ช่างมีรัศมีรุ่งโรจน์เหนือเหล่าเทพชั้นชาวดาวดึงส์ทั้งหมด

(ภัทราเทพธิดาเมื่อจะบรรยายข้อที่สังฆทานที่น้องสาวถวายว่ามีผลมากจึงทูลว่า)

[๖๓๖]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นจอมเทพ เทพธิดานั้น

เมื่อชาติก่อน ครั้งเป็นมนุษย์อยู่ในภพมนุษย์

ได้เป็นน้องสาวของหม่อมฉัน

และยังเป็นภรรยาร่วมสามีเดียวกันด้วย

เธอทำบุญถวายสังฆทานแล้วจึงรุ่งเรือง

(ท้าวสักกเทวราช เมื่อจะทรงสรรเสริญสังฆทานว่ามีผลมากจึงตรัสว่า)

[๖๓๗]

ภัทรา น้องสาวของเธอรุ่งเรืองกว่าเธอ

เพราะเหตุที่นางได้ถวายสังฆทาน

ซึ่งมีผลประมาณมิได้ไว้ในชาติก่อน

(ภัทราเทพธิดาได้ตอบท้าวสักกะว่า)

[๖๓๘]

อันที่จริง ดิฉันได้ทูลถามพระพุทธเจ้า

ครั้งประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ

ถึงผลแห่งการแจกจ่ายทานว่า

ทานที่ให้ในเนื้อนาบุญใดจึงมีผลมาก

[๖๓๙]

มนุษย์ทั้งหลายผู้หวังบุญให้ทานอยู่

ทำบุญปรารภเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

ให้ทานในเนื้อนาบุญใด จึงมีผลมาก

[๖๔๐]

พระพุทธเจ้าผู้ทรงทราบว่า

สัตว์ทั้งหลายมีผลกรรมเป็นของของตน

ได้ทรงอธิบายให้ดิฉันฟังอย่างชัดเจน

ถึงผลแห่งการแจกจ่ายทานในเนื้อนาบุญ

ที่บุคคลให้แล้วจะได้รับผลมากนั้นว่า

[๖๔๑]

พระอริยบุคคลผู้บรรลุอริยมรรค ๔ และผู้ดำรงอยู่ในอริยผล ๔

นี้คือพระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรง

ดำรงมั่นอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา

[๖๔๒]

มนุษย์ทั้งหลายผู้หวังบุญให้ทานอยู่

ทำบุญปรารภเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

จึงถวายทานแก่สงฆ์ซึ่งมีผลมาก

[๖๔๓]

ด้วยว่า พระสงฆ์นี้มีคุณยิ่งใหญ่ ไพบูลย์

หาประมาณมิได้ ดุจทะเลเปี่ยมด้วยน้ำ

พระอริยบุคคลเหล่านี้แลเป็นผู้ประเสริฐสุด

เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร

เป็นผู้ให้แสงสว่างคือปัญญาแก่ชาวโลก ย่อมยกธรรมกถาขึ้นแสดง

[๖๔๔]

ทานที่บุคคลถวายเจาะจงสงฆ์นั้น ชื่อว่าเป็นทานที่ถวายดีแล้ว

บูชาสักการะอย่างดีแล้ว ทักษิณาที่ถวายสงฆ์นั้นมีผลมาก

ทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ทรงรู้แจ้งโลกก็ทรงสรรเสริญแล้ว

[๖๔๕]

เหล่าชนมาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้เกิดปีติโสมนัส

กำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมทั้งมูลเหตุได้

ท่องเที่ยวไปในโลก ไม่ถูกบัณฑิตติเตียน

จึงเข้าถึงแดนสวรรค์ได้

ทัททัลลวิมานที่ ๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. คุตติลวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๓. ปาริฉัตตกวรรคหัวข้อถัดไป๗. เสสวดีวิมาน