ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. อัฏฐกนิบาต
  12. /
  13. ๑. มหากัจจายนเถรคาถา

๑. มหากัจจายนเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๖๖ · บรรทัด ๖๘๐๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. อัฏฐกนิบาต

๑. มหากัจจายนเถรคาถา

ภาษิตของพระมหากัจจายนเถระ

(พระมหากัจจายนเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)

[๔๙๔]

ภิกษุไม่พึงทำงานก่อสร้างให้มาก ๑-

พึงเว้นห่างหมู่ชน

ไม่พึงขวนขวายเพื่อประจบสกุล

ภิกษุผู้ขวนขวายนั้นชื่อว่าติดในรส

ย่อมละทิ้งประโยชน์ที่จะนำความสุขมาให้

[๔๙๕]

ด้วยว่านักปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น

ได้กล่าวการไหว้และการบูชาในตระกูลทั้งหลายว่า

เป็นเปือกตม เป็นลูกศรอันแหลมคมซึ่งถอนขึ้นได้ยาก

เป็นสักการะที่คนชั่วละได้ยาก

[๔๙๖]

ภิกษุไม่พึงแนะนำให้คนอื่นกระทำกรรมชั่ว

และไม่พึงส้องเสพกรรมชั่วนั้นเสียเอง

เพราะสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

[๔๙๗]

คนเราจะเป็นโจรเพราะคำพูดของผู้อื่นก็หาไม่

จะเป็นมุนีเพราะคำพูดของผู้อื่นก็หาไม่

และบุคคลรู้จักตนเองว่าเป็นอย่างไร

แม้เทพทั้งหลายก็รู้จักเขาว่าเป็นอย่างนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ไม่พึงเริ่มงานก่อสร้างใหม่ ที่ใหญ่ เช่นการสร้างวัดใหม่เป็นต้น ซึ่งขัดต่อการบำเพ็ญสมณธรรม แต่งาน

@ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ซึ่งใช้ความพยายามเล็กน้อย ควรทำแท้ เพื่อปฏิบัติบูชาพระดำรัสของ

@พระศาสดา (ขุ.เถร.อ. ๒/๔๙๔/๑๖๔)

[๔๙๘]

พวกอื่นย่อมไม่รู้ว่า พวกเราย่อยยับอยู่ในโลกนี้

บรรดาชนเหล่านั้น ชนเหล่าใดรู้แจ้งอยู่

ความทะเลาะวิวาทกันย่อมระงับได้จากสำนักของคนเหล่านั้น

[๔๙๙]

ผู้มีปัญญาถึงจะสิ้นทรัพย์ ก็เป็นอยู่ได้

ส่วนคนมีทรัพย์ แต่ไม่มีปัญญา ก็เป็นอยู่ไม่ได้

[๕๐๐]

บุคคลย่อมได้ยินเสียงทุกอย่างด้วยหู

ย่อมเห็นรูปทุกอย่างด้วยตา

ส่วนนักปราชญ์ไม่พึงละทิ้งทุกอย่างที่ได้เห็น ที่ได้ยิน

[๕๐๑]

ผู้เป็นปราชญ์นั้นถึงมีตาดี ก็พึงทำเป็นเหมือนคนตาบอด

ถึงมีหูดี ก็พึงทำเป็นเหมือนคนหูหนวก

ถึงมีปัญญา ก็พึงทำเป็นเหมือนคนใบ้

ถึงมีกำลัง ก็พึงทำเป็นเหมือนคนอ่อนแอ

ครั้นเมื่อประโยชน์เกิดขึ้นแล้ว ถึงจะนอนในเวลาใกล้จะตาย

ก็ยังทำประโยชน์ให้สำเร็จได้

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. สรภังเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖อัฏฐกนิบาตหัวข้อถัดไป๒. สิริมิตตเถรคาถา