ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. ทวาทสกนิบาต
  12. /
  13. ๒. สุนีตเถรคาถา

๒. สุนีตเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๗๙ · บรรทัด ๗๑๔๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. สุนีตเถรคาถา

ภาษิตของพระสุนีตเถระ

(พระสุนีตเถระได้บันลือสีหนาทด้วยคาถาเหล่านี้ว่า)

[๖๒๐]

เราเกิดมาในสกุลต่ำ ซ้ำขัดสน

มีของกินน้อย มีการงานต่ำ

ได้เป็นคนเก็บดอกไม้ที่เหี่ยวแห้งไปทิ้ง

[๖๒๑]

เราถูกคนทั้งหลายเกลียดชัง ดูหมิ่น ข่มขู่

ได้ถ่อมตน ไหว้หมู่ชนเป็นอันมาก

[๖๒๒]

ต่อมา เราได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงมีความเพียรมากซึ่งมีภิกษุสงฆ์แวดล้อม

กำลังเสด็จเข้าไปยังพระนครอันอุดมของชาวมคธ

[๖๒๓]

จึงวางหาบลงแล้ว

เข้าไปถวายบังคมพระองค์ซึ่งเป็นบุคคลผู้สูงสุด

ได้ประทับยืนอยู่เพื่ออนุเคราะห์เรา

[๖๒๔]

ครั้งนั้น เราได้ถวายบังคมพระยุคลบาทพระศาสดา

แล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร

จึงได้ทูลขอบรรพชากับพระองค์ผู้สูงสุดกว่าสรรพสัตว์

[๖๒๕]

ลำดับนั้น พระศาสดาผู้ทรงมีพระกรุณา

อนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งมวล ได้ตรัสกับเราว่า

เธอเป็นภิกษุมาเถิด

พระวาจานั้นได้เป็นการอุปสมบทของเรา

[๖๒๖]

เรานั้นอยู่ในป่าแต่ผู้เดียว ไม่เกียจคร้าน

ได้ทำตามพระโอวาทพระศาสดาผู้ชนะมารทรงสั่งสอนเรามา

[๖๒๗]

ในราตรีปฐมยาม เราระลึกชาติก่อนได้

ในมัชฌิมยาม ได้ชำระทิพยจักษุให้สะอาดแล้ว

ในปัจฉิมยาม ได้ทำลายกองแห่งความมืดคืออวิชชาแล้ว

[๖๒๘]

ต่อเมื่อราตรีสิ้นไป

ดวงอาทิตย์ขึ้นไปจนตก

พระอินทร์และท้าวมหาพรหมพากันมาประณมอัญชลี

นอบน้อมเราพร้อมกับกล่าวว่า

[๖๒๙]

ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษอาชาไนย

ขอความนอบน้อมจงมีแด่ท่าน

ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษสูงสุด

ขอความนอบน้อมจงมีแด่ท่าน

ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านสิ้นอาสวะแล้วเป็นผู้ควรแก่ทักษิณา

[๖๓๐]

ลำดับนั้น พระศาสดาได้ทรงเห็นซึ่งหมู่เทวดาแวดล้อมอยู่

จึงทรงแย้ม แล้วได้ตรัสเนื้อความนี้ว่า

[๖๓๑]

บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะคุณธรรมนี้ คือ

ตบะ พรหมจรรย์ ความสำรวม และความฝึกฝน

ตบะเป็นต้นนี้จัดเป็นพราหมณ์ชั้นสูงสุด

ทวาทสกนิบาต จบ

รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ ๒ รูป คือ

พระเถระ ๒ รูปนี้มีฤทธิ์มาก คือ

๑. พระสีลวเถระ ๒. พระสุนีตเถระ

ในทวาทสกนิบาตมี ๒๔ คาถา ฉะนี้แล

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. สีลวเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖ทวาทสกนิบาตหัวข้อถัดไปโสณโกฬิวิสเถรคาถา