ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. โสฬสกนิบาต
  12. /
  13. ๑. อัญญโกณฑัญญเถรคาถา

๑. อัญญโกณฑัญญเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๘๓ · บรรทัด ๗๒๗๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๕. โสฬสกนิบาต

๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา

ภาษิตของพระอัญญาโกณฑัญญเถระ

(ท้าวสักกเทวราชตรัสภาษิตที่ ๑ ว่า)

[๖๗๓]

ข้าพเจ้านี้สดับธรรมซึ่งมีอรรถรสมาก จึงเลื่อมใสอย่างยิ่ง

ธรรมที่คลายกำหนัดพอใจ เพราะไม่ยึดมั่นโดยสิ้นเชิง

พระคุณท่านแสดงไว้แล้ว

(พระอัญญาโกณฑัญญเถระได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๖๗๔]

อารมณ์ที่วิจิตรในโลกมากมาย

เห็นจะย่ำยีคนที่ยังมีความดำริถึงอารมณ์ ว่างาม

ซึ่งประกอบด้วยราคะในพื้นปฐพีนี้

[๖๗๕]

เมื่อฝนห่าใหญ่ตกลงมาช่วยระงับฝุ่นธุลีที่ลมพัดให้ฟุ้งขึ้นได้ ฉันใด

เมื่อใดพระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญา

เมื่อนั้น ความดำริผิดย่อมระงับไปได้ ฉันนั้น

[๖๗๖]

เมื่อใด พระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า

สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง

เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

[๖๗๗]

เมื่อใด พระอริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า

สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์

เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

[๖๗๘]

เมื่อใด พระอริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า

ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา

เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

[๖๗๙]

อัญญาโกณฑัญญเถระผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า

ได้มีความบากบั่นอย่างแรงกล้า ละความเกิดและความตายได้

บำเพ็ญมัคคพรหมจรรย์อย่างบริบูรณ์สิ้นเชิง

[๖๘๐]

ตัดบ่วงคือโอฆะ ๑- ตะปูตรึงใจ ๒- อย่างมั่นคง

และทำลายภูเขาที่ทำลายได้ยากแล้ว

ข้ามไปถึงฝั่งคือนิพพาน มีปกติเข้าฌาน

พ้นจากเครื่องผูกคือกิเลสมารได้แล้ว

[๖๘๑]

ภิกษุที่ยังมีจิตฟุ้งซ่าน กลับกลอก

คบหาแต่มิตรชั่ว ถูกคลื่น(คือความผูกโกรธ)ซัดไป

จมในห้วงน้ำใหญ่คือสงสาร

[๖๘๒]

ส่วนภิกษุที่มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกลอก มีปัญญารักษาตน

สำรวมอินทรีย์ คบหาแต่มิตรดี

เป็นนักปราชญ์ พึงทำความสิ้นทุกข์ได้

[๖๘๓]

นรชนผู้รู้ประมาณในข้าวและน้ำย่อมซูบผอม

มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นคล้ายเถาหญ้านาง แต่มีใจไม่ย่อท้อ

[๖๘๔]

ถูกฝูงเหลือบและยุงกัดในป่าใหญ่

พึงเป็นผู้มีสติอดกลั้นในอันตรายนั้น เหมือนช้างในสงคราม

[๖๘๕]

อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่

แต่รอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างทำการงานคอยค่าจ้าง

[๖๘๖]

อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่

แต่อาตมามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันควร

@เชิงอรรถ :

@๑ ห้วงน้ำ ๔ อย่าง คือ (๑) กาโมฆะ ห้วงน้ำคือกาม (๒) ภโวฆะ ห้วงน้ำคือภพ (๓) ทิฏโฐฆะ ห้วงน้ำคือ

@ทิฏฐิ (๔) อวิชโชฆะ ห้วงน้ำคืออวิชชา (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๓)

@๒ ตะปูตรึงใจมี ๕ อย่าง คือ (๑) ความสงสัยในพระศาสดา (๒) ในพระธรรม (๓) ในพระสงฆ์

@(๔) ในการศึกษา (๕) โกรธไม่พอใจในเพื่อนพรหมจรรย์ (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๔)

[๖๘๗]

อาตมาปรนนิบัติพระศาสดา

ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

ปลงภาระที่หนักเสียได้ ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว

[๖๘๘]

อาตมาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นอาตมาได้บรรลุแล้ว

จะมีประโยชน์อะไรด้วยสัทธิวิหาริกผู้ว่ายากสำหรับอาตมา

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. โคทัตตเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖โสฬสกนิบาตหัวข้อถัดไป๒. อุทายีเถรคาถา