ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. วีสตินิบาต
  12. /
  13. ๖. เสลเถรคาถา

๖. เสลเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๙๐ · บรรทัด ๗๖๔๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. เสลเถรคาถา

ภาษิตของพระเสลเถระ

(พระเสลเถระ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ ได้สดุดีพระผู้มีพระภาคด้วยภาษิต ๖ ภาษิตว่า)

[๘๑๘]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์เสด็จอุบัติมาดีแล้ว

ทรงมีพระวิริยภาพ มีพระวรกายสมบูรณ์

มีพระรัศมีที่ซ่านออกจากพระวรกายงดงาม

สวยงามน่าทัศนายิ่งนัก

พระฉวีวรรณเปล่งปลั่งดังทองคำ พระเขี้ยวแก้วทั้งซ้ายขวาก็สุกใส

[๘๑๙]

เพราะพระลักษณะแห่งมหาบุรุษ

ที่มีปรากฏแก่มหาบุรุษนั้น

ย่อมมีปรากฏในพระวรกายของพระองค์อย่างครบถ้วน

[๘๒๐]

พระองค์มีพระเนตรแจ่มใส พระพักตร์ผุดผ่อง

พระวรกายสูงใหญ่ตรง

มีพระเดช ทรงรุ่งเรืองท่ามกลางหมู่สมณะ

เหมือนดวงอาทิตย์รุ่งเรืองอยู่

[๘๒๑]

พระองค์เป็นภิกษุ มีพระคุณสมบัติงดงามน่าชม

มีพระฉวีวรรณ ผุดผ่องดังทองคำ

พระองค์ทรงมีวรรณสูงส่งถึงเพียงนี้ จะเป็นสมณะไปทำไม

[๘๒๒]

พระองค์ควรเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ที่องอาจในหมู่พลรถ

ทรงปราบปรามไพรีชนะ ทรงเป็นใหญ่ในภาคพื้นชมพูทวีป

ซึ่งมีสมุทรสาครทั้งสี่เป็นขอบเขต

[๘๒๓]

ข้าแต่พระโคดม ขอเชิญพระองค์ขึ้นครองราชย์

เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมมนุษย์ตามพระราชประเพณี

ที่กษัตราธิราชโดยพระชาติได้เสวยราชย์

มีหมู่เสวกามาตย์เสด็จตามพระองค์เถิด

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า)

[๘๒๔]

เสลพราหมณ์ เราเป็นพระราชาอยู่แล้ว

คือเป็นพระธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม

ยังธรรมจักรที่ไม่มีใครๆ หมุนไปได้ ให้หมุนไปได้

(พระเสลเถระครั้งเป็นคฤหัสถ์ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๘๒๕]

ข้าแต่พระโคดม พระองค์ทรงปฏิญาณว่า

เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม

ทั้งยังตรัสยืนยันว่า ยังธรรมจักรให้เป็นไป

[๘๒๖]

ใครหนอเป็นเสนาบดีของพระองค์ผู้เจริญ

เป็นสาวกผู้ประพฤติตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ผู้เป็นศาสดา

ใครจะช่วยประกาศธรรมจักรที่พระองค์ทรงให้เป็นไปแล้วนี้ได้

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า)

[๘๒๗]

เสลพราหมณ์เอ๋ย สารีบุตรผู้เกิดตามตถาคต

จะช่วยประกาศธรรมจักรที่ยอดเยี่ยมซึ่งเราให้เป็นไปไว้แล้ว

[๘๒๘]

พราหมณ์ เราได้รู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง

ได้เจริญธรรมที่ควรให้เจริญ ได้ละธรรมที่ควรละได้แล้ว

เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า

[๘๒๙]

พราหมณ์ ท่านจงกำจัดความเคลือบแคลงสงสัยในเราเสีย

จงน้อมใจเชื่อเราเสียเถิด

เพราะว่าการพบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย

[๘๓๐]

ผู้จะปรากฏเนืองๆ ในโลก

ย่อมเป็นการหาได้ยาก

พราหมณ์ เรานั้น เป็นพุทธเจ้า

เป็นหมอผ่าตัดลูกศรคือกิเลสมีราคะเป็นต้นชั้นเยี่ยม

[๘๓๑]

เป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้เปรียบเทียบ

ย่ำยีมารและเสนามาร

ทำมารทั้งหมดซึ่งไม่ใช่มิตรไว้ในอำนาจ

ไม่มีภัยแต่ที่ไหนเบิกบานอยู่

(พระเสลเถระ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ กราบทูลด้วย ๓ คาถาว่า)

[๘๓๒]

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระองค์

จงทรงใคร่ครวญคำของข้าพระองค์นี้

เหมือนอย่างที่พระตถาคตผู้มีพระจักษุ

เป็นหมอผ่าตัดลูกศรคือกิเลสมีราคะเป็นต้น

เป็นมหาวีระ ตรัสไว้ดังราชสีห์บันลือในป่า

[๘๓๓]

ใครได้เห็นพระองค์ผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้เปรียบเทียบ

ย่ำยีมารและเสนามาร

จะไม่พึงเลื่อมใสเล่า

ถึงคนที่เกิดในตระกูลต่ำก็ยังเลื่อมใส

[๘๓๔]

ผู้ปรารถนาจะตามฉัน ก็เชิญมา

หรือผู้ไม่ปรารถนา ก็เชิญกลับไป

ฉันจะบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า

ผู้มีพระปัญญาประเสริฐนี้

(มาณพทั้งหลายซึ่งเป็นอันเตวาสิก ๓๐๐ คน ได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)

[๘๓๕]

ถ้าท่านอาจารย์ผู้เจริญชอบใจคำสอน

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้

แม้พวกเราก็จะบวชในสำนัก

ของพระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาประเสริฐ

(พระเสลเถระ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ดีใจ ได้กราบทูลด้วยภาษิตว่า)

[๘๓๖]

พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้ พากันประนมมือ ทูลขอบรรพชาว่า

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ทั้งหลาย

จะประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระองค์

(พระผู้มีพระภาค ให้พราหมณ์ทั้งหมดบวชแล้ว ตรัสพระพุทธภาษิตว่า)

[๘๓๗]

เสละ พรหมจรรย์เรากล่าวไว้ดีแล้ว

ผู้บรรลุจะเห็นได้เอง ให้ผลไม่จำกัดกาล

ในศาสนาที่มีการบรรพชาไม่ไร้ผล

เมื่อคนที่ไม่ประมาทหมั่นศึกษาอยู่

(พระเสลเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัต ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๘๓๘]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ

เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายได้ถึงสรณคมน์นั้นในวันที่ ๘ แต่นี้ ฉะนั้น

ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงได้ใช้เวลาฝึกอินทรีย์

ในพระศาสนาของพระองค์มาเป็นเวลา ๗ วัน

[๘๓๙]

พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า

เป็นศาสดา เป็นจอมปราชญ์ ทรงครอบงำมารได้

ทรงตัดอนุสัยกิเลสได้ ทรงข้ามห้วงน้ำใหญ่คือสงสารได้แล้ว

จึงทรงยังหมู่สัตว์นี้ให้ข้ามได้ด้วย

[๘๔๐]

พระองค์ทรงล่วงอุปธิกิเลสได้พ้น ทำลายอาสวะแล้ว

ไม่มีความยึดมั่น ละความหวาดกลัวภัยได้

เหมือนราชสีห์ ไม่กลัวต่อหมู่เนื้อ

[๘๔๑]

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแกล้วกล้า

ภิกษุทั้ง ๓๐๐ รูปนี้ ยืนประนมมืออยู่

ขอพระองค์ทรงเหยียดพระยุคลบาทเถิด

ภิกษุทั้งหลาย จะได้ถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นศาสดา

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖วีสตินิบาตหัวข้อถัดไป๗. ภัททิยกาลิโคธาปุตตเถรคาถา