ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีคาถา
  10. /
  11. ฉักกนิบาต
  12. /
  13. ๒. วาสิฏฐีเถรีคาถา

๒. วาสิฏฐีเถรีคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๔๕๒ · บรรทัด ๙๒๙๗

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๒. อรรถกถาวาเสฏฐีเถรีคาถา #- #- บาลีเป็น วาสิฏฐีเถรีคาถา

คาถาว่า ปุตฺตโสเกนหํ อฏฺฏา ดังนี้เป็นต้นเป็นคาถาของพระวาเสฏฐีเถรี.

พระเถรีแม้รูปนี้ก็บำเพ็ญบารมีในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้นๆ มีธรรมเครื่องปรุงแต่งวิโมกข์ที่รวบรวมมาโดยลำดับ เที่ยวเวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ก็ไปบังเกิดในเรือนแห่งตระกูลกรุงเวสาลี เจริญวัยแล้ว มารดาบิดาก็ยกให้กุลบุตรผู้มีชาติเสมอกัน มีสามีแล้วก็อยู่ด้วยกันเป็นสุขกับสามีนั้น ได้บุตรคนหนึ่ง เมื่อบุตรนั้นตาย ในเวลาที่วิ่งเล่นได้ ถูกความเศร้าโศกถึงบุตรบีบคั้น ก็กลายเป็นบ้า.

เมื่อหมู่ญาติและสามีช่วยกันเยียวยาแก้ไขก็หนีไป เมื่อคนเหล่านั้นไม่รู้ หมุนออกไปเพราะความบ้าแล้วถึงมิถิลานครแล้ว ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงฝึก รักษาพระองค์แล้วสำรวมอินทรีย์ กำลังเสด็จไปในระหว่างถนนในมิถิลานครนั้น ครั้นเห็นแล้วก็หายบ้า ได้ปกติจิตพร้อมกับการเห็น เพราะพุทธานุภาพ

ครั้งนั้น พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่นางโดยย่อ นางได้ฟังธรรมนั้นแล้วกลับได้ความสังเวช ทูลขอบวชกะพระศาสดา ได้บวชในภิกษุณีทั้งหลายตามพระดำรัสสั่งของพระศาสดา ทำกิจเบื้องต้นแล้ว ก็ได้เริ่มวิปัสสนา พากเพียรพยายามอยู่ไม่นานนัก ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะมีญาณแก่กล้า พิจารณาการปฏิบัติของตนแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า

ข้าพเจ้าถูกความเศร้าโศกถึงบุตรบีบคั้น มีจิต

ฟุ้งซ่านหมดความรู้สึก เปลือยกายสยายผม เที่ยวซม

ซานไปตามที่ต่างๆ

ข้าพเจ้าได้เที่ยวไปในถนน กองหยากเยื่อ ใน

ป่าช้าในตรอกใหญ่และตรอกน้อย อดๆ อยากๆ ตลอด

สามปี ภายหลังได้พบพระสุคตผู้ฝึกบุคคลที่ยังไม่ได้ฝึก

ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง หาภัยแต่ที่ไหนมิได้ กำลังเสด็จ

ไปสู่กรุงมิถิลา กลับได้สติแล้ว เข้าไปถวายบังคม

พระโคดมพระองค์นั้นได้ทรงแสดงธรรมโปรด

ข้าพเจ้าด้วยพระกรุณา ข้าพเจ้าฟังธรรมของพระองค์

แล้ว ออกบวชไม่มีเรือน เพียรพยายามในคำสอนของ

พระศาสดา ได้ทำให้แจ้งซึ่งบทธรรมอันรุ่งเรืองเกษม.

ข้าพเจ้าถอนและละความโศกอันมีอรหัตเป็นที่

สุด ได้หมดแล้ว เพราะข้าพเจ้ากำหนดรู้วัตถุที่ตั้งเหตุ

เกิดแห่งความโศกทั้งหลายได้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อฏฺฏา แปลว่า บีบคั้น.

อนึ่ง พระบาลีก็เช่นนี้แล. อธิบายว่า บีบคั้น เบียดเบียน.

บทว่า ขิตฺตจิตฺตา ได้แก่ มีหทัยฟุ้งซ่านเพราะความบ้าเกิดจากความโศก ถัดจากนั้น ชื่อว่าหมดความรู้สึก เพราะปราศจากความรู้สึกตามปกติ. ชื่อว่าเปลือยกาย เพราะปราศจากผ้านุ่งห่ม เหตุไม่มีหิริและโอตตัปปะ. ชื่อว่าสยายผม เพราะมีผมไม่ได้สางเลย.

บทว่า เตน เตน ความว่า เราได้เที่ยวไปจากบ้านสู่บ้านจากเมืองสู่เมือง จากถนนสู่ถนน.

ศัพท์ว่า อถ แปลว่า ภายหลัง ได้แก่ เวลาสิ้นกรรมที่ทำให้เป็นบ้า.

บทว่า สุคตํ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ชื่อว่าพระสุคต เพราะทรงพระดำเนินงาม เพราะเสด็จไปสู่สถานที่ดี เพราะตรัสโดยชอบ และเพราะเสด็จไปโดยชอบ.

บทว่า มิถิลํ ปติ ความว่า กำลังเสด็จมุ่งสู่มิถิลา คือกรุงมิถิลา.

บทว่า สจิตฺตํ ปฏิลทฺธาน ได้แก่ ละความบ้ากลับได้ปกติจิตของตน เพราะพุทธานุภาพ.

บทว่า ยุญฺชนฺตี สตฺถุ วจเน ได้แก่ ทำความเพียร คือตามประกอบภาวนาในคำสอนของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า.

บทว่า สจฺฉากาสึ ปทํ สิวํ ความว่า ได้ทำให้แจ้งซึ่งบทคือพระนิพพานธรรมอันรุ่งเรืองเกษมไม่ถูกโยคะ ๔ เบียดเบียน.

บทว่า เอตทนฺติกา ความว่า ความโศกทั้งหลาย ชื่อว่าเอตทันติกะ เพราะมีพระอรหัตที่ข้าพเจ้าบรรลุในบัดนี้เป็นที่สุดเป็นปริโยสาน.

อธิบายว่า บัดนี้ เหตุเกิดแห่งความโศกเหล่านั้นไม่มี.

บทว่า ยโต โสกาน สมฺภโว ประกอบความว่า เพราะเหตุที่ข้าพเจ้ากำหนดรู้เหตุเกิดแห่งความโศกมีลักษณะไหม้เกรียมอยู่ภายใน วัตถุกล่าวคืออุปาทานขันธ์ ๕ ที่ตั้งแห่งความโศกเหล่านั้น ด้วยญาตปริญญากำหนดรู้ด้วยการรู้ ตีรณปริญญากำหนดรู้ด้วยการพิจารณา ปหานปริญญากำหนดรู้ด้วยการละ เพราะฉะนั้น ความโศกจึงมีอรหัตผลนั้นเป็นที่สุด. จบอรรถกถาวาเสฏฐีเถรีคาถาที่ ๒

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๖ ข้อ ๔๕๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. ปัญจสตาปฏาจาราเถรีคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖ฉักกนิบาตหัวข้อถัดไป๓. เขมาเถรีคาถา