ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีคาถา
  10. /
  11. วีสตินิบาต
  12. /
  13. ๑. อัมพปาลีเถรีคาถา

๑. อัมพปาลีเถรีคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๔๖๗ · บรรทัด ๙๖๐๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๓. วีสตินิบาต

๑. อัมพปาลีเถรีคาถา

ภาษิตของพระอัมพปาลีเถรี

(พระอัมพปาลีเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๒๕๒]

เมื่อก่อน ผมของเรามีสีดำเหมือนสีแมลงภู่

มีปลายผมงอน เดี๋ยวนี้ ผมเหล่านั้น

กลายสภาพเป็นเหมือนป่านและปอเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๕๓]

เมื่อก่อน มวยผมของเราเต็มด้วยดอกไม้หอมกรุ่น

เหมือนผอบที่อบกลิ่น

เดี๋ยวนี้ ผมนั้นมีกลิ่นเหมือนขนกระต่ายเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๕๔]

เมื่อก่อน ผมของเราดกงาม

มีปลายผมรวบไว้ด้วยหวีและปิ่นปักผม

เหมือนป่าไม้ทึบ ที่ปลูกไว้เป็นระเบียบ งามสะพรั่ง

เดี๋ยวนี้ ผมนั้นบางลงๆ ทั่วศีรษะเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๕๕]

เมื่อก่อน ผมของเราตกแต่งด้วยช้องผม

ประดับด้วยปิ่นทองคำอันละเอียดมีกลิ่นหอม งดงาม

เดี๋ยวนี้ ผมนั้นล้านเลี่ยนทั้งศีรษะ

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๕๖]

เมื่อก่อน คิ้วของเรา สวยงามนัก

คล้ายรอยเขียนที่จิตรกรบรรจงเขียนไว้

เดี๋ยวนี้คิ้วนั้นมีรอยย่นห้อยลงเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๕๗]

เมื่อก่อน ดวงตาทั้งคู่ของเราดำขลับ

กลมโต มีประกายงาม คล้ายแก้วมณี

เดี๋ยวนี้ ถูกชราทำลายเสียแล้ว จึงไม่งาม

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๕๘]

เมื่อก่อน เวลายังรุ่นสาว จมูกของเราโด่ง งาม

เหมือนเกลียวหรดาลที่ปั้นวางไว้

เดี๋ยวนี้เหี่ยวแฟบเหมือนจะจมลงไปเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๕๙]

เมื่อก่อน ใบหูทั้งสองของเราสวยงามนัก

เหมือนกำไลแขนที่ช่างทำอย่างประณีต เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เดี๋ยวนี้กลับมีรอยย่นห้อยลงเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๐]

เมื่อก่อน ฟันของเราสวยงามนัก

เหมือนสีหน่อตูมของต้นกล้วย

เดี๋ยวนี้ กลับหัก มีสีเหลืองปนแดงเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๑]

เมื่อก่อน เราพูดเสียงไพเราะ เหมือนนกดุเหว่า

ที่เที่ยวไปในไพรสณฑ์ ส่งเสียงไพเราะอยู่ในป่าใหญ่

เดี๋ยวนี้คำพูดของเราพลาดไป ทุกๆ คำเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๒]

เมื่อก่อน คอของเราสวยงามนัก

กลมเกลี้ยงเหมือนสังข์ทองขัดเกลาดีแล้ว

เดี๋ยวนี้ กลายเป็นงุ้มค่อมลงเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่วามจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๓]

เมื่อก่อน แขนทั้งสองของเราสวยงามนัก

เหมือนไม้กลอนกลมกลึง

เดี๋ยวนี้ กลายเป็นลีบ เหมือนกิ่งแคคดเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๔]

เมื่อก่อน มือทั้งสองของเราสวยงามนัก

ประดับด้วยแหวนทองงามระยับ

เดี๋ยวนี้ กลายเป็นเหมือนเหง้ามันเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๕]

เมื่อก่อน ถันทั้งสองของเราเต่งตึงกลมกลึง

ตั้งประชิดกัน ทั้งงอนสล้างสวยงามนัก

เดี๋ยวนี้ กลายเป็นหย่อนยานเหมือนถุงหนังไม่มีน้ำเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๖]

เมื่อก่อน ร่างกายของเราเกลี้ยงเกลาสวยงามนัก

เหมือนอย่างแผ่นทองคำที่ขัดดีแล้ว

เดี๋ยวนี้ ดื่นไปด้วยรอยเหี่ยวย่นอันละเอียดเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๗]

เมื่อก่อน ขาอ่อนทั้งสองของเราสวยงามนัก

เปรียบเหมือนงวงช้าง

เดี๋ยวนี้ เป็นปมเป็นปุ่ม เหมือนข้อไม้ไผ่เพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๘]

เมื่อก่อน แข้งทั้งสองของเรา ประดับด้วยกำไลทอง

เกลี้ยงเกลาสวยงามนัก

เดี๋ยวนี้ กลับเหี่ยวแห้งเหมือนต้นงาแห้งเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๖๙]

เมื่อก่อน เท้าทั้งสองของเราสวยงามนัก

เปรียบเหมือนรองเท้ายัดปุยนุ่น

เดี๋ยวนี้ แตกเป็นริ้วรอยเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

[๒๗๐]

เดี๋ยวนี้ ร่างกายนี้เป็นเช่นนี้ คร่ำคร่าเพราะชรา

เป็นแหล่งที่อยู่แห่งทุกข์เป็นอันมาก

ปราศจากเครื่องลูบไล้ เป็นดุจเรือนอันคร่ำคร่า

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง

เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าปุณณิกาเถรีคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖วีสตินิบาตหัวข้อถัดไป๒. โรหิณีเถรีคาถา