ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๔. มัญชิฏฐกวรรค
  12. /
  13. ๑๐. อุจฉุวิมาน

๑๐. อุจฉุวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๔๘ · บรรทัด ๑๖๗๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. อุจฉุวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายท่อนอ้อย

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

[๘๐๘]

เธอมีสิริ มีรัศมีกาย มีบริวารยศและมีเดช

เปล่งรัศมีส่องทั่วแผ่นดินพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสว

รุ่งเรืองดังพระจันทร์และพระอาทิตย์ และดังท้าวมหาพรหม

เปล่งรัศมีงามล้ำกว่าทวยเทพชาวไตรทศ พร้อมทั้งพระอินทร์

[๘๐๙]

อาตมาขอถามเธอ เทพธิดาผู้เลอโฉม ประดับมาลัยดอกอุบล

มีมาลัยแก้วประดับเทริด มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ

ประดับประดาอาภรณ์อย่างสวยงาม ทรงพัสตราภรณ์ชั้นเลิศ

เธอเป็นใครมาไหว้อาตมา

[๘๑๐]

ชาติก่อนเธอเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำกรรมอะไรมาก่อน

ได้สั่งสมทานไว้ดี หรือว่ารักษาศีลไว้ดี

เกิดในสวรรค์ มีบริวารยศ เพราะกรรมอะไร

เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า

นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า

(เทพธิดานั้นตอบว่า)

[๘๑๑]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อไม่นานมานี้ พระเถระรูปหนึ่ง

เข้ามาบิณฑบาตยังเรือนของดิฉันในหมู่บ้านนี้แหละ

จากนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ

จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่ท่าน

[๘๑๒]

แต่ต่อมาภายหลัง แม่ผัวซักถามดิฉันว่า

แม่ตัวดี แกเอาอ้อยไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะ

ดิฉันจึงตอบว่า ไม่ได้ทิ้งและก็ไม่ได้กิน

แต่ดิฉันได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบระงับไปแล้ว

[๘๑๓]

ทันใดนั้น แม่ผัวนั้นได้ด่าดิฉันว่า

นี่แกหรือฉันเป็นใหญ่กันแน่

ว่าแล้วก็คว้าก้อนดินทุ่มดิฉัน

ดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นแล้วก็มาเกิดเป็นเทพธิดา

[๘๑๔]

ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้

ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้

ได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่

ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ

[๘๑๕]

ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้

ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้

มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา

เพียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณ ๕

[๘๑๖]

ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย

บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยให้ผลมาก

ดิฉันจึงได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่

ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ

[๘๑๗]

ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย

บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยมีอานุภาพมาก

ดิฉันจึงมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง

มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา

ดังท้าวสหัสสนัยน์ในนันทวัน

[๘๑๘]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเข้าไปหาพระคุณเจ้า

ผู้อนุเคราะห์ซึ่งมีปัญญาแล้ว

กราบไหว้และถามถึงความไม่มีโรค จากนั้นก็มีจิตเลื่อมใส

เกิดปีติสุดประมาณ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า

อุจฉุวิมานที่ ๑๐ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. ปีตวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๔. มัญชิฏฐกวรรคหัวข้อถัดไป๑๑. วันทนวิมาน