ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๕. มหารถวรรค
  12. /
  13. ๑๓. จูฬรถวิมาน

๑๓. จูฬรถวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๖๓ · บรรทัด ๒๑๔๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๓. จูฬรถวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่มีรถทิพย์คันเล็กเป็นพาหนะเกิดขึ้นแก่สุชาตกุมาร

(พระมหากัจจายนเถระทูลถามสุชาตกุมารว่า)

[๙๘๑]

นายขมังธนู ท่านยืนลดธนูไม้แก่นอันยอดเยี่ยมอยู่

ท่านเป็นกษัตริย์หรือราชกุมาร หรือเป็นพรานป่า

(สุชาตกุมารตรัสตอบว่า)

[๙๘๒]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นราชโอรสของพระเจ้าอัสสกะ

เที่ยวไปในป่า ภิกษุ ข้าพเจ้าขอบอกนามแก่ท่าน

ชนทั้งหลายรู้จักข้าพเจ้าว่า สุชาตะ

[๙๘๓]

ข้าพเจ้าเที่ยวลัดเลาะไปยังป่าใหญ่ เสาะหาหมู่เนื้อ

ไม่ทันได้เห็นเนื้อนั้นเลย แต่มาพบท่านเข้า จึงได้หยุดยืนอยู่

(พระมหากัจจายนเถระทูลว่า)

[๙๘๔]

พระองค์ผู้มีบุญมาก พระองค์เสด็จมาดีแล้ว ทั้งมิได้เสด็จมาร้าย

ขอเชิญพระองค์ทรงตักน้ำจากภาชนะนี้ล้างพระบาทของพระองค์เถิด

[๙๘๕]

นี้น้ำเย็นน่าดื่มนำมาจากซอกเขา

พระราชโอรส ขอเชิญพระองค์เสวยน้ำจากภาชนะนั้นแล้ว

โปรดเสด็จเข้าไปประทับนั่งบนพื้นที่ปูลาดไว้แล้ว

(สุชาตกุมารตรัสว่า)

[๙๘๖]

พระมหามุนี วาจาของท่านงามจริงหนอ

น่าฟัง ไม่มีโทษ มีแต่ประโยชน์ ไพเราะ

ท่านมีปัญญากล่าวแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

[๙๘๗]

ท่านยินดีอะไรจึงอยู่แต่ในป่า

พระฤๅษีผู้องอาจ ข้าพเจ้าถามแล้ว ท่านโปรดบอกด้วยเถิด

ข้าพเจ้าพิจารณาถ้อยคำของท่านแล้วจะประพฤติอย่างสม่ำเสมอ

ตามครรลองแห่งธรรมอันนำมาซึ่งประโยชน์

(พระมหากัจจายนเถระทูลว่า)

[๙๘๘]

พระราชกุมาร อาตมภาพชอบการไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง

การงดเว้นจากการลักขโมย การประพฤติผิดประเวณี

และการดื่มน้ำเมา

[๙๘๙]

ความงดเว้น ความประพฤติชอบ

ความเป็นพหูสูต ความกตัญญู

ธรรมเหล่านี้เป็นธรรมอันกุลบุตรพึงหวังในปัจจุบัน

อันวิญญูชนพึงสรรเสริญแท้

[๙๙๐]

พระราชโอรส พระองค์ทรงทราบเถิดว่า พระองค์ใกล้สวรรคต

เหลืออีกไม่ถึง ๕ เดือน โปรดรีบเปลื้องตนเสียเถิด

(พระราชกุมารตรัสถามว่า)

[๙๙๑]

ข้าพเจ้านั้นพึงไปชนบทไหน ทำการงานอะไร

และทำหน้าที่ของบุรุษอย่างไร หรือใช้วิชาอะไร จึงจะไม่แก่ไม่ตาย

(พระมหากัจจายนเถระทูลว่า)

[๙๙๒]

พระราชโอรส ไม่มีสถานที่ที่สัตว์ไปแล้วไม่พึงแก่ไม่พึงตาย

ทั้งการงาน วิชา และหน้าที่ของบุรุษ

ที่สัตว์ทำแล้วจะไม่พึงแก่ไม่พึงตาย ก็ไม่มี

[๙๙๓]

แม้ชนทั้งหลายที่มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก

ถึงจะเป็นกษัตริย์ผู้ครองแว่นแคว้น

มีทรัพย์และธัญญาหารมากมาย

จะไม่แก่ไม่ตาย ก็ไม่มีเลย

[๙๙๔]

ถึงท่านผู้เป็นบุตรของชาวอันธกเวณฑุ ผู้ได้ศึกษาแล้ว

มีความสามารถแกล้วกล้าประหารข้าศึกได้

แม้ท่านเหล่านั้นซึ่งเสมอด้วยสิ่งที่ยั่งยืน

ก็ต้องถึงความสิ้นอายุสลายไป

[๙๙๕]

แม้เหล่าชนที่เป็นกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์

ศูทร จัณฑาล ปุกกุสะ และชนประเภทอื่น

โดยชาติกำเนิดซึ่งจะไม่แก่ไม่ตายไม่มี

[๙๙๖]

แม้เหล่าชนผู้ร่ายมนตร์พรหมจินดามีองค์ ๖ ๑-

และเหล่าชนที่ใช้วิชาอื่นๆ จะไม่แก่ไม่ตาย ก็ไม่มี

[๙๙๗]

อนึ่ง แม้ฤๅษีทั้งหลายผู้สงบ สำรวมตน บำเพ็ญตบะ

ก็ยังต้องละทิ้งร่างกายไปตามกาลอันสมควร

@เชิงอรรถ :

@๑ มนตร์พรหมจินดามีองค์ ๖ คือ ๑. กัปปะ (ว่าด้วยวิธีเกี่ยวกับการบูชายัญ) ๒. พยากรณ์ (แสดงการแยกปกติ)

@๓. นิรุตติ (แสดงรูปศัพท์ เติมปัจจัย) ๔. สิกขา (แสดงฐานกรณ์ และปตยนะของอักษร) ๕. ฉันโทวิจิติ

@(แสดงลักษณะของฉันท์) ๖. โชติสัตถะ (แสดงลักษณะของดวงดาวที่บ่งถึงความเจริญหรือความเสื่อมของ

@มนุษย์) (ขุ.วิ.อ. ๙๙๖/๓๐๙) เทียบ เวทางคศาสตร์ของพราหมณ์ มี ๖ อย่าง คือ ๑. ศึกษาวิธีออกเสียง

@คำในพระเวทให้ถูกต้อง ๒. ไวยากรณ์ ๓. ฉันท์ ๔. เชยติส คือดาราศาสตร์ ๕. นิรุกติ คือกำเนิดของคำ

@และ ๖. กัลปะ คือวิธีจัดทำพิธี (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๗๗๓)

[๙๙๘]

แม้พระอรหันต์ทั้งหลายผู้อบรมตนแล้ว ทำกิจเสร็จแล้ว

ไม่มีอาสวะ สิ้นบุญและบาป ก็ยังต้องทอดทิ้งร่างกายนี้ไป

(พระราชกุมารตรัสว่า)

[๙๙๙]

พระมหามุนี คาถาทั้งหลายของท่านเป็นสุภาษิต มีประโยชน์

ข้าพเจ้าโล่งใจ เพราะเนื้อความที่เป็นสุภาษิต

และขอท่านโปรดเป็นที่พึ่งที่ระลึกของข้าพเจ้าด้วย

(พระมหากัจจายนเถระทูลว่า)

[๑๐๐๐]

ขอพระองค์จงอย่าทรงถึงอาตมภาพว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกเลย

ขอจงทรงถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นศากยบุตร ผู้มีความเพียรยิ่งใหญ่

ผู้ซึ่งอาตมภาพถือเป็นที่พึ่งที่ระลึกแล้ว

พระองค์นั้นแหละว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกเถิด

(พระราชกุมารตรัสถามว่า)

[๑๐๐๑]

ท่านผู้นิรทุกข์ พระศาสดาของท่านพระองค์นั้น

ประทับอยู่ ณ ชนบทไหน

ถึงข้าพเจ้าก็จักไปเฝ้าพระชินเจ้าผู้หาบุคคลใดเสมอเหมือนมิได้

(พระเถระถวายพระพรว่า)

[๑๐๐๒]

พระศาสดาผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ทรงสมภพในราชวงศ์

ของพระเจ้าโอกกากราช ในชนบทด้านทิศตะวันออก

พระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานเสียแล้ว

(พระราชกุมารตรัสว่า)

[๑๐๐๓]

ท่านผู้นิรทุกข์ ถ้าพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของท่าน

ยังทรงพระชนม์อยู่ ถึงไกลหลายพันโยชน์

ข้าพเจ้าก็จะพึงไปเฝ้าใกล้ๆ ให้จงได้

[๑๐๐๔]

ท่านผู้นิรทุกข์ แต่เพราะพระบรมศาสดาของท่าน

เสด็จดับขันธปรินิพพานเสียแล้ว

ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงขอถึงพระองค์ผู้มีความเพียรยิ่งใหญ่

ซึ่งเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๑๐๐๕]

ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า กับทั้งพระธรรมที่ยอดเยี่ยม

และพระสงฆ์ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกของเทวดา

และมนุษย์ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๑๐๐๖]

ข้าพเจ้าของดเว้นจากการฆ่าสัตว์โดยพลัน

ของดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ในโลก

ยินดีเฉพาะภรรยาของตน ไม่กล่าวเท็จ และไม่ดื่มน้ำเมา

(พระเถระถามเทพบุตรนั้นว่า)

[๑๐๐๗]

รถใหญ่ของท่านนี้แผ่รัศมีไปโดยรอบกว้าง ๑๐๐ โยชน์

ดังดวงอาทิตย์มีรัศมีมากโคจรไปในท้องฟ้า ส่องแสงไปทั่วทุกทิศ

[๑๐๐๘]

รถใหญ่ของท่านนี้บุด้วยแผ่นทองคำโดยรอบ

งอนรถนั้นวิจิตรด้วยแก้วมุกดาและแก้วมณี

แผ่นทองคำและแผ่นเงินมีลวดลายสวยงาม

ประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ บรรจงสร้างไว้อย่างดี ทำให้แลดูงาม

[๑๐๐๙]

และปลายงอนรถนี้สร้างด้วยแก้วไพฑูรย์

แอกรถนี้วิจิตรด้วยแก้วทับทิม

แม้ม้าเหล่านี้ก็ประดับด้วยทองและเงิน

วิ่งได้เร็วทันใจ แลดูสง่างาม

[๑๐๑๐]

ท่านยืนสง่าอยู่บนรถทองคำเทียมด้วยม้า๑,๐๐๐ ตัวเป็นพาหนะ

เปรียบดังท้าวสักกะจอมเทพ ท่านผู้มียศ

อาตมภาพขอถามท่านผู้ชาญฉลาดว่า

ยศอย่างโอฬารนี้ท่านได้มาอย่างไร

(เทพบุตรตอบว่า)

[๑๐๑๑]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ ชาติก่อนข้าพเจ้าเป็นราชโอรสนามว่าสุชาตะ

และพระคุณเจ้าได้อนุเคราะห์ให้ข้าพเจ้าได้ตั้งอยู่ในความสำรวม

[๑๐๑๒]

อนึ่ง พระคุณเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าจะสิ้นอายุ

ได้มอบพระบรมสารีริกธาตุของพระศาสดาด้วยกล่าวว่า

สุชาตราชโอรส พระองค์จงทรงบูชาพระบรมสารีริกธาตุนี้

การบูชานั้นจักเป็นประโยชน์แก่พระองค์เอง

[๑๐๑๓]

ข้าพเจ้าได้ขวนขวายบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้น

ด้วยของหอมและดอกไม้ทั้งหลาย

ครั้นละร่างมนุษย์แล้วได้เกิดในสวนนันทวัน

[๑๐๑๔]

มีเหล่านางอัปสรฟ้อนรำขับร้องห้อมล้อมรื่นรมย์อยู่

ในสวนนันทวันอย่างงามเลิศ น่ารื่นรมย์

ขวักไขว่ไปด้วยฝูงนกนานาชนิด

จูฬรถวิมานที่ ๑๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๒. นาควิมาน ที่ ๓กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๕. มหารถวรรคหัวข้อถัดไป๑๔. มหารถวิมาน