ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ทุกนิบาตชาดก
  10. /
  11. ๙. อุปาหนวรรค
  12. /
  13. ๘. เอกปทชาดก

๘. เอกปทชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๒๕ · บรรทัด ๑๘๔๘เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภกุฎุมพีคนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อิงฺฆ เอกํ ปทํ ตาต ดังนี้.

ได้ยินว่า กุฎุมพีผู้หนึ่งชาวกรุงสาวัตถี อยู่มาวันหนึ่ง บุตรของเขานั่งอยู่บนตักได้ถามปัญหาชื่อว่า อัตถทวาร คือปัญหากล่าวถึงประตูไปสู่ประโยชน์. เขาคิดว่า ปัญหานี้เป็นพุทธวิสัย คนอื่นจักไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้ จึงพาบุตรไปสู่เชตวันมหาวิหาร ถวายบังคมพระศาสดา กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทารกนี้นั่งอยู่บนตักของข้าพระองค์ ได้ถามปัญหาชื่ออัตถทวาร ข้าพระองค์ไม่ทราบปัญหานั้นจึงมา ณ ที่นี้ ข้าแต่พระองค์ ขอพระองค์ตรัสบอกปัญหานี้เถิด.

พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอุบาสก ทารกนี้เป็นผู้แสวงประโยชน์ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้เมื่อก่อนก็เป็นผู้แสวงหาประโยชน์ได้ถามปัญหานี้กะบัณฑิต แม้โบราณกบัณฑิตก็ได้บอกแก่ทารกนั้นแล้ว แต่เขากำหนดไว้ไม่ได้ เพราะไปสู่ภพขีดคั่นไว้ ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลเศรษฐี ครั้งนั้น กุมารน้อยผู้เป็นบุตรของพระโพธิสัตว์ถามขึ้นว่า ข้าแต่พ่อ ขอพ่อจงบอกบทบทหนึ่งอันเป็นทางให้ถึงประโยชน์ไม่ใช่น้อย เพียงเหตุเดียวเท่านั้นแก่ลูก

ได้กล่าวคาถาแรกว่า :-

คุณพ่อครับ เหตุอย่างเดียวทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่างมีอยู่หรือไม่ ลูกจะพึงทำประโยชน์ให้สำเร็จด้วยเหตุใด ขอคุณพ่อจงบอกเหตุนั้น ซึ่งรวมประโยชน์ได้หลายอย่างแก่ผมเถิด.

ลำดับนั้น บิดา เมื่อจะบอกแก่กุมารน้อยนั้นได้กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ลูกเอ๋ย เหตุอย่างหนึ่งคือความขยันหมั่นเพียร ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง เพราะความขยันหมั่นเพียรนั้น ประกอบด้วยศีล ประกอบด้วยขันติ อาจทำมิตรทั้งหลายให้ถึงความสุข หรืออาจทำศัตรูทั้งหลายให้ถึงความทุกข์ได้.

อธิบายความ บทบทหนึ่ง คือความขยัน ได้แก่ความเพียรอันประกอบด้วยญาณ บุคคลผู้เฉลียวฉลาด ผู้ยังลาภให้เกิด ประกอบด้วยบทมีประโยชน์มิใช่น้อย มีศีลเป็นต้น ก็ความเพียรนี้นั้นประกอบด้วยอาจาระและศีล พรั่งพร้อมด้วยอธิวาสนขันติ อาจสามารถจะยังมิตรทั้งหลายให้เป็นสุขได้ ให้เกิดความทุกข์แก่อมิตรทั้งหลายได้ ก็ใครเล่าผู้ประกอบด้วยกุศล วิริยะ พรั่งพร้อมด้วยญาณอันจะยังลาภให้บังเกิด ถึงพร้อมด้วยอาจารขันติ จะสามารถยังมิตรให้เป็นสุข หรือยังอมิตรให้เป็นทุกข์ได้.

พระโพธิสัตว์กล่าวแก้ปัญหาแก่บุตรฉะนี้ บุตรนั้นได้ยังประโยชน์ของตนให้สำเร็จตามนัยที่บิดาบอก ดำรงชีพไปตามยถากรรมแล้ว.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจธรรม ทรงประชุมชาดก.

ครั้นจบสัจจธรรม บิดาและบุตรดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล

บุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็น บุตรคนนี้ นี่แหละ

ส่วนเศรษฐีกรุงพาราณสี คือ เราตถาคต นี้แล. จบ อรรถกถาเอกปทชาดกที่ ๘

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๓๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. สาเกตชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗๙. อุปาหนวรรคหัวข้อถัดไป๙. หริตมาตชาดก