ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ทวาทสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๑๐. มิตตามิตตชาดก

๑๐. มิตตามิตตชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๗๑๓ · บรรทัด ๖๗๒๓เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. มิตตามิตตชาดก (๔๗๓)

ว่าด้วยลักษณะมิตรและผู้มิใช่มิตร

(พระราชาตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า)

[๑๒๑]

วิญญูชนผู้เป็นนักปราชญ์ เป็นบัณฑิต

เห็นหรือได้ยินผู้ทำการงานอะไรบ้าง

หรือพึงพยายามอย่างไร จึงจะรู้ว่า ผู้นี้ไม่ใช่มิตร

(พระโพธิสัตว์กราบทูลลักษณะผู้มิใช่มิตรว่า)

[๑๒๒]

คนผู้มิใช่มิตร คือ เห็นเพื่อนแล้วไม่ยิ้มแย้ม ๑

ไม่ยินดีจะสนทนากับเพื่อน ๑ ไม่สบตาเพื่อน ๑ พูดต่อต้าน ๑

[๑๒๓]

คบศัตรูของเพื่อน ๑ ไม่คบเพื่อนของเพื่อน ๑

ห้ามปรามคนที่สรรเสริญเพื่อน ๑ สรรเสริญคนที่ด่าเพื่อน ๑

[๑๒๔]

ไม่บอกความลับแก่เพื่อน ๑

ไม่ช่วยปกปิดความลับของเพื่อน ๑

ไม่ยกย่องการกระทำของเพื่อน ๑

ไม่สรรเสริญปัญญาของเพื่อน ๑

[๑๒๕]

เมื่อเพื่อนฉิบหายกลับพอใจ ๑ เมื่อเพื่อนเจริญกลับไม่พอใจ ๑

ได้อาหารที่มีรสแปลกมาก็ไม่นึกถึงเพื่อน ๑

แต่นั้น ย่อมจะไม่อนุเคราะห์เพื่อนว่า

อย่างไรหนอ เพื่อนเราพึงได้ลาภจากที่นี้บ้าง ๑

[๑๒๖]

อาการ ๑๖ ข้อดังกล่าวมานี้มีอยู่แล้วในคนที่มิใช่มิตร

พึงเป็นเหตุให้บัณฑิตได้เห็นและได้ยินแล้วรู้ได้ว่ามิใช่มิตร

(พระโพธิสัตว์กราบทูลลักษณะของมิตรว่า)

[๑๒๗]

วิญญูชนผู้เป็นนักปราชญ์ เป็นบัณฑิต

เห็นหรือได้ยินผู้ทำการงานอะไรบ้าง

หรือชนพึงพยายามอย่างไรจึงรู้ว่า ผู้นั้นเป็นมิตร

(ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า)

[๑๒๘]

คนผู้เป็นมิตร คือ เพื่อนจากไปก็คิดถึง ๑

เพื่อนกลับมาก็ยินดี ๑ หยอกล้อยิ้มย่องต่อเพื่อน ๑

ยินดีตอบสนองด้วยวาจาที่ไพเราะ ๑

[๑๒๙]

คบเพื่อนของเพื่อนฝ่ายเดียว ๑ ไม่คบศัตรูของเพื่อน ๑

ห้ามปรามคนที่ด่าเพื่อน ๑ สรรเสริญคนที่ยกย่องเพื่อน ๑

[๑๓๐]

บอกความลับแก่เพื่อน ๑ ช่วยปกปิดความลับของเพื่อน ๑

ยกย่องการกระทำของเพื่อน ๑ สรรเสริญปัญญาของเพื่อน ๑

[๑๓๑]

เมื่อเพื่อนเจริญก็ยินดี ๑ เมื่อเพื่อนฉิบหายก็ไม่ยินดี ๑

ได้อาหารที่มีรสแปลกมาก็นึกถึงเพื่อน ๑

แต่นั้น ย่อมจะอนุเคราะห์เพื่อนว่า

อย่างไรหนอ เพื่อนจะได้ลาภจากที่นี้บ้าง ๑

[๑๓๒]

อาการ ๑๖ ข้อดังกล่าวมานี้มีอยู่แล้วในคนที่เป็นมิตร

พึงเป็นเหตุให้บัณฑิตได้เห็นและได้ยินแล้วรู้ได้ว่าเป็นมิตร

มิตตามิตตชาดกที่ ๑๐ จบ

รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ

๑. จูฬกุณาลชาดก ๒. ภัททสาลชาดก

๓. สมุททวาณิชชาดก ๔. กามชาดก

๕. ชนสันธชาดก ๖. มหากัณหชาดก

๗. โกสิยชาดก ๘. เมณฑกปัญหชาดก

๙. มหาปทุมชาดก ๑๐. มิตตามิตตชาดก

ทวาทสกนิบาต จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. มหาปทุมชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ทวาทสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๑. อัมพชาดก