ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. วิสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๑. มาตังคชาดก

๑. มาตังคชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๐๓๓ · บรรทัด ๗๙๙๓เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๕. วีสตินิบาต

๑. มาตังคชาดก (๔๙๗)

ว่าด้วยอานุภาพของฤๅษีมาตังคะ

(มัณฑัพยกุมารตรัสกับมาตังคดาบสว่า)

[๑]

ท่านมาจากไหนหนอ

นุ่งผ้าเก่าขาดกะรุ่งกะริ่งเหมือนปีศาจคลุกฝุ่น

สวมใส่เศษผ้าจากกองขยะไว้จนถึงคอ

ท่านไม่ใช่ทักขิไณยบุคคล เป็นใครกันแน่

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๒]

ขอถวายพระพรพระองค์ผู้เพียบพร้อมด้วยยศ

พราหมณ์ทั้งหลายย่อมขบฉันและดื่มกินอาหาร

ที่พระองค์ทรงตระเตรียมไว้

พระองค์ก็ทรงรู้ว่า อาตมาอาศัยอาหารที่ผู้อื่นให้เลี้ยงชีวิต

ขอคนจัณฑาลจงได้ก้อนข้าวที่ต้องการลุกขึ้นยืนรับเถิด

(มัณฑัพยกุมารตรัสว่า)

[๓]

อาหารนี้เราตระเตรียมไว้สำหรับพราหมณ์ทั้งหลาย

อาหารนี้ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ตน สำหรับเราผู้เชื่อมั่น

ท่านจงหลีกไปแต่ที่นี้เถิด จะยืนอยู่ทำไม

พราหมณ์ผู้ชั่วช้า คนเช่นเราจะไม่ให้ท่าน

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๔]

คนทั้งหลายเมื่อหวังผลย่อมหว่านพืชลงในนาดอน ๑

ในนาลุ่ม ๑ ในที่ไม่ใกล้แม่น้ำ ๑ ด้วยความเชื่อนั้น

ขอพระองค์จงให้ทาน พึงให้ทักขิไณยบุคคลยินดีได้แน่แท้

(มัณฑัพยกุมารตรัสว่า)

[๕]

เรารู้แจ้งเนื้อนาบุญเป็นที่ประดิษฐานเมล็ดพืชทั้งหลายในโลก

เนื้อนาบุญ คือ พราหมณ์ทั้งหลายที่เกิดโดยชาติและมนต์

นับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักยิ่ง

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๖]

ก็อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑

ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑

มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างมีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด

เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ไม่มีศีลเป็นที่รักในโลก

[๗]

อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑

ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑

มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างไม่มีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด

เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักในโลก

(เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวความนี้ซ้ำอีก มัณฑัพยกุมารทรงกริ้วแล้วตรัสว่า)

[๘]

เจ้าอุปโชติยะ เจ้าอุปัชฌายะ

และเจ้าภัณฑกุจฉิไปไหนกันหมด

พวกเจ้าจงเฆี่ยนตี จงทำร้ายเจ้าดาบสนี้

แล้วจับคอเจ้าคนชั่ว ไสหัวมันออกไป

(พระโพธิสัตว์เหาะไปอยู่ในอากาศกราบทูลว่า)

[๙]

พระองค์ทรงด่าว่าฤๅษีชื่อว่าขุดภูเขาด้วยเล็บ

เคี้ยวกินก้อนเหล็กด้วยฟันและพยายามกลืนกินไฟ

(พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)

[๑๐]

มาตังคฤๅษีครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว

มีความบากบั่นแน่วแน่ในสัจจะ

เมื่อพราหมณ์ทั้งหลายเห็นอยู่ ได้เหาะหนีไปในอากาศ

(นางทิฏฐมังคลิการีบเสด็จไปโดยเร็วเห็นว่า)

[๑๑]

ศีรษะบิดกลับไปข้างหลัง

แขนกางออกใช้การไม่ได้

นัยน์ตาขาวเหมือนนัยน์ตาของคนตายแล้ว

ใครหนอได้กระทำบุตรของดิฉันนี้ให้เป็นอย่างนี้

(ชนผู้อยู่ในที่นั้นบอกนางว่า)

[๑๒]

สมณะนุ่งผ้าเก่าขาดกะรุ่งกะริ่งเหมือนปีศาจคลุกฝุ่น

สวมใส่เศษผ้าจากกองขยะไว้จนถึงคอได้มา ณ ที่นี้

สมณะรูปนั้นได้กระทำบุตรของท่านนี้ให้เป็นอย่างนี้

(นางทิฏฐมังคลิกาถามว่า)

[๑๓]

พ่อมาณพ สมณะผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน

ได้ไปยังทิศไหนเสียเล่า

ขอท่านโปรดบอกเนื้อความนั้นแก่ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจะไปขอโทษท่าน

ทำอย่างไร ข้าพเจ้าจึงจะได้ชีวิตของบุตรนั้นคืนมา

(มาณพทั้งหลายผู้อยู่ในที่นั้นบอกว่า)

[๑๔]

ฤๅษีผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดินได้เหาะไป

ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญลอยอยู่ท่ามกลางนภากาศ

อีกอย่างหนึ่ง ฤๅษีผู้เป็นคนดีแม้รูปนั้น

ปฏิญญามั่นอยู่ด้วยสัจจะ ได้ไปทางทิศบูรพา

(นางทิฏฐมังคลิกาจะถามพระโพธิสัตว์ว่า)

[๑๕]

ศีรษะบิดกลับไปข้างหลัง

แขนกางออกใช้การไม่ได้

นัยน์ตาขาวเหมือนนัยน์ตาของคนตายแล้ว

ใครหนอได้กระทำบุตรของดิฉันนี้ให้เป็นอย่างนี้

(พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตกล่าวตอบนางว่า)

[๑๖]

ยักษ์ทั้งหลายผู้มีอานุภาพมากยังมีอยู่แล

ก็ยักษ์เหล่านั้นได้ติดตามฤๅษีทั้งหลายผู้เป็นคนดี

ทราบว่าบุตรของท่านมีจิตประทุษร้าย

โกรธเคืองจึงได้ทำให้เป็นอย่างนี้

(นางทิฏฐมังคลิกากล่าวว่า)

[๑๗]

ก็ยักษ์ทั้งหลายได้กระทำบุตรของดิฉันให้เป็นอย่างนี้

ส่วนพระคุณเจ้าผู้ประพฤติพรหมจรรย์อย่าโกรธบุตรดิฉันเลย

พระคุณเจ้าผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร

ดิฉันขอถึงพระคุณเจ้าเท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึก เป็นบาทเบื้องต้น

ดิฉันได้ติดตามมาด้วยความโศกถึงบุตร

(พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตกล่าวว่า)

[๑๘]

ทั้งในกาลนั้น ทั้งเดี๋ยวนี้ การคิดประทุษร้ายทางใจบางอย่าง

ของอาตมาก็ไม่มีแก่อาตมา ส่วนบุตรของท่านเป็นผู้มัวเมาเพราะ

ความเมาในพระเวท เรียนจบพระเวทแล้วหารู้จักประโยชน์ไม่

(นางทิฏฐมังคลิกากล่าวว่า)

[๑๙]

แน่นอน ท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร

ธรรมดาคนเรา สัญญาย่อมเลือนไปเพียงชั่วครู่

พระคุณเจ้าผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน

ขอพระคุณเจ้าจงอดโทษสักครั้งหนึ่งเถิด

บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่มีความโกรธรุนแรง

(พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตผู้ถูกนางทิฏฐมังคลิกาอ้อนวอนขอโทษให้บุตร

จึงกล่าวว่า)

[๒๐]

นี้ก้อนข้าวที่อาตมาฉันเหลือ

มัณฑัพยบุตรของท่านผู้มีปัญญาน้อยจงบริโภค

ยักษ์ทั้งหลายไม่พึงเบียดเบียนมัณฑัพยบุตรของท่าน

และบุตรของท่านจักเป็นผู้ไม่มีโรค

(ลำดับนั้น มารดากล่าวกับบุตรว่า)

[๒๑]

พ่อมัณฑัพยะ เจ้าเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา

ไม่ฉลาดต่อบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญ

ได้ให้ทานในบุคคลผู้มีกิเลสเพียงดังน้ำฝาดมากมาย

ผู้มีการงานเศร้าหมอง ไม่สำรวม

[๒๒]

บางพวกเกล้าผมเป็นชฎา บางพวกนุ่งหนังสัตว์

บางพวกปากมีหนวดรุงรังเหมือนบ่อน้ำเก่า

เจ้าจงดูหมู่ชนนี้ มีรูปทราม

มวยผมและหนังสัตว์คุ้มครองคนมีปัญญาทรามไม่ได้

[๒๓]

ชนเหล่าใดคลายราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว

ชนเหล่านั้นมีอาสวะสิ้นแล้ว เป็นพระอรหันต์

ทานที่บุคคลถวายแล้วในท่านเหล่านั้นมีผลมาก

มาตังคชาดกที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗วิสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๒. จิตตสัมภูตชาดก