ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. วิสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๓. สีวิราชชาดก

๓. สีวิราชชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๐๖๖ · บรรทัด ๘๑๕๖เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. สีวิราชชาดก (๔๙๙)

ว่าด้วยพระเจ้าสีพี

(ท้าวสักกเทวราชทูลขอดวงพระเนตรกับพระราชาว่า)

[๕๒]

ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนเฒ่า มองเห็นได้ไม่ไกล

มาเพื่อทูลขอพระจักษุ เราทั้ง ๒ จักมีนัยน์ตาคนละข้าง

ข้าพระพุทธเจ้าทูลขอแล้ว

ขอพระองค์โปรดพระราชทานพระจักษุแก่ข้าพระพุทธเจ้าเถิด

(พระโพธิสัตว์ได้สดับดังนั้นทรงดีพระทัย จึงตรัสว่า)

[๕๓]

วณิพก ใครแนะนำเจ้าให้มาขอดวงตา ณ ที่นี้

เจ้าขอดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ ยากที่จะสละได้ง่ายๆ

ที่บัณฑิตกล่าวไว้ว่า เป็นของที่คนสละได้ยาก

(ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า)

[๕๔]

ท่านผู้ใด ในเทวโลกเขาเรียกกันว่า สุชัมบดี

ท่านผู้นั้น ในมนุษยโลกเขาเรียกกันว่า มัฆวาน

ข้าพระพุทธเจ้าเป็นวณิพก

ท่านผู้นั้นแนะนำให้มาขอพระราชทานดวงพระเนตรในที่นี้

[๕๕]

เมื่อข้าพระพุทธเจ้าทูลวิงวอนขอพระราชทานอวัยวะอันสำคัญอยู่

ขอพระองค์ผู้ถูกขอโปรดพระราชทาน

ดวงพระเนตรแก่ข้าพระพุทธเจ้าเถิด

ขอพระองค์โปรดพระราชทานดวงพระเนตรซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญ

ที่บัณฑิตกล่าวไว้ว่า คนสละได้ยาก แก่ข้าพระพุทธเจ้าเถิด

(พระราชาตรัสว่า)

[๕๖]

เจ้ามาด้วยความประสงค์อันใด

ปรารถนาประโยชน์อันใดอยู่

ขอความดำริเหล่านั้นจงสำเร็จแก่เจ้า

พราหมณ์ เจ้าจงได้ดวงตาเถิด

[๕๗]

เมื่อเจ้าขอข้างเดียว เราจะให้ทั้ง ๒ ข้าง

เมื่อประชาชนเพ่งดูอยู่ เจ้าจงเป็นผู้มีดวงตาไปเถิด

เจ้าปรารถนาสิ่งใด ขอสิ่งนั้นจงสำเร็จแก่เจ้า

(ข้าราชการมีเสนาบดีเป็นต้น ราชวัลลภ ชาวพระนคร และนางสนมกราบทูล ทัดทานว่า)

[๕๘]

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ขอพระองค์อย่าได้พระราชทานดวงพระเนตรเลย

อย่าทรงละทิ้งพวกข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเลย

ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์พระราชทานทรัพย์

แก้วมุกดา และแก้วไพฑูรย์จำนวนมากไปเถิด

[๕๙]

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ

ขอพระองค์จงพระราชทานราชรถ

ที่เทียมด้วยม้าอาชาไนย ซึ่งประดับตบแต่งแล้ว

ขอพระองค์จงพระราชทานพญาช้าง

และที่อยู่อาศัยที่ทำด้วยทองคำเถิด

[๖๐]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมทัพ

ขอพระองค์จงพระราชทานสิ่งของให้พราหมณ์

เหมือนกับชาวกรุงสีพีที่มียานพาหนะและรถ

พึงตามเสด็จแวดล้อมพระองค์ในกาลทุกเมื่อ

(ลำดับนั้น พระราชาได้ตรัส ๓ คาถาว่า)

[๖๑]

ผู้ใดพูดว่า เราจักให้แล้วกลับใจไม่ให้

ผู้นั้นชื่อว่าสวมบ่วงที่ตกไปบนพื้นดินไว้ที่คอ

[๖๒]

ผู้ใดพูดว่า เราจักให้แล้วกลับใจไม่ให้

ผู้นั้นเป็นคนเลวกว่าคนที่เลว

ชื่อว่าเข้าถึงสถานที่ลงโทษแห่งพญายม

[๖๓]

เขาขอสิ่งใด ควรให้สิ่งนั้น

เขาไม่ขอสิ่งใด ไม่ควรให้สิ่งนั้น

เราจักให้สิ่งที่พราหมณ์ขอกับเราเท่านั้น

(ลำดับนั้น พวกอำมาตย์ทูลถามพระราชาว่า)

[๖๔]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน

พระองค์ทรงปรารถนาอายุ วรรณะ สุข

หรือพละอะไรหรือ จึงได้พระราชทาน

พระราชาผู้เป็นใหญ่แห่งชาวสีพี

จะพึงพระราชทานดวงพระเนตร

เพราะเหตุแห่งปรโลกได้อย่างไร

(พระราชาตรัสว่า)

[๖๕]

เราบริจาคดวงตานั้นเพราะยศก็หามิได้

เราจะปรารถนาบุตร ทรัพย์ และแคว้นก็หาไม่

แต่นี้เป็นธรรมของสัตบุรุษที่ท่านประพฤติมาแต่โบราณ

เพราะเหตุนั้นแล ใจของเราจึงยินดีในการให้ทาน

ดวงตาทั้ง ๒ ข้างเราจะเกลียดชังก็หาไม่

ตัวตนเราจะเกลียดชังก็หาไม่

แต่สัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา

เพราะเหตุนั้น เราจึงได้บริจาคดวงตา

(พระโพธิสัตว์ได้กำชับนายแพทย์สีวิกะว่า)

[๖๖]

นายแพทย์สีวิกะ ท่านเป็นเพื่อน เป็นมิตรของเรา

ศึกษามาดีแล้ว จงทำตามคำของเราโดยดี

เมื่อเรายังเห็นอยู่ ท่านจงควักดวงตา

แล้ววางไว้ในมือของวณิพก

(พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)

[๖๗]

นายแพทย์สีวิกะถูกพระเจ้าสีพีทรงเตือน

จึงกระทำตามรับสั่ง ได้ควักดวงพระเนตรของพระราชาแล้ว

ได้น้อมเข้าไปให้แก่พราหมณ์ พราหมณ์เป็นคนมีตาดี

พระราชากลับกลายเป็นคนมีพระเนตรบอดไป

[๖๘]

จากวันนั้น สองสามวันต่อมา

เมื่อดวงพระเนตรมีเนื้องอกขึ้นมา

พระราชาผู้ทรงบำรุงแคว้นแห่งชาวกรุงสีพี

ให้เจริญรุ่งเรืองพระองค์นั้นทรงรับสั่งหานายสารถีมาตรัสว่า

[๖๙]

พ่อสารถี เจ้าจงจัดเทียมยาน

เทียมเสร็จแล้วจงบอกให้ทราบ

เราจะไปยังอุทยาน สระโบกขรณี และราวป่า

[๗๐]

ก็พระราชาได้เสด็จเข้าไปประทับนั่งขัดสมาธิที่ริมฝั่งสระโบกขรณี

ท้าวสุชัมบดีสักกเทวราชได้ทรงปรากฏแก่ท้าวเธอ

(ฝ่ายท้าวสักกะซึ่งพระโพธิสัตว์ได้ยินเสียงฝีพระบาทแล้วทูลถาม จึงตรัสว่า)

[๗๑]

ฤๅษีเจ้า หม่อมฉันเป็นท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพ

ได้มาที่สำนักของพระองค์

ขอพระองค์จงขอพรที่พระองค์มีพระทัยปรารถนา

(พระราชาตรัสว่า)

[๗๒]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ทรัพย์ของอาตมาก็มีเพียงพอ

พลนิกายและพระคลังก็มีมิใช่น้อย

แต่บัดนี้ อาตมาเป็นคนตาบอดจึงพอใจการตายเท่านั้น

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๗๓]

พระมหากษัตริย์ผู้จอมมนุษย์ คำเหล่าใดเป็นคำสัตย์

ขอพระองค์จงตรัสคำเหล่านั้น

เมื่อพระองค์ตรัสคำสัตย์ ดวงพระเนตรจักปรากฏมีอีก

(พระโพธิสัตว์ผู้เป็นพระราชาได้ทำสัจจกิริยาว่า)

[๗๔]

วณิพกมีโคตรต่างๆ กันเหล่าใดพากันมาเพื่อจะขอกับอาตมา

บรรดาวณิพกเหล่านั้น ผู้ใดย่อมขออาตมา

แม้ผู้นั้นย่อมเป็นที่รักแห่งใจของอาตมา

ด้วยสัจจวาจานี้ ขอดวงตาจงเกิดขึ้นแก่อาตมา

(ต่อมาได้ตรัสอีกว่า)

[๗๕]

พราหมณ์ผู้มาขอกับอาตมาแล้วว่า

ขอพระองค์โปรดพระราชทานดวงตาข้างหนึ่งเถิด

อาตมาได้ประทานดวงตาให้พราหมณ์ซึ่งขออยู่นั้นไป ๒ ข้าง

[๗๖]

ปีติและโสมนัสมิใช่น้อยได้ท่วมทับโดยยิ่ง

ด้วยสัจจวาจานี้ ขอดวงตาดวงที่ ๒ จงเกิดขึ้นแก่อาตมา

(ท้าวสักกะทรงชมเชยพระโพธิสัตว์ในท่ามกลางมหาชนว่า)

[๗๗]

พระองค์ผู้ทรงผดุงแคว้นให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี

พระองค์ตรัสคาถาโดยธรรม

ดวงพระเนตรของพระองค์เหล่านี้จะปรากฏเป็นทิพย์

[๗๘]

จะให้พระองค์สำเร็จการเห็นทะลุผ่านภายนอกฝา

ภายนอกกำแพงศิลาและภูเขาไปได้ไกลถึง ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

(พระโพธิสัตว์แสดงธรรมว่า)

[๗๙]

ในโลกนี้ ใครหนอถูกเขาขอแล้ว

ไม่พึงให้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ

ทั้งวิเศษ ทั้งเป็นที่รักยิ่งของตน

เอาเถิด เราขอเตือนชาวสีพีทุกคนที่มาประชุมพร้อมกัน

ขอพวกท่านจงดูดวงตาทั้ง ๒ ซึ่งเป็นทิพย์ของเราในวันนี้

[๘๐]

จะให้เราสำเร็จการเห็นทะลุผ่านภายนอกฝา

ภายนอกกำแพงศิลาและภูเขา

ไปได้ไกลถึง ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

[๘๑]

ไม่มีอะไรของเหล่าสัตว์ในมนุษยโลกนี้

ที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าการบริจาค

เราได้บริจาคดวงตาซึ่งเป็นของมนุษย์แล้ว

กลับได้ดวงตาอันยิ่งกว่าของมนุษย์

[๘๒]

พี่น้องชาวกรุงสีพีทั้งหลาย

พวกท่านได้เห็นดวงตาทิพย์ ที่เราได้แล้วแม้นี้

จงให้ทาน จงบริโภคเถิด

คนที่ให้แล้วและบริโภคแล้วตามความสามารถ

ไม่พึงถูกนินทา พึงเข้าถึงแดนสวรรค์

สีวิราชชาดกที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. จิตตสัมภูตชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗วิสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๔. ศิริมันทชาดก