ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. วิสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๘. ภัลลาติยชาดก

๘. ภัลลาติยชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๕๓ · บรรทัด ๘๕๓๔เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. ภัลลาติยชาดก (๕๐๔)

ว่าด้วยพระราชาพระนามว่าภัลลาติยะ

(พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า)

[๑๘๖]

ได้มีพระราชาทรงพระนามว่าภัลลาติยะ

ท้าวเธอทรงละรัฐสีมา ได้เสด็จประพาสป่า ล่าเนื้อ

เสด็จถึงภูเขาคันธมาทน์วรคีรีซึ่งมีบุปผชาตินานาพันธุ์บานสะพรั่ง

เป็นแดนที่พวกกินนรสัญจรไปมา

[๑๘๗]

ท้าวเธอทรงประสงค์จะตรัสถาม

จึงทรงห้ามฝูงสุนัข

ทรงเก็บลูกธนูและแล่ง

เสด็จเข้าไปใกล้สถานที่ที่กินนร ๒ ผัวเมียอยู่

[๑๘๘]

ล่วงฤดูเหมันต์ไปแล้ว ที่ริมฝั่งแม่น้ำเหมวดีแห่งนี้

ไยเจ้าทั้ง ๒ ยังปรึกษากันเนืองๆ อยู่เล่า

เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์

ในมนุษยโลกเขารู้จักเจ้าทั้ง ๒ ว่าอย่างไร

(ฝ่ายกินนรีได้ฟังพระดำรัสจึงสนทนากับพระราชาว่า)

[๑๘๙]

พวกเราเป็นมฤคมีร่างกายคล้ายมนุษย์

ท่องเที่ยวไปตามแม่น้ำทั้งหลาย

คือ มัลลคีรีนที ปัณฑรกนที ตรีกูฏนที ซึ่งมีน้ำเย็น

พ่อพราน ชาวโลกเขารู้จักพวกเราว่า กินนร

(ลำดับนั้น พระราชาได้ตรัสว่า)

[๑๙๐]

เจ้าทั้ง ๒ เหมือนคนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส

พากันคร่ำครวญอยู่

สวมกอดกันเหมือนคนรักกับคนรัก

เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์

เหตุไร เจ้าทั้ง ๒ จึงพากันร้องไห้ไม่สร่างซาอยู่ในป่านี้

[๑๙๑]

เจ้าทั้ง ๒ เหมือนคนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส

พากันคร่ำครวญอยู่ สวมกอดกันเหมือนคนรักกับคนรัก

เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์

เหตุไร เจ้าทั้ง ๒ จึงพากันเพ้อรำพันไม่สร่างซาอยู่ในป่านี้

[๑๙๒]

เจ้าทั้ง ๒ เหมือนคนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส

พากันคร่ำครวญอยู่ สวมกอดกันเหมือนคนรักกับคนรัก

เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์

เหตุไร เจ้าทั้ง ๒ จึงพากันเศร้าโศกไม่สร่างซาอยู่ในป่านี้

(กินนรีกราบทูลว่า)

[๑๙๓]

พ่อพราน เราทั้ง ๒ พลัดพรากกันอยู่หนึ่งราตรี

ไม่อยากจะพลัดพรากจากกัน เมื่อระลึกถึงกันและกัน

จึงพากันเดือดร้อนเศร้าโศกอยู่ตลอดราตรีหนึ่งนั้น

ราตรีนั้นจักไม่มีอีก

(พระราชาตรัสถามว่า)

[๑๙๔]

เจ้าทั้ง ๒ คิดถึงทรัพย์ที่พินาศไปแล้วหรือ

หรือคิดถึงบิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว

จึงพากันเดือดร้อนตลอดทั้งราตรีหนึ่งนั้น เราขอถามเจ้าทั้ง ๒

ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์ เพราะเหตุไร เจ้าจึงแยกกันอยู่

(กินนรีกราบทูลว่า)

[๑๙๕]

แม่น้ำสายนี้ใดมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก

ปกคลุมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ไหลผ่านภูผาหิน ท่านเห็นอยู่

แม่น้ำสายนั้น สามีที่รักของดิฉันสำคัญดิฉันว่า

จะติดตามไปจึงได้ข้ามไปในฤดูฝน

[๑๙๖]

ส่วนดิฉันมัวเลือกเก็บดอกปรู ดอกลำดวน

ดอกมะลิซ้อน และดอกคัดเค้า ด้วยหวังว่า

สามีที่รักของดิฉันจักได้ประดับดอกไม้

และดิฉันจักประดับดอกไม้ นอนแนบข้างสามีนั้น

[๑๙๗]

อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกบานไม่รู้โรย

ดอกราชพฤกษ์ ดอกแคฝอย

และดอกย่านทราย ด้วยหวังว่า

สามีที่รักของดิฉันจักได้ประดับดอกไม้

และดิฉันจักประดับดอกไม้นอนแนบข้างสามีนั้น

[๑๙๘]

อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกสาละที่กำลังเบ่งบาน

แล้วร้อยเป็นพวงมาลัย ด้วยหวังว่า

สามีที่รักของดิฉันจักสวมพวงมาลัย

และดิฉันจักสวมพวงมาลัยนอนแนบข้างสามีนั้น

[๑๙๙]

อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกสาละที่กำลังเบ่งบาน

แล้วร้อยเป็นเครื่องรองรับ ด้วยหวังว่า

ดอกไม้ที่ร้อยแล้วนี่แหละ จักเป็นเครื่องปูลาดสำหรับเราทั้ง ๒

ณ สถานที่ที่เราทั้ง ๒ จักอยู่ร่วมกันตลอดคืนในวันนี้

[๒๐๐]

อนึ่ง ดิฉันมัวเลินเล่อบดไม้กฤษณาและไม้จันทน์ที่ศิลา

ด้วยหวังว่า สามีที่รักของดิฉันจักใช้ชโลมกาย

และดิฉันก็จักใช้ชโลมกายนอนแนบข้างสามี

[๒๐๑]

ครั้งนั้น น้ำซึ่งมีกระแสเชี่ยวกรากได้ไหลบ่ามา

พัดพาเอาดอกสาละ ดอกสน

และดอกกรรณิการ์ไป โดยครู่เดียวนั้นน้ำก็เต็มฝั่ง

จึงเป็นการยากยิ่งที่ดิฉันจะข้ามแม่น้ำสายนี้ไปได้

[๒๐๒]

คราวนั้น เราทั้ง ๒ ยืนมองกันและกันอยู่ที่ริมฝั่งทั้ง ๒

บางคราวก็ร้องไห้ บางคราวก็ร่าเริงยินดี

ราตรีนั้นได้ผ่านไปอย่างยากเย็นสำหรับเราทั้ง ๒

[๒๐๓]

พ่อพราน พอดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าตรู่ แม่น้ำแห้ง

เราทั้ง ๒ จึงข้ามไปได้ สวมกอดกันและกัน

ทั้งร้องไห้ ทั้งร่าเริงยินดี

[๒๐๔]

พ่อพราน ๖๙๗ ปี เมื่อก่อน

เราทั้ง ๒ พลัดพรากกันอยู่ในที่นี้

ข้าแต่พระภูมิบาล ชีวิตนี้เพียง ๑๐๐ ปีเท่านั้น

ใครหนอจะพึงเว้นจากภรรยาที่น่ารักใคร่ อยู่ในที่นี้ได้เล่า

(พระราชาตรัสถามว่า)

[๒๐๕]

ก็อายุของพวกเจ้ามีประมาณเท่าไรหนอ เพื่อนรัก

หากพวกเจ้ารู้ก็จงบอก

เจ้าทั้ง ๒ อย่าได้หวั่นไหว จงบอกอายุแก่เรา

ตามที่ได้ยินได้ฟังมาจากวุฑฒบุคคล หรือจากตำรา

(กินนรีกราบทูลว่า)

[๒๐๖]

พ่อพราน ก็อายุของพวกเรามีประมาณ ๑,๐๐๐ ปี

โรคอันร้ายแรงก็ไม่มีในระหว่าง

ความทุกข์ก็มีน้อย มีแต่ความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

เราทั้ง ๒ ยังรักใคร่กันไม่จืดจางจะต้องพากันละชีวิตไป

(พระศาสดาทรงประกาศความข้อนี้ว่า)

[๒๐๗]

ก็พระเจ้าภัลลาติยะทรงสดับถ้อยคำของอมนุษย์ทั้งหลาย

ทรงดำริว่า ชีวิตเป็นของน้อยนัก จึงเสด็จกลับ ไม่เสด็จไปล่าเนื้อ

ทรงบำเพ็ญทาน เสวยโภคะ

(พระศาสดาครั้นตรัสพระคาถานี้แล้ว ทรงโอวาทพระเจ้าโกศลกับพระนาง มัลลิกาเทวีว่า)

[๒๐๘]

ก็มหาบพิตรทั้ง ๒ ทรงสดับถ้อยคำของอมนุษย์ทั้งหลาย

จงทรงเบิกบานพระทัยเถิด อย่าทรงทะเลาะกันเลย

ความผิดเพราะการกระทำของตน

อย่าทำให้มหาบพิตรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อน

เหมือนความผิดเพราะการกระทำของตน

ทำให้กินนรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อนตลอดราตรีหนึ่งเลย

[๒๐๙]

อนึ่ง พระองค์ทั้ง ๒ ทรงสดับถ้อยคำของอมนุษย์ทั้งหลายแล้ว

จงทรงเบิกบานพระทัยเถิด อย่าทรงวิวาทกันเลย

ความผิดเพราะการกระทำของตน

อย่าทำให้มหาบพิตรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อน

เหมือนความผิดเพราะการกระทำของตน

ทำให้กินนรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อนตลอดราตรีหนึ่งเลย

(พระนางมัลลิกาเทวีสดับพระธรรมเทศนาของพระตถาคตแล้ว เสด็จลุกจาก อาสนะ ประคองอัญชลี ทรงชมเชยพระทศพลว่า)

[๒๑๐]

หม่อมฉันสดับพระธรรมเทศนามีประการต่างๆ มีใจชื่นชมยินดี

พระดำรัสต่างๆ ของพระองค์ประกอบไปด้วยประโยชน์

พระองค์เมื่อทรงเปล่งพระวาจาออกมา

ย่อมบรรเทาความกระวนกระวายใจของหม่อมฉันเสียได้

พระมหาสมณะผู้นำความสุขมาให้หม่อมฉัน

ขอพระองค์ทรงเจริญพระชนม์ชีพยั่งยืนนานเถิด

ภัลลาติยชาดกที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. สัตติคุมพชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗วิสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๙. โสมนัสสชาดก