ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ติงสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๗. ทกรักขสชาดก

๗. ทกรักขสชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๓๗๒ · บรรทัด ๙๗๐๓เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. ทกรักขสชาดก (๕๑๗)

ว่าด้วยผีเสื้อน้ำ

(เภรีปริพาชิกากล่าวปัญหาของรากษสว่า)

[๒๒๔]

ถ้าว่ามหาบพิตรทั้ง ๗ พระองค์กำลังลอยเรืออยู่ในห้วงน้ำ

ผีเสื้อน้ำผู้แสวงหามนุษย์เป็นพลีกรรมยึดเรือไว้

มหาบพิตรจะทรงสละให้ผีเสื้อน้ำตามลำดับอย่างไร

(พระราชาสดับดังนั้นแล้ว จึงตรัสว่า)

[๒๒๕]

โยมจะให้พระมารดาเป็นอันดับ ๑ ให้พระมเหสีแล้วให้อนุชา

แต่นั้นจะให้พระสหาย แล้วจะให้ปุโรหิตพราหมณ์เป็นอันดับที่ ๕

จะให้ตนเองเป็นอันดับที่ ๖ แต่จะไม่ให้มโหสธบัณฑิต

(เภรีปริพาชิกากล่าวคุณของมารดาว่า)

[๒๒๖]

พระราชชนนีของมหาบพิตร ทรงบำรุงเลี้ยง ให้กำเนิด

และทรงเอ็นดูช่วยเหลือตลอดกาลนาน

เมื่อมหาบพิตรถูกฉัพภิพราหมณ์ประทุษร้าย

พระนางทรงเป็นบัณฑิตคิดเห็นประโยชน์

จึงทรงกระทำสิ่งอื่นแทนมหาบพิตร

ปลดเปลื้องมหาบพิตรจากการถูกลอบปลงพระชนม์

[๒๒๗]

พระราชมารดานั้นทรงประทานพระชนม์ชีพ

ทรงครรภ์พระโอรสเช่นนั้น

เพราะโทษอะไร มหาบพิตรจึงจะประทานให้ผีเสื้อน้ำ

(พระราชาตรัสโทษของพระมารดาว่า)

[๒๒๘]

พระมารดาของโยมประดับเครื่องอลังการที่ไม่ควรประดับ

เหมือนเด็กสาวกระซิกกระซี้กับคนเฝ้าประตู

และคนชั้นต่ำเกินขอบเขต

[๒๒๙]

อนึ่ง ทรงส่งทูตไปยังพระราชาฝ่ายอื่นเสียเอง

เพราะโทษนั้น โยมจะพึงให้พระมารดาแก่รากษส

(เภรีปริพาชิกากล่าวคุณของพระนางนันทาเทวีว่า)

[๒๓๐]

พระนางนันทาเทวีผู้ประเสริฐกว่าหมู่สนมนารี

มีพระเสาวนีย์น่ารัก ทรงอนุวัตรตามมหาบพิตร เป็นผู้ทรงศีล

มิได้ทรงเหินห่างมหาบพิตร ประดุจพระฉายาโดยส่วนเดียว

[๒๓๑]

ปราศจากความกริ้วโกรธ ทรงมีบุญ

ฉลาด ทรงเล็งเห็นประโยชน์

เพราะโทษอะไร มหาบพิตรจะประทานมเหสีให้ผีเสื้อน้ำ

(พระราชาตรัสโทษของนางนันทาเทวีว่า)

[๒๓๒]

พระนางนันทาเทวีนั้นชอบขอทรัพย์ที่ไม่ควรขอกับโยม

ผู้ถึงความร่าเริงยินดี ผู้ตกอยู่ในอำนาจสิ่งที่มิใช่ประโยชน์

เพื่อโอรสและธิดาของตน

[๒๓๓]

โยมนั้นมีความกำหนัด จึงยอมให้ทรัพย์

ทั้งมีค่ามากและมีค่าน้อยเป็นจำนวนมาก

ครั้นยอมให้ทรัพย์ยากที่จะสละได้แล้ว ภายหลังจึงเศร้าโศกเสียใจ

เพราะโทษนั้นแหละ โยมจะพึงให้มเหสีแก่ผีเสื้อน้ำ

(เภรีปริพาชิกาทูลถามต่อไปว่า)

[๒๓๔]

พระกนิษฐภาดาพระองค์ใดทรงยังชนบทให้เจริญ

เชิญเสด็จมหาบพิตรกลับพระราชมณเฑียรและทรงครอบงำ

นำทรัพย์จากราชสมบัติอื่นมาถวายเป็นจำนวนมาก

[๒๓๕]

พระกนิษฐภาดาพระองค์นั้นประเสริฐกว่านายขมังธนูทั้งหลาย

ทรงกล้าหาญ มีพระปรีชาเฉียบแหลม

เพราะโทษอะไร มหาบพิตรจึงจะประทานให้แก่ผีเสื้อน้ำเล่า

(พระราชาตรัสโทษของพระกนิษฐาภาดาว่า)

[๒๓๖]

อนุชาใดของโยมผู้ยังชนบทให้เจริญ

นำโยมกลับพระราชมณเฑียรและครอบงำ

นำทรัพย์จากราชสมบัติอื่นมาให้เป็นจำนวนมาก

[๒๓๗]

อนุชานั้นประเสริฐกว่านายขมังธนูทั้งหลาย

กล้าหาญ และมีปัญญาเฉียบแหลม ยังเป็นเด็ก

แต่ดูหมิ่นโยมว่า พระราชาพระองค์นี้ทรงเป็นสุขเพราะเรา

[๒๓๘]

พระแม่เจ้า เขาไม่มาแม้สู่ที่บำรุงของโยมเหมือนก่อน

เพราะโทษนั้น โยมจะพึงให้อนุชาแก่ผีเสื้อน้ำ

(เภรีปริพาชิกาบอกคุณของพระสหายนั้นว่า)

[๒๓๙]

มหาบพิตรและธนุเสขกุมาร

ทั้ง ๒ กำเนิดราตรีเดียวกัน

ทั้ง ๒ เกิดในพระนครนี้ เป็นชาวปัญจาลนคร

เป็นสหายกันมีวัยเสมอกัน

[๒๔๐]

กุมารนั้นติดตามมหาบพิตรท่องเที่ยวไป

ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมหาบพิตร

มีความขยันขวนขวายในราชกิจทุกอย่างของมหาบพิตร

ทั้งกลางวันและกลางคืน

เพราะโทษอะไร มหาบพิตรจึงจะประทานสหายให้ผีเสื้อน้ำเสียเล่า

(พระราชาตรัสโทษของพระสหายว่า)

[๒๔๑]

พระแม่เจ้า ธนุเสขกุมารนี้หัวเราะดังกับโยม

เมื่อท่องเที่ยวไปกับโยม

แม้วันนี้เขาก็ยังหัวเราะดังเกินขอบเขตแบบนั้น

[๒๔๒]

พระแม่เจ้า โยมแม้กำลังปรึกษากับพระเทวีอยู่ในที่รโหฐาน

ธนุเสขกุมารยังมิทันบอกกล่าว

ยังมิทันให้โยมรู้ตัวก่อน ก็พรวดพราดเข้าไป

[๒๔๓]

เขาได้ช่อง ได้โอกาส

เพราะโทษนั้น โยมจึงจะให้สหายผู้ไม่มีความละอาย

ไม่เอื้อเฟื้อแก่ผีเสื้อน้ำ

(เภรีปริพาชิกาบอกคุณของเกวัฏฏปุโรหิตว่า)

[๒๔๔]

ท่านเกวัฏฏปุโรหิตเป็นผู้ฉลาดในนิมิตทุกอย่าง

รู้สำเนียงเสียงร้องของสัตว์ทั้งปวง เชี่ยวชาญในคัมภีร์พระเวท

เชี่ยวชาญในเรื่องลางบอกเหตุ ในความฝัน

ชำนาญในการหาฤกษ์ยาม ในการเคลื่อนพลและเข้าประชิด

[๒๔๕]

สามารถรู้โทษและคุณทั้งในภาคพื้นดินและอากาศ

เป็นผู้ฉลาดในคลองแห่งนักษัตร

เพราะโทษอะไร มหาบพิตรจึงจะประทานปุโรหิตพราหมณ์

ให้แก่ผีเสื้อน้ำเสียเล่า

(พระราชาตรัสโทษของปุโรหิตพราหมณ์ว่า)

[๒๔๖]

พระแม่เจ้า แม้ท่ามกลางบริษัท

ปุโรหิตพราหมณ์ก็ลืมตาจ้องมองโยม

เพราะเหตุนั้น โยมจะให้ปุโรหิตผู้หยาบช้า

คล้ายกับเลิกคิ้วมองดูโยมแก่ผีเสื้อน้ำเสีย

(เภรีปริพาชิกาทูลถามต่อไปอีกว่า)

[๒๔๗]

พระองค์ทรงครอบครองแผ่นดินมีสมุทรเป็นขอบเขต

มีสาครล้อมรอบประดุจต่างหู ทรงมีหมู่อำมาตย์แวดล้อม

[๒๔๘]

ทรงมีแคว้นกว้างใหญ่ไพศาล

มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต

ทรงพิชิตสงคราม มีพลานุภาพมาก

ทรงเป็นเอกราชเหนือพื้นปฐพี

มหาบพิตรทรงมีพระอิสริยยศอันไพบูลย์

[๒๔๙]

ทรงมีเหล่านารีจากชนบทต่างๆ ถึง ๑๖,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับด้วยแก้วมุกดาและต่างหูแก้วมณี

งามเปรียบได้กับเทพกัญญา

[๒๕๐]

ขอถวายพระพรพระบรมกษัตริย์

ชีวิตยืนยาวที่เพียบพร้อมด้วยองค์สมบัติทุกอย่างนี้

นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า เป็นที่รักของคนที่มีความสุข

ผู้เพียบพร้อมด้วยสมบัติ ที่น่าปรารถนาทุกอย่าง

[๒๕๑]

เมื่อเป็นเช่นนั้น เรื่องอะไรหรือเหตุไฉน มหาบพิตรจึงทรงสละ

พระชนม์ชีพที่สละได้ยาก คอยตามป้องกันบัณฑิตเล่า

(พระราชาตรัสบอกคุณของมโหสธบัณฑิตว่า)

[๒๕๒]

พระแม่เจ้า เพราะท่านมโหสธแม้มาสู่เงื้อมมือโยมแล้ว

โยมยังไม่ทราบถึงความชั่วของท่านปราชญ์แม้สักเพียงอณูหนึ่ง

[๒๕๓]

ถึงแม้ว่าโยมจะต้องตายไปก่อนในกาลไรๆ ก็ตาม

ท่านมโหสธก็จะพึงช่วยลูกและหลานของโยมให้มีความสุข

[๒๕๔]

ท่านมโหสธเห็นแจ่มแจ้งประโยชน์ทุกประการ

ทั้งอนาคตและปัจจุบัน โยมจะไม่ยอมให้ท่านมโหสธ

ผู้ไม่เคยทำความผิดแก่ผีเสื้อน้ำ

(เภรีปริพาชิกาเชิญชาวพระนครมากล่าวว่า)

[๒๕๕]

ชาวปัญจาละทั้งหลาย

ท่านทั้งหลายจงสดับพระดำรัสของพระเจ้าจูฬนีนี้

พระองค์ทรงสละพระชนม์ชีพที่สละได้ยาก

คอยตามป้องกันบัณฑิต

[๒๕๖]

พระเจ้าปัญจาละทรงสละชีวิตของพระชนนี พระมเหสี

พระกนิษฐภาดา พระสหาย และพราหมณ์ปุโรหิต

และแม้ของพระองค์เองรวมเป็น ๖ คน

[๒๕๗]

ปัญญาให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่หลวง

เป็นธรรมชาติละเอียดอ่อน เป็นเหตุให้เกิดแต่สิ่งที่ดี

ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลในปัจจุบัน

และเพื่อความสุขในสัมปรายภพด้วยประการฉะนี้

ทกรักขสชาดกที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. มหากปิชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ติงสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๘. ปัณฑรกชาดก