ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. จัตตาฬีสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๓. อลัมพุสาชาดก

๓. อลัมพุสาชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๗๘ · บรรทัด ๑๐๓๒๔เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓)

ว่าด้วยเทพธิดาอลัมพุสา

(พระศาสดาเมื่อจะทรงทำเนื้อความนั้นให้แจ่มแจ้ง จึงตรัสว่า)

[๙๕]

ครั้งนั้น พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ทรงปราบปรามวัตรอสูร

ซึ่งเป็นพระบิดาแห่งเหล่าเทพบุตรผู้มีชัย

ทรงเล็งเห็นอลัมพุสาเทพกัญญาว่ามีความสามารถ

ณ สุธรรมาเทวสถานแล้วจึงมีเทวโองการว่า

[๙๖]

แม่นางมิสสาเทพกัญญา เทวดาชั้นดาวดึงส์

พร้อมทั้งพระอินทร์ขอร้องแม่นาง

แม่นางอลัมพุสาผู้สามารถจะประเล้าประโลมฤๅษีได้

แม่นางจงไปหาอิสิสิงคดาบสเถิด

(ท้าวสักกะทรงพระบัญชานางอลัมพุสาแล้วตรัสว่า)

[๙๗]

ดาบสองค์นี้เป็นผู้มีวัตร ประพฤติพรหมจรรย์

ยินดียิ่งในนิพพาน เป็นผู้เจริญด้วยคุณธรรม

อย่าล่วงเลยพวกเราไปก่อนเลย

เธอจงกั้นทางที่จะไปสู่เทวโลกของท่านไว้

(นางอลัมพุสาเทพกัญญาได้ฟังพระราชดำรัสดังนั้น จึงตรัสว่า)

[๙๘]

ขอเดชะพระเทวราช พระองค์ทรงทำอะไรอยู่

พระองค์จึงทรงเห็นแต่หม่อมฉันเท่านั้นว่า

แม่นางผู้สามารถจะประเล้าประโลมฤๅษีได้

เธอจงไป นางเทพอัปสรแม้อื่นก็มีอยู่

[๙๙]

นางเทพอัปสรผู้ทัดเทียมกับหม่อมฉัน

และประเสริฐกว่าหม่อมฉัน ในอโศกนันทวันก็มีอยู่

ขอวาระแห่งการไปจงมีแก่นางเทพอัปสรเหล่านั้นเถิด

แม้นางเทพอัปสรเหล่านั้นก็จงไปประเล้าประโลมเถิด

(ท้าวสักกเทวราชได้ตรัสว่า)

[๑๐๐]

เธอพูดถูกต้องอย่างแท้จริง

ถึงนางเทพอัปสรเหล่าอื่นที่ทัดเทียมกับเธอ

และประเสริฐกว่าเธอในอโศกนันทวันก็มีอยู่

[๑๐๑]

แม่นางผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย

แต่นางเทพอัปสรเหล่านั้นไปแล้ว

ไม่รู้จักการบำเรอชายอย่างที่เธอรู้

[๑๐๒]

เชิญไปเถิด แม่นางผู้มีความงาม

เพราะเธอประเสริฐกว่าหญิงทั้งหลาย

เธอจักใช้รูปร่างผิวพรรณของเธอ

นำดาบสมาสู่อำนาจได้

(พระนางอลัมพุสาได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า)

[๑๐๓]

หม่อมฉันถูกพระเทวราชทรงใช้จะไม่ทำก็ไม่ได้

แต่หม่อมฉันหวั่นเกรงการที่จะประเล้าประโลมให้ดาบสนั้นยินดี

เพราะท่านเป็นพราหมณ์ มีเดชสูงส่ง

[๑๐๔]

ชนทั้งหลายประเล้าประโลมฤๅษีให้ยินดีแล้วตกนรก

ถึงสังสารวัฏเพราะความงมงายมีจำนวนมิใช่น้อย

เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงขนพองสยองเกล้า

(พระศาสดาตรัสว่า)

[๑๐๕]

อลัมพุสา มิสสาเทพอัปสร ผู้มีวรรณะน่าใคร่

ปรารถนาเพื่อจะให้อิสิสิงคดาบสคลุกเคล้าระคนด้วยกิเลส

ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้วก็หลีกไป

[๑๐๖]

ก็อลัมพุสาเทพอัปสรนั้นได้ลงสู่ป่าที่อิสิสิงคดาบสรักษา

ซึ่งดารดาษด้วยเถาตำลึงสุกมีประมาณกึ่งโยชน์โดยรอบนั้น

[๑๐๗]

นางเข้าไปหาอิสิสิงคดาบสผู้กำลังปัดกวาดโรงไฟแต่เช้าตรู่

ก่อนเวลาอาหารเช้า ใกล้เวลาอาทิตย์อุทัย

(ลำดับนั้น ดาบสถามนางว่า)

[๑๐๘]

เธอเป็นใครหนอ

รัศมีช่างงามผ่องใสดังสายฟ้า ประดุจดาวประกายพรึก

ประดับกำไลมืออันวิจิตร สวมใส่ต่างหูแก้วมณี

[๑๐๙]

มีประกายดุจแสงอาทิตย์ ร่างกายมีกลิ่นหอมด้วยจันทน์เหลือง

ลำขากลมกลึงสวยงาม มีมายามากมาย

กำลังสาวแรกรุ่น น่าทัศนาเชยชม

[๑๑๐]

เท้าทั้ง ๒ ของเธออ่อนละมุน สะอาดหมดจด ไม่แหว่งเว้า

ตั้งลงเรียบเสมอด้วยดี ทุกย่างก้าวของเธอน่ารักใคร่

ดึงใจอาตมาให้วาบหวาม

[๑๑๑]

อนึ่ง ลำขาของเธอเป็นปล้องๆ เหมือนกับงวงช้าง

สะโพกของเธอเกลี้ยงเกลากลมกลึงผึ่งผายสวยงาม

เหมือนแผ่นกระดานสะกา

[๑๑๒]

นาภีของเธอตั้งอยู่เรียบร้อยดีเหมือนฝักดอกอุบล

ปรากฏได้แต่ไกลเหมือนเกษรดอกอัญชันเขียว

[๑๑๓]

ถันเกิดที่ทรวงอกทั้งคู่หาขั้วมิได้

เต่งเต้าสวยงามทรงเกษียรรสไว้

ไม่หย่อนยาน เสมอเหมือนกับผลน้ำเต้าครึ่งผล

[๑๑๔]

ลำคอของเธอยาวประดุจลำคอนางเนื้อทราย

เปล่งปลั่งดั่งพื้นแผ่นทองคำ

ริมฝีปากของเธองามเปล่งปลั่งดั่งลิ้นหัวใจห้องที่ ๔

[๑๑๕]

ฟันของเธอทั้งข้างบนข้างล่าง

ขัดสีได้อย่างเลิศด้วยไม้ชำระฟัน

เกิดขึ้น ๒ คราว เป็นฟันที่ปราศจากโทษ ดูสวยงาม

[๑๑๖]

ดวงเนตรทั้ง ๒ ของเธอดำขลับ

ตามขอบดวงตาเป็นสีแดง เปล่งปลั่งดั่งเมล็ดมะกล่ำ

ทั้งยาวทั้งกว้าง ดูสวยงาม

[๑๑๗]

เส้นผมที่งอกขึ้นที่ศีรษะของเธอไม่ยาวเกินไป

เกลี้ยงเกลาดี ตกแต่งด้วยหวีทองคำ

มีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นจันทน์

[๑๑๘]

ชาวนาชาวไร่ คนเลี้ยงโค พ่อค้ามีความสำเร็จ

และฤๅษีผู้มีความสำรวม บำเพ็ญตบะ

มีความบากบั่น มีประมาณเท่าใด

[๑๑๙]

ชนมีประมาณเท่านั้นในปฐพีมณฑลนี้

แม้คนหนึ่งที่เสมอเหมือนเธอ อาตมายังไม่เห็น

เธอเป็นใคร เป็นลูกของใครหรือ อาตมาจะรู้จักเธอได้อย่างไร

(นางอลัมพุสาเทพกัญญารู้ว่าอิสิสิงคดาบสนั้นหลงใหลแล้ว จึงกล่าวว่า)

[๑๒๐]

ท่านกัสสปะผู้เจริญ เมื่อจิตของท่านเป็นไปอย่างนี้แล้ว

ก็ไม่ใช่กาลที่จะเป็นปัญหา มาเถิด สหาย

เราทั้ง ๒ จักอภิรมย์กันในอาศรมของเรา

มาเถิด ดิฉันจักคลุกเคล้าท่าน

ขอท่านเป็นผู้ฉลาดในความยินดีในเบญจกามคุณเถิด

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้นจึงตรัสว่า)

[๑๒๑]

อลัมพุสา มิสสาเทพอัปสร ผู้มีวรรณะน่าใคร่

ปรารถนาเพื่อจะให้อิสิสิงคดาบสคลุกเคล้าระคนด้วยกิเลส

ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้วก็หลีกไป

[๑๒๒]

ก็ดาบสนั้นตัดความเฉื่อยชาเสียแล้ว รีบออกไปโดยเร็ว

ประชิดตัวนาง ลูบเรือนผมบนศีรษะ

[๑๒๓]

เทพอัปสรกัลยาณีผู้มีความสวยสดงดงาม

หันกลับมาสวมกอดดาบสนั้น

นางมีความยินดีที่ดาบสเคลื่อนจากพรหมจรรย์นั้น

ตามที่ท้าวสักกะปรารถนา

[๑๒๔]

นางได้มีใจรำลึกถึงพระอินทร์ซึ่งประทับอยู่ในนันทวัน

ท้าวมัฆวานเทพกุญชรทรงทราบความดำริของนางแล้ว

[๑๒๕]

ทรงส่งบัลลังก์ทอง พร้อมทั้งเครื่องบริวาร

พร้อมทั้งทับทรวง ๕๐ อัน

และเครื่องปูลาด ๑,๐๐๐ ผืน ไปโดยเร็วพลัน

[๑๒๖]

แม่โฉมงามโอบอุ้มดาบสนั้นไว้แนบทรวงอก

กกกอดอยู่ตลอด ๓ ปีบนบัลลังก์นั้น

เป็นเหมือนเพียงครู่เดียวเท่านั้น

[๑๒๗]

โดยล่วงไป ๓ ปี ดาบสพราหมณ์จึงสร่างเมา รู้สึกตัว

ได้เห็นต้นไม้เขียวชะอุ่มขึ้นอยู่โดยรอบเรือนไฟ

[๑๒๘]

ป่าไม้ผลัดใบใหม่ ออกดอกบานสะพรั่ง

กึกก้องไปด้วยฝูงนกดุเหว่า ครั้นท่านเหลียวมองดูโดยรอบ

ก็หลั่งน้ำตาร้องไห้รำพันว่า

[๑๒๙]

เรามิได้บูชาไฟ มิได้สาธยายมนต์

อะไรบันดาลการบูชาไฟให้เสื่อมสิ้นไป

ใครหนอประเล้าประโลมบำเรอจิตของเราในกาลก่อน

[๑๓๐]

เมื่อเราอยู่ป่า ผู้ใดหนอมายึดเอาฌานคุณ

ที่เกิดมีพร้อมกับเดชของเราไป

ประดุจยึดเอานาวาที่เต็มเปี่ยมด้วยรัตนะนานาชนิดในท้องทะเลหลวง

(นางอลัมพุสาเทพกัญญาได้ฟังดังนั้น จึงปรากฏกายยืนอยู่กล่าวว่า)

[๑๓๑]

ดิฉันถูกท้าวเทวราชทรงใช้มาเพื่อบำเรอท่าน

ได้ใช้จิตฆ่าจิตท่าน เพราะความประมาท ท่านจึงไม่รู้สึกตัว

(อิสิสิงคดาบสได้ฟังนางอลัมพุสาเทพกัญญาแล้ว ระลึกถึงโอวาทที่บิดาให้ไว้ คร่ำครวญอยู่ได้กล่าวว่า)

[๑๓๒]

เดิมที พ่อกัสสปะพร่ำสอนถ้อยคำเหล่านี้กับเราว่า

พ่อมาณพ หญิงเปรียบได้กับดอกนารีผล

เจ้าจงรู้จักหญิงเหล่านั้น

[๑๓๓]

พ่อกัสสปะดูเหมือนจะเอื้อเอ็นดูเรา

จึงพร่ำสอนเราอย่างนี้ว่า มาณพ เจ้าจงรู้จักหญิงผู้มีฝีที่อก

เจ้าจงรู้จักหญิงเหล่านั้น

[๑๓๔]

เรามิได้ทำตามคำสอนของบิดาผู้เจริญนั้น

วันนี้เรานั้นจึงซบเซาอยู่แต่ผู้เดียวในป่าที่หามนุษย์มิได้

[๑๓๕]

น่าติเตียนจริงหนอ ชีวิตของเรา

เราจักทำอย่างที่เราเคยเป็นเช่นนั้น

หรือมิฉะนั้นเราก็จักตายเสีย

(พระศาสดาตรัสว่า)

[๑๓๖]

อลัมพุสาเทพกัญญา ครั้นทราบเดช ความเพียร

และปัญญาของดาบสนั้น ดำรงมั่นคงแล้ว

จึงจับเท้าทั้งสองของดาบสทูนไว้ที่ศีรษะ

ละล่ำละลักกล่าวกับอิสิสิงคดาบสว่า

[๑๓๗]

อย่าโกรธดิฉันเลย ท่านมหาวีระ

อย่าโกรธดิฉันเลย ท่านมหาฤๅษี

ดิฉันบำเพ็ญประโยชน์อันใหญ่หลวงเพื่อเทพชั้นไตรทศผู้มียศ

เพราะเทพบุรีทั้งหมดถูกพระคุณเจ้าทำให้หวั่นไหวในคราวนั้น

(อิสิสิงคดาบสกล่าวคาถาว่า)

[๑๓๘]

แม่นางผู้เจริญ ขอทวยเทพชั้นดาวดึงส์

ท้าววาสวะแห่งเทพชั้นไตรทศ และเธอจงเป็นสุขๆ เถิด

เชิญเธอไปตามสบายเถิด แม่เทพกัญญา

(พระศาสดาตรัสว่า)

[๑๓๙]

อลัมพุสาเทพกัญญา ครั้นจับเท้าทั้ง ๒ ของดาบสแล้ว

จึงประคองอัญชลี กระทำประทักษิณดาบสนั้น

แล้วได้หลีกไปจากที่นั้น

[๑๔๐]

นางเทพกัญญาขึ้นสู่บัลลังก์ทอง

พร้อมทั้งเครื่องบริวาร พร้อมทั้งทับทรวง ๕๐

และเครื่องปูลาด ๑,๐๐๐ ผืน อันเป็นของนางนั่นเอง

ได้กลับไปในสำนักเทพทั้งหลาย

[๑๔๑]

ท้าวสักกะจอมเทพทรงมีปีติและโสมนัส ปลาบปลื้มหฤทัย

ได้พระราชทานพรกับนางเทพกัญญานั้นซึ่งกำลังมา

ราวกับประทีปอันรุ่งเรือง ดุจสายฟ้าแลบ

(นางอลัมพุสากราบทูลว่า)

[๑๔๒]

ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง

หากพระองค์ทรงประทานพรแก่หม่อมฉันไซร้

ขอหม่อมฉันอย่าต้องไปประเล้าประโลมฤๅษีอีกเลย

ข้าแต่ท้าวสักกะ หม่อมฉันขอพรข้อนี้ ดังนี้แล

อลัมพุสาชาดกที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. สรภังคชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗จัตตาฬีสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๔. สังขปาลชาดก