ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. จัตตาฬีสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๔. สังขปาลชาดก

๔. สังขปาลชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๙๕ · บรรทัด ๑๐๔๒๒เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔)

ว่าด้วยสังขปาลนาคราช

(พระเจ้ากรุงพาราณสีตรัสว่า)

[๑๔๓]

ท่านมีลักษณะคล้ายพระอริยะ มีดวงตาแจ่มใส

เห็นจะเป็นคนบวชออกจากสกุล

ไฉนหนอท่านผู้มีปัญญาจึงสละทรัพย์และโภคะ

ออกจากเรือนบวชเสียเล่า

(อาฬารดาบสกราบทูลว่า)

[๑๔๔]

ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้เป็นเทพแห่งนรชน

อาตมาได้เห็นวิมานของพญาสังขปาลนาคราช

ผู้มีอานุภาพมากด้วยตนเอง

ครั้นเห็นแล้ว จึงได้บวช

เพราะเชื่อวิบากอันยิ่งใหญ่แห่งบุญทั้งหลาย

(พระราชาตรัสว่า)

[๑๔๕]

บรรพชิตทั้งหลายย่อมไม่กล่าวคำเท็จ

เพราะความรัก เพราะความชัง เพราะความกลัว

พระคุณเจ้า โยมถามแล้ว

ขอพระคุณเจ้าโปรดบอกเนื้อความนั้นแก่โยมเถิด

เพราะได้ฟัง ความเลื่อมใสจักเกิดขึ้นแก่โยมบ้าง

(อาฬารดาบสกราบทูลว่า)

[๑๔๖]

ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น

อาตมาเมื่อเดินทางไปค้าขายได้เห็นพวกบุตรของนายพราน

พากันหามพญานาคตัวมีร่างกายอ้วนพีใหญ่โตร่าเริงเดินไปในหนทาง

[๑๔๗]

ขอถวายพระพรพระองค์ผู้จอมชน อาตมานั้น

ได้มาประจวบเข้ากับเขาเหล่านั้น ก็เกิดกลัวจนขนพองสยองเกล้า

จึงได้ถามขึ้นว่า พ่อบุตรนายพรานทั้งหลาย พวกท่านจะนำนาค

ซึ่งมีร่างกายน่ากลัวตัวนี้ไปไหน จะทำอะไรกับนาคตัวนี้

(พวกเขาตอบว่า)

[๑๔๘]

วิเทหบุตร พวกเราจะนำนาคตัวนี้ไปเพื่อบริโภค

นาคตัวนี้มีร่างกายอ้วนพีใหญ่โต เนื้อของมันมาก

อ่อนนุ่ม และอร่อย ท่านยังมิได้รู้รสเนื้อมัน

[๑๔๙]

พวกเราจากที่นี่ไปถึงที่อยู่ของตนแล้ว

จะเอามีดสับกินเนื้อกันให้สำราญ

เพราะว่าพวกเราเป็นศัตรูของนาคทั้งหลาย

(อาตมาจึงพูดว่า)

[๑๕๐]

ถ้าพวกท่านจะนำนาค

ซึ่งมีร่างกายอ้วนพีใหญ่โตตัวนี้ไปเพื่อจะบริโภคไซร้

ข้าพเจ้าจะให้โคผู้ซึ่งมีกำลังแข็งแรงแก่พวกท่าน ๑๖ ตัว

ขอพวกท่านจงปล่อยนาคตัวนี้จากเครื่องพันธนาการเถิด

(พวกเขาตอบว่า)

[๑๕๑]

ความจริง นาคนี้เป็นอาหารที่ชอบใจของพวกเราอย่างแท้จริง

และพวกเราก็เคยกินนาคมามาก

แต่พวกเราจะทำตามคำของท่าน นายอาฬารวิเทหบุตร

และขอท่านจงเป็นมิตรของพวกเราด้วยนะ

[๑๕๒]

บุตรนายพรานเหล่านั้นจึงแก้นาคราชตัวนั้น

ออกจากเครื่องพันธนาการซึ่งสอดเข้าทางจมูกร้อยไว้ในบ่วง

นาคราชตัวนั้นพ้นจากเครื่องผูกแล้ว

ครู่หนึ่งจึงบ่ายหน้าสู่ทิศปราจีนหลีกไป

[๑๕๓]

ครั้นบ่ายหน้าสู่ทิศปราจีนไปได้ครู่หนึ่ง ได้เหลียวกลับมา

มองดูอาตมาด้วยดวงตาทั้ง ๒ ที่นองไปด้วยน้ำตา

ในคราวนั้น อาตมาได้ประคองอัญชลีทั้ง ๑๐ นิ้ว

เดินตามไปข้างหลัง กล่าวเตือนว่า

[๑๕๔]

ท่านจงรีบด่วนไปโดยเร็วเถิด ขอศัตรูอย่าจับท่านได้อีกเลย

เพราะการสมาคมกับพวกพรานอีกเป็นทุกข์

ท่านจงไปยังสถานที่ที่พวกบุตรนายพรานไม่เห็นเถิด

[๑๕๕]

นาคราชนั้นได้ไปสู่ห้วงน้ำใส สีเขียวครามโอภาส

มีท่าอันงดงาม น่ารื่นรมย์ใจ

ปกคลุมไปด้วยหมู่ต้นหว้าและต้นอโศก

เป็นผู้ปลอดภัย เบิกบานใจ ได้เข้าไปสู่นาคพิภพ

[๑๕๖]

มหาบพิตรผู้จอมชน นาคราชนั้น

ครั้นเข้าไปยังนาคพิภพนั้นได้ไม่นาน

ได้มาปรากฏแก่อาตมาพร้อมด้วยบริวารเป็นทิพย์

บำรุงอาตมาเหมือนบุตรบำรุงบิดา

กล่าวถ้อยคำอันจับใจสบายหูว่า

(พญานาคสังขปาละกล่าวว่า)

[๑๕๗]

ท่านอาฬาระ ท่านเป็นมารดาบิดาของข้าพเจ้า

เป็นดังดวงใจ เป็นผู้ให้ชีวิต เป็นสหาย

ข้าพเจ้าจึงได้อิทธิฤทธิ์ของตนคืนมา

ขอเชิญท่านไปเยี่ยมที่อยู่ของข้าพเจ้า

ซึ่งมีอาหารเพียงพอ มีข้าวและน้ำมากมาย

ดุจขุนเขาสิเนรุพิภพของท้าววาสวะ

(พญานาคสังขปาละกล่าวว่า)

[๑๕๘]

นาคพิภพนั้นประกอบไปด้วยภูมิภาค

ภาคพื้นที่ไม่มีก้อนกรวด อ่อนนุ่มและงดงาม

มีหญ้าเตี้ยๆ ปราศจากฝุ่นละออง น่าเลื่อมใส

เป็นสถานที่ระงับความเศร้าโศกของผู้ที่เข้าไป

[๑๕๙]

มีสระโบกขรณีที่ไม่อากูล สีเขียวครามเพราะแก้วไพฑูรย์

มีสวนมะม่วงที่น่ารื่นรมย์ยิ่งนักทั้ง ๔ ทิศ

ติดผลอยู่เป็นนิตย์ตลอดฤดูกาล มีทั้งผลสุก ผลห่าม และผลอ่อน

(อาฬารดาบสกราบทูลว่า)

[๑๖๐]

ขอถวายพระพร นรเทพมหาบพิตร ณ ท่ามกลาง

สวนมะม่วงทั้ง ๔ ทิศ มีนิเวศน์เลื่อมปภัสสรสร้างด้วยทองคำ

[๑๖๑]

ณ นิเวศน์นั้น มีเรือนยอดและห้องโอฬาร

สร้างด้วยแก้วมณีและทองคำ วิจิตรด้วยศิลปะอเนกประการ

ซึ่งเนรมิตไว้ดีแล้วติดต่อกัน เต็มไปด้วยนางนาคกัญญาทั้งหลาย

ผู้ประดับตบแต่งร่างกายล้วนสวมใส่สายสร้อยทองคำ มหาบพิตร

[๑๖๒]

สังขปาลนาคราชผู้มีผิวพรรณไม่ทรามนั้น รีบขึ้นสู่ปราสาท

ซึ่งมีอานุภาพนับไม่ได้ มีเสา ๑,๐๐๐ ต้น

อันเป็นสถานที่อยู่ของภรรยาผู้เป็นมเหสีของเขา

[๑๖๓]

และนารีนางหนึ่งไม่ต้องเตือน

รีบนำอาสนะอันสำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ มีค่ามากงดงาม

ประกอบด้วยแก้วมณีชั้นดีมีราคามาปูลาด

[๑๖๔]

ลำดับนั้น นาคราชจูงมืออาตมาให้นั่ง

ณ อาสนะอันเป็นประธานโดยกล่าวว่า

นี้อาสนะ ท่านผู้เจริญโปรดนั่ง ณ อาสนะนี้เถิด

เพราะบรรดาท่านผู้เป็นที่เคารพทั้งหลายของข้าพเจ้า

ท่านผู้เจริญก็เป็นคนหนึ่ง

[๑๖๕]

ขอถวายพระพร พระองค์ผู้จอมชน

และนารีอีกนางหนึ่งรีบนำน้ำเข้ามาล้างเท้าอาตมา

เหมือนภรรยาล้างเท้าภัสดาสามีสุดที่รัก

[๑๖๖]

และนารีอื่นอีกนางหนึ่งรีบประคองถาดทองคำ

น้อมนำภัตตาหารที่น่าพอใจ มีแกงหลายชนิด

มีกับหลายอย่างเข้ามา

[๑๖๗]

ภารตะมหาบพิตรพระองค์ นารีเหล่านั้นรู้ใจภัสดา

บำเรออาตมาผู้บริโภคเสร็จแล้วด้วยดนตรีทั้งหลาย

ยิ่งไปกว่านั้น นาคราชเข้าไปหาอาตมา

พร้อมด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์

อันโอฬารมิใช่น้อย กล่าวว่า

[๑๖๘]

ท่านอาฬาระ ภรรยาของข้าพเจ้าทั้ง ๓๐๐ นางเหล่านี้

ล้วนเอวบางร่างน้อย มีผิวพรรณดังกลีบปทุม

ท่านอาฬาระ นางเหล่านี้พึงบำเรอกามแก่ท่าน

ขอท่านโปรดให้นางเหล่านั้นบำเรอท่านเถิด

(อาฬารดาบสกราบทูลต่อไปว่า)

[๑๖๙]

อาตมาได้เสวยกามรสอันเป็นทิพย์อยู่ ๑ ปี

คราวนั้น จึงได้ถามยิ่งขึ้นไปว่า นาคสมบัตินี้

ท่านได้เพราะทำกรรมอะไร ได้อย่างไร

ไฉนท่านจึงได้ครอบครองวิมานอันประเสริฐ

[๑๗๐]

ท่านได้โดยไม่มีเหตุ หรือเกิดเพราะใครน้อมมาเพื่อท่าน

ท่านทำเอง หรือเทวดาทั้งหลายให้

ข้าพเจ้าถามเนื้อความนั้นกับท่านนาคราช

ไฉนท่านจึงได้ครอบครองวิมานอันประเสริฐ

(พญานาคสังขปาละตอบว่า)

[๑๗๑]

วิมานนี้ข้าพเจ้าได้มาโดยไม่มีเหตุหามิได้

เกิดเพราะใครน้อมมาเพื่อข้าพเจ้าก็หาไม่

ข้าพเจ้าทำเองก็หาไม่

แม้เทวดาทั้งหลายก็มิได้มอบให้

แต่ข้าพเจ้าได้เพราะบุญกรรมซึ่งมิใช่บาปของตน

(อาฬารดาบสถามว่า)

[๑๗๒]

วัตรของท่านเป็นอย่างไร

อนึ่ง พรหมจรรย์ของท่านเป็นอย่างไร

นี้เป็นผลแห่งวัตรและพรหมจรรย์ที่ท่านประพฤติดีแล้วอย่างไร

นาคราช ขอท่านโปรดบอกเนื้อความนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิดว่า

ท่านได้วิมานนี้อย่างไรหนอ

(พญานาคสังขปาละตอบว่า)

[๑๗๓]

ข้าพเจ้านั้นได้เป็นพระราชา ผู้เป็นใหญ่กว่าชนชาวมคธ

มีนามว่า ทุโยธนะ มีอานุภาพมาก

ได้เห็นชัดว่า ชีวิตมีเพียงนิดหน่อย ไม่เที่ยง

มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา

[๑๗๔]

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำ

เป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ

พระราชวังของข้าพเจ้าในคราวนั้น เป็นดุจบ่อน้ำ

ทั้งสมณะและพราหมณ์จึงอิ่มหนำสำราญ

[๑๗๕]

ณ ที่พระราชวังนั้น ข้าพเจ้าได้ให้พวงดอกไม้

ของหอม เครื่องลูบไล้ ประทีป ยานพาหนะ

ที่พักอาศัย ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ที่นอน

ข้าวและน้ำเป็นทานโดยเคารพ

[๑๗๖]

นั่นเป็นพรตและนั่นเป็นพรหมจรรย์ของข้าพเจ้า

นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้นที่ข้าพเจ้าประพฤติดีแล้ว

เพราะวิบากแห่งกรรมนั้นนั่นแล ข้าพเจ้าจึงได้วิมานนี้

ซึ่งมีอาหารเพียงพอ มีข้าวและน้ำมากมาย

และสมบูรณ์ด้วยการฟ้อนรำขับร้อง

แต่วิมานนี้ไม่จีรังยั่งยืนและไม่เที่ยง

(อาฬารดาบสถามว่า)

[๑๗๗]

บุตรนายพรานทั้งหลาย ผู้มีอานุภาพน้อย ไม่มีเดช

ย่อมเบียดเบียนท่านผู้มีอานุภาพมาก มีเดชได้

เพราะเหตุไร ท่านผู้มีเขี้ยวเป็นอาวุธ เพราะอาศัยเหตุอะไร

ท่านจึงได้ตกอยู่ในเงื้อมมือของบุตรนายพรานได้

[๑๗๘]

มหันตภัยตามมาถึงท่านหรือหนอ

หรือว่าพิษแล่นไปไม่ถึงรากเขี้ยวของท่าน

ท่านผู้มีเขี้ยวเป็นอาวุธ เพราะอาศัยเหตุอะไรแลหรือ

ท่านจึงถึงความทุกข์ในสำนักของพวกบุตรนายพราน

(พญานาคสังขปาละตอบว่า)

[๑๗๙]

มหันตภัยตามมาถึงข้าพเจ้าก็หาไม่

พิษของข้าพเจ้าพวกบุตรนายพรานเหล่านั้นก็ไม่อาจจะทำลายได้

แต่ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายที่ท่านประกาศไว้ดีแล้ว

ยากที่จะล่วงได้ดุจเขตแดนแห่งสมุทร

[๑๘๐]

ท่านอาฬาระ วัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ

ข้าพเจ้าเข้าจำอุโบสถอยู่เป็นนิตย์ คราวนั้น

พวกบุตรนายพราน ๑๖ คนถือเชือกและบ่วงอันมั่นคงมา

[๑๘๑]

พวกพรานช่วยกันเจาะจมูกแล้วร้อยเชือก

แล้วช่วยกันหามนำข้าพเจ้าไป

ข้าพเจ้าอดกลั้นความทุกข์เช่นนั้น มิได้ทำให้อุโบสถกำเริบ

(อาฬารดาบสถามว่า)

[๑๘๒]

พวกบุตรนายพรานได้เห็นท่าน

ผู้สมบูรณ์ด้วยพลังและผิวพรรณที่หนทางที่เดินได้คนเดียว

นาคราช ก็ท่านเป็นผู้เจริญแล้วด้วยสิริและปัญญา

ยังบำเพ็ญตบะอยู่เพื่อประโยชน์อะไร

(พญานาคสังขปาละตอบว่า)

[๑๘๓]

ท่านอาฬาระ ข้าพเจ้าบำเพ็ญตบะ

เพราะเหตุแห่งบุตร เพราะเหตุแห่งทรัพย์สมบัติ

หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่

แต่เพราะข้าพเจ้าปรารถนากำเนิดแห่งมนุษย์

เพราะเหตุนั้น จึงบากบั่นบำเพ็ญตบะ

(อาฬารดาบสถามว่า)

[๑๘๔]

ท่านมีนัยน์ตาแดง มีรัศมีรุ่งเรือง ประดับตบแต่งร่างกาย

ตัดผมและโกนหนวดเรียบร้อย

ลูบไล้ผิวพรรณด้วยดีด้วยจันทน์แดง

ส่องสว่างไปทั่วทิศ ดุจราชาแห่งคนธรรพ์

[๑๘๕]

ท่านเป็นผู้บรรลุเทวฤทธิ์แล้ว มีอานุภาพมาก

พรั่งพร้อมด้วยกามคุณทุกอย่าง

นาคราช ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กับท่านว่า

มนุษยโลกประเสริฐกว่านาคพิภพนี้ เพราะเหตุไร

(พญานาคสังขปาละตอบว่า)

[๑๘๖]

ท่านอาฬาระ นอกจากมนุษยโลกแล้ว

ความบริสุทธิ์หรือความสำรวมไม่มี

ก็ข้าพเจ้าได้กำเนิดมนุษย์แล้ว

จักกระทำที่สุดแห่งชาติและมรณะ

(อาฬารดาบสกล่าวว่า)

[๑๘๗]

เป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในสำนักของท่าน

ได้รับการบำรุงด้วยข้าวและน้ำ ท่านนาคินทร์ผู้ประเสริฐ

ข้าพเจ้าจากมนุษยโลกมานาน จะขอลาท่านไป

(พญานาคสังขปาละถามว่า)

[๑๘๘]

บุตร ภรรยา และชนที่ข้าพเจ้าชุบเลี้ยง

ซึ่งข้าพเจ้าพร่ำสอนเป็นนิตย์ว่า พึงบำรุงท่าน

ไม่มีใครสักคนสาปแช่งท่านแลหรือ ท่านอาฬาระ

ก็การได้พบเห็นท่านนับว่าเป็นที่พอใจของข้าพเจ้า

(อาฬารดาบสตอบว่า)

[๑๘๙]

บุตรสุดที่รักพึงได้รับการปฏิบัติ

อยู่ในเรือนมารดาบิดาแม้โดยประการใด

ท่านก็ปฏิบัติข้าพเจ้าในที่นี้แล ประเสริฐกว่าแม้โดยประการนั้น

เพราะจิตของท่านเลื่อมใสในข้าพเจ้า นาคราช

(พญานาคสังขปาละกล่าวว่า)

[๑๙๐]

แก้วมณีสีแดง ซึ่งนำทรัพย์มาให้ได้ของข้าพเจ้ามีอยู่

ท่านจงถือเอาแก้วมณีอันโอฬารไปยังที่อยู่ของตน

ครั้นได้ทรัพย์แล้ว จงเก็บแก้วมณีไว้

(อาฬารดาบสกล่าว ๒ คาถาว่า)

[๑๙๑]

ขอถวายพระพรมหาบพิตร กามทั้งหลายแม้เป็นของมนุษย์

อาตมาก็ได้เห็นแล้ว เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา

เพราะเห็นโทษในกามคุณทั้งหลาย อาตมาจึงบวชด้วยศรัทธา

[๑๙๒]

ทั้งคนหนุ่มทั้งคนแก่

ย่อมมีกายแตกทำลายไป เหมือนผลไม้หล่นจากต้น

มหาบพิตร อาตมาเห็นข้อปฏิบัติอันไม่ผิดแม้นี้ว่า

ความเป็นสมณะนั่นแลประเสริฐ จึงได้บวช

(พระราชาตรัสว่า)

[๑๙๓]

ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต

คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้

พระคุณเจ้าอาฬาระ โยมได้ฟังเรื่องของนาคราช

และของพระคุณเจ้าแล้ว จักทำบุญให้มาก

(อาฬารดาบสกล่าวว่า)

[๑๙๔]

ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต

คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้

ขอเดชะพระราชา พระองค์ทรงสดับเรื่องนาคราชและของอาตมาแล้ว

ขอจงทรงบำเพ็ญบุญให้มากเถิด

สังขปาลชาดกที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. อลัมพุสาชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗จัตตาฬีสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๕. จุลลสุตโสมชาดก