ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๓. เสเรยยกวรรค
  8. /
  9. ๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน (๑๒๕)

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน (๑๒๕)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๒๗ · บรรทัด ๓๗๖๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสัมมุขาถวิกเถระ

(พระสัมมุขาถวิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๔๑]

เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ

ข้าพเจ้าพยากรณ์นิมิตและทำหมู่ชนให้เย็นใจว่า

พระโพธิสัตว์นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก

[๔๒]

อนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

หมื่นจักรวาลย่อมหวั่นไหว

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๓]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

ได้มีแสงสว่างเจิดจ้า

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๔]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

แม่น้ำทั้งหลายไม่ไหล

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๕]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

ไฟในอเวจีนรกไม่ลุกโพลง

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๖]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

หมู่นกไม่สัญจรไปมา

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๗]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

กองลมไม่พัด

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๘]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

รัตนะทุกชนิดส่องแสงโชติช่วง

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๙]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ

ทรงย่างพระบาทไปได้ ๗ ก้าว

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา

ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๕๐]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพอประสูติแล้วเท่านั้น

ก็ทรงเหลียวดูทิศทั้งปวง แล้วทรงเปล่งอาสภิวาจา ๑-

นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

[๕๑]

ข้าพเจ้าทำหมู่ชนให้เกิดสังเวชแล้ว ชมเชย

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก

[๕๒]

ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าชมเชยพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการชมเชย

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถข้อ ๒๓ หน้า ๒๖๔ ในเล่มนี้

[๕๓]

ในกัปที่ ๙๐ นับจากกัปนี้ไป

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าสัมมุขาถวิกะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๕๔]

ในกัปที่ ๘๙ นับจากกัปนี้ไป

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าปฐวีทุนทุภิ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๕๕]

ในกัปที่ ๘๘ นับจากกัปนี้ไป

ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าโอภาส

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๕๖]

ในกัปที่ ๘๗ นับจากกัปนี้ไป

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสริตัจเฉทนะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๕๗]

ในกัปที่ ๘๖ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอัคคินิพพาปนะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๕๘]

ในกัปที่ ๘๕ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวาตสมะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๕๙]

ในกัปที่ ๘๔ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าคติปัจเฉทนะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๖๐]

ในกัปที่ ๘๓ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่ารัตนปัชชละ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๖๑]

ในกัปที่ ๘๒ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าปทวิกกมนะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๖๒]

ในกัปที่ ๘๑ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวิโลกนะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๖๓]

ในกัปที่ ๘๐ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าคิริสาระ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๖๔]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสัมมุขาถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สัมมุขาถวิกเถราปทานที่ ๕ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๓. เสเรยยกวรรคหัวข้อถัดไป๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖)