ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๓. เสเรยยกวรรค
  8. /
  9. ๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗)

๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๒๙ · บรรทัด ๓๘๓๒

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๑๒๗. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน

อปทานของท่านพระผลทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ หลายๆ ภพที่ผ่านมาจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว ศึกษาจบศิลปศาสตร์ของตนคือไตรเพท เป็นอาจารย์ของพวกพราหมณ์จำนวนหลายพันคน (ต่อมา) มองไม่เห็นที่สุดแห่งศิลปะทั้งหลายของตนและมองไม่เห็นสาระประโยชน์ในศิลปะนั้น จึงละเพศฆราวาสบวชเป็นฤาษี สร้างอาศรมอยู่ไม่ไกลจากหิมวันต์ประเทศนัก เลี้ยงชีวิตอยู่ร่วมกับพวกศิษย์.

ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จไปภิกขาจารถึงประเทศถิ่นนั้น เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เขา. ดาบสพอได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายเมล็ดบัวชนิดอร่อยที่เก็บไว้ในห่อเพื่อส่วนตัวแล้วคล้องไว้ที่ปลายไม้ ถวายพร้อมกับน้ำผึ้ง.

พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยในขณะที่เขากำลังมองดูอยู่นั่นแล เพื่อให้เขาเกิดความโสมนัสแล้ว ประทับยืนในอากาศ ตรัสแสดงอานิสงส์แห่งผลทานแล้วก็เสด็จหลีกไป.

ด้วยบุญอันนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวโลกแลมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติทั้งสองแล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง ซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เพียงอายุได้ ๗ ปีเท่านั้นก็บรรลุพระอรหัต ได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเคยทำไว้ในปางก่อนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนจึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.

พึงทราบวิเคราะห์ในบทนั้นดังนี้

ชื่อว่า อชฺฌายิ เพราะย่อมศึกษา คือ ย่อมคิด, อชฺฌายิ ก็คือ อชฺฌายโก แปลว่า ผู้ศึกษาเล่าเรียน.

จริงอยู่ อ อักษรในบทว่า อชฺฌายโก นี้ย่อมเป็นไปในอรรถ ๑๐ ประการ ดังที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า อ อักษรเป็นไปในอรรถปฏิเสธ ในความเจริญ ในความเป็นเช่นนั้น ฯลฯ ในความว่างเปล่า และในอรรถว่า เล็กน้อย.

อธิบายว่า อชฺฌายโก ก็คือเป็นคนช่างคิด เพราะอรรถว่าย่อมศึกษาเล่าเรียน ย่อมคิดถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ย่อมทำการสาธยาย ด้วยวิธีฟังและจำเป็นต้นของพวกศิษย์.

ชื่อว่า มันตธโร เพราะอรรถว่าย่อมทรงจำ ทบทวนร่ายมนต์ทั้งหมดตามที่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักของอาจารย์ได้จนขึ้นใจ.

บทว่า ติณฺณํ เวทาน ปารคู ความว่า ญาณท่านก็เรียกอย่างนี้เหมือนกัน.

ที่เรียกว่าเวท เพราะพึงทราบ คือพึงตรัสรู้ได้ด้วยเวท. คัมภีร์ทั้ง ๓ คือ อิรุพเวท ยชุรเวท สามเวท.

ชื่อว่าปารคู เพราะบรรลุถึงฝั่ง คือที่สุดยอดแห่งเวททั้ง ๓ เหล่านั้น.

คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดแล้วทั้งหมดแล. จบอรรถกถาผลทายกเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๒๙ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๓. เสเรยยกวรรคหัวข้อถัดไป๘. ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘)