ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๔. โสภิตวรรค
  8. /
  9. ๒. สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒)

๒. สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๓๔ · บรรทัด ๓๙๓๘

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๑๓๒. อรรถกถาสุทัสสนเถราปทาน

อปทานของท่านพระสุทัสสนเถระมีคำเริ่มต้นว่า วิตฺถตาย นทีตีเร ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญไว้ในทุกๆ ภพนั้น.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล เจริญวัยแล้ว ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส.

(วันหนึ่ง) กำลังเดินหาต้นการะเกดที่มีดอกบาน ใกล้กับฝั่งแม่น้ำชื่อวิตกถตะ (แม่น้ำกว้าง) ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้งดงามเปรียบปานกองไฟที่กำลังลุกโพลง ประทับนั่งใกล้ฝั่งแห่งแม่น้ำนั้น มีใจเลื่อมใส เด็ดดอกการะเกดพร้อมทั้งขั้วมาแล้ว เมื่อจะบูชาจึงกราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าทรงมีอานุภาพมากถึงอย่างนี้ มีด้วยพระญาณใด, ข้าพระองค์ขอบูชาซึ่งพระญาณนั้น.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำอนุโมทนาแล้ว.

ด้วยบุญอันนั้น เขาได้บังเกิดในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติทั้งสองจนครบถ้วนแล้ว

เขาได้บังเกิดพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูลแห่งหนึ่ง เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.

ท่านระลึกถึงกุศลกรรมที่ได้กระทำไว้ของตนแล้วเกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า วิตฺถตาย นทีตีเร ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิตฺถตาย มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่า วิตฺถตา เพราะเป็นแม่น้ำที่แผ่ขยายกว้างออกไป.

ชื่อว่า นที เพราะเปล่งเสียง ส่งเสียงหลั่งไหลไปแล้ว,

ชื่อว่า ตีรํ เพราะคนที่จะข้ามแม่น้ำ ถึงที่นั้นก่อนแล้ว จึงจะชื่อว่าข้ามไปได้,

อธิบายว่า ใกล้ฝั่งแม่น้ำที่กว้างนั้น.

บทว่า เกตกึ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่า เกตํ เพราะมีหนามที่จะทิ่มแทงมือของผู้จะเด็ดทั้งหลาย โดยอาการอันน่าเกลียด.

เชื่อมความว่า เห็นดอกการะเกดของต้นการะเกดนั้นแล้ว จึงเด็ดไปทั้วขั้ว.

บทว่า สิขิโน โลกพนฺธุโน มีวิเคราะห์ว่า

ไฟท่านเรียกว่าสิขี, หมู่รัศมีมีพรรณ ๖ ประการต่างชนิดมีสีเขียวและเหลืองเป็นต้นเช่นกับไฟเปล่งปลั่งโชติช่วงมีอยู่แก่ผู้ใด ผู้นั้นคือพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขีพระองค์เป็นโลกพันธุ์ เพราะเป็นเผ่าพันธุ์เป็นญาติของชาวโลก คือของโลก ๓ ทั้งหมด.

เชื่อมความว่า เราเด็ดดอกการะเกดพร้อมทั้งขั้วมาบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของชาวโลกพระองค์นั้นแล้ว.

คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสุทัสสนเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๓๔ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. โสภิตเถราปทาน (๑๓๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๔. โสภิตวรรคหัวข้อถัดไป๓. จันทนปูชกเถราปทาน (๑๓๓)