ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๒. สีหาสนิวรรค
  8. /
  9. ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๓ · บรรทัด ๑๒๑๓

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

วิสุทธชนวิลาสินี

อรรถกถาขุททกนิกาย อปทาน

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เถราปทาน

สีหาสนิยวรรคที่ ๒

๑๑. #- อรรถกถาสีหาสนทายกเถราปทาน ____________________________ #- เลขหน้าอรรถกถา บอกลำดับอปทานของพระเถระต่อจากเถราปทานวรรคที่ ๑.

อปทานของท่านพระสีหาสนทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้บำเพ็ญบารมีแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ พระองค์ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ ท่านบังเกิดในตระกูลแห่งหนึ่งที่เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ สมบูรณ์ด้วยศรัทธา.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ท่านยังอยู่ในเทวโลก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว จึงได้เกิด พอท่านบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้พบเห็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงคิดน้อยใจว่า เสียดายจริงหนอที่เราไม่ได้มีโอกาสพบพระผู้มีพระภาคเจ้าขณะที่พระองค์ยังมีพระชนม์อยู่ดังนี้ มีจิตเลื่อมใสในองค์พระเจดีย์ เกิดโสมนัสจิตให้ช่างสร้างอาสนะสีหะบนธรรมาสน์ที่สำเร็จด้วยแก้วทุกชนิด วิจิตรปานประหนึ่งว่าเทพยดาเนรมิต แล้วทำการบูชาแด่พระพุทธเจ้า คล้ายกับว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ให้สร้างเรือนยอดงดงามปานดังทิพยวิมานไว้บนธรรมาสน์นั้น. ให้สร้างตั่งรองเท้าสำหรับรองเท้า.

เขากระทำเทียนธูปดอกไม้และของหอมเป็นต้นนานาชนิดให้เป็นเครื่องบูชา จนตลอดชีวิตเห็นปานนี้ จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้วบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติกลับไปกลับมาในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น เสวยจักรพรรดิสมบัตินับครั้งไม่ถ้วนในมนุษยโลกและได้เสวยสมบัติคือการเป็นพระราชาในประเทศจนนับครั้งไม่ถ้วน.

ในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ ได้บวชบำเพ็ญสมณธรรม ในระหว่างนี้ก็ท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติแห่งหนึ่ง พอบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา มีศรัทธาขอบรรพชาอุปสมบท เรียนกัมมัฏฐาน พากเพียรพยายาม ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.

ท่านพอได้บรรลุพระอรหัตผลแล้วอย่างนี้ จึงได้ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัสขึ้นแล้ว เมื่อจะประกาศอ้างถึงความประพฤติที่มีในกาลก่อน จึงกล่าวคาถาเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.

โลกนาถะ ในคาถานี้หมายถึงที่พึ่ง คือประธานของชาวโลก. อธิบายว่า เจ้าของแห่งชาวโลกทั้ง ๓.

เชื่อมความว่า เมื่อพระโลกนาถเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะปรินิพพานแล้ว.

บทว่า วิตฺถาริเต ปาวจเน ความว่า เมื่อปาพจน์คือพระไตรปิฎก กว้างขวางออกไป แผ่ไปปรากฏชัดแล้ว.

บทว่า พาหุชญฺญมฺหิ สาสเน ความว่า เมื่อหมู่ชนเป็นอันมากได้แก่พระขีณาสพหลายแสนโกฏิ ได้รู้ ได้บรรลุถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อันสงเคราะห์ด้วยไตรสิกขาแล้ว.

บทว่า ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ความว่า ในกาลนั้น เราไม่มีโอกาสได้เกิดพบพระพุทธเจ้าขณะยังทรงพระชนม์อยู่ เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วจึงได้จุติจากเทวโลกมาบังเกิดในมนุษยโลก ได้พบแต่เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ได้มีจิตเลื่อมใส มีใจประกอบด้วยศรัทธา มีใจดีงาม เกิดความเลื่อมใสและนับถือเป็นอันมากขึ้นว่า ช่างเป็นบุญเหลือเกินที่การมาขอเรานับว่าเป็นการมาดีแล้ว ดังนี้จึงจินตนาการว่า เราสมควรที่จะบำเพ็ญบุญสักอย่างหนึ่งเพื่อบรรลุพระนิพพาน จึงได้ใช้เงินทองและแก้วเป็นต้นมาประดับประดาอาสนะสีหะอุทิศเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า ไว้ใกล้พระเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. และได้ให้คนสร้างตั่งรองเท้าสำหรับรองพระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประทับนั่งแล้วบนธรรมาสน์นั้น. และได้ให้คนสร้างเรือนยอดไว้บนธรรมาสน์นั้น เพื่อไม่ให้อาสนะสีหะเปียกฝน.

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สีหาสนมกาสหํ ฯ เป ฯ ฆรํ ตตฺถ อกาสหํ ดังนี้.

บทว่า เตน จิตฺตปฺปสาเทน ความว่า เรามีจิตเลื่อมใสสร้างอาสนะสีหะถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า คล้ายกับว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่.

บทว่า ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ความว่า เราได้บังเกิดในดุสิตภพ.

บทว่า อายาเมน จตุพฺพีส ความว่า วิมานมีส่วนยาวและสูง ๒๔ โยชน์ เกิดปรากฏแก่ข้าพเจ้าผู้เกิดเป็นเทวดาในดุสิตภพนั้น ด้วยบุญที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญเป็นอย่างดี และวิมานกว้าง ๑๔ โยชน์ ได้บังเกิดมีในขณะที่ข้าพเจ้าได้เกิดแล้วทีเดียว.

คำที่เหลือพอรู้ได้ง่ายอยู่แล้ว.

บทว่า จตุนฺนวุเต อิโต กปฺเป ความว่า เราได้กระทำ คือได้บำเพ็ญกรรมมาในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้.

ความว่า ตั้งแต่นั้นมา ด้วยพลังแห่งบุญ เราจึงได้ไม่รู้จักทุคติอะไรเลย คือทุคติอะไรๆ ไม่เคยได้มีเลย.

บทว่า เตสตฺตติมฺหิโต กปฺเป ได้แก่ ในกัปที่ ๗๓ แต่กัปนี้.

บทว่า อินฺทนามา ตโย ชนา ความว่า พระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์พระนามว่าอินทะ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอินทะ ในกัปหนึ่ง ๓ ชาติ.

บทว่า เทฺว สตฺตติมฺหิโต กปฺเป ได้แก่ ในกัปที่ ๗๒ แต่กัปนี้. คน ๓ คนที่มีชื่อว่าสุมนะ คือได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๓ ครั้ง.

บทว่า สมสตฺตติโต กปฺเป ความว่า เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ครั้งผู้มีพระนามอย่างนี้คือ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวรุณ ในกัปที่ ๗๐ ไม่หย่อนไม่ยิ่งแต่กัปนี้ คือได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่สมบูรณ์ด้วยจักรรัตนะทุกอย่างในทวีปทั้ง ๔.

คำที่เหลือพอรู้ได้อยู่แล้ว. จบอรรถกถาสีหาสนทายกเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๒. อานันทเถราปทาน (๑๐)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๒. สีหาสนิวรรคหัวข้อถัดไป๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)