ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๒. สีหาสนิวรรค
  8. /
  9. ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๓ · บรรทัด ๑๒๑๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. สีหาสนิยวรรค

หมวดว่าด้วยการถวายแท่นสีหาสน์เป็นต้น

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสีหาสนทายกเถระ

(พระสีหาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑]

เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ

ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

เมื่อปาพจน์ ๑- แผ่กว้างออกไป

เมื่อศาสนาอันมหาชนรู้กันแล้ว

[๒]

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีได้ทำพระแท่นสีหาสน์ ๒-

ครั้นทำเสร็จแล้วได้ทำตั่งสำหรับรองพระบาทถวาย

[๓]

ในฤดูฝน ข้าพเจ้าได้สร้างเรือนคลุมบนพระแท่นสีหาสน์นั้น

ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ไปบังเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต

[๔]

บุญกรรมได้สร้างวิมานยาว ๒๔ โยชน์

กว้าง ๑๔ โยชน์ไว้อย่างดีในขณะนั้นเพื่อข้าพเจ้า

[๕]

นางเทพกัญญา ๗,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

บุญกรรมได้เนรมิตบัลลังก์ทองไว้อย่างดีในวิมาน

[๖]

ยานคือช้าง ยานคือม้า ซึ่งเป็นยานทิพย์

ได้รับการจัดเตรียมไว้แล้ว

ปราสาทและวอก็บังเกิดขึ้นตามต้องการ

@เชิงอรรถ :

@๑ ปาพจน์ หมายถึงปิฎก ๓ (คือวินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธรรมปิฎก) (ขุ.อป.อ. ๒/๑/๒)

@๒ พระแท่นสีหาสน์ หมายถึงอาสนะอย่างดี (ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๙/๓๕) เป็นอาสนะของพระผู้มีพระภาคผู้องอาจ

@ดุจสีหะ เป็นอาสนะที่ประดับด้วยของมีค่า เช่น เงิน และทองเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๒๑/๒๑๙)

[๗]

บัลลังก์แก้วมณีและบัลลังก์ไม้แก่นชนิดอื่นอีกจำนวนมาก

ทั้งหมดบังเกิดขึ้นเพื่อข้าพเจ้า

นี้เป็นผลของการถวายพระแท่นสีหาสน์

[๘]

ข้าพเจ้าสวมเขียงเท้าซึ่งทำด้วยทองคำ

เงิน แก้วผลึก และแก้วไพฑูรย์

นี้เป็นผลของการถวายตั่งสำหรับรองพระบาท

[๙]

ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม

[๑๐]

ในกัปที่ ๗๓ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ

มีพระนามว่าอินทะ

ในกัปที่ ๗๒ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ

มีพระนามว่าสุมนะ

[๑๑]

ในกัปที่ ๗๐ ถ้วนนับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ

มีพระนามว่าวรุณะ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ทรงเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔

[๑๒]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านสีหาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้

สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๒. อานันทเถราปทาน (๑๐)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๒. สีหาสนิวรรคหัวข้อถัดไป๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)