ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค
  8. /
  9. ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)

๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๓๒๙ · บรรทัด ๖๗๑๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระ

(พระนิคคุณฑิปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๙]

ในกาลใด เทวดาจะจุติจากหมู่เทพเพราะสิ้นอายุ

ในกาลนั้น เทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดี

ย่อมเปล่งเสียง ๓ ประการว่า

[๔๐]

ท่านผู้เจริญ ท่านจากที่นี้จงไปสู่สุคติ

สู่ความเป็นผู้อยู่ร่วมกับมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว

จงได้ศรัทธาอย่างยอดเยี่ยมในพระสัทธรรม

[๔๑]

ศรัทธาของท่านพึงตั้งมั่นดำรงอยู่ เป็นมูลไว้ เป็นที่พึ่ง

อย่าคลอนแคลนในพระสัทธรรม

ที่พระอริยะประกาศไว้ดีแล้วจนตลอดชีวิต

[๔๒]

จงทำกุศลที่ไม่มีความเบียดเบียน

ไม่มีอุปธิทางกาย ทางวาจา ทางใจ ให้มากเถิด

[๔๓]

จงทำบุญให้ยิ่งไปกว่านั้นให้มากด้วยการให้ทาน

จงชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในพรหมจรรย์

ซึ่งเป็นพระสัทธรรมอย่างประเสริฐ

[๔๔]

ด้วยความอนุเคราะห์นี้

ในกาลใด เหล่าเทวดาผู้รู้แจ้ง

พลอยยินดีกับท่านผู้ประเสริฐซึ่งกำลังจุติว่า

ท่านเทวดา ขอท่านจงมาบ่อยๆ นะ

[๔๕]

ในกาลนั้น เมื่อหมู่เทวดามาประชุมกัน

ข้าพเจ้าเกิดความสลดใจว่า

เราจุติจากที่นี้แล้วจักไปเกิดยังกำเนิดอะไรหนอ

[๔๖]

พระสมณะผู้อบรมอินทรีย์แล้ว

รู้ความสังเวชของข้าพเจ้า

ท่านประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า

จึงมายังสำนักของข้าพเจ้า

[๔๗]

ท่านมีนามว่าสุมนะ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า

พระนามว่าปทุมุตตระ พร่ำสอนอรรถธรรม

ให้ข้าพเจ้าสลดใจ ในครั้งนั้น

ภาณวารที่ ๑๒ จบ

[๔๘]

ข้าพเจ้าได้ฟังคำของท่านแล้ว

ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า

อภิวาทท่านผู้เป็นนักปราชญ์แล้ว

ก็สิ้นชีวิตลงในที่นั้น

[๔๙]

ข้าพเจ้านั้น อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว

ได้อุบัติ ณ ที่นั้นเอง

ตนเมื่ออยู่ในครรภ์มารดา

ก็อยู่ในครรภ์ของมารดาคนเดิม

[๕๐]

ข้าพเจ้าจุติจากกายนั้นแล้ว

ได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในระหว่างนี้

ข้าพเจ้าไม่เห็นความโทมนัสในครั้งนั้นเลย

[๕๑]

ข้าพเจ้าจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว

ลงสู่ครรภ์มารดา ออกจากครรภ์มารดา(คลอด)แล้ว

ไม่รู้จักทุกข์อะไรๆ เลย

[๕๒]

ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ได้เข้าไปยังอาราม

ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดมศากยบุตร ผู้คงที่

[๕๓]

ได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้ทำตามคำสอนของพระศาสดา

ในปาพจน์อย่างกว้างขวาง

ในศาสนาที่ชนจำนวนมากนับถือ

[๕๔]

กรุงชื่อว่าสาวัตถี พระเจ้าโกศลทรงเป็นใหญ่ในกรุงนั้น

พระองค์เสด็จไปยังต้นโพธิ์ที่ประเสริฐด้วยรถซึ่งเทียมด้วยม้า

[๕๕]

ข้าพเจ้าเห็นพาหนะประเสริฐของพระเจ้าโกศลนั้นแล้ว

ระลึกถึงบุพกรรม จึงได้ประนมมือไปยังที่ประชุม

[๕๖]

ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บวชเป็นบรรพชิต

พระสาวกชื่ออานนท์ เป็นอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

[๕๗]

ท่านมีคติ มีธิติ มีสติ เป็นพหูสูต ๑- มีความรุ่งเรืองมาก

ได้ถวายพระธรรมเทศนาทำพระหฤทัยของพระราชาให้ทรงเลื่อมใส

@เชิงอรรถ :

@๑ มีคติ ในที่นี้หมายถึงมีหลักการทรงจำพุทธพจน์ได้หมดทุกบทที่พระองค์ทรงแสดงให้ฟังในแต่ละครั้งได้หมดทุกข์บท

@มีธิติ ในที่นี้หมายถึงเพียรเรียน เพียรสาธยาย เพียรทรงจำ

@มีสติ ในที่นี้หมายถึงสามารถจำพระพุทธพจน์ได้เป็นเลิศ

[๕๘]

ข้าพเจ้าได้ฟังธรรมของท่านพระอานนท์แล้ว

ระลึกถึงบุพกรรมยืนอยู่ในที่นั้นเอง ก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๕๙]

ข้าพเจ้าห่มจีวรเฉวียงบ่า

ประคองอัญชลีไว้เหนือเศียรเกล้า

ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งวาจานี้

[๖๐]

ข้าพเจ้าถือดอกย่านทรายไปวางที่พระแท่นสีหาสน์

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่

[๖๑]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์

ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน

ด้วยผลแห่งกรรมนั้น

ข้าพระองค์ละความชนะและความพ่ายแพ้ได้แล้ว

บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว

[๖๒]

ในกัปที่ ๒๕,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ

มีอายุมากมายหลายอัพพุทะและนิรัพพุทะ

[๖๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๗ จบ

@เชิงอรรถ :

@เป็นพหูสูต ในที่นี้หมายถึงได้เรียนพุทธพจน์โดยตรงจากพระผู้มีพระภาค ตั้งอยู่ในฐานะ “ขุนคลังปริยัติ”

@ในศาสนาของพระทศพล (องฺ.เอกก.อ. ๑/๒๒๓/๒๕๖)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. อันนสังสาวกเถราปทาน (๓๒๖)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๓๓. อุมมาปุปผิยวรรคหัวข้อถัดไป๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน (๓๒๘)